email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ไม่อายแล้วเหรอ

ชื่อตอน : บทที่ 5 ไม่อายแล้วเหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 168

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2564 12:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ไม่อายแล้วเหรอ
แบบอักษร

เรื่อง : รักร้ายทลายหัวใจ 

ผู้แต่ง : น้ำสุวรรณ  

บทที่ 5 ไม่อายแล้วเหรอ  

------นุ่มนิ่ม------ 

ฉันลืมตาตื่นพร้อมกับความปวดหนึบของร่างกาย รู้สึกปวดหัวและปวดเนื้อปวดตัวไปหมด ในตอนที่ลืมตาก็เห็นชายตัวสูงซึ่งกำลังผูกเนกไทอยู่ที่หน้ากระจก ร่างกายของเขาสมส่วนเหมือนกับพระเอกในละครที่ฉันเคยดู ภูมิฐานและน่าเคารพในคนเดียวกัน  

สายตามองไปรอบ ๆ จนรู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ที่เมื่อวานฉันไม่กล้านอน มันหรูมาก และมันก็กว้างมาก กว้างยิ่งกว่าเตียงในห้องที่พี่ธนาให้ฉันเข้าไปพักเสียอีก 

แต่เมื่อวานฉันนอนที่โซฟา  

ทำไมฉันถึงมานอนบนเตียงได้ล่ะ? 

สายตาของฉันมองสำรวจร่างกายพร้อมเลิกผ้าห่มผืนหนาที่ห่มทับร่างกาย พบว่าตัวเองไม่ได้ใส่เสื้อผ้าชุดเดิม สวมเพียงเสื้อตัวโคร่งสีกรมเพียงตัวเดียวเท่านั้น และมองจากขนาดเสื้อก็น่าจะเป็นของ ‘คุณกวิน’ 

“ฉันเป็นคนเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเอง” เสียงของคุณกวินทำให้ฉันตกใจและเรียกสติกลับมาอีกครั้ง นี่เขาเห็นทุกอย่างบนร่างกายของฉันแล้วสินะ  

ถึงจะเตรียมใจกับเรื่องนี้มาก่อนแต่ฉันก็อายมาก 

ฉันไม่พูดตอบโต้อะไรเพราะอับอาย อีกอย่างตัวเองก็ยังไม่ได้ล้างหน้า สองเท้าของฉันจึงค่อย ๆ พยายามลงจากเตียงจนมายืนบนพื้นได้ มีสายตาของคุณกวินมองมานิ่ง ๆ ดวงตาคล้ายจะเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกแต่มันไม่ดูดุเหมือนตอนที่ฉันเห็นเขาครั้งแรก 

“จะไปไหน?” เสียงเรียกดังขึ้นทำให้สองเท้าหยุดชะงัก ฉันต้องการจะเดินไปที่ประตูเพื่อไปห้องของตัวเองที่อยู่ถัดไป หรือว่าฉันทำผิดที่ไม่ได้ขออนุญาต 

“นะ...หนูขอไปห้องจ้ะ จะไป..” 

“ห้องน้ำอยู่ทางนี้” ดวงตาของฉันเบิกกว้างพลางมองไปตามนิ้วเรียวยาวที่ชี้ไปอีกด้าน ไม่ทันที่จะได้พูดบอกคุณกวินก็สาวเท้าเดินเข้ามาหาก่อนที่จะโอบประคองจนฉันสะดุ้ง 

“หนู...หนูไปเองได้จ้ะ” พูดแล้วก็เอามือป้องปากเพราะกลัวว่าจะปากเหม็น แต่คนตัวสูงที่ฉันไม่กล้าเงยหน้ามองกลับนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกมา 

เข้ามาในห้องน้ำคุณกวินก็หยิบเอาแปรงสีฟันอันใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้ส่งมาให้ ตามด้วยผ้าผืนสีขาวสะอาดวางไว้ข้างอ่าง เมื่อเขาเห็นว่าฉันยืนนิ่งก็หยิบแปรงสีฟันจะบีบยาสีฟันให้ ความตกใจทำให้ฉันรีบแย่งมาทันที 

“เช็ดตัวเองได้ใช่ไหม ไม่ต้องอาบน้ำ” ฉันมองไปยังผ้าสีขาวก่อนจะเข้าใจความหมาย ที่แท้ผ้าผืนนั้นก็มีไว้ให้ฉันเช็ดตัว “อย่าเช็ดให้ถูกแผล วันนี้ไม่มีไข้ แต่ถ้าแผลอักเสบฉันจะไม่ให้น้ำหวานเข้าใกล้เธอ” 

ฉันก้มหน้างุดก่อนที่จะพยักหน้า นั่นลูกของฉันแท้ ๆ แต่กลับไม่ให้ฉันเจอหน้า ตอนที่อยู่ชุมพรบ่อยครั้งที่ฉันกับลูกไม่สบายด้วยกัน เพราะติดไข้กันไปมา แม้จะเหนื่อยและลำบากแต่มันก็ผ่านมาได้อยู่ดี 

หลังจากที่คุณกวินออกไปจากห้องน้ำฉันก็จัดการตัวเองอย่างไม่รอช้า ไม่อาบน้ำตามที่คุณกวินสั่ง เช็ดตัวตามสัดส่วนที่ควรจะเป็น หลังจากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าตัวเดิม จัดการวางข้าวของในห้องน้ำให้ดูเรียบร้อย กลัวว่าคุณกวินกลับเข้ามาแล้วจะต่อว่า เมื่อดูทุกอย่างจนแน่ใจว่าเรียบร้อยฉันจึงได้เดินออกจากห้องน้ำ 

แต่เดินออกมาแล้วก็ต้องตกใจเมื่อคุณกวินยังนั่งอยู่ในห้องนอน ในมือของเขามีโทรศัพท์เหมือนไม่ได้สนใจฉัน แต่เมื่อเห็นว่าฉันยืนอยู่ที่หน้าประตูนานแล้วก็หันมา 

มือของเขาวางลงที่ข้างตัวบนเตียงก่อนจะตีเบา ๆ เป็นการบอกให้ฉันไปนั่งตรงนั้น ฉันเม้มริมฝีปากแน่นก่อนที่จะเดินเข้าไปหา ค่อย ๆ นั่งลงช้า ๆ ให้ห่างจากเขา ไม่ใช่ตำแหน่งที่คุณกวินวางมือ 

ดวงตาคู่คมมองฉันนิ่งก่อนที่จะเป็นฝ่ายขยับเข้ามาหา จากนั้นเขาก็ตรงมาปลดกระดุมเสื้อของฉันหน้าตาเฉย ฉันไม่ขัดขืนแต่หลับตาแน่น ไม่นานความรู้สึกก็บอกว่าเสื้อเพียงตัวเดียวที่สวมใส่หลุดออกไปจากตัวแล้ว 

แรงดีดตัวของที่นอนทำให้ฉันรู้ว่าคุณกวินลุกออกไป ฉันแอบลืมตาและเห็นว่าเขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อตัวใหม่ที่คล้ายกันและเดินกลับมา ในตอนนั้นฉันลืมตาแบบงง ๆ จนลืมไปว่าตัวเองกำลังไร้ซึ่งเสื้อผ้าแม้เพียงชิ้นเดียวอยู่ตรงหน้าของเขา 

“ไม่อายแล้วเหรอ” คำพูดของคุณกวินทำให้ฉันเม้มริมฝีปากแน่นแต่ไม่ได้หลับตา เบนหน้าไปทางอื่นทั้งที่อยากจะยื่นมือไปรับเสื้อผ้า 

“หนูใส่เองจ้ะ” ฉันหมายจะแย่งเสื้อจากมือหนาเมื่อเขาตั้งท่าจะสวมให้ แต่ชายตัวสูงเพียงส่งสายตาที่บอกว่าให้อยู่เฉย ๆ กลับมา 

ฉันทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่นั่งนิ่งให้เขาสวมเสื้อให้ แค่ใส่ทั้งสองแขนเป็นที่เรียบร้อยคุณกวินกลับไม่ยอมติดกระดุม มันทำให้ฉันหันหน้ามามองเขาอย่างสงสัย แต่ในจังหวะที่ฉันหันกลับมากลับถูกริมฝีปากหนากดทาบทับริมฝีปากเอาดื้อ ๆ  

ความตกใจทำให้ฉันผละตัวถอยหนี แต่วงแขนที่แข็งแรงก็โอบรัดจนฉันไปไหนไม่ได้  สิ่งเดียวที่ทำได้คือการแหงนหงายริมฝีปากให้เขาตักตวงอย่างพอใจ เป็นรสจูบที่ซาบซ่านจนฉันขนลุกไปทั้งตัว และจากที่รุกล้ำที่ริมฝีปากก็ลากจูบสัมผัสไปที่ซอกคอ ต่ำลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสองเต้าที่เต่งตึง 

ร่างกายของฉันถูกเอนพิงไปกับแขนที่แข็งแรงพร้อมกับการดูดยอดปทุมถันหนัก ๆ เป็นการดูดไม่ใช่การเล้าโลม แต่การดูดนั้นก็ทำให้ฉันเสียวซ่านแตกต่างจากลูกที่ดูด สองมือจึงเผลอขยำชายเสื้อของเขาแน่นเพราะความเสียวซ่าน 

เนิ่นนานจนฉันแทบจะขาดใจตายเพราะความต้องการ ต้องหนีบสองขาเข้าหากันแน่นเมื่อเขาเอาแต่ดูดเหมือนเด็กหิวนม ใช้ความอดทนอย่างมากจนกระทั่งคุณกวินผละตัวออกห่าง และเขาก็ติดกระดุมเสื้อให้กับฉันแบบรีบ ๆ 

“ลงไปกินข้าวเช้าและจะได้กินยา วันนี้ฉันไม่อยู่บ้าน จะออกไปทำงาน” ฉันพยักหน้าโดยไม่รู้ว่าเขาบอกฉันทำไม จากนั้นชายร่างสูงก็ลุกขึ้นก่อนจะจัดผมตัวเองที่เสียทรงเล็กน้อยให้เข้าที่ ฉันมองเห็นว่าชายเสื้อทั้งสองข้างของเขายับยู่ยี่เพราะตัวฉันจึงได้เอื้อมมือไปจับ 

ดวงตาคู่คมก้มมองก่อนที่จะยกยิ้มเล็กน้อย ฉันคิดว่าฉันมองเห็นว่าเขายิ้ม แต่มันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ จนไม่แน่ใจ 

“หนูขอโทษที่ทำให้เสื้อคุณยับ” 

“ถ้าเธอไม่ได้เจ็บหลัง ฉันอาจไม่ทำให้เธอทรมานขนาดนี้ก็ได้” 

“.......” ฉันเหมือนจะไม่เข้าใจประโยคที่เขาพูด แต่เมื่อไม่มีคำอธิบายอื่นจึงเพียงพยายามใช้มือลูบไปบนเนื้อผ้าให้มันดูดีขึ้นเท่านั้น 

คุณกวินโอบประคองฉันเดินไปยังโต๊ะอาหารซึ่งคุณขวัญวิวาห์กำลังทานอยู่ โดยฉันสวมเพียงแค่เสื้อตัวโคร่งนั่นตัวเดียวเท่านั้น ออกจะอายแต่คุณกวินไม่ยอมให้ฉันไปเปลี่ยน 

เมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะอาหารตั้งใจจะเดินไปหาป้านี แต่คุณกวินรั้งมือไว้ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ให้ ฉันนั่งอย่างงง ๆ ก่อนที่ป้านีจะตักข้าวต้มให้ด้วยรอยยิ้ม 

“หนู....” 

“กินข้าวจะได้กินยา” คุณกวินพูดแทรกก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรมากกว่านี้ ทำให้ฉันก้มหน้ากินข้าวโดยไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม กลัวว่าจะเห็นแววตาโกรธ ๆ ของคุณขวัญวิวาห์ 

“คุณกวินจะรับข้าวต้มหรือกาแฟดีคะ” 

“ขอเป็นนมอุ่นครับ” 

แค่ก ๆ ๆ 

ฉันสำลักออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะในหัวคิดว่ารีบกินจะได้รีบออกไปจากโต๊ะที่อึดอัดนี่ แต่เมื่อได้ยินคุณกวินบอกว่าจะกินนมก็ตกใจมาก  

ป้านีเข้ามาลูบหลังก่อนที่จะส่งน้ำให้กับฉัน มองเห็นว่ามีแววตาที่คาดเดาไม่ได้มองมาจากคุณกวิน 

“เสียมารยาท เธอไม่รู้มารยาทบนโต๊ะอาหารหรือยังไง” คุณขวัญวิวาห์ต่อว่าทำให้ฉันรีบยกมือไหว้เธอทันที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอรังเกียจ 

“หนูขอโทษจ้ะ” 

“เดี๋ยวป้าเอาถ้วยใหม่ให้นะนุ่มนิ่ม คุณขวัญจะเอาด้วยไหมคะ” 

“ไม่! ฉันอิ่มแล้ว” นี่ฉันคงทำให้คุณขวัญวิวาห์รังเกียจมากสินะ  

ฉันได้ข้าวต้มถ้วยใหม่ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ้วย แต่ก็ไม่กล้าปริปากเพราะกลัวว่าจะถูกดุ มองเห็นแก้วนมที่คุณกวินยกขึ้นดื่มก็ทำให้เสียววูบวาบไปทั้งตัว ในมือของเขามีหนังสือพิมพ์ที่อ่านอย่างตั้งใจ ด้านหลังเป็นพี่ธนาที่ยืนนิ่งเหมือนบอดี้การ์ดมาดเท่ 

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอไม่ต้องไปกับฉันแล้ว” ฉันหันไปหาคนพูดขณะกำลังตั้งใจกินข้าวอย่างมีสติ ดวงตาของคุณกวินยังสนใจที่หน้าหนังสือพิมพ์ อีกมือวางอยู่ที่แก้วนมซึ่งเกือบจะหมดแก้วแล้ว 

“เมื่อวานฉันขอคุยด้วยคุณก็ไม่ยอมมาหา มัวแต่...” คุณขวัญวิวาห์พูดและมองมาทางฉัน สายตาเหมือนอยากจะต่อว่าอะไรบางอย่างแต่ฉันไม่เข้าใจ 

“มีอะไรก็พูดมา” 

“ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว”  

ในตอนนี้ฉันก้มหน้าก้มตากินข้าว พวกเขาทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันโดยไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันแอบมองเห็นว่าพี่เลี้ยงอุ้มน้ำหวานไปยังห้องหนึ่ง หากฉันรีบกินให้หมดก็น่าจะไปหาน้ำหวานได้ 

“กินข้าวและกินยานุ่มนิ่ม” น้ำเสียงดุ ๆ ส่งมาทางฉันเมื่อมัวแต่ยืดคอไปทางห้องที่น้ำหวานอยู่ แอบเห็นว่าป้านียิ้มพอใจกับอะไรบางอย่าง 

“วันนี้ฉันขอ...” 

“เธอกับนุ่มนิ่มจะมีเงินโอนเข้าบัญชีวันละหนึ่งแสนบาทเท่ากัน อยากจะไปซื้ออะไรก็ตามใจ  แต่ทุกครั้งที่ออกจากบ้านต้องให้คนของฉันตามไปด้วย” ฉันเงยหน้ามองคุณกวินก่อนจะกลืนข้าวต้มลงคอแบบไม่เคี้ยว เมื่อกี้ฉันได้ยินผิดไปใช่ไหม และเขาไม่ได้ให้ฉันจริงใช่ไหม 

“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงเรื่องแต่งงาน” 

“อยากจะแต่งงานกับฉันขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ??” 

ฉันไม่รู้ว่าเขาทั้งสองคนกำลังคุยเรื่องอะไรกัน แต่ฉันพยายามกินข้าวอย่างเร็วที่สุด มีสติที่สุดเพื่อที่จะไปจากตรงนี้ และคำสุดท้ายก็ถูกตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว 

“ฉันมีชื่อเสียง จะเอาฉันมาเป็นเมียเก็บแบบนี้ไม่ได้ แม่ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” คุณขวัญวิวาห์พูดไปด้วยอารมณ์ ฉันหันไปหาป้านีเพื่อถามหายาแต่ได้รับคำตอบว่าอยู่ที่คุณกวิน หันไปก็พบกับแก้วเล็ก ๆ ที่ถูกวางเยื้อง ๆ กับแก้วนมอยู่ 

“ยังไงคุณก็ต้องแต่งงานกับฉันเพื่อรักษาชื่อเสียง ไม่อย่างนั้นฉันไม่ยอม!!!” ฉันค่อย ๆ เอื้อมมือออกไปช้า ๆ หวังจะหยิบแก้วยานั้น ในหัวไม่ได้สนใจเรื่องที่เขาพูดกันแต่น้อย แต่ยังไม่ทันจะถึงแก้วยามือหนาก็รวบแก้วนั้นไว้ 

“หนูขอยาหน่อยจ้ะ” ฉันเห็นคุณกวินยิ้มแบบชัดเจนมาก นี่เขายิ้มให้กับฉันอย่างนั้นเหรอ หรือว่ายิ้มกับการพูดคุยกับคุณขวัญวิวาห์อยู่ 

“อย่าเล่นกับลูกนาน ขึ้นไปนอนพักจะได้หายไว ๆ เย็นนี้ฉันจะรีบกลับ” พูดจบคุณกวินก็ส่งยาให้กับฉันก่อนที่จะยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ทำไมเขาพูดเหมือนกับสามีที่กำลังบอกภรรยาเลยนะ 

“คุณกวิน!! มันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันพูดกับคุณอยู่นะ” 

“รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญอย่างนั้นใช่ไหม” ฉันฟังประโยคนั้นแล้วรู้สึกเห็นด้วย ใช่...คุณกวินกำลังทำเหมือนไม่ให้ความสำคัญกับเธอ แต่ฉันคิดว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะแววตาของคุณกวินเวลาที่มองเธอมีความลึกซึ้งมาก บางครั้งก็ดูเจ็บปวดด้วย  

“เมื่อก่อนฉันให้ความสำคัญเธอที่สุด แต่เมื่อเธอไม่ต้องการก็ไม่ต้องเรียกร้อง เรื่องแต่งงานก็เลิกคิดไปได้เลย...ฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอแล้ว” 

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ฉันได้ยิน เพราะเดินออกมาได้ซักระยะจึงได้ยินไม่ดังมาก แต่จากน้ำเสียงดุดันและจริงจังมากทีเดียว หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงกรี๊ดของคุณขวัญวิวาห์ที่ดังจนหูแทบแตก. 

ความคิดเห็น