facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 91 ความลับของเจ้านาย / บทที่ 92 แฟนฉันหล่อขนาดนี้

ชื่อตอน : บทที่ 91 ความลับของเจ้านาย / บทที่ 92 แฟนฉันหล่อขนาดนี้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2564 14:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 91 ความลับของเจ้านาย / บทที่ 92 แฟนฉันหล่อขนาดนี้
แบบอักษร

บทที่ 91 ความลับของเจ้านาย 

“แกร๊ง” เสียงแสบแก้วหูดังขึ้นมา 

แก้วในมือหลิงตงตกลงไปที่พื้น ทั้งตัวเขาเหมือนโดยสายฟ้าฟาด จ้องมองทั้งสองคนที่อยู่ตรงข้ามอย่างตกตะลึง “คุณ...คุณ คุณ คุณ...คุณคือ...” 

ถ้าบอกว่าเขากับหวั่นหวันยืนอยู่ด้วยกันเปรียบเทียบแล้วดูสว่างเจิดจ้าและสูงตระหง่าน ถ้าอย่างนั้นภาพเบื้องหน้าของคนนี้ที่อุ้มเยี่ยหวันหวันไว้ในอ้อมกอดแล้วจูบนี่คือภาพในนิยายชัดๆ น่าตกตะลึงเหลือเกิน! 

“คุณเป็นแฟนของเยี่ยหวั่นหวัน...” นานมากกว่าหลิงตงจะหาเสียงตัวเองเจอ 

ถึงแม้เป็นเขาก็ยังไม่สามารถจูบเยี่ยหวั่นหวันในสภาพนี้ได้เลย ซือเซี่ยยิ่งหาข้ออ้างสารพัดที่จะหลบหนีอยู่ทุกวัน แต่ผู้ชายคนนี้กลับ... 

เขานึกถึงที่เยี่ยหวั่นหวันพูดก่อนหน้านี้ ที่เธอแต่งหน้าแบบนี้ เป็นเพราะว่าแฟนเธอชอบเธอแบบนี้ 

ที่เยี่ยหวั่นหวันพูดมาทั้งหมดนั้นเป็นความจริง! 

สายตาไม่แยแสของชายหนุ่มไม่หยุดมองมาที่หลิงตงเลยสักนิด อุ้มหญิงสาวออกไปจากร้านอาหารที่ว่างเปล่าทันที 

เยี่ยหวั่นหวันขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างว่าง่ายตั้งแต่ต้นจนจบ 

บางทีเป็นเพราะเพิ่งตื่นเลยรู้สึกตัวช้า หรืออาจจะเป็นเพราะคืนนี้ตัวของซือเย่หานไม่มีกลิ่นอายที่น่ากลัว ซือเย่หานเข้ามาใกล้ชิดทำให้เธอไม่ได้อยากขับไล่เหมือนอย่างที่คิด 

ระหว่างที่สูดลมหายใจ เธอได้กลิ่นหอมของผลไม้อ่อนๆ ไม่เหมือนกลิ่นที่เยือกเย็นบนตัวซือเย่หานอย่างที่ผ่านมา แต่ก็หอมดี 

และไม่รู้ว่าเธอรู้สึกไปเองหรือเปล่า คืนนี้ผู้ชายคนนี้ยังคงใส่ชุดสีดำเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่กลับทำให้เธอรู้สึกยิ่งใหญ่และเป็นทางการมาก 

ตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนไม่ใช้น้ำหอมแต่วันนี้กลับใช้ ติดกระดุมข้อมือด้วยหินออบซิเดียนลายครามดูมีรสนิยม เนคไทติดที่กลัดทำจากโลหะพิเศษโดยเฉพาะ สูทชุดนี้ดูเหมือนชุดสูทแบบอื่นแต่พอมองดีไซน์อย่างละเอียดแล้ว น่าจะเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาใส่... 

ที่น่ากลัวที่สุดคือ คืนนี้นายคนนี้ช่าง...หล่อเหลือเกิน... 

แม้แต่เธอที่เห็นใบหน้าซือเย่หานจนชินยังรู้สึกเป็นประกาย 

คิดถึงท่าทางหลิงตงเมื่อกี้แล้ว เธออดไม่ได้รู้สึกขำขึ้นมา เด็กน้อยที่น่าสงสาร คิดว่าคืนนี้มุมมองของโลกต้องแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ แน่ 

เมื่อกี้สวี่อี้ยืนรออยู่หน้าประตูร้านอาหาร มองผ่านหน้าต่างกระจกมองเห็นอย่างชัดเจนว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น เห็นผู้ชายคนนั้นยังคงยืนอึ้งอยู่ที่เดิมจนถึงตอนนี้ 

สวี่อี้เช็ดเหงื่อ ทนไม่ไหวแอบบ่นในใจ เจ้านายนะ คุณจำเป็นต้องทำขนาดนี้ไหม? 

ที่จริงแล้วเรื่องนี้เยี่ยหวั่นหวันก็คิดเหมือนกัน เธอให้ซือเย่หานออกมาขวางคนระดับนี้ที่มาจีบ นี่มันต่างอะไรกับเอาทัพใหญ่มาเสริมทัพเล็ก ใช้ตัว BOSS ในด่านสุดท้ายมาฆ่าคนเล่นมือใหม่! 

“อืม...คือว่า... ฉันอยากลงค่ะ...” เห็นซือเย่หานอุ้มเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอลงเลย เยี่ยหวั่นหวันเลยพูด 

ฝีเท้าชายหนุ่มหยุดลง บรรยากาศเยือกเย็นขึ้นมาในทันใด ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาค่อยปล่อยเธอลง 

เยี่ยหวั่นหวันเขย่งอยู่ที่พื้นสองที เงยหน้าเล็กขึ้นมองชายหนุ่มเบื้องหน้า สีหน้าคาดหวัง “เปลี่ยนเป็นหลังแทนได้ไหม...” 

ชายหนุ่มได้ยิน เห็นได้ชัดว่าตกใจ แล้วค่อยๆ หมุนตัวก้มตัวลงตรงหน้าเธอ 

เยี่ยหวั่นหวันปีนขึ้นไปบนหลังชายหนุ่มทันที สองมือโอบคอเขาไว้ หาวด้วยความง่วง “แบบนี้สบายกว่า...” 

สวี่อี้ที่อยู่ข้างๆ เห็นทั้งสองคนปฏิบัติต่อกัน หัวใจเต้นขึ้นลงเหมือนนั่งรถไฟเหาะมา 

อยู่ๆ เขาก็ค้นพบว่า เพียงแค่เยี่ยหวั่นหวันเป็นฝ่ายเข้าหาก่อนเพียงเล็กน้อย เจ้านายเขาที่ดุร้ายน่ากลัวก็อ่อนโยนจนไม่น่าเชื่อขึ้นมาได้ 

ระหว่างทางเงียบไร้ผู้คน ชายหนุ่มแบกหญิงสาวเดินกลับไปทางโรงเรียนอย่างช้าๆ 

รู้สึกได้ถึงศีรษะเล็กโขกบนหลัง ชายหนุ่มถาม “ง่วงหรือ?” 

เยี่ยหวั่นหวันใช้ศีรษะถูไปกับไหล่เขาพยักหน้า “อืม... คืนนี้คุณมีเรื่องอะไรหรือเปล่า สำคัญไหม?” 

“ไม่มีอะไร” 

เยี่ยหวั่นหวันเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “จริงหรือ? แต่ก่อนหน้านี้ในโทรศัพท์ ฉันได้ยินน้ำเสียงของผู้ช่วยสวี่เหมือนใกล้จะร้องไห้แล้ว!” 

เธอพูดไปพลางส่งสายตาถามไปทางสวี่อี้ด้วย 

สวี่อี้หลังแข็งทื่อ รีบโบกมือแล้วพูด “เฮ้อ คุณหนูเยี่ย ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ จัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว” 

ตีให้ตายเขาก็ไม่กล้าบอกว่าเจ้านายที่สูงส่งและเย่อหยิ่งของเขานี้ใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าสามชั่วโมง ทรมานสไตล์ลิสต์จนแทบบ้าไปสิบกว่าคน ทำคนรับใช้ตกใจร้องไห้ทั่วทั้งบ้าน... 

................................................................ 

 

บทที่ 92 แฟนฉันหล่อขนาดนี้ 

ได้ยินสวี่อี้พูดแบบนี้ เยี่ยหวั่นหวันก็ไม่ได้ถามต่อแล้ว เพียงแต่บ่นอุบอิบอยู่ในปาก “โชคดีที่คุณมาทันเวลา ไม่อย่างนั้นฉันเกือบจะต้องกลายเป็นแฟนของคนอื่นแล้ว ก่อนหน้านี้หลิงตงพนันกับฉันว่า ถ้าฉันโกหกเขา ถ้าแฟนฉันไม่มา ฉันต้องตกลงเป็นแฟนเขา...” 

ความเยือกเย็นในแววตาของซือเย่หานยังไม่ทันจะแผ่ซ่าน ก็ได้ยินเสียงหญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ชนะอย่างภาคภูมิใจในทันที” เพราะคุณรับปากฉันว่าจะมา ดังนั้นฉันรู้ว่าคุณต้องมาแน่นอน เลยพนันกับเขาไปโดยไม่ต้องคิดเลย! ดูปฏิกิริยาของหลิงตงเมื่อกี้ก็รู้แล้ว ครั้งนี้ต้องตัดใจแน่นอน เพราะแฟนฉันหล่อขนาดนี้! ถึงแม้คุณจะใส่ถุงกระสอบเดินเข้ามาก็ยังฆ่าเขาได้เลย!” 

ซือเย่หานได้ยินหญิงสาวพูดอย่างภาคภูมิใจ สายตาที่เพิ่งเย็นยะเยือกเป็นน้ำแข็งก็ละลายลงในพริบตา มองออกว่าเยี่ยหวั่นหวันพูดเอาใจได้ถูกจุด 

สวี่อี้ที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วรู้สึกอยากจะร้องไห้มาก 

สวมถุงกระสอบมา? แม่นางถ้าคุณพูดแบบนี้ตั้งแต่แรก คืนนี้พวกเราก็ไม่ต้องมาเจอเรื่องทรมานแบบนี้หรอก! 

เขาเข้าใจแล้ว ถึงแม้พวกเขามากมายขนาดนี้พูดชมรวมกันเป็นหมื่นๆ คำ ก็ไม่เทียบเท่ากับคนนี้ที่พูดคำเดียวว่า “หล่อ” 

ทางระหว่างร้านอาหารถึงโรงเรียนนั้นไม่ไกล ไม่นานก็เดินมาถึง 

เยี่ยหวั่นหวันกระโดดลงมาจากหลังของชายหนุ่ม “ถึงแล้ว!” 

ชายหนุ่มหันหลังมา มองหญิงสาวด้านหน้า เห็นได้ชัดว่าสีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกแล้ว 

เยี่ยหวั่นหวันรู้สึกอยู่ลึกๆ จิตใจของคนนี้ช่างเหมือนกับสภาพอากาศเดือนมีนาคมเลย แปรปรวนไม่นิ่ง.... 

ในขณะเดียวกัน เยี่ยหวั่นหวันไม่รู้เลย เก้าอี้ยาวที่ห่างจากเธอและซือเย่หานทั้งสองคนไปไม่ไกลนั้น มีคนหนึ่งนั่งอยู่ 

เดิมทีซือเซี่ยนอนไม่หลับจึงออกมาสูดอากาศ ตอนนี้อาศัยแสงไฟถนนบังเอิญมองผ่านกิ่งก้านและใบไม้ไปไม่ไกลเห็นเยี่ยหวั่นหวันกำลังยืนคุยกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ตรงนั้น 

ผู้ชายคนนั้นหันหลังให้เขา เลยเห็นแค่ด้านหลังลางๆ แต่เห็นเพียงแวบเดียว สีหน้าซือเซี่ยก็เปลี่ยนไปในทันใด –- 

ซือเย่หาน! 

เป็นไปได้ยังไง? 

สีหน้าซือเซี่ยเต็มไปด้วยความสงสัย แล้วมองดูต่อ เห็นเยี่ยหวั่นหวันเขย่งปลายเท้า แล้วจูบเบาๆ บนใบหน้าชายหนุ่ม “ราตรีสวัสดิ์!” 

พูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับหันหน้ามาโบกมือให้ชายหนุ่ม 

ในตอนนี้เอง เบื้องหลังที่สูงชะลูดและเยือกเย็นหันกลับมา ฝ่ายชายยื่นมือออกไป โอบหญิงสาวที่ยังไม่ได้เดินออกไปไกล ดึงเข้ามาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง... 

ส่วนซือเซี่ยเห็นใบหน้าผู้ชายคนนั้น เขายืนอึ้งอยู่ที่เดิม... 

ตอนที่เห็นลุงเก้าของเขาที่จองหองเย็นชาโน้มตัวลงไปจูบเยี่ยหวั่นหวันใบหน้าที่ทำให้เขานอนฝันร้ายไปหลายคืนนั้น ในหัวเขามีเสียงระเบิดตู้มดังขึ้นมา 

เยี่ยหวั่นหวัน... กับซือเย่หาน? 

แฟนหนุ่มที่เยี่ยหวั่นหวันเอ่ยถึงมาตลอดกลับเป็น... 

ซือเซี่ยอดกลั้นความสงบมั่นคงในจิตใจเส้นสายสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ มองไปทางใต้แสงไฟของถนนอีกรอบหนึ่ง เห็นเพียงชายหนุ่มที่หันหลังเดินกลับไปแล้ว เยี่ยหวั่นหวันก็เดินกลับไปทางหอพัก 

ซือเย่หานไปคบกับผู้หญิงแบบเยี่ยหวั่นหวันได้ยังไง! 

หรือว่า... 

อยู่ๆ เขานึกถึงความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้... 

เยี่ยหวั่นหวันคือผู้หญิงคนนั้นที่สวนจิ่นหยวน? 

……………. 

ที่หอพักของหลิงตง 

“ใครน่ะ?” ผู้ชายสวมเสื้อกล้ามและบ๊อกเซอร์คนหนึ่งเปิดประตูด้วยสีหน้าง่วง 

หลังจากที่เห็นคนยืนอยู่หน้าประตูเป็นซือเซี่ย สีหน้าผู้ชายคนนั้นแสดงออกชัดว่าอึ้งไป “เอ่อ ซือเซี่ย...” 

ถึงแม้ว่าจะอยู่ในหอพักชาย แวะมาหากันจะเป็นเรื่องปกติ แต่เบื้องหน้าผู้นี้คือหนุ่มหล่อของผู้หญิงทั้งโรงเรียน เป็นศัตรูของชายทั้งโรงเรียน อีกทั้งเขาก็เหมือนกับเฉิงเสวี่ย ฐานะทางบ้านไม่ธรรมดา เป็นคนที่อยู่คนละโลกกับพวกเขาที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่ผ่านมาซือเซี่ยไปไหนมาไหนคนเดียว คนที่ติดต่อพูดคุยกับเขานั้นมีไม่เยอะ แวะมาหานี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย 

ดังนั้น เห็นเขามาตอนดึกดื่น ชายหนุ่มเลยรู้สึกประหลาดใจ “คือว่า มีธุระอะไร?” 

“ฉันมาหาหลิงตง” ซือเซี่ยตอบ 

“อ้ออ้อ มาหาหลิงตงนั่นเอง หลิงตงอยู่นี่ เพิ่งกลับมา เพียงแต่...” ชายหนุ่มเกาศีรษะ สีหน้าลำบากใจ “เพียงแต่นายมาไม่ถูกจังหวะ ตอนนี้พี่ตงอาการไม่ค่อยดี...” 

“อาการไม่ดี?” 

“นายเข้ามาก่อนเถอะ เดี๋ยวเห็นเองก็รู้!” ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเปิดประตู 

ซือเซี่ยเพิ่งเดินเข้าไป ก็มีกลิ่นเหล้าฉุนจมูกขึ้นมา 

หลังซือเซี่ยเข้าไป ชายหนุ่มก็รีบปิดประตู กลัวว่ากลิ่นเหล้าจะฟุ้งแล้วถูกผู้คุมหอจับได้ 

แค่เห็นหลิงตงนั่งจ่อมลงไปพื้นอยู่เหมือนนั่งอยู่ในแอ่งโคลน ดูท่าทางเมาจนไม่ได้สติแล้ว ปากพึมพำแต่ชื่อเยี่ยหวั่นหวันตลอดเวลา 

“หวั่นหวัน...หวั่นหวัน... ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้...” 

อาการแบบนี้ ใครก็ดูออกว่าเพิ่งอกหักมา 

“เกิดอะไรขึ้น?” ซือเซี่ยหันไปมองชายหนุ่มอีกสามคนในห้อง 

ชายหนุ่มสามคนต่างมองหน้ากัน ผู้ชายคนที่เมื่อกี้เปิดประตูให้ทำท่าทางลึกลับเข้าไปพูดใกล้เขา “คืนนี้พี่ตงไปเจอแฟนเยี่ยหวั่นหวันมา! เยี่ยหวั่นหวันมีแฟนจริงด้วย! นายเชื่อไหม?” 

“จริงหรือ?” ซือเซี่ยแววตาเป็นประกาย 

“จริงสิ! ตอนแรกพวกเราต่างคิดว่าเยี่ยหวั่นหวันบอกว่าตัวเองมีแฟนแล้วนั้นเพื่อจะโกหกพี่ตงแบบขอไปที แล้วยังบอกว่าแฟนเธอหล่อจนไม่มีใครเทียบได้ ขี้โม้โอ้อวดจนไปถึงสวรรค์แล้ว! ผีเชื่อเธอสิ! ใครจะรู้ หลังพี่ตงออกไป ก็เจอแฟนเธอจริงๆ!” 

“ไม่เพียงแค่เจอนะ จากที่พี่ตงเล่า ผู้ชายคนนั้นยังหล่อขั้นเทพอีกด้วย ซือเซี่ยเทียบกับนายแล้ว...” คำพูดต่อมา ชายหนุ่มเงียบไป ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

“หึ หล่อกว่าฉัน งั้นหรือ?” ซือเซี่ยถามเสียงเบา 

ชายหนุ่มเกาจมูกพูดอย่างอึดอัด “ก็พี่ตงพูดแบบนี้ พวกเราก็สงสัยว่าเขาดื่มเมาจนเบลอไปแล้ว ไม่อย่างนั้นจะพูดคำพูดเพี้ยนๆ นี้ออกมาได้ยังไง!” 

โลกนี้จะมีผู้ชายคนไหนที่หล่อขนาดนี้แล้วยังตาบอดมาชอบเยี่ยหวั่นหวันได้อีก?” 

“นั่นสิ ถึงแม้เยี่ยหวั่นหวันมีแฟนแล้วยังไง มาสู้กับพี่ตงของพวกเราได้หรือ?” 

หลายคนนี้กำลังพูดกันไปมาอยู่ อยู่ๆ หลิงตงที่เมาอยู่ข้างๆ ก็โบกขวดเหล้าตะคอกอย่างโมโห “แม่งเอ้ย... หล่อ... หล่อจนทำให้ฉันเป็นเกย์ชอบได้เลย...ฉันจะไปสู้อะไรได้...” 

ชายหนุ่มสามคนข้างๆ “...” 

หล่อจนสามารถทำให้พี่เป็นเกย์ได้คือเรื่องบ้าอะไร! 

พี่ตง พี่ใจเย็นหน่อย! 

ซือเซี่ยแวบมองไปทางหลิงตง หลังจากนั้นครู่ใหญ่ ก็เดินไปข้างหน้าหลิงตงแล้วนั่งยองๆ เปิดมือถือยื่นให้เขา “คนที่นายเห็นวันนี้ แฟนของเยี่ยหวั่นหวัน คือเขาใช่ไหม?” 

หลิงตงมองไปยังมือถือของซือเซี่ยอย่างเลอะเลือน วินาทีต่อมา สภาพที่เมามายก็ตาสว่างขึ้นมาหน่อย ได้สติตื่นขึ้นมา “นาย... ทำไมนายถึงได้มีรูปแฟนของเยี่ยหวั่นหวัน?” 

ได้ฟังคำนี้ ซือเซี่ยหรี่ตาลงทันที 

เป็นเขาจริงด้วย... ซือเย่หาน... 

ความคิดเห็น