facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 89 ถ้ายังไม่มาอีกจะเสียแฟนแล้ว / บทที่ 90 ปล่อยเธอลง

ชื่อตอน : บทที่ 89 ถ้ายังไม่มาอีกจะเสียแฟนแล้ว / บทที่ 90 ปล่อยเธอลง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 14:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 89 ถ้ายังไม่มาอีกจะเสียแฟนแล้ว / บทที่ 90 ปล่อยเธอลง
แบบอักษร

บทที่ 89 ถ้ายังไม่มาอีกจะเสียแฟนแล้ว 

เวลาผ่านไปจากวินาทีเป็นนาที เพียงพริบตาก็ผ่านมายี่สิบนาทีแล้ว 

แต่ว่า ถึงเวลาแล้ว ซือเยี่ยหานก็ยังไม่มา 

เพียงแต่พอยี่สิบนาทีเป๊ะ สวี่อี้ก็โทรมาหาเธออย่างตรงเวลา 

“ฮัลโหล คุณหนูเยี่ยครับ ต้องขออภัยจริงๆ คุณชายเก้ามีเรื่องนิดหน่อยทำให้ล่าช้าไปบ้าง ต้องให้คุณรออีกสักครู่นะครับ” 

“อ่า...มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า?” เยี่ยหวันหวั่นรีบเอ่ยถาม 

ทำไมฟังน้ำเสียงของสวี่อี้แล้วคล้ายกับมีอะไรผิดปกติ อึกอักอยู่นานกว่าจะเอ่ยตอบมาว่า “ไม่...ไม่มีครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คุณรออีกสักครู่ก็พอแล้วครับ” 

“อ้อ งั้นก็ได้” เยี่ยหวันหวั่นจึงสบายใจขึ้นมา 

หลังจากวางสาย เยี่ยหวันหวั่นมองหลิงตงที่นั่งอยู่ตรงหน้า พลางเอ่ย “แฟนฉันติดธุระนิดหน่อยทำให้ล่าช้า อาจมาสายหน่อยนะ” 

หลิงตงสองแขนกอดอก ทำท่าทางเดาได้แต่แรกแล้วว่าเธอต้องพูดแบบนี้ จึงเอ่ยตอบไปอย่างไม่รีบร้อน “ไม่เป็นไร ฉันรอได้” 

ปกติซือเยี่ยหานก็งานยุ่งมาก มีงานเข้ามาทำให้ล่าช้าเป็นเรื่องปกติ เยี่ยหวันหวั่นไม่ได้คิดมากอะไร ยังคงรอต่อไป 

เพียงพริบตาเวลาได้ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว 

ซือเยี่ยหานก็ยังไม่มา 

มีเพียงสวี่อี้โทรศัพท์เข้ามาอีกครั้ง แจ้งกับเธอด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “คุณหนูเยี่ยครับ คือว่าคุณชายเก้ายังจัดการธุระไม่เรียบร้อย คิดว่าคุณยังต้องรออีกสักหน่อย...” 

“อ้อ ไม่เป็นไร คุณให้เขาจัดการงานให้เรียบร้อยก่อนเถอะ!” เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยไปอย่างไม่ติดใจ 

หลิงตงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เหลือบมองเยี่ยหวันหวั่นไปที “อะไรเหรอ? เลื่อนอีกเหรอ?” 

เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า “ขอโทษนะ งานเขาค่อนข้างยุ่งน่ะ” 

หลิงตงก็ไม่ได้เปิดโปง “ไม่เป็นไร อย่างไรแล้วฉันก็ไม่ได้มีอะไรทำ ค่อยๆ รอไปก็ได้!” 

ผ่านไปแบบนี้นานหนึ่งชั่วโมงเต็ม คนในร้านอาหารน้อยลงเรื่อยๆ 

หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป สวี่อี้โทรเข้ามาเป็นครั้งที่สาม 

ครั้งนี้ จากน้ำเสียงของสวี่อี้แล้วฟังดูผิดปกติขึ้นไปอีก หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น? หรือว่าความจริงแล้วซือเยี่ยหานไม่อยากมา? 

แต่ว่าไม่ถูกต้องสิ หากซือเยี่ยหานไม่อยากมา ก็คงปฏิเสธเธอไปตรงๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องรับปากเธอ แล้วยังให้สวี่อี้โทรมาแจ้งเธอบ่อยขนาดนี้ 

“งั้น...เปลี่ยนวันไหม?” เยี่ยหวันหวั่นเสนอความเห็น 

สวี่อี้ได้ฟังแล้วตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “ไม่ได้ครับ! ไม่ได้เด็ดขาด! ต้องขอโทษคุณหนูเยี่ยจริงๆ ครับ คุณชายเก้าปลีกตัวออกไปไม่ได้จริงๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรคืนนี้เขาต้องไปแน่นอน คุณได้โปรดรออีกหน่อย ผมขอร้องล่ะครับ!” 

“อ่า งั้นก็ได้!” 

สวี่อี้พูดขนาดนี้ เยี่ยหวันหวั่นทำได้เพียงตอบตกลงแล้ว แต่ใจก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นว่าทางด้านซือเยี่ยหานเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? 

หลังจากเยี่ยหวันหวั่นวางสายครั้งที่สามลง หลิงตงก็มองเวลาบนหน้าจอมือถือ จดจ้องเธอพลางเอ่ย “หวันหวั่น หากว่าเลยเที่ยงคืนไปแล้ว คนที่เธอบอกยังไม่มา ก็จะถือว่าเธอหลอกฉันได้ใช่ไหม?” 

เยี่ยหวันหวั่นคิดถึงประโยคนั้นของสวี่อี้ ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้ซือเยี่ยหานจะต้องมาแน่นอน สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง “ได้” 

หลิงตงได้ฟังก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมา พลันรู้สึกไม่รีบร้อนเลยสักนิด ในทางกลับกันเขาเฝ้ารอให้เวลาผ่านไปทีละนิดๆ 

ขณะนี้เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเที่ยงคืน อีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ผู้หญิงตรงหน้าจะเป็นแฟนของเขาแล้ว! 

.......................................................... 

 

บทที่ 90 ปล่อยเธอลง 

ใกล้จะถึงเวลาปิดร้านแล้ว แขกในร้านทยอยกลับจนเหลือเพียงโต๊ะของพวกเยี่ยหวันหวั่นที่ยังมีคนอยู่ 

ช่วงนี้เยี่ยหวันหวั่นนอนเป็นเวลา ปกติเวลานี้เธอจะหลับไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้เธอจึงง่วงอย่างมาก 

รอไปอีกสักพักก็ยังไม่มีใครมา เยี่ยหวันหวั่นหนังตาหนักอึ้ง เปลี่ยนจากท่าเท้าคางเป็นฟุบนอนกับโต๊ะ จากนั้นก็เผลอฟุบหลับไปตรงนั้นเลย 

หลิงตงที่กำลังมองจ้องเวลาอยู่ เงยหน้าขึ้นมาก็พบว่าเยี่ยหวันหวั่นได้ผล็อยหลับไปแล้ว 

เขามองใบหน้านอนหลับของหญิงสาว ในสมองพลันผุดเสี้ยววินาทีที่เห็นเธอในคืนนั้น ใบหูก็แดงกร่ำ 

เธอพูดชัดเจนว่าถ้าเธอหลอกเขา จะยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา นี่มันหมายความว่า ความจริงแล้วเธอก็ชอบเขา ถึงได้ตอบตกลงไม่ใช่เหรอ?  

คิดมาถึงตรงนี้ ชำเลืองมองเวลาที่ใกล้เข้ามาทุกที หลิงตงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ยื่นมือออกไปทางแก้มของหญิงสาวอย่างหักห้ามใจไม่ได้ “หวันหวั่น...”  

เวลานี้เอง เสียงประตูกระจกของร้านอาหารถูกนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งผลักเปิดออกดัง “แอ๊ด” พร้อมกับลมราตรีพัดเข้ามา 

“คือว่า ต้องขอโทษด้วยครับ เราใกล้ปิดร้านแล้ว...อ่า...” ตามมาด้วยเสียงของเจ้าของร้านที่พูดได้เพียงครึ่งประโยค เสียงก็จางหายไปกับลมราตรี 

เสียงฝีเท้าตึกๆๆๆ แว่วดังใกล้เข้ามาอย่างชัดเจน 

หลิงตงเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ ทันใดนั้นจิตใต้สำนึกก็สั่งให้เขาหันไปมองทางประตู 

วินาทีถัดมา รูม่านตาพลันหดตัวอย่างรุนแรง 

ในสายตานั้น เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินช้าๆ มาทางพวกเขา 

ชายหนุ่มสวมชุดสูทสีดำสไตล์คลาสสิกย้อนยุค ดวงตาเย็นชาดั่งบ่อน้ำเย็นราวกับว่ามันสามารถตรึงวิญญาณมนุษย์ได้ 

ขณะที่เขากำลังก้าวเข้ามาทีละก้าว ไม่เหมือนมนุษย์เลยสักนิด คล้ายกับราชาปีศาจที่เหยียบย่างลมราตรีและจันทรามาเยือนโลกมนุษย์ ร้านอาหารอันใหญ่โตพลันดูคับแคบลงไปทันใด 

มองรังสีความหรูหราดูแพงจากกายของชายหนุ่ม อีกทั้งใบหน้าที่เพอร์เฟคบดบังอาทิตย์และจันทราราวกับจอมปีศาจ คำพูดที่เยี่ยหวันหวั่นเคยบอกกับเขาพลันผุดขึ้นมาในหัวอย่างน่าประหลาด... 

หล่อกว่าซือเซี่ยร้อยเท่า... 

บนโลกใบนี้ยังมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เหรอ อีกทั้งเขาก็ได้บังเอิญเห็นเข้าจริงๆ !  

ในขณะที่หลิงตงรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังเหม่อมองจ้องผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ชายคนนั้นก็เดินตรงมาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว 

“เห้ย...คุณ...ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร?” หลิงตงเอ่ยถามไปโดยสัญชาตญาณ 

ชายหนุ่มไม่ตอบ สาดสายตาเย็นชามองต่ำไปที่ตัวเขา หลิงตงมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อที่ถูกบีบรัดลำคอ 

จังหวะที่หลิงตงแข็งทื่อไปทั้งตัว มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นที่หน้าผาก เยี่ยหวันหวั่นที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ตรงข้าม เพราะหลับสนิทเกินไป ร่างกายจึงเริ่มเอนล้มลงไปกับพื้นอย่างไม่รู้ตัว 

สายตาเหลือบเห็นว่าเยี่ยหวันหวั่นกำลังจะล้มไปกองกับพื้น หลิงตงตกใจรีบจะเข้าไปรับ 

แต่ว่า ผู้ชายตรงหน้าท่าทางดูไม่ได้รีบร้อนอะไร ทว่ากลับเอียงตัวเล็กน้อยด้วยความว่องไว รับหญิงสาวมาอยู่ในอ้อมแขนของเขาได้อย่างแม่นยำ 

หลิงตงเห็นท่วงท่าการรับราวกับกอดเยี่ยหวันหวั่นไว้ของชายหนุ่ม แววตาตึงเครียดขึ้น 

เหมือนว่าเยี่ยหวันหวั่นจะตกใจตื่น ขยี้ตาสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ได้เห็นคนตรงหน้าก็ชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพิงซบกายของชายหนุ่ม บ่นอู้อี้น้ำเสียงน้อยใจเป็นที่สุด “ทำไมคุณเพิ่งจะมา...”  

ชายหนุ่มมองหญิงสาวในอ้อมอก ดวงตาที่เย็นชาเป็นอ่อนโยนลงจนดูขัดกับภาพลักษณ์ของเขาอย่างสิ้นเชิง 

หลิงตงมองเยี่ยหวันหวั่น แล้วมองชายหนุ่มคนนี้ นี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน? 

ขณะที่หลิงตงกำลังตะลึงอยู่นั้น ชายหนุ่มก็อุ้มเยี่ยหวันหวั่นขึ้น 

หลิงตงได้สติขึ้นมา พูดโพล่งออกไปขัดขวางในทันที “เดี๋ยวก่อน ปล่อยเธอลงนะ! คุณเป็นใคร!”  

วินาทีที่หลิงตงเปล่งคำพูดนี้ออกมา บรรยากาศหนาวเย็นอย่างมืดฟ้ามัวดินพลันปกคลุมเข้ามาโดยรอบ 

ชายหนุ่มชำเลืองมองหญิงสาวในอ้อมแขน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของอีกฝ่าย ก็ค่อยๆ ก้มหน้าลงไปจุมพิตริมฝีปากที่ทาลิปสีเข้มจัดของหญิงสาว... 

ความคิดเห็น