email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่22 : ตกหลุมพราง

ชื่อตอน : ตอนที่22 : ตกหลุมพราง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 16:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่22 : ตกหลุมพราง
แบบอักษร

ตอนที่22 : ตกหลุมพราง

 

 

เช้าวันใหม่

 

"หยาง วันนี้เฮียให้อี้จางไปส่งนะ แกไม่ได้ออกไปไหนใช่มั้ย" เอ่ยถามน้องชายที่นั่งกินข้าวอยู่กับเวลอย่างกระหนุงกระหนิง

"ครับ แล้ววันนี้พี่ธันไม่ได้มารับเหรอเฮีย" มาเฟียหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย เพราะปกติพี่ชายจะรอให้ธันวามารับทุกเช้า แต่วันนี้แปลกที่พี่ชายคิดจะไปเอง

"ไม่อ่ะ เฮียไปนะ มีประชุมแต่เช้าอ่ะ...ปะจาง เดี๋ยวรถติด" หันไปตอบเฟยหยางแบบส่งๆ ก่อนจะเดินนำอี้จางไปที่รถ ทำให้คู่รักที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ถึงกับมองหน้ากันด้วยความสงสัย

 

"มึงว่ามันแปลกๆปะ" เวลเอ่ยถามคนรัก

"แปลก อาการแบบนี้ทะเลาะกันชัวร์" มาเฟียหนุ่มตอบกลับ พร้อมกับมองตามหลังพี่ชายไป และเพียงครู่เดียวเสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นบ่งบอกให้รู้ว่าอี้จางได้ขับรถออกไปแล้ว

"กูว่าพี่ธันต้องทำอะไรให้พี่หมอโกรธแน่ๆเลย" เวลแสดงความคิดเห็น เพราะอาการแบบนี้มันเหมือนอาการตอนที่เขาทะเลาะกับเฟยหยางเปี้ยบเลย

"โทรไปถามพี่ธันดีมั้ย จะได้รู้ไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้น" มาเฟียหนุ่มออกความเห็น พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะกดโทรหาธันวา

"ไม่ต้องอ่ะ มาโน้นละ" เวลบอกพลางยู่ปากไปที่ประตู เผยให้เห็นร่างสูงของธันวาที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาพอดี

 

"ไป๋ล่ะ ไป๋ยังไม่ตื่นเหรอ?" เอ่ยถามพร้อมกับชะเง้อหาหมอหนุ่ม

"ไปแล้ว เพิ่งออกไปก่อนหน้าพี่เมื่อกี้เนี่ย" มาเฟียหนุ่มตอบ ทำให้ธันวาถึงกับยีชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิด เขารีบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแล้วโทรหาคนหน้าหวานทันที

 

"นี่พี่ทำอะไรให้พี่หมอโกรธรึเปล่าเนี่ย" เวลเอ่ยถามเสียงแข็งพร้อมกับจ้องพี่ชายอย่างเอาเรื่อง

"เออ! ความผิดกูเองอ่ะ ทำไงดีวะ มันไม่ยอมรับสายกูตั้งแต่เมื่อคืนแล้วอ่ะ" ชายหนุ่มบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมกับกดโทรหาอีกฝ่ายย้ำๆ แต่ก็เหมือนจะเปล่าประโยชน์ เพราะปลายสายไม่คิดที่จะรับสายเขาเลย

"แล้วพี่ไปทำอะไรให้เฮียโกรธล่ะ" มาเฟียหนุ่มถามต่อ พร้อมกับตักกับข้าวบนโต้ะกินไปด้วย

"เรื่องมันยาวอ่ะ ไว้กูค่อยเล่าให้ฟังทีหลังนะ" ชายหนุ่มบอกปัดแล้วรีบวิ่งกลับไปที่รถ จากนั้นก็ขับรถออกไปจากคฤหาสน์หลังใหญ่ทันที ปล่อยให้คู่รักนั่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

"อะไรกันวะเนี่ย?" เวลสบถออกมาเบาๆ

"ช่างเขาเถอะ คงงอนกันตามประสาคนจีบกันแหละ เรามากินข้าวต่อดีกว่าน้อ" มาเฟียหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะตักกับข้าวที่เป็นของโปรดให้เมียที่รัก

"อืมๆ ถ้าไม่ดีขึ้นเราค่อยหาทางช่วยทีหลังละกัน" เวลพยักหน้ารับยิ้มๆ แล้วเริ่มลงมือทานอาหารต่อ บรรยากาศบนโต๊ะตลบอบอวลไปด้วยความรัก ทั้งคู่ดูมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน และที่ยิ่งกว่านั้นคืออีกไม่นานทั้งคู่ก็จะได้แต่งงานกันแล้ว นี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเข้าใจปัญหาของคู่พี่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ เพราะเมื่อก่อนพวกเขาทั้งสองก็มีปัญหาแบบนี้เหมือนกัน หรือเผลอคู่เขาอาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ เรียกได้ว่ากว่าจะได้รักกันก็ฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายเหมือนกัน

 

 

 

โรงพยาบาล

"หึ กูจะสั่งสอนมึงให้เข็ด โทษฐานที่มึงมาทำตัวไร้เหตุผลใส่กู" เสียงหวานบ่นพึมพำกับจอโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าเบาๆ ก่อนจะยู่ปากใส่มันไปทีหนึ่งแล้ววางลงบนโต๊ะข้างกองเอกสาร

ความจริงเขาก็ไม่ได้โกรธอะไรธันวามากมายขนาดหรอก แต่แค่อยากสั่งสอนคนขี้เอาแต่ใจเท่านั้น จะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาโดนขัดใจมันรู้สึกยังไง จะได้ไม่ต้องมาทำนิสัยแย่ๆใส่เขาแบบนั้นอีก

 

 

ติ้ง ติ้ง ติ้ง...

 

แต่แล้วเสียงข้อความแชทก็ดังขึ้นมารัวๆ ทำให้หมอหนุ่มต้องหันไปสนใจโทรศัพท์เครื่องหรูอีกครั้ง

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ไป๋

ไป๋ครับ

กูขอโทษ

กูผิดไปแล้ว

รับสายกูหน่อยนะ

นะครับ :(

 

 

และเมื่อได้เปิดอ่าน ใบหน้าหวานก็คลี่ยิ้มออกมาบางๆ แต่แปปเดียวก็กลับไปตีหน้านิ่งเหมือนเดิม มือสวยกดพิมพ์อะไรบางอย่างลงไป แล้วกดส่งไปให้ธันวา

 

Paixian

รู้ว่าผิดก็ดี

ไปทำงานได้แล้ว

ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ไม่เอา

จะคุยตอนนี้

 

และเพียงไม่กี่วิอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา หมอหนุ่มถึงกับส่ายหน้าเมื่ออ่านข้อความเอาแต่ใจของคนหล่อ นิสัยไม่เคยเปลี่ยนจริงๆ

 

Paixian

อย่าดื้อ

กูต้องเคลียร์งาน

โอเค๊!

 

ธันวา อภิพงษ์สกุล

ก็ได้ครับ

เมีย :)

 

แล้วใบหน้าหวานก็เผลอหลุดยิ้มออกมาจนได้ ผู้ชายคนนี้สามารถทำให้อารมณ์เขาแปรปรวนได้ตลอดจริงๆ หมอหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาแค่วางโทรศัพท์เครื่องหรูไว้ที่เดิมแล้วเริ่มเคลียร์เอกสารที่กองเต็มโต๊ะแค่นั้น

 

 

ส่วนฝั่งของธันวา เมื่อเมียออกคำสั่งเด็ดขาดมาแบบนี้ เขาก็ต้องจำใจเลี้ยวรถที่กำลังมุ่งไปทางโรงพยาบาลไปที่บริษัทแทน ใบหน้าหล่อดูคลายกังวลเล็กน้อย ที่อย่างน้อยคนหน้าหวานก็ไม่ได้โกรธถึงกับไม่ยอมคุยกับเขาเลย

 

 

19:30 น.

 

"อื้อ...เสร็จสักทีโว้ย" ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจไปมาด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นอีกวันที่เขาเหนื่อยมากจริงๆ ดูได้จากกองเอกสารมากมายที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ และบัญชีของโรงพยาบาลที่เขาเพิ่งตรวจสอบไป

เนื่องจากบริษัทของเฟยหยางเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการยักยอกเงิน เขาจึงต้องรอบคอบและตรวจสอบบัญชีให้ละเอียดที่สุด เพราะเขาเชื่อว่าทุกสาขาอาชีพเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้เสมอ ฉะนั้นเขาเลบถือคติที่ว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาบริษัทขะได้รับผลกระทบมากที่สุด

 

 

ในขณะที่หมอหนุ่มกำลังจะพักสายตาอยู่นั้น อยู่ๆพยาบาลสาวก็มาเคาะประตูห้อง

"คุณหมอคะ มีคนมาขอพบค่ะ"

"ใครครับ" ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินไปเปิดประตูห้อง

"ผมเองครับ" แต่กลับเป็นชายหนุ่มข้างหลังที่เป็นคนตอบแทน พยาบาลสาวจึงขอตัวแล้วปล่อยให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพัง

"คะ...คุณคิมหันต์" ใบหน้าหวานดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นคิมหันต์ เพราะตอนแรกเขานึกดีใจคิดว่าจะเป็นธันวาซะอีก

"ครับผมเอง" ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้ม

"เอ่อ...เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิครับ" พูดเชิญเป็นมารยาทแล้วเดินนำอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง แล้วทั้งคู่ก็นั่งลงตรงโซฟาที่ถูกตกแต่งไว้ในห้อง

 

"คือ...คือผมอยากมาขอโทษเรื่องเมื่อวานน่ะครับ คุณกับธันไม่ได้ทะเลาะกันเพราะผมใช่มั้ย" ชายหนุ่มพูดเปิดประเด็นเสียงเศร้า พร้อมกับจ้องมองใบหน้าหวานเหมือนกำลังรู้สึกผิด

"...ออ เรื่องนั้นไม่ใช่ความผิดคุณหรอกครับ ไอ้ธันมันเป็นคนใจร้อนแบบนี้อยู่แล้ว คุณอย่าไปคิดมากเลย" หมอหนุ่มตอบไปตามความรู้สึกจริง เขาไม่ได้ติดใจอะไรคิมหันต์อยู่แล้ว แค่กังวลเล็กน้อยที่อีกฝ่ายมาหาเขาที่นี่ เพราะถ้าธันวามาเห็นว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันต้องเป็นเรื่องอีกแน่ๆ

 

"ครับ ไอ้ธันมันใจร้อนไม่เคยเปลี่ยนเลย เมื่อก่อนเป็นยังไงตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างงั้น" ชายหนุ่มตอบเหมือนรู้จักธันวาดี ทำให้หมอหนุ่มยิ่งสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งคู่

"ยังไงครับ พวกคุณรู้จักกันได้ยังไง แล้วทำไม...ทำไมไอ้ธันถึง..."

 

"ถึงเกลียดผมขนาดนี้ใช่มั้ยครับ" คิมหันต์พูดต่อประโยคที่หมอหนุ่มไม่กล้าพูด หมอหนุ่มจึงพยักหน้าให้

"ครับ"

"ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันเกลียดผมเพราะอะไร ผมกับมันรู้จักกันตั้งแต่มัธยมแล้ว มันคงมันไม่ชอบขี้หน้าผมมั้งครับ ถึงหาเรื่องทุกครั้งที่เจอกัน " ปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้หมอหนุ่มฟัง ทำให้ใบหน้าหวานครุ่นคิดกับสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า บวกกับคำพูดของธันวาที่ผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หมอหนุ่มยิ่งอยากรู้เรื่องความขัดแย้งของทั้งคู่มากกว่าเดิม เพราะคำพูดของทั้งคู่ดูจะขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงเลย

 

"พวกคุณไม่เคยมีปัญหากันจริงๆเหรอครับ" ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เพราะยังไงเขาก็เชื่อว่าธันวาไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นอยู่ดี เพราะจากที่รู้จักกันมา ถึงอีกฝ่ายจะอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจมากแค่ไหน แต่ก็คงไม่เกลียดใครโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้ เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ๆ แล้วเขาก็ต้องรู้ให้ได้ด้วยว่ามันคืออะไร

 

"ไม่มีครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาเกลียดผมเพราะอะไร" ชายหนุ่มบอกเสียงเศร้า เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากคนตรงหน้า

"อือ...ผมว่ามันไม่ใช่คนไร้เหตุผลขนาดนั้นนะครับ คุณคิมลองคิดทบทวนดีดูๆสิครับ ว่าตอนนั้นพวกคุณเคยผิดใจกันเรื่องอะไรรึเปล่า" หมอหนุ่มยังไม่ละความพยายาม เขาเค้นถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง จนคิมหันต์นึกแผนอะไรบางอย่างออก

 

 

"อ้อ ผมรู้แล้ว ต้องเป็นเรื่องนั้นแน่เลย" ชายหนุ่มทำทีเป็นคิดออก ทำให้หมอหนุ่มรีบถามต่อเพราะความอยากรู้ทันที

"เรื่องอะไรครับ!"

"คือ...เรื่องมันยาวอ่ะครับ ผมว่าเราไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่ามั้ย" ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ ทำให้หมอไป๋ถึงกับคิดหนัก เพราะใจหนึ่งก็อยากรู้ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวธันวารู้ว่าเขายุ่งกับคิมหันต์ เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้มีหวังได้ระเบิดลงอีกรอบแน่ๆ

 

"เอ่อ...ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ ไว้ผมมาเล่าให้ฟังวันหลังก็ได้" ชายหนุ่มพูดขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าลังเล

"ไปก็ได้ครับ ว่าแต่จะไปที่ไหนครับ" แต่หมอหนุ่มกลับตอบตกลงซะงั้น เพราะเขาอยากรู้เรื่องขัดแย้งของทั้งคู่จนทนรอไม่ไหวแล้ว ถ้าเขารู้เขาจะได้ช่วยแก้ปัญหาได้ถูก และเท่าที่ดูคิมหันต์ก็ดูเป็นคนดีคนหนึ่งเลยเหมือนกัน จึงไม่ได้เอะใจอะไรที่อีกฝ่ายชวนไปผับเลย

"ผับใกล้ๆนี่ก็ได้ครับ คุณไป๋จะได้กลับบ้านสะดวก แล้วผมก็นัดเพื่อนไว้ที่นั้นด้วย" ชายหนุ่มตอบยิ้มๆก่อนลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำหมอไป๋ออกไป ใบหน้าหล่อยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจที่เหยื่อติดกับง่ายขนาดนี้

 

"ขอโทษนะธัน แต่กูอยากรู้จริงๆอ่ะ มึงคงไม่โกรธกูนะ" พูดกับรูปธันวาที่แอบถ่ายเก็บไว้ในโทรศัพท์ ก่อนจะทักบอกอีกฝ่ายว่าไปทำธุระ แล้วก็โทรไปบอกอี้จางด้วยว่าไม่ต้องมารับ เพราะเสร็จธุระแล้วเขาจะนั่งแท็กซี่กลับไปเอง จากนั้นก็นั่งรถไปกับคิมหันต์เพราะอีกฝ่ายอาสาจนเขาต้องยอมไปด้วย

 

 

 

Infinity Club

 

"คุณไป๋อยากดื่มอะไรสั่งเลยนะครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง" คิมหันต์พาหมอไป๋มานั่งโซนหน้าบาร์ เพราะโซนนี้ดูจะทำให้อีกฝ่ายไว้วางใจมากที่สุดเพราะมีคนเดินผ่านไปมาตลอดเวลา และสะดวกที่สุดในการจ้างบาร์เทนเดอร์ให้วางยาอีกฝ่ายด้วย

"เอาอะไรก็ได้ครับ ผมดื่มได้หมด" หมอไป๋ตอบแบบส่งๆ เพราะเขาไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากดื่มเหล้า แต่เขามาเพราะอยากรู้เรื่องของธันวาเท่านั้น

"ครับ งั้นเอาบลูมาการิตาสองที่ครับ" คิมหันต์หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ พร้อมกับยักคิ้วส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการทำอะไร บาร์เทนเดอร์หนุ่มก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลงมือชงเครื่องดื่มให้ทันที

 

"เล่าให้ผมฟังได้รึยังครับ ว่าสรุปมันเรื่องอะไรกันแน่" หมอหนุ่มเอ่ยถามทันทีที่สบตากัน เขาอยากรีบคุยแล้วรีบกลับไปให้เร็วที่สุด เพราะไม่งั้นต้องโดนธันวาสงสัยแน่ เพราะตอนนี้อีกฝ่ายก็โทรมาหาเขาหลายสายแล้ว

"ครับ คือตอนนั้นเราอยู่ห้องเดียวกันครับ ผมเพิ่งย้ายเข้ามาตอนมอห้า เพราะแม่ผมเสียผมเลยต้องย้ายมาอยู่กับญาติ ตอนแรกมันกับผมก็ไม่ได้อะไรกันหรอก ผมแทบไม่อยู่ในสายตามันด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นคนรวย ส่วนผมมันคนจน" ชายหนุ่มเล่าออกมาเป็นฉากๆ แต่มีเนื้อหาส่วนเดียวเท่านั้นที่เป็นความจริง คือเรื่องที่เขาย้ายเข้ามาเพราะแม่เสียตอนมอห้า ส่วนเรื่องอื่นคือเขาโกหกทั้งหมด เพราะธันวาไม่ใช่คนที่คบใครเพราะเงิน แต่เพราะเขาต่างหากที่ไม่สุงสิงกับใครจึงไม่มีเพื่อนคบ

 

"..." หมอหนุ่มเงียบและตั้งใจฟัง เขาคิดตามสิ่งที่คิมหันต์เล่า แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด เพราะยังไงวันนี้เขาก็จะกลับไปถามธันวาอยู่ดี เพราะเรื่องแบบนี้มันต้องฟังความทั้งสองข้าง จึงจะถือได้ว่ายุติธรรมที่สุด

 

"แล้วพอเทอมสองมันชอบผู้หญิงคนหนึ่งครับ เธอชื่อมายด์...เป็นดาวโรงเรียน ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก จนใครๆก็ต่างอิจฉา แต่มายด์ดันมาสนิทกับผม คือเราสองคนเป็นเพื่อนกันน่ะครับ เพราะบ้านของเราอยู่ใกล้กัน มันเลยทำให้ไอ้ธันเข้าใจผิด คิดว่าผมชอบมาย เพราะแบบนี้มั้งครับมันถึงเกลี้ยดขี้หน้าผมขนาดนี้" เล่าเรื่องโกหกออกมาเป็นเรื่องราว พร้อมกับพยายามตีหน้าเศร้าเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกเห็นใจ

 

"แล้วทำไมคุณไม่อธิบายให้มันฟังล่ะครับ" หมอหนุ่มถามต่อ เพราะจากที่ฟังเรื่องมันไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย

"ผมย้ายออกก่อนน่ะครับ เลยไม่มีโอกาสอธิบายให้มันฟัง" ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

"เพราะแบบนี้นี่เอง" ใบหน้าหวานเลยพยักหน้ารับรู้ พลางนึกถึงความเป็นไปได้ของเรื่องราวทั้งหมด

 

'แต่มันเป็นเพราะเรื่องแค่นี้จริงเหรอวะ' หมอหนุ่มครุ่นคิดในใจ พลางมองคิมหันต์อย่างพิจารณา แต่แล้วบาร์เทนเดอร์ก็เอาเคื่องดื่มมาเสิร์ฟ ทำให้ทั้งคู่หันไปสนใจเครื่องดื่มที่อยู่ตรงหน้าแทน

 

"นี่ครับ บลูมาการิตาสองที่" มันบอกพร้อมกับยักคิ้วส่งสัญญาณให้คิมหันต์รู้ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าให้มันเป็นเชิงรู้กัน จากนั้นบาร์เท็นเดอร์หนุ่มจึงหันกลับไปชงเหล้าให้ลูกค้าคนอื่นต่อ คิมหันต์จึงพูดเปลี่ยนเรื่องให้หมอหนุ่มหันมาสนใจเครื่องดื่มตรงหน้าแทน

"พูดเรื่องเครียดมาเยอะแล้ว เรามาดื่มกันหน่อยดีกว่าครับ ชน!" คิมหันต์บอกพลางยกเหล้าขึ้นเพื่อชนแก้วกับหมอหนุ่ม

"ครับ ขอบคุณมากนะครับที่ยอมเล่าให้ผมฟัง" หมอหนุ่มบอกยิ้มๆก่อนจะยกแก้วไปชนกับอีกฝ่าย

"ครับ ไม่มีปัญหา" ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มทีเดียวหมดแก้ว แต่มุมปากหยักยกขึ้นโดยไม่ให้หมอหนุ่มเห็น พลางใช้สายตามองใบหน้าหวานกำลังยกเหล้าขึ้นดื่มไม่วางตา

 

"เอาอีกมั้ยครับ" เอ่ยถามเมื่อหมอหนุ่มดื่มจนหมดแก้ว

"พอแล้วดีกว่าครับ ผมคงต้องกลับบ้านแล้ว"ปฏิเสธพร้อมกับทำท่าจะลุก

"แต่เพื่อนผมยังไม่มาเลย คุณช่วยนั่งเป็นเพื่อนผมอีกสักแปปได้มั้ยครับ ผมไม่อยากนั่งคนเดียว" ชายหนุ่มเอ่ยขอ พร้อมกับจ้องมองใบหน้าหวานอย่างขอร้อง

"...ก็ได้ครับ แต่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงนะครับ" หมอหนุ่มตอบรับอย่างจำใจ ทำให้คิมหันต์ถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่ต้องรอให้ถึงครึ่งชั่วโมงหรอดเพราะอีกแค่สิบนาทียาก็ออกฤทธิ์แล้ว

 

"ครับ แค่นี้ก็ขอบคุณมากแล้วครับ" คิมหันต์บอกอย่างสุภาพก่อนจะสั่งเครื่องดื่มแบบเดิมมาอีกชุด แล้วทั้งคู่ก็นั่งดื่มกันต่อ โดยพูดคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

 

 

 

15 นาทีผ่านไป

"อือ...ทำไมร้อนจังวะ" หมอหนุ่มพูดสบถกับตัวเองเบาๆพลางใช้มือปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ด อยู่ๆเขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ผับแห่งนี้เปิดแอร์เย็นฉ่ำตลอดแท้ๆ

 

"คุณไป๋เป็นอะไรรึเปล่าครับ ทำไมดูไม่ค่อยดีเลย" คิมหันต์ที่นั่งอยู่ข้างๆเริ่มรู้สึกถึงอาการผิดปกติของอีกฝ่าย ใบหน้าหล่อยิ้มร้ายเมื่อเห็นว่ายาเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

"ไม่รู้เหมือนกันครับ อยู่ๆผมก็รู้สึกร้อนขึ้นมา" หันไปตอบคิมหันต์ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ พร้อมกับใช้มือสวยเช็ดเหงื่อที่เริ่มไหลไปด้วย

 

"ไม่สบายรึเปล่าครับ ให้ผมพาไปโรงพยาบาลมั้ย" ทำทีเป็นห่วงใยพร้อมกับใช้มือแตะหน้าผากเนียนอย่างถือวิสาสะ แต่หมอหนุ่มกลับขยับหนี เพราะไม่อยากให้ใครมาแตะต้องตัวได้ง่ายๆ นอกจากธันวาเขาก็ไม่อยากให้ใครมาทำแบบนี้กับเขา

 

"ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" พูดจบก็รีบลุกขึ้นเดินตรงไปทางห้องน้ำทันที ร่างโปร่งแทบจะทรงตัวไม่อยู่เพราะฤทธิ์ของยาเริ่มเล่นงานเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิในร่างกายค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น บวกกับความต้องการที่อยู่ๆก็ถูกปลุกขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

ร่างโปร่งอิงกับกำแพงห้องน้ำอย่างอ่อนแรง ก่อนจะใช้มือสวยควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าแล้วรีบกดโทรหาธันวาทันที

 

Tru...Tru...Truuu...

"ไป๋ มึงอยู่ไหน! ทำไมไม่รอกู" ปลายสายเอ่ยถามทันทีที่กดรับ เพราะร้อนใจที่ก่อนหน้านี้โทรหาอีกฝ่ายเท่าไหร่เจ้าตัวก็ไม่ยอมรับ แถมเขายังเสียเที่ยวไปรออีกฝ่ายที่โรงพยาบาลตั้งนาน แค่ไปเข้าห้องน้ำแปปเดียวก็คลาดกับคนหน้าหวานซะแล้ว (ไปรอรับเมียแต่เมียหายไปไหนไม่รู้)

 

"ช่วยด้วย ช่วยกูด้วย.." เสียงหวานเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับพยายามกุมเป้าตัวเองเพื่อลดความอึดอัดที่แทบจะทนไม่ไหวแล้ว

"มึงอยู่ไหนไป๋ บอกกูมาว่ามึงอยู่ไหน" เมื่อได้ยินน้ำเสียงของคนรัก ธันวาก็ยิ่งรู้สึกร้อนใจมากกว่าเดิม เขารีบวิ่งไปที่รถแล้วสตาร์ทรถรอทันที เพราะลางสังหรณ์บางอย่างมันบอกเขาว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับคนของเขาแน่ๆ

"กู...กูอยู่...อินฟินิตี้...." ยังไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยค โทรศัพท์เครื่องหรูก็ถูกแย่งไปซะแล้ว ร่างโปร่งทรุดลงไปกับพื้นเพราะทรงตัวไม่ไหว ความต้องการของร่างกายมันเพิ่มมากขึ้นจนสมองเขาเบลอไปหมดแล้ว

 

"ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาเบาๆ หมอหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง จึงได้เห็นคิมหันต์ที่ยืนมองเขาด้วยรอยยิ้ม

"คะ...คุณคิม อือ..." เสียงหวานพูดติดขัด พร้อมกับพยายามจะทรงตัวขึ้น แต่เรี่ยวแรงทั้งหมดกับหายไปไหนหมดไม่รู้ จึงทำให้เขาทำได้แค่มองชายหนุ่มด้วยความทรมานเท่านั้น

"ครับ ผมเอง" ตอบรับด้วยรอยยิ้มพร้อมกับก้มไปจับวงแขนอีกฝ่ายมาคล้องคอไว้ จากนั้นก็พาขึ้นไปยังห้องที่เขาได้บอกให้ผู้จัดการเตรียมเอาไว้ทันที

 

 

พรึ่บ!

ร่างโปร่งถูกวางให้นอนบนเตียงกว้าง ตามด้วยร่างสูงที่ยืนมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าร้ายกาจ

"อือ..." เสียงหวานครางงึมงำอยู่ในลำคอ บวกกับใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะแรงอารมณ์ ร่างโปร่งบิดเร่าไปมาอย่างทรมานเพราะรู้สึกอึดอัดและอยากปลดปล่อยออกมาเต็มที่แล้ว

"หึ คุณนี่เป็นคนดีจริงๆเลยนะ ไม่น่าไปคบกับคนเหี้ยๆแบบมันเลย" เอ่ยบอกพร้อมกับลูบใบหน้าหวานด้วยความหลงไหล เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมธันวาถึงหลงคนตรงหน้ามากขนาดนี้ เพราะตอนนี้เขาเองก็หลงผู้ชายคนนี้จนอยากได้มาครอบครองแล้วจริงๆเหมือนกัน

 

"เป็นของผมนะ" กระซิบบอกเสียงแผ่วเบา ก่อนจะก้มไปหาซอกคอขาวอย่างหื่นกระหาย มือแกร่งก็ไม่น้อยหน้าปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกขาวเนียนจนคิมหันต์ถึงกับตาลุกวาว

 

"โคตรน่ากิน" พูดด้วยแววตาหื่นกระหายก่อนจะใช้มือแกร่งลูบไล้ไปมาอย่างหลงไหล

"อื้อ..."เสียงครางหวานดังเล็ดลอดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เพราะฤทธิ์ยาทำให้เขาไม่อาจต้านทานแรงสัมผัสจากคิมหันต์ได้จริงๆ

 

แล้วชายหนุ่มก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อได้เห็นใบหน้าเหยเกที่ดูทุรนทุรายอยู่ตรงหน้า เขารีบปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกแล้วก้มไปหาคนใต้ร่างทันที ปากหยักดูดเม้มไปที่ซอกคอขาวแรงๆ ร่างโปร่งรู้สึกเจ็บจี๊ดๆแต่ก็รู้สึกเสียวจนหลุดครางชื่อของใครอีกคนออกมา

 

"อื้อ...ธัน" และนั่นก็ทำให้คิมหันต์โกรธ จนต้องตบสั่งสอนคนหน้าหวานไปหนึ่งที

 

เพี้ย!

"โอ้ย!"

"อยู่กับกู อย่าเรียกชื่อมัน" เขาพูดลอดไรฟันก่อนจะก้มไปหาซุกไซร้ซอกคอขาวอีกครั้ง มือแกร่งก็อยู่ไม่นิ่งลูบไล้ผิวเนียวขาวไปทั่ว ทุกสัมผัสของเขามันเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ผิวของคนใต้ร่างลื่นมือจนเขาอยากสัมผัสไปทุกส่วน โดยเฉพาะส่วนอ่อนไหวที่เขาอยากเข้าไปอยู่ข้างในเร็วๆ

 

 

ปึ้กกกกก!!

"ไอ้เหี้ยคิม! ไอ้สระเลวเอ้ย!"

 

 

to be continued...

เอาล่ะค่ะ อิพี่ธันมาทันนะคะ แต่ต้องลุ้นว่าอิพี่จะจัดการกับไอ้คุณคิมต่อยังไง แต่รับรองตอนหน้า nc มาแน่ค่ะ รอน้า อิอิ 😍😘

*ใครชื่นชอบก็ขอบคุณมากๆนะคะ ส่วนใครที่ไม่ชอบก็ขอโทษด้วยค่ะ คอมเมนต์บอกกันได้นะ แล้วำรท์จะเอาไปปรับปรุงค่ะ ขอบคุณทุกคนมากๆ 💗🙏

 

ความคิดเห็น