ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 22

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 23:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 22 

 

 

 

 

 

 

" เฮ้ย! เบาหน่อย ไอ้สิงห์ เล่นของแรงตั้งแต่เริ่มเดี๋ยวก็ได้เมาตายห่าหรอก " ธีรเมธออกปากเตือนเพื่อนรักที่พอมาถึงบ้านติณณภพก็เอาแต่กระดกวิสกี้ไม่หยุด 

" ช่างหัวแม่ง เมาแม่งให้ลืมเรื่องเฮงซวยตอนนี้ไปเลย " สิงหากระดกแก้วขึ้นแล้ววิสกี้ก็ไหลลงคอเขาไปอีกครั้ง  

" โทษทีกินกันไปถึงไหนแล้ว " ติณณภพเดินเข้ามาสมทบที่หน้าระเบียงบ้านตัวเอง เขามองขวดวิสกี้ในมือสิงหาก็ร้องโวยแบบเดียวกับธีรเมธ " ไหนบอกกินเรื่อยๆไงวะ ไอ้สิงห์ "  

" เออน่า ตอนนี้ยังไม่เมาหรอก " สิงหาบอกปัดอย่างรำคาญใจ " แล้วนี่เอาลูกขึ้นนอนแล้วเหรอ " เขาถามเพื่อนตัวเองที่กลายเป็นคุณพ่อเต็มตัวไปแล้ว ติณณภพพยักหน้า 

" กูลงมาก่อนน่ะ พะยูนบอกเดี๋ยวดูต่อให้เอง ให้กูลงมากินเหล้าเป็นเพื่อนมึง เดี๋ยวเด็กๆหลับแล้วจะตามลงมา " ติณณภพว่าพลางเปิดขวดเบียร์แล้วกระดกขึ้นดื่มอย่างกระหาย 

" เป็นคุณพ่อเต็มตัวแล้วนะเว้ย ไอ้ติณ " ธีรเมธเอ่ยปากแซว " อิจฉามึงจริง " 

" มึงก็รีบๆซะที จะได้มาเป็นเพื่อนเล่นกับลูกกูไง " ติณณภพว่าพอดีกับที่ชะเอมภรรยาสาวของธีรเมธเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารแกล้มให้พวกหนุ่มๆ พร้อมกับพิมภา 

" งั้นเดี๋ยวแม่ขึ้นไปช่วยพะยูนเอาหลานเข้านอนนะ จะได้ให้พะยูนลงมาคุยด้วย " 

" ขอบคุณครับ แม่ "  

พิมภายิ้มให้ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปไม่นานพะยูนก็ตามลงมาสมทบเพราะความที่ไม่ค่อยได้เจอกันเลยทำให้พวกเขามีเรื่องที่คุยกันเยอะ รวมถึงการแต่งงานแบบสายฟ้าแล่บของสิงหาที่แม้แต่เพื่อนสนิทสองคนยังไม่ได้มาร่วมงาน 

" มึงนี่ใจดำชะมัดเลย " ธีรเมธบ่น " แต่งงานทั้งทีไม่เชิญพวกกูเลยนะ แล้วมึงอ่ะไอ้ติณ ไร่อยู่ติดกันรู้เรื่องหรือเปล่า "  

" รู้หลังจากที่มันแต่งไปแล้วนั่นแหละ " ติณณภพตอบ " และที่รู้ก็เพราะแม่กูกับคุณน้าบุหลันเค้าคุยกันถึงรู้ "  

" เออๆ กูขอโทษ ก็ไม่ได้ตั้งใจปิดแต่กูมีเหตุผลของกู โอเคมั้ย " สิงหาบอกปัดๆเขายกแก้ววิสกี้แก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ขึ้นดื่ม 

" แล้วทำไมไม่พาคุณใบข้าวมาด้วยล่ะคะ จะได้มาสนุกกัน " พะยูนถาม 

" ก็ถ้าดีกันก็คงพามาด้วยแล้วล่ะ " สิงหาตอบ 

" ทะเลาะกันเหรอ " ติณณภพถาม  

" ยอมให้ทะเลาะกันยังจะดีซะกว่า " 

" อย่าทำหน้าเครียดแบบนั้นดิวะ ผัวเมียมึนตึงกันเป็นเรื่องธรรมดานะเว้ย ไอ้สิงห์  " ธีรเมธว่าแต่กลับถูกชะเอมตีแขน 

" เป็นเรื่องธรรมดาที่ไหนคะ พี่ธี " ชะเอมบุ้ยใบ้ไปที่สีหน้าของสิงหา 

" เออ แล้วมึงกับเมียมึงทะเลาะอะไรกันวะ "  

สิงหามองทุกคนรอบวงสนทนา เขาทำท่าจะยกแก้ววิสกี้ในมือขึ้นดื่มแต่สุดท้ายก็วางมันลง 

" คนงานในไร่มาบอกว่ากูทำเค้าท้อง " สิงหาตอบพลางสบถก่นด่าตัวเองออกมา 

" งานเข้าแล้วเพื่อนกู " ธีรเมธอุทาน เขาลูบปากตัวเองพลางมองหน้าติณณภพที่สีหน้าตกใจไม่แพ้กัน 

" เรื่องมันเป็นยังไงวะ -- เล่ามาให้หมดเลยนะ ไอ้สิงห์ " ติณณภพว่า สิงหาเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

หลายเดือนก่อนหน้านี้เขานั่งกินเหล้าอยู่กับตาเฒ่าเหมยในไร่ที่เรือนพักคนงานชาย สิงหาจำได้ว่าเฒ่านั่นเอาเหล้าพื้นบ้านที่ได้มาจากพวกชาวเขาที่ต้มกันเองมาให้กินแล้วก็คุยโวหนักคุยโวหนาว่าให้สรรพคุณยิ่งกว่าม้ากระทืบโรงหรือโด่ไม่รู้ล้มเสียอีก สิงหาเห็นตาเฒ่าขี้โม้คุยฟุ้งเลยลองกินบ้าง  

" แล้วสรรพคุณเจ๋งกว่าจริงป่าววะ สิงห์ " ธีรเมธขัด 

" พี่ธี! " ชะเอมร้องโวยใส่  

" เออ โทษๆ เล่าต่อเลย " 

" ตอนกินแม่งก็เพลินเพราะมันหวานกินได้เรื่อยๆ พอตอนลุกเท่านั้นแหละต้องคลำทางกลับ " สิงหาเล่าจากความทรงจำที่ยังเหลืออยู่ " ลุงเหมยที่กินด้วยกันพาฉันกลับถึงบ้านพักแล้วจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย "  

สิงหายกมือคลึงขมับตัวเอง " ตื่นขึ้นมาอีกทีก็มีมะลิมานอนข้างๆแล้ว "ทั้งพะยูนและชะเอมพร้อมใจกันยกมือปิดปากตัวเอง  

" จำไม่ได้เลยเหรอว่ามึงได้ทำจริงมั้ย " ธีรเมธถามจี้ สิงหาพยายามนึกแต่นึกเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออก  

" มันไม่สำคัญแล้วไอ้ธี ตอนกูตื่นขึ้นมาทุกอย่างมันก็ผ่านไปหมดแล้ว กูบอกไปว่าจะให้กูรับผิดชอบยังไงก็บอกมาแต่ทางนั้นบอกไม่เป็นไร กูเลยขอจบตรงนั้น ตั้งแต่นั้นมากูก็ไม่ได้ไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกเลย "  

" แน่ใจนะ มึง ไม่ใช่แอบแว้บๆไปมาน่ะ " ธีรเมธถาม 

สิงหาส่ายหน้าพลางถอนหายใจออกมา " ไม่อ่ะ ไม่เคย มึงก็รู้ว่ากูแค่ครั้งเดียว และตั้งแต่แต่งงานมาก็ยังไม่เคยทำแบบนั้นกับผู้หญิงคนไหน ใบข้าวกูก็ยังไม่ได้ทำ " ประโยคสุดท้ายของสิงหาทำเอาคนฟังทั้งกลุ่มกลั้นยิ้ม สิงหาเองก็รู้ว่าถ้าพูดออกมาต้องโดนเพื่อนแซวแน่ 

แน่ล่ะ เรื่องแบบนี้มันเสียเชิงชายหมด 

" คุณลุงกับคุณน้าว่ายังไงบ้างคะ คุณสิงห์ " พะยูนถาม 

" ก็ให้ทำอะไรสักอย่าง " สิงหาตอบปัดๆ ท่าทางดูกลัดกลุ้ม " ยังไงฉันก็ยืนยันนะว่าเด็กในท้องนั่นไม่ใช่ลูกฉันแน่ฉันไม่ได้ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกเลย แล้วจะมาบอกว่าเป็นลูกฉันได้ยังไง "  

" งั้นตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอไปเลย จะได้รู้ว่าเด็กในท้องเป็นลูกมึงจริงหรือเปล่า " ธีรเมธสนับสนุน 

" กูตรวจแน่ ใจจริงอยากตรวจตอนที่กำลังท้องนี่อยู่เลยด้วยซ้ำ ไอ้หมอโยบอกเสี่ยงเกินไปอาจทำให้แท้งได้ " สิงหากัดปากแน่นท่าทางไม่สบอารมณ์ " ฉันไม่อยากทำบาปกับเด็กมัน เกิดเป็นอะไรขึ้นมาบาปเปล่าๆ "  

ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับสิงหา " แล้วเมียมึงเค้าว่าไงบ้าง " ติณณภพถาม สิงหาส่ายหน้า 

" ไม่พูดอะไรกับกูเลย ถามคำตอบคำ ห่างเหิน เย็นชา แยกห้องนอนกับกูแล้วด้วย แต่ก็ไม่ต่างกันอยู่ดีก่อนหน้านี้ก็นอนแยกห้องกันอยู่แล้ว " สิงหาแค่นยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม 

" นี่มึงกับเมียมึงแต่งงานกันยังไงวะ ถึงได้นอนแยกห้องกัน แล้วแบบนี้จะเรียกว่าสามีภรรยาได้เหรอ " ธีรเมธถาม 

" ก็เป็นแค่ในนามไง ทะเบียนไม่จด เข้าหอก็ไม่ได้เข้า บ้าบอชะมัด " สิงหา เรืองกิจเกษมที่นั่งทอดอาลัยด้วยความกลัดกลุ้มตอนนี้ถ้าใครมาเห็นคงไม่เชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกับนายสิงห์จอมโหดแห่งไร่เรืองกิจเกษมแน่ " ถ้ายอมกรี๊ดใส่ฉันเหมือนทุกทีที่ทำ ฉันคงดีใจที่อย่างน้อยฉันก็รู้สึกว่ายัยนั่นรู้สึกอะไรกับฉันบ้าง แต่ว่านี่น่ะกลับเงียบใส่จนฉันคิดไปเองว่าเป็นฉันคนเดียวหรือเปล่าวะที่รู้สึกเจ็บคนเดียว " สิงหาพยายามกลืนก้อนแข็งๆที่จุกอยู่ตรงคอลงอย่างยากลำบาก เขาพยายามยกแก้วขึ้นเพื่อจะดื่มแต่ก็ยกไม่ขึ้นสุดท้ายเขาวางมันลง  

" เอาน่า ยังไงถ้าผลตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้วเด็กในท้องผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ลูกมึง เมียมึงก็เข้าใจมึงแล้วก็หายโกรธมึงนั่นแหละ " ติณณภพปลอบ 

" กว่าจะถึงตอนนั้นใบข้าวคงหายไปจากชีวิตกูอีกคน " สิงหาว่าแล้วปล่อยให้วงสนทนาเงียบกันไปครู่หนึ่งแล้วจู่ๆพะยูนก็เอ่ยถามสิงหาด้วยสีหน้าอยากรู้ 

" แล้วเรื่องที่คุณสิงห์มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น มันผ่านมานานหรือยังคะ "  

สิงหาเองไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะถูกถาม เขานิ่งไปก่อนจะตอบ " ก็สักพัก " 

" สักพักไม่ได้สิ คุณสิงห์ " พะยูนทำเสียงดุ คิ้วของเธอขมวดกัน " ต้องเอาให้แน่ๆค่ะว่าตอนที่มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นมันเมื่อไหร่ " 

" อะไรของเมียมึงวะ ไอ้ติณ " สิงหาดูงงงงวย 

" เอมเห็นตามที่พะยูนถามนะคะ พี่สิงห์ " ชะเอมว่า " พี่สิงห์ต้องจำให้ได้ว่ามีอะไรกับผู้หญิงนั่นเมื่อไหร่ แล้วตอนนี้เค้าท้องกี่เดือนแล้วคะ " 

สองสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจตรงกัน ขณะที่หนุ่มๆยังนั่งมองหน้ากันเองไม่เข้าใจความหมายที่พวกเธอพูด 

" มันสำคัญเหรอครับ พะยูน " ติณณภพถาม 

" สำคัญมากเลยค่ะ พี่ติณ " พะยูนจ้องหน้าสิงหาเขม็ง อีกฝ่ายใช้ข้อนิ้วนวดตรงหว่างคิ้วตัวเอง 

" ฉันแต่งงานกับใบข้าวมาเดือนกว่าแล้ว ~ อืม ตั้งแต่ครั้งนั้นจนถึงตอนนี้ก็สักสี่เดือนได้ ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงนั่นอีกเลย" สิงหาตอบ 

" คุณหมอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นท้องกี่เดือนคะ พี่สิงห์ " ชะเอมถาม 

" สองเดือนกว่าๆน่ะ "  

หืม ~ ทั้งพะยูนและชะเอมรับคำในคอพร้อมกัน สีหน้าใช้ความคิดทั้งคู่ 

" เออ สาวๆครับ พอจะมีใครบอกพวกผมได้มั้ยครับว่าคิดอะไรกันอยู่ -- เห็นไล่บี้ถามไอ้สิงห์เมื่อกี้ ตกลงแล้วมันคืออะไรครับ คุณภรรยา " ธีรเมธถามชะเอม 

" คือแบบนี้ค่ะ พี่ธี เอมกับพะยูนกำลังคิดว่าถ้าพี่สิงห์ยืนยันว่าหลังจากที่มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้วผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันอีกก็เป็นไปได้ว่า -- " ชะเอมหันไปมองพะยูน 

      

    

 

 

***** 

 

 

 

" ใบข้าวสบายดีค่ะ คุณพ่อ แล้วคุณพ่อล่ะคะ สบายดีมั้ยคะ " ใบข้าวแอบมาคุยโทรศัพท์อยู่ที่ริมสระบัวท้ายไร่ 

" พ่อสบายดี เมื่อไหร่ข้าวจะกลับบ้านเราซะที " เอนกถามแบบนี้ทุกครั้งทีไ่ด้คุยกับลูกสาว ส่วนคนเป็นลูกก็จะหัวเราะออกมา 

" แหม คุณพ่อคะ ถามแบบนี้ทุกครั้งไม่เบื่อเหรอคะ "  

" ก็จะถามจนกว่าข้าวจะกลับนั่นแหละ นี่พ่อต้องฟังแม่เราบ่นเรื่องเราทุกวันเลยนะ รู้มั้ย " เอนกเอ่ยเชิงล้อเลียน 

" รู้สิคะ คุณพ่อช่วยฟังแทนข้าวไปก่อนนะคะ ตอนนี้ข้าวยังกลับไปไม่ได้จริงๆ " คนเป็นลูกสาวส่งเสียงอ้อน คนเป็นพ่อได้แต่พ่นลมฮึเพราะแพ้ความขี้อ้อนของลูกสาวคนเล็ก 

" สนุกอยู่เหรอ ถึงได้ไม่ยอมกลับบ้าน "  

ใบข้าวเม้มปากบางๆ ก่อนจะตอบ " ก็ไม่เชิงค่ะ บ้างวันก็สนุกบ้างวันก็ไม่สนุกบ้างวันก็ -- " ใบข้าวเงียบ เอนกจับน้ำเสียงลูกสาวได้  

" เข้มแข็งบ้างอ่อนแอบ้างก็ไม่เป็นไรนะ ใบข้าว ไหวก็สู้ต่อไม่ไหวก็กลับบ้านเรานะคะ รู้มั้ย "  

" อือ ค่ะ พ่อ " ใบข้าวยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเอง  

" ไหนเล่าให้พ่อฟังหน่อยสิว่าวันนี้ข้าวปลูกอะไรไปบ้าง " เอนกชวนลูกสาวคุย คนเป็นพ่อไม่ได้ซักไซ้ถามลูกสาวว่าเธออยู่ที่ไหน แต่รู้ว่าลูกสาวตัวเองกำลังทำงานอยู่ในไร่สักแห่ง และทุกครั้งที่ใบข้าวเล่าเรื่องงานของตัวเองให้เขาฟังน้ำเสียงของเธอจะมีความสุข 

" ข้าวมีความสุขกับงานที่ทำมากเลยใช่มั้ย " เอนกถาม 

" คุณพ่อนี่เก่งจังค่ะ -- ข้าวชอบงานที่ตัวเองทำมากเลยค่ะ "  

" แต่แม่เราคงไม่ชอบใจแน่ถ้ารู้ว่าข้าวทำอะไรอยู่ " เอนกว่า " ข้าวรู้ใช่มั้ยว่าแม่เราอนุญาตให้คุณภูผาทำยังไงก็ได้ให้พาข้าวกลับมาน่ะ "  

" ค่ะ ข้าวรู้แล้ว " ใบข้าวถอนหายใจ " ข้าวต้องกลับไปแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นจริงๆเหรอคะ คุณพ่อ "  

" ข้าวไม่อยากแต่งงานข้าวต้องคุยกับแม่เค้านะ " 

คำตอบของเอนก ใบข้าวรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าถ้าเธอไม่อยากแต่งงานก็ต้องคุยกับคนจัดการแต่คนจัดการอย่างคุณหญิงณัชชาเคยฟังเหตุผลเธอที่ไหนกัน ใบข้าวคุยกับเอนกอยู่อีกไม่นานก็ต้องวางสายเพราะคนเป็นพ่อต้องเข้าประชุมแล้ว 

" นี่ไง นี่ไง! ที่วันนั้นลงไปเก็บมา " เสียงน้ำแข็งดังอยู่ไม่ไกล ใบข้าวเดินออกไปดูเห็นเด็กชายที่ทำตัวเป็นหัวโจกของกลุ่มกำลังถูกเพื่อนๆรุมล้อม " สมบัติโจรสลัด "  

" อู้ววววว "  

" ขอดูหน่อย พี่น้ำแข็ง " สองเด็กตัวเล็กสุดกระโดดเหยงๆ น้ำแข็งเลยย่อตัวนั่งลงให้ทุกคนได้ดู ใบข้าวเดินเข้าไปใกล้ยืนมองจากวงนอก 

" เห็นมั้ย อย่างที่ฉันบอกเลยว่ามันมีสมบัติจริงๆ ดีนะเนี่ยที่มันไม่หลุดมือไป " น้ำแข็งยืดอกดูภาคภูมิใจในตัวเองใบข้าวมองนาฬิกาข้อมือในมือของน้ำแข็ง 

" นี่น่ะเหรอสมบัติโจรสลัดที่เธอลงไปเอามาจนเกือบจมน้ำน่ะ น้ำแข็ง " ใบข้าวถาม 

" เฮ้ย! พี่สาว!! " น้ำแข็งร้องลั่น วงแตกกระเจิงทันทีที่เห็นใบข้าว พวกเขาขืนเรียงหน้ากระดานด้วยสีหน้าสลดโดยเฉพาะน้ำแข็ง  

" ขอพี่ดูหน่อยสิ สมบัติโจรสลัดนั่นน่ะ " ใบข้าวยื่นมือออกไป น้ำแข็งลังเลกำนาฬิกาข้อมือไว้ " น้ำแข็ง พี่จะไม่บอกใครนะว่าจริงๆแล้วที่วันนั้นเธอเกือบจมน้ำเพราะลงไปเอาสมบัติโจรสลัดแทนที่จะเป็นดอกบัวให้แม่ " ใบข้าวแกล้งทำหน้าขรึมใส่ เด็กชายถึงยอมส่งนาฬิกาให้ใบข้าว เธอรับนาฬิกาข้อมือสายเหล็กมาดูสภาพของมันอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป มีคราบตะไคร้น้ำเขียวเกาะอยู่ตามสาย และหน้าจอมีรอยขีดข่วนคงเพราะถูกกรวดหรืออะไรกระแทก 

" น้ำแข็งไปเจอสมบัตินี่ได้ยังไง บอกพี่ได้มั้ย "  

" วันก่อนๆ ผมบอกเจ้าพวกนี้ว่าเห็นอะไรไม่รู้แวบๆออกมาที่สระบัว มันเป็นประกายสะท้อนแสงออกมาจากตรงกอบัวตรงนู้น " น้ำแข็งพาใบข้าวไปดูที่สระบัวแล้วชี้ไปตรงกอบัวที่กลางสระ  

" ตรงนั้นน่ะเหรอ "  

" ใช่จ้ะ พี่สาว " 

" น้ำแข็งได้เอานาฬิกานี่ให้ใครดูหรือยัง "  

" จะให้ใครดูได้ไง พี่สาว นี่มันสมบัติโจรสลัดนะ "  

" งั้นจะว่าอะไรพี่สาวมั้ย ถ้าพี่สาวขอยืมสมบัติโจรสลัดนี่ไว้ก่อนน่ะ " ใบข้าวถามพลางยิ้มหวานให้น้ำแข็งที่นิ่งไปก่อนจะพยักหน้า 

" ก็ได้ รีบๆมาคืนนะ แล้วก็อย่าฟ้องนายสิงห์ด้วย เดี๋ยวน้ำแข็งก้นลาย "  

" ตกลง " ใบข้าวยื่นมือส่งให้น้ำแข็งที่รับไปจับไว้ ใบข้าวสำรวจนาฬิกาที่ได้มาอีกครั้งระหว่างที่เดินกลับแปลงอนุบาลเมล่อนเพื่อทำงานต่อ เธอพลิกสำรวจนาฬิกาข้อมือที่ดูแล้วยังไงก็เป็นนาฬิกาสำหรับผู้ชายเพราะด้วยความที่คงอยู่ในสระมานานเลยทำให้ตัวเรือนดูเก่าจนคาดคะเนอายุของมันไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าใครทำตกไว้ อาจจะเป็นของสิงหาก็ได้เอาไว้ไปถามดู -- พอคิดถึงตรงนี้ใบข้าวก็รู้สึกหัวใจห่อเหี่ยวเธอไม่ได้คุยกับสิงหามาหลายวัน เธอนึกว่าการที่เธอหมางเมินใส่สิงหามันจะทำให้เธอไม่รู้สึกอะไรแต่ทว่าหัวใจของเธอกลับทำสิ่งที่ตรงข้ามกับสมองคือโหยหาคนชื่อสิงหาตลอดเวลา 

ตอนนั้นเองที่มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังของเธอกำลังสั่น ใบข้าวหยิบออกมามองชื่อที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอ ความคิดอารมณ์ขุ่นมัวกลายเป็นความตื่นตระหนกเธอมองซ้ายมองขวาไม่มีใครอยู่แถวนั้นเธอถึงกดรับ 

" ใบข้าวพูดค่ะ " ใบข้าวทอดเสียงเย็นชาลงไปตามสาย 

" สวัสดีครับ น้องใบข้าว พี่ภูเองนะครับ "  

" ค่ะ เห็นชื่อที่หน้าจอแล้วน่ะค่ะ " ใบข้าวว่า ภูผาหัวเราะฮึออกมา 

" เห็นแล้วอยากกดรับหรือว่าอยากตัดสายทิ้งล่ะครับ "  

ใบข้าวครางฮึ่มในใจก่อนจะปรับเสียงให้นุ่มขึ้น " เห็นชื่อพี่ภูแล้วก็ต้องอยากกดรับสิคะ " ใบข้าวแอบใจเต้นแรงเธอไม่แน่ใจว่าที่ภูผาโทรศัพท์มาหาเธอเป็นเพราะการเจอโดยบังเอิญวันนั้นหรือเปล่า 

" ดีใจนะครับที่ได้ยินน้องข้าวพูดแบบนี้ " ภูผาว่า " น้องข้าวยุ่งหรือเปล่าครับ สะดวกคุยกับพี่มั้ย "  

" เออ คือ ~ "  

" หลายวันก่อนพี่ภูคิดว่าพี่เจอใบข้าวด้วยนะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพี่ตาฝาดไปหรือเปล่า "  

" ตาฝาดแน่เลยค่ะ " ใบข้าวรีบโพล่งออกมา นั่นไง! โทรมาเรื่องนี้จริงๆด้วย " ข้าวว่าพี่ภูคงตาฝาด ช่วงนี้หรือว่าช่วงไหนๆข้าวก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะ "  

" อ้อ ~~~ ครับ " ภูผาขานรับ " พี่ภูก็ว่าคิดตาฝาดเหมือนกันครับเพราะคนที่พี่เจอเค้าอยู่กับคนที่พี่ไม่คิดว่าจะอยู่ด้วย "  

บ้าจริง อีตานี่ความรู้สึกไวจริง ใบข้าวกัดปากแน่น " ใครเหรอคะ ที่พี่ภูว่า "  

" คุณสิงหา เรืองกิจเกษมน่ะครับ เขาเป็นคนที่พี่อยากทำธุรกิจด้วย -- อ๋อ จริงสิครับ พี่บอกหรือยังครับว่าพี่ขึ้นมาเชียงใหม่ได้อาทิตย์นึงแล้วนะครับ " ภูผาว่า  

" ก็พึ่งบอกตอนนี้นี่แหละค่ะ " ใบข้าวสวนกลับ ภูผาหัวเราะออกมาเบาๆ  

" แต่พี่ยังไม่ได้บอกใช่มั้ยครับว่าคุณหญิงณัชชาให้พี่มาทำอะไรที่นี่ด้วย " ภูผาแกล้งถาม ใบข้าวยืนกำมือแน่นไม่ตอบภูผา  

" พี่ภูอยากทานข้าวเย็นกับน้องใบข้าวได้มั้ยครับ "  

 

      

******** 

จะยังไงดีละทีนี้ นายสิงห์ยังไม่ทันได้จัดการเรื่องมะลิ เรื่องใหม่ก็กำลังจะเข้ามา อยู่ๆก็จะถูกมือดีฉกศรีภรรยาพาไปกินข้าวข้างนอก แล้วงานนี้ใบข้าวจะตกปากรับคำไปกับภูผามั้ยนะ  

ปริศนากอหญ้าหายตัวไป ความจริงที่ใบข้าวรู้แล้วจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนายสิงห์ไปในทิศทางไหน อย่าพลาดกันนะคะ 

 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกข้อความ และทุกการรอคอยของทุกคนมากๆนะคะ 

แล้วเจอกันค่ะ ^^ 

ความคิดเห็น