facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 87 ประจบได้ดีมาก / บทที่ 88 แฟนฉันชอบน่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 87 ประจบได้ดีมาก / บทที่ 88 แฟนฉันชอบน่ะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 15:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 87 ประจบได้ดีมาก / บทที่ 88 แฟนฉันชอบน่ะ
แบบอักษร

บทที่ 87 ประจบได้ดีมาก 

บรรยากาศในห้องที่เงียบเหมือนป่าช้า มีเพียงเสียงเรียกเข้าจากสายที่ไม่คาดคิดดังสะท้อนก้องอย่างต่อเนื่อง 

สวี่อี้เดาความหมายของซือเยี่ยหานไม่ออกจริงๆ ไม่รู้เขาอยากรับสายหรือไม่ จึงได้แต่ถือโทรศัพท์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น สำคัญที่สุดคือ โทรศัพท์สายนี้ทำให้เขาเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นในจิตใต้สำนึก หากเป็นไปได้ เขาภาวนาให้นายท่านอย่ารับสาย 

เสียงเรียกเข้ายิ่งดัง ความกดดันโดยรอบยิ่งรุนแรงมากขึ้น เสียงริงโทนที่ดังเข้าหูเป็นเหมือนการนับถอยหลังของระเบิดเวลา 

เส้นประสาทของสวี่อี้ตึงเครียดเป็นที่สุด เพราะลนลานมากเกินเหตุ มือสั่นเทาจึงเผลอไปกดปุ่มรับสายเข้า 

วินาทีถัดมา บนหน้าจอปรากฎใบหน้าเห็นแล้วแสบตาเช่นเคยของเยี่ยหวันหวั่น 

เชี่ย! ซวยแล้ว... 

คนในสาย เยี่ยหวันหวั่นรอนานเป็นครึ่งวันก็ไม่มีคนรับสาย มองเห็นโทรศัพท์กำลังจะวางสายอัตโนมัติอยู่แล้ว ตอนนี้ภาพหน้าจอกระพริบในที่สุดก็มีการรับสายวิดีโอคอลแล้ว 

วินาทีที่เห็นภาพหน้าจอชัดเจน นัยน์ตาของเยี่ยหวันหวั่นหดลงทันที 

เห็นชายหนุ่มในสายกำลังเอนกายอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งก่ายหน้าผาก ปกคอเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมไว้สองเม็ด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียวผิดปกติ 

ต่อให้จะมองผ่านทางหน้าจอ เธอก็ยังสัมผัสได้ว่ามีรังสีอันตรายน่ากลัวถึงขีดสุดแผ่ซ่านจากกายของชายหนุ่ม แต่ก็เย้ายวนถึงขีดสุดเหมือนกัน 

มองจากมุมของวิดีโอ เหมือนว่าจะเป็นคนอื่นที่ถือโทรศัพท์อยู่ น่าจะเป็นสวี่อี้ 

หน้าจอโทรศัพท์สั่นอยู่ตลอด เธอเดาว่าน่าจะเป็นเพราะมือของสวี่อี้กำลังสั่น 

จากอาการสั่นเพียงเล็กน้อยนี้ เยี่ยหวันหวั่นก็ตระหนักรู้ทันทีถึงความวิกฤต แปดสิบเปอร์เซ็นต์เดาว่าซือเยี่ยหานรู้ข่าวแล้ว เธอมาช้าไปก้าวหนึ่ง 

เยี่ยหวันหวั่นเม้มริมฝีปาก ตาละห้อย “ขอโทษด้วย...ฉันมารบกวนการพักผ่อนของคุณหรือเปล่า...” 

สวี่อี้ที่อยู่ด้านข้างไม่ทันระวังกดโดนปุ่มรับสายไปแล้ว เมื่อเห็นแบบนี้จึงทำได้เพียงพูดประนีประนอมด้วยอาการเหงื่อแตกพลั่ก “คุณหนูเยี่ย คุณชายเก้ายังไม่เข้านอนครับ คุณโทรมาดึกขนาดนี้มีเรื่องอะไรเหรอครับ? หากไม่ใช่เรื่องด่วน...” 

เยี่ยหวันหวั่นไม่รอให้สวี่อี้พูดจบก็พยักหน้าอย่างแรง “มีค่ะ ฉันมีเรื่องด่วน!” 

สวี่อี้ “อ๊า...” 

เยี่ยหวันหวั่นรีบบอก “วันนี้มีผู้ชายคนหนึ่งมาสารภาพรักกับฉันที่โรงเรียน บอกว่าชอบฉัน...” 

สวี่อี้แสบคอขึ้นมา ตกใจวิญญาณแทบหลุด เขานึกอยู่แล้วว่าไม่ควรรับสายนี้ 

เขาแอบส่งสัญญาณส่ายโทรศัพท์ไปมา เพื่อเตือนเยี่ยหวันหวั่นอย่าได้พูดเรื่องนี้ 

ต่อมา ในสายนั้นก็มีเสียงบ่นอุบอิบของเยี่ยหวันหวั่นดังต่อมาอีก “คุณไปเจอผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนฉันได้ไหมคะ?” 

สวี่อี้รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าผ่าฟาดลงกลางกบาล 

เธอยังชวนคุณชายเก้าไปพบผู้ชายคนนั้นด้วยกันจริงเหรอ? 

เวลานี้ บนโซฟา ซือเยี่ยหานที่กึ่งลืมตาอยู่ได้ลืมตาขึ้นมาโดยสมบูรณ์ ราวกับสัตว์ป่าที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล... 

ในขณะที่สวี่อี้กำลังหมดหนทางไม่รู้ควรทำอย่างไรดี ในสายก็มีน้ำเสียงโมโหของเยี่ยหวันหวั่นดังขึ้นอีก “ฉันบอกผู้ชายคนนั้นไปว่าฉันมีแฟนแล้ว แต่เขากลับไม่เชื่อ หรือว่าสภาพฉันมันเหมือนกับสุนัขไร้คู่ขนาดนั้นหรือไง? 

เพราะโมโหเหลือเกิน ด้วยความหุนหันพลันแล่นฉันจึงรับปากเขาไปว่าจะพาแฟนไปเจอเขา ฉันไม่ได้แค่มีแฟนแล้ว แต่แฟนของฉันหล่อกว่าเดือนโรงเรียนของพวกเราเป็นพันเท่า...” 

“อ๊า...” สวี่อี้ยืนค้างอยู่ด้านข้าง ฟังแล้วตกตะลึงอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวิธีการแบบนี้ด้วย 

เยี่ยหวันหวั่นประจบได้...ลื่นไหลมากเกินไปแล้ว! 

แม้แต่ผู้ชายบนโซฟาที่มีสีหน้าหม่นหมองมาโดยตลอดยังตะลึงงันไปชั่วขณะ 

เยี่ยหวันหวั่นรออยู่นานไม่เห็นมีการตอบรับ ก้มหน้าท่าทางเศร้าและหดหู่ “ขอโทษนะ...ทำให้คุณลำบากแล้วใช่ไหม? หากคุณไม่สะดวก ก็...” 

“เวลา” ในสายนั้นมีเสียงแหบพร่าของชายหนุ่มดังขัดจังหวะเธอขึ้นมา 

เยี่ยหวันหวั่นชะงักเล็กน้อย ก่อนที่ดวงตาทั้งคู่จะแวววาวระยิบระยับ “เย็นวันพรุ่งนี้ได้ไหม? ร้านใกล้ๆ โรงเรียนของพวกเรา!” 

“ได้” 

.......................................................... 

 

บทที่ 88 แฟนฉันชอบน่ะ 

จริงตามคาด การสารภาพจะได้รับการผ่อนปรนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

เช้าวันถัดมา เยี่ยหวันหวั่นมาถึงห้องเรียนด้วยอารมณ์ผ่อนคลาย 

เพิ่งจะนั่งที่โต๊ะได้ไม่นาน ก็มีเงาผืนหนึ่งตกคลุมศีรษะของเธอ หลิงตงทำหน้าเข้มมายืนอยู่ตรงหน้าของเธอ 

เยี่ยหวันหวั่นเห็นสถานการณ์ ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย 

คนอื่นๆ ในห้องเรียนต่างก็มองคนทั้งสองด้วยความอยากรู้ 

หลิงตงเม้มริมฝีปาก มองจ้องเยี่ยหวันหวั่นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยปาก “เยี่ยหวันหวั่น ฉันไม่รู้ว่าเธอไปได้ยินข่าวลือมาจากไหน แต่ฉันสาบานได้ ฉันไม่ได้จีบเธอเพราะไปแพ้พนันคนอื่น และไม่ได้ตั้งใจจะเล่นๆ กับเธอนะ ฉันจริงจัง! ขอให้เธอโปรดเชื่อฉัน!” 

“โอ้—” เพื่อนนักเรียนโดยรอบต่างส่งเสียงฮือฮา 

เยี่ยหวันหวั่นสีหน้าคล้ำหม่นโดยพลัน เมื่อคืนเธอใช้สมองคิดอย่างหนักกว่าจะหาวิธีลบล้างข่าวลือแบบนี้ได้ ผลปรากฎว่าทุกอย่างถูกคำพูดประโยคเดียวของผู้ชายคนนี้ทำลายจนสิ้น 

เห็นชายหนุ่มแสดงสีหน้าเจ็บปวดที่โดนเข้าใจผิด เยี่ยหวันหวั่นนวดขมับอยู่เงียบๆ “เรื่องที่ฉันบอกนายเมื่อวานก็เป็นเรื่องจริงนะ นายก็ไม่เชื่อฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?” 

เรื่องที่บอกเมื่อวาน? 

เรื่องที่บอกว่าเธอมีแฟนแล้วนั้นน่ะเหรอ? 

“จะเหมือนกันได้อย่างไร!” หลิงตงออกปากอย่างมั่นใจ 

“เย็นนี้ฉันจะพานายไปเจอเขา” เสียงของเยี่ยหวันหวั่นไม่ดัง คนที่ได้ยินมีเพียงหลิงตงและซือเซี่ยที่อยู่ข้างเธอ 

หลิงตงมีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีว่า ‘เขา’ ที่เยี่ยหวันหวั่นพูดถึงหมายถึงใคร ใบหน้าฉายร่องรอยความประหลาดใจ แต่ก็กลับคืนสู่ความสงบนิ่งได้โดยเร็ว “ตกลง!” 

ในที่สุดก็ถึงเวลาเลิกเรียน 

หลังจากมื้อเย็น ในโรงเรียนก็ไม่มีใครแล้ว เยี่ยหวันหวั่นเรียกหลิงตงให้ออกมา แล้วคนทั้งสองก็ไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งนอกโรงเรียนที่อยู่ห่างไปไม่ไกล 

หลิงตงนั่งบนโซฟาตรงข้าม แสดงออกถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ท่าทางรู้ทันลูกไม้ของเยี่ยหวันหวั่นทั้งหมดแล้ว 

หากไม่ตีเนียนแกล้งทำเป็นเบี้ยวนัดเขา ก็คงไปหาคนมาปลอมตัวเป็นแฟน ซึ่งอย่างหลังมีความเป็นไปได้มากกว่า แต่เว้นเสียแต่เขาตาบอดถึงจะมองไม่ออก 

สรุปคือเขาไม่มีทางยอมแพ้! 

แน่นอนว่าเยี่ยหวันหวั่นรู้ว่าหลิงตงกำลังคิดอะไร และเธอไม่ได้แก้ตัวด้วย เหลือบมองเวลาบนมือถือ อีกประมาณยี่สิบนาทีซือเยี่ยหานน่าจะมาถึงแล้ว 

“ถามเธอเรื่องหนึ่งได้ไหม?” หลิงตงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยปากขึ้น 

เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า “เรื่องอะไร?” 

หลิงตงจดจ้องการแต่งหน้าเข้มจัดของเยี่ยหวันหวั่น กระแอมเสียงเล็กน้อย “เธอ...เธอดูดีขนาดนั้น...ทำไมต้องจงใจทำให้ตัวเองกลายเป็นแบบนี้...” 

เยี่ยหวันหวั่นดูดน้ำผลไม้ไปพลาง กระพริบตาปริบๆ ไปพลาง “แฟนฉันชอบน่ะ!” 

หลิงตงสำลักกับพวกอวดแฟน 

“หวันหวั่น เธอเลิกเล่นละครได้แล้ว การยอมรับฉันมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? แม้ว่าฉันจะไม่ได้หล่อถึงขั้นซือเซี่ย แต่กล้าพูดเลยว่าไม่ได้แย่แน่นอน และหลังจากที่เธอคบกับฉันแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเธอเป็นอันขาด เธอจะทำอะไรก็ได้ในชิงเหอ!” น้ำเสียงของหลิงตงเชื่อมั่นในตัวเองมาก ก็แน่นอนเพราะเขามีคุณสมบัตินั้นจริงๆ 

ค่านิยมของหลิงตงในโรงเรียนเป็นรองแค่ซือเซี่ยเท่านั้น ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำให้เธอโดนเกลียดมากขนาดนี้ได้ 

เยี่ยหวันหวั่นเท้าคาง “ฉันชอบแฟนของฉันคนเดียว” 

หลิงตงได้ยินแบบนี้ก็มีสีหน้าทำอะไรเธอไม่ได้ นัยน์ตาประกายวาบก่อนจะเอ่ย “ได้ หวันหวั่น เธอมักจะพูดว่าฉันไม่เชื่อเธอ งั้นตอนนี้ฉันเชื่อเธอ เชื่อคำพูดทั้งหมดของเธอ เชื่อว่าเธอมีแฟน เชื่อว่าแฟนเธอจะหล่อขนาดที่เธอบอก แต่ว่าหากพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฎว่าเธอหลอกฉันจะทำอย่างไร?” 

เยี่ยหวันหวั่นช้อนคาราเมลพุดดิ้งคำโต เอ่ยตอบไปโดยไม่คิดสักนิด “หากฉันหลอกนาย งั้นฉันก็รับปากนายแล้วกัน!” 

หลิงตงได้ยิน ใบหน้าพลันเปล่งประกายขึ้นมา “เธอพูดจริง?” 

เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้าด้วยความจริงใจ “จริงแท้แน่นอน!” 

ความคิดเห็น