email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4 นมแท้จากเต้า

ชื่อตอน : บทที่ 4 นมแท้จากเต้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 130

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 19:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 นมแท้จากเต้า
แบบอักษร

เรื่อง : รักร้ายทลายหัวใจ 

ผู้แต่ง : น้ำสุวรรณ  

บทที่ 4 นมแท้จากเต้า  

------กวิน------ 

(“เกลรู้แล้วค่ะพี่กวิน แต่รู้หลังจากที่นุ่มนิ่มเดินทางไปที่กรุงเทพนะคะ ป้านวลเป็นคนบอก ชีวิตของนุ่มนิ่มน่าสงสารมาก พี่กวินดูแลเธอกับลูกด้วยนะคะ และที่สำคัญต้องพัก...”) 

“พี่ยกเลิกงานแต่งกับเนโกะแล้ว” ผมพูดแทรกเสียงของน้องสาวที่กำลังพูดเจื้อยแจ้ว  ตอนนี้กำลังมีความสุขปลูกต้นรักกับคนที่ชอบมานานนม เห็นน้องยิ้มได้ผมเองก็สุขใจ  

(“พี่กวินโอเคไหม เป็นอะไรรึเปล่า”) ผมส่ายหัวเบา ๆ กับคำพูดของน้องสาว เราอายุต่างกันมาก ผมห่างกับน้องสาวถึงสิบสองปี เธอจึงขี้อ้อนมากและเหมือนกับเด็กน้อยที่ผมต้องดูแล  

และเธอก็จะบอกรักผมเสมอเวลาที่คิดว่าผมไม่สบายใจ (“เกลรักพี่กวินนะคะ พี่กวินรู้ใช่ไหม?”) 

“พี่ก็รักเกล แต่พี่โอเคนะ เกลไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้มีความสุขดีใช่ไหม พิมพ์ดูแลเกลดีหรือเปล่า” 

(“ดีมาก!!!!!!!! เกลมีความสุขมากด้วยเช่นกันค่ะ”) จากน้ำเสียงไม่บอกก็รู้ว่าน้องสาวของผมมีความสุขมาก รู้จากคนที่ส่งให้ไปติดตามดูแลบอกว่าเกลวรินมีความสุขจนปิดไม่มิดเรื่องความสัมพันธ์ หวานชื่นจนดินแดนปวดใจไปหมด 

“งั้นเดี๋ยวพี่เลื่อนการถ่ายทำไปเดือนหน้า น้องสาวพี่จะได้มีความสุขกว่านี้ ดีหรือเปล่า” 

(“หูย!! ไม่เอาค่ะ นานไป!!”) 

ผมหัวเราะในลำคอกับคำพูดนั้น เราคุยกันไม่นานมากก็วางสาย ได้ยินเสียงเหมือนพิมพ์พาจะพาน้องสาวของผมไปทานข้าวหรืออะไรสักอย่าง ในตอนแรกผมคิดเป็นห่วงว่าพิมพ์พาจะแยกเรื่องของขวัญวิวาห์กับเกลวรินไม่ได้   แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอย่างที่คิดเอาไว้ 

ออกจากห้องทำงานเป็นเวลาที่ขวัญวิวาห์กลับมาจากออกไปกับแม่ และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่แม่บ้านเอาเสื้อผ้าบางส่วนของนุ่มนิ่มเข้าไปในห้องนอนของผม เย็นของวันพบว่าเธอมีไข้ หากนอนกับน้ำหวานก็คงจะป่วยไปทั้งคู่ ผมจึงได้ให้แม่บ้านย้ายของของเธอมานอนพักที่ห้องของผม 

“นุ่มนิ่มเข้าไปพักในห้องรึยังครับ” ผมหันไปถามป้านีที่เดินตามเด็กยกของ ทำทีเป็นไม่สนใจขวัญวิวาห์ที่กลับเข้ามาในบ้าน แท้จริงก้นบึ้งของความรู้สึกผมสนใจเธอเสมอ 

“ไม่ยอมมานอนค่ะ นี่ก็ให้พี่เลี้ยงเอาน้ำหวานออกห่าง ขู่ว่าจะพาไปหาหมอก็ยังไม่ยอมนะคะ” 

“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ ป้านีช่วยเตรียมข้าวต้มร้อน ๆ ให้หน่อย คนป่วยจะได้อาการดีขึ้น” ผมพูดพลางขยับเท้าหมายจะเดินไปห้องถัดไป สวนผ่านกับร่างกายของขวัญวิวาห์ที่หยุดนิ่งที่บันได 

“ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อย” เสียงเอ่ยพูดของขวัญวิวาห์ทำให้ผมหยุดนิ่งกับที่ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ  

“ฉันให้คนเตรียมห้องใหม่ให้กับเธอแล้ว และหลังจากฉันเสร็จธุระจากนุ่มนิ่มจะให้คนไปตามเธอ” พูดจบผมก็เข้าไปยังห้องซึ่งเป็นเป้าหมายแต่แรก ในใจเจ็บแปลบที่ต้องเย็นชาใส่คนที่อยากจะกอดเอาไว้ข้างกาย แต่เมื่อเธอไม่รักพยายามไปก็เท่านั้น 

เข้ามาในห้องเงียบ ๆ มองเห็นว่าคนที่ยังเจ็บหลังกำลังพยายามปูที่นอนลงบนพื้นข้างเตียง ขยับตัวอย่างเชื่องช้าและใช้มือลูบมาที่ด้านหลังเป็นครั้งคราว ไม่รู้ว่าอาการไข้ขึ้นเป็นเพราะผมที่ทำให้เธอตัวเกร็งเป็นหินหรือเปล่า 

“ทำไมไม่ไปนอนที่ห้องฉัน ไหนเธอบอกว่าจะยอมฉันทุกอย่าง” 

“ขะ...คุณกวิน” สองเท้าขยับเดินเข้าไปหาคนที่ยืนแข็ง จากนั้นก็เชยคางให้เงยหน้า ทำไมชอบก้มหน้าก้มตานักก็ไม่รู้ 

“ฉันถามว่าทำไมไม่ไปนอนที่ห้องของฉัน” 

“ก็....ห้องนั้นควรเป็นห้องที่คุณขวัญวิวาห์นอนนี่จ๊ะ เดี๋ยวหนูจะนอนข้างเตียง น้ำหวานไม่ติดไข้แน่นอนจ้ะ” 

“ฉันสั่ง” ผมพูดเสียงราบเรียบ สายตามองต่ำไปยังคอเสื้อกว้างมีคราบน้ำนมไหลออกมา ทำไมผมถึงสนใจไอ้สองเต้านี่นักนะ คิดแล้วก็ทำให้ผมกลืนน้ำลายเหมือนว่าตัวเองกำลังดูดน้ำนมเข้าไปในปาก 

“ก็ได้จ้ะ....” คนตัวเล็กตอบเสียงอ่อนและเดินผ่านผมไปพร้อมกับหมอนในมือ แต่ก้าวไปได้หนึ่งก้าวก็ต้องหยุดนิ่งเพราะผมจับมือรั้งเอาไว้ “มีอะไรอีกจ๊ะ...” 

“ที่ห้องของฉันมีหมอน ของทุกอย่างในห้องของฉันจะถูกเปลี่ยนใหม่ทุกวัน เธอไม่ต้องเป็นห่วงว่ามันจะไม่สะอาด” 

“หนูเปล่าคิดว่ามันไม่สะอาดนะจ๊ะ หนูแค่กลัวว่าหนูจะทำให้ห้องของคุณไม่สะอาด หนูเลยจะเอาหมอนที่หนูใช้แล้วไปหนุนโอ๊ะ..” คนที่อธิบายเอี้ยวตัวกอดหมอนมากไปหน่อยจนเธอเจ็บหลัง ตอนนี้ธนากำลังไปรับหมออีกไม่เกินสามสิบนาทีก็น่าจะมาถึง 

“เอาหมอนวางไว้แล้วไปนอนที่ห้องของฉัน อย่าขยับตัวเยอะ แผลมันจะไม่หาย” 

“จ้ะ...” คนตัวเล็กตอบเสียงอ่อนอีกรอบก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง มองแล้วก็ทำให้ผมยิ้มออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ผิวพรรณเนียนเกลี้ยงทั้งที่ทำงานมาตั้งแต่เด็ก มีความอ่อนน้อมและน่ารักในตัวเอง 

นุ่มนิ่มเข้าไปในห้องนอนของผมตามที่สั่งทุกอย่าง ผมไม่ได้ตามเข้าไปเพราะคิดว่าจะไปหาน้ำหวานก่อน รู้สึกว่าถ้าไม่ได้เล่นกับน้ำหวานแล้วผมจะเหนื่อย ไม่มีแรงที่จะคิดหาหนทางกับชีวิต 

นั่งเล่นกับน้ำหวานที่ห้องนั่งเล่นได้ไม่นานคุณหมอก็มาตรวจอาการของนุ่มนิ่ม ใช้เวลานานก่อนที่จะกลับออกไป มีคำบอกเล่าจากธนาว่าเข้าไปในห้องเห็นนุ่มนิ่มนอนที่โซฟา ไม่ยอมนอนบนเตียง ฟังแล้วก็ทำให้ผมส่ายหัวออกมากับความเดียงสาและเกรงใจนั้น 

“นุ่มนิ่มหลับไปแล้วค่ะคุณกวิน ไม่ได้กินข้าว เห็นว่าถูกฉีดยาไปนะคะ” ป้านีรายงานพร้อมกับเด็กที่ยกถาดอาหารเดินตามลงมา ได้ฟังดังนั้นผมก็พยักหน้าก่อนจะส่งตัวน้ำหวานที่อุ้มอยู่ให้กับพี่เลี้ยง 

สองเท้าก้าวเดินไปยังชั้นสองเพื่อตรงไปยังห้องของตัวเอง ผมลืมไปแล้วว่าขวัญวิวาห์อยากจะคุยด้วย คิดได้ก็ตอนที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง 

แต่คิดแล้วจนแน่ใจผมก็เลือกที่จะเข้าห้องตัวเองไปก่อน คงต้องพาเด็กดื้อที่ไม่ยอมนอนบนเตียงให้ได้นอนหลับอย่างสบายเสียก่อน เข้าไปในห้องก็เป็นอย่างที่ธนาว่า คนตัวเล็กนอนขดอยู่บนโซฟา หากห้องนี้ไม่มีโซฟาเธอก็คงจะนอนกับพื้นแน่ ๆ  

ผมโอบอุ้มคนที่นอนหลับเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนจากนั้นก็สาวเท้าไปยังเตียงกว้างขนาดคิงไซซ์ วางเธออย่างเบามือที่สุดไม่อยากให้กระทบกับแผลด้านหลัง 

แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะผละตัวออกจากร่างบางที่หลับใหล เธอก็พลิกตัวเบียดสองเต้าอวบลงกับแขนของผม มันนุ่มนิ่มและทำให้ผมสั่นสะท้านขึ้นมาทันที 

“อื้ม....อือ..” เพียงมือของผมสัมผัสโอบอุ้มเต้าอวบก็มีเสียงครางในลำคอ ดวงตาหลับพริ้มและเธอดูมีความสุข ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผมถึงรู้สึกอยากดูดดื่มน้ำนมจากอกเธอนัก ยิ่งมือสัมผัสและรับรู้ถึงความสดชื่นนิด ๆ ที่ยอดอกยิ่งทำให้กระสันต้องการเป็นทวี 

เสื้อตัวใหญ่ถูกผมปลดกระดุมออกสามเม็ดตามที่ใจปรารถนา ไอร้อนจากคนที่มีไข้สัมผัสได้ดีเมื่อผมเบียดชิด ผมทิ้งตัวนอนลงบนเตียงราวกับถูกดูดดึงเข้าหาร่างอวบนั้น ปลายลิ้นสัมผัสดูดเม้มไปกับยอดอกที่มีน้ำนมออกมา ตอนนี้ผมกลายเป็นเด็กที่อยากดูดนมจากอกไปเสียแล้ว โดยปกติก็ไม่ชอบกินนมแต่ทำไมถึงได้อยากกินจากเต้าของเธอนัก 

“อร๊าส์.. อื้ม...” คนที่มีพิษไข้เหมือนจะไม่รู้ตัว เธอใช้สองวงแขนโอบรอบตัวของผม บดเบียดสองเต้าอวบเข้าหาตามสัญชาตญาณ มันยิ่งกระตุ้นให้ผมโอบอมปลายยอดปทุมถันไม่ให้ห่างริมฝีปาก 

แก๊ก! 

“ว้าย!!” หูของผมได้ยินเสียงของใครบางคนที่เปิดประตูเข้ามา แต่ผมหันหลังให้กับประตูจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนที่กล้าถือวิสาสะเข้ามาก็น่าจะเป็นขวัญวิวาห์ไม่ผิดแน่ 

ผมไม่ได้หยุดการกระทำแม้ว่าจะมีใครอีกคนเข้ามา มากไปกว่านั้นยังเลื่อนตัวขึ้นสูงจูบริมฝีปากเล็กที่อุ่นร้อน โพรงปากของเธอร้อนระอุและตอบสนองความต้องการของผมดีมาก เธอกำลังหลับแต่มีสัมผัสตอบสนองที่ดี 

“ฉันมาเอาของ ขอโทษด้วย...” เป็นขวัญวิวาห์จริง ๆ ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของเธอย่ำตึง ๆ มาหยิบอะไรบางอย่างที่หัวเตียง จากนั้นก็รีบออกไปจากห้องทันที 

ผมหยุดริมฝีปากที่กำลังจูบนุ่มนิ่มอย่างดูดดื่มเมื่อขวัญวิวาห์ออกไปแล้ว หัวใจรู้สึกเจ็บปวดและปวดตึงไปหมด แต่การหยุดของผมเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจ เพราะคนตัวเล็กพยายามเบียดร่างกายเข้าหาจนต้องตรึงจูบเธออีกครั้ง 

แม้จะเป็นรสจูบที่คนนอนหลับไม่รู้สึกตัว แต่ก็เป็นรสชาติที่หวานล้ำอย่างบอกไม่ถูก ทั้งรสจูบและรสของน้ำนมที่ผมดูดกินจากทั้งสองเต้า ในท้องเต็มไปด้วยความอุ่นร้อนที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม วันนี้ผมกินนมเข้าไปเยอะมาก เป็นนมแท้จากเต้าที่ไม่ผสมน้ำตาลเลย 

ความคิดเห็น