facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 83 เป็นพี่ชายแท้ๆ / บทที่ 84 ได้มาง่ายแล้วยังอวดดีอีก

ชื่อตอน : บทที่ 83 เป็นพี่ชายแท้ๆ / บทที่ 84 ได้มาง่ายแล้วยังอวดดีอีก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 13:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 83 เป็นพี่ชายแท้ๆ / บทที่ 84 ได้มาง่ายแล้วยังอวดดีอีก
แบบอักษร

บทที่ 83 เป็นพี่ชายแท้ๆ  

กำลังคิดอยู่ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาอาฆาตของเฉินเมิ่งฉีมองมายังเธอ 

เยี่ยหวั่นหวันขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดด้วยสีหน้าสบายไร้กังวล “เมิ่งฉี ฉันไม่รู้ว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ เธอไม่โทษฉันใช่ไหม?” 

เฉินเมิ่งฉีได้ยินเสียงซุบซิบที่หยาบคายดังอยู่รอบๆ เธอโมโหจนใกล้จะเป็นบ้าแล้ว เพียงแต่ต้องอดกลั้นไว้ ซ่อนแววตาอาฆาตไว้ ทำเป็นหัวเราะตอบ “หวั่นหวัน ได้ยังไง... ฉันจะโทษเธอได้ยังไง... เธอก็ไม่ได้ตั้งใจ...” 

เฉินเมิ่งฉีกัดฟันพูดจนจบ กวาดตามองไปที่คนรอบๆ ที่ยังไม่ไป จากนั้นรีบพูดอธิบายกับเธอ “ที่จริงเยียนหรานเธอเข้าใจฉันผิดจริงๆ ฉันจะไปแย่งคนที่เธอชอบได้ยังไง! 

ซ่งจื่อหางชอบฉันจริง และตามจีบฉันมาตลอด แต่ฉันไม่เคยตอบรับเขาเลย แล้วยังตั้งใจจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องด้วย เป็นเขาที่ฉวยโอกาสตอนฉันไม่ทันระวังตัวมาจูบฉัน ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ฉันนึกไม่ถึงเลย... 

ฉันกลัวเยียนหรานจะเข้าใจผิด เลยปิดบังเธอมาตลอด ใครจะรู้หวั่นหวันเธอ...” 

อาศัยที่เจียงเยียนหรานไปแล้ว ตัวซ่งจื่อหางก็ไม่อยู่ ไม่มีใครรู้เรื่องจริง เฉินเมิ่งฉีเลยบิดเรื่องทุกอย่าง แล้วผลักความรับผิดชอบไปที่เยี่ยหวั่นหวัน 

เยี่ยหวั่นหวันกลับไม่เปิดโปงเธอ หน้าตาตกใจแล้วพูดขึ้นมา “ฉันว่าแล้ว คนที่เธอชอบก็คือพี่ชายของฉัน!” 

เฉินเมิ่งฉีได้ยินก็ตกใจ จากนั้นก็รีบปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง “หวั่นหวัน เธออย่าพูดมั่วๆ ฉันเห็นพี่มู่ฝานเป็นพี่ชายแท้ๆ มาตลอด ชอบก็แค่ชอบแบบพี่ชาย!” 

ณ ปัจจุบันบริษัทจวี๋ซิงเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ภายใต้เครือของตระกูลเฉินกำลังเจริญรุ่งเรือง อนาคตเธอต้องเป็นดาราดัง มีอนาคตที่ดี ในบรรดาผู้ชายที่จีบเธอ ต่างมีคนที่ฐานะดีนับไม่ถ้วน เธอไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้นกับขยะอย่างมู่ฝาน 

ดังนั้นที่เธอยังยกยอปอปั้นเขาอยู่ ก็แค่เพราะเขายังมีประโยชน์ให้ใช้อยู่ 

ประโยคที่บอกว่าเห็นมู่ฝานเป็นพี่ชายที่แท้ๆ ทำให้เยี่ยหวั่นหวันกระอักกระอ่วนจนแทบสำลัก 

ทำไมเธอจะไม่รู้ความคิดที่แท้จริงของเฉินเมิ่งฉี หัวเราะเย้ยหยันในใจ แกล้งทำเป็นถามอย่างสงสัย “จริงหรือ? ตอนนั้นเธอยังให้ฉันช่วยเธอส่งจดหมายรักให้พี่ชายฉันเลย! เนื้อหายังหวานเลี่ยน ประมาณว่าเจอพี่ครั้งแรกก็ชอบพี่เลย พี่เป็นคนที่สมบูรณ์แบบในใจเธอ... 

ที่แท้ฉันเข้าใจผิดไปเอง นั่นเป็นเพียงความชอบแบบพี่ชายเหรอ? ฉันยังนึกว่าเป็นเพราะเรื่องพ่อฉัน เลยไม่ชอบพี่ชายฉันแล้ว!” 

คนรอบๆ ฟังมาถึงตรงนี้ ก็สะอึกขึ้นมาทันที แสดงสีหน้าออกมา สายตาที่มองเฉินเมิ่งฉีมีแววดูถูก 

เดิมทีพวกเขาเชื่อครึ่งเชื่อครึ่งกับคำอธิบายของเฉินเมิ่งฉีอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ยังเข้าข้างเจียงเยียนหรานอยู่ 

ตอนนี้ได้ยินคำพูดของเยี่ยหวั่นหวัน ก็รู้สึกสงสัยว่าเฉินเมิ่งฉีเป็นพวกที่แบ่งชนชั้นรังเกียจคนจนจริงๆ ตอนแรกเยี่ยมู่ฝานพี่ชายของเยี่ยหวั่นหวันเป็นผู้มีอิทธิพลของชิงเหอ ไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องที่เฉินเมิ่งฉีตามจีบเยี่ยมู่ฝานอย่างใกล้ชิดเพื่อผลประโยชน์ก็มีคนไม่น้อยที่รู้ 

ตอนนี้ค่อยมาบอกว่าเห็นเป็นแค่พี่ชายแท้ๆ? ใครจะเชื่อ! 

สีหน้าเฉินเมิ่งฉีแข็งทื่อ “หวั่นหวัน เรื่องนานขนาดนั้นแล้ว ตอนนั้นฉันยังเด็กไม่รู้เรื่อง รู้จักคำว่าชอบที่ไหน! 

อีกอย่าง ฉันจะตีตัวออกห่างจากเธอและพี่มู่ฝานเพราะบ้านเธอเกิดเรื่องได้ยังไง? ถ้าฉันคิดอย่างนี้ ฉันจะยังทำดีกับเธออีกหรือ แล้วยังช่วยให้พี่ชายเธอได้เข้ามาทำงานที่บริษัทพ่อฉัน?” 

พูดมาถึงตรงนี้ เฉินเมิ่งฉีมั่นใจขึ้นมาทันที ยิ้มแล้วพูด “นอกจากพี่มู่ฝานชอบเล่นการพนันแล้ว พี่เขาขยันทำงานมาก วันก่อนพ่อฉันยังชมเขาอยู่เลย! ขอแค่พี่มู่ฝานขยันทำงาน พ่อฉันไม่ให้เขาลำบากแน่!” 

.................................................................. 

 

บทที่ 84 ได้มาง่ายแล้วยังอวดดีอีก 

เฉินเมิ่งฉีทำเป็นเหมือนไม่ตั้งใจพูดว่าพี่ชายเธอชอบเล่นพนัน ในน้ำเสียงที่ฟังดูจริงใจนั้นเห็นได้ชัดว่าแสดงออกถึงความเหนือกว่า 

ฟังคำพูดนี้ หัวใจเยี่ยหวั่นหวันเลือดสูบฉีดเป็นจังหวะ ในลำคอยิ่งรู้สึกทั้งหวานทั้งคาว 

ปีนั้นเฉินหงปินยังเป็นแค่ผู้ติดตามของพ่อเธอเอง ส่วนพี่ชายเธอที่อวดดีจองหองนั้น ตอนนั้นกลับต้องมาทำงานหนักเหมือนวัวเหมือนควายให้กับตระกูลเฉิน 

เขายังคิดว่าตัวเองยอมเสียสละเพราะความรักอีก ยินยอมขายชีวิตให้ตระกูลเฉิน หาศิลปินจำนวนมากให้ตระกูลเฉิน 

เพราะได้ประโยชน์จากซือเย่หาน แล้วยังมีราชินีในวงการหนังระดับนานาชาติอย่างเจียงเยียนหรานอีก อีกทั้งพี่ชายยังถูกคนในวงการขนานนามว่าเป็น “นักปั้นมือทอง” เป็นนักวางแผนภาพลักษณ์เหรียญทอง บริษัทของตระกูลเฉินเลยนับวันยิ่งเจริญขึ้น เจ็ดปีให้หลังสามารถขึ้นมาเทียบเท่ากับตระกูลเยี่ยในวงการบันเทิงได้เลย 

ส่วนพี่ชายล่ะ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเฉินเมิ่งฉี อายุยังน้อยอยู่ก็ทำงานหนักจนป่วย สุดท้ายร่างกายพัง ผลตอบแทนที่ถูกใช้ประโยชน์คือโดนบีบ ตอนหลังโดนตระกูลเฉินถีบออกไป เพื่อไม่ให้ตระกูลเมิ่งตกเป็นขี้ปากคนอื่น เลยให้เหล่าศิลปินใส่ความว่าเขาไม่ทำตามกฎเกณฑ์ของบริษัทศิลปิน ทำจนชื่อเสียงเขาพับป่นปี้ โดนทั้งวงการแบน สิ้นหวังจนทำร้ายตัวเอง... 

ตอนนี้เธอสามารถทำให้เจียงเยียนหรานเห็นธาตุแท้ของเฉินเมิ่งฉีแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถทำให้พี่ชายตัวเองตาสว่างได้ 

ตอนนั้นพี่ชายเป็นคนมีความสามารถไม่ธรรมดาเลย รอบตัวมีผู้หญิงมากมาย แต่รักเดียวใจเดียว ไม่รู้ว่าเปลี่ยนแฟนมาแล้วกี่คน แต่กลับยังฝังใจอยู่กับเฉินเมิ่งฉี เห็นเฉินเมิ่งฉีเป็นคนที่ยังไงก็ไม่วันลืม รักเหมือนดั่งแก้วตาดวงใจ ทำดีมากกว่าน้องสาวตัวเองคนนี้อีก 

ด้วยความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่กับพี่ชายเธอตอนนี้ โพล่งไปบอกว่าเฉินเมิ่งฉีไม่ดี อย่าว่าแต่เขาจะไม่เชื่อเลย ยังทำให้ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกเขายิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีก 

นอกจากจะสามารถจัดการเฉินเมิ่งฉีได้ในครั้งเดียว มีหลักฐานที่ทำให้พี่ชายเห็นธาตุแท้ของเฉินเมิ่งฉีชัดเจน ถึงจะสามารถดึงพี่ชายกลับมาได้ 

แต่ว่า ไม่เป็นไร ค่อยเป็นค่อยไป เรื่องเจียงเยียนหรานนั่นแค่เริ่มต้นเท่านั้น! 

มองดูท่าทางเฉินเมิ่งฉีที่เหมือนทำทานอยู่ เยี่ยหวั่นหวันแกล้งทำเป็นตกใจพูด “พี่ชายฉันอยู่ในวงการเป็นถึงนักปั้นมือทอง เป็นราชาแห่งการสร้างภาพลักษณ์ พอหวงเทียนล้ม หวนฉีคู่แข่งก็มาซื้อตัวเขา เขายังไม่ไปเลย คิดไม่ถึงว่าเธอแค่พูดไม่กี่คำเขาก็ไปแล้ว!” 

ถึงแม้ว่าเจ็ดปีหลังนี้บริษัทจวี๋ซิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของตระกูลเมิ่งจะได้เปรียบบริษัทหวนฉิว เทียบเท่ากับหวงเทียนของตระกูลเยี่ย แต่ตอนนี้บริษัทของตระกูลเมิ่งก็ยังไม่แกร่งเท่าบริษัทสองยักษ์ใหญ่ของวงการบันเทิง 

พอคำพูดนี้ออกไป พวกผู้หญิงที่มุงดูอยู่ก็เริ่มคิดตามคำพูดโน้มน้าวของเยี่ยหวันหวันโดยอัตโนมัติ ถ้าบอกว่าเฉินเมิ่งฉีกับเยี่ยมู่ฝานไม่มีความสัมพันธ์อะไรกัน แล้วทำไมเยี่ยมู่ฝานถึงเชื่อฟังเธอขนาดนั้น ยอมทิ้งเบอร์หนึ่ง เบอร์สองของวงการไปหาจวี๋ซิง? 

อีกทั้งคำพูดนี้ของเยี่ยหวั่นหวันบอกเป็นนัยอย่างชัดเจนว่าพวกเขาตระกูลเฉินนั้นได้มาง่ายแล้วยังอวดดีอีก 

สีหน้าเฉินเมิ่งฉีเปลี่ยนเล็กน้อย ฝืนยิ้มแล้วพูด “ยังไงฉันกับพี่มู่ฝานก็รู้จักกันมานานแล้วสนิทกันมาก เขาเชื่อคำพูดฉัน ถึงแม้ว่าจวี๋ซิงจะไม่ใหญ่เท่าหวนฉิว แต่ก็มีศักยภาพ โอกาสที่จะพัฒนามีเยอะมาก ถึงแม้พี่มู่ฝานจะเก่งมาก แต่เธอก็รู้เรื่องพ่อเธอ... เวลานี้ไม่เหมือนกับแต่ก่อน อยู่บริษัทใหญ่สบายที่ไหน... เฮ้อ หวั่นหวัน ฉันกลับไปค่อยคุยกับเธอดีกว่า ฉันรู้สึกไม่ค่อยวางใจเยียนหราน ไปหาเธอก่อนดีกว่า!” 

ทำไมเฉินเมิ่องฉีจะคิดไม่ได้ วันนี้เยี่ยหวั่นหวันเซ้าซี้ขนาดนี้ ทำเธอแทบไม่มีพื้นที่ตอบโต้ต่อหน้าทุกครั้งหลายครั้งขนาดนี้ 

เฉินเมิ่งฉีรีบหาข้ออ้างเดินออกไป เพื่อกันไม่ให้เธอพูดอะไรที่ตัวเองไม่สามารถตอบโต้ได้ 

ความคิดเห็น