ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[ เล่น ของ สูง ] : บทที่ 23

ชื่อตอน : [ เล่น ของ สูง ] : บทที่ 23

คำค้น : ธราดลภูวนาท ธัญเทพ เล่นของสูง

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 175

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ เล่น ของ สูง ] : บทที่ 23
แบบอักษร

[เล่น ของ สูง] 

บทที่ 23 คนที่รัก 

 

กาเว้าาาาาาๆ…บทลงโทษอันหนักหน่วงได้ผ่านพ้นไป ถ้าขึ้นชื่อว่า ‘ทำศึก’ แน่นอนว่าย่อมมีคนเจ็บ  คนรอดหลังจากการทำศึก เช้านี้สดใสกว่าทุกวัน นกน้อยเข้าปลุกแทนเสียงนาฬิกาอีกตามเคย ธราดลหลับสนิทอยู่ข้างกาย ผมได้แต่มองใบหน้าหล่อๆของเขา และอ้อยวอนขอต่อทุกสิ่งว่า ‘ให้รักครั้งนี้ไปได้ดี’ 

“พี่ได้ผมแล้ว ห้ามทิ้งผมนะครับ” ดวงตาหลับสนิท เสียงอ้อนเอ่ย 

“…” ตาปริบๆมอง ผมแหวกผ้าห่มพร้อมจะลุก ท่อนแขนใหญ่ๆจับดึงยื้อแน่น “ไม่ทิ้งๆ จะไปทำอาหารเช้าให้ทาน” ผมตบๆลูบๆลงที่แขนอย่างเบาๆ 

“จริงเปล่า?” น้ำเสียงออดอ้อน พร้อมแววตาแบ๊วๆ ปากบุ้ยถาม 

“จริง!” ผมย้ำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น 

“วันนี้ขอแสดงฝีมืออาหารฝั่งยุโรปบ้าง” ผมพยายามทรงตัวลุกขึ้นจากเตียง เมื่อท่อนล่างถูกขยับแรงๆ ความเจ็บปวดก็เข้าแทรก “โอ๊ยยยย” ผมร้องซีดเจ็บปวด เจ้าดลตกใจเบิกตาสูง รีบลุกขึ้นมองด้วยความห่วงใย 

“คงจะระบม” ผมเอ่ย ทว่าสายตามองท่อนล่างของผมอย่างใจจดใจจ่อ 

“ผมขอโทษ…เผื่อเป็นการแทนคำขอโทษ วันนี้ผมจะทำอาหารเช้าให้พี่เอง” นิ้วมือเรียวขยี้ถูกระบอกตา 

“ไม่เป็นไรพี่ไหว แค่มันไม่ทันได้ตั้งตัวเลยร้อง”  

“ไปอาบน้ำนะครับ อย่าดื้อ กินข้าวแล้วจะได้กินยาแก้อักเสบ ผมเห็นแวบๆว่าที่เรือนมีกล่องพยาบาลน่าจะมียาอยู่” เสียงบงการดุๆพูดขึ้น จนผมต้องยอมทำตาม โดยการปล่อยให้น้องมันโชว์สกิว ส่วนตัวผมนั้นก็ค่อยๆก้าวเท้าเดินไปให้ถึงห้องน้ำ ทุกย่างก้าวที่ลงน้ำหนักเท้า มันเจ็บจนผมหยีตา 

. 

. 

“เสร็จพอดีเลย” ผมเดินออกจากห้องนอนไปเมื่ออาบน้ำแต่งตัวอยู่สักพัก อาหารเช้าว่างลงบนโต๊ะอย่างคลับคลั่ง ผมค่อยๆหย่อนก้นนั่งลงที่โต๊ะทานข้าว 

“ไหวปะพี่” แววตาลุ้นกับบริบทของผมทุกอย่างก้าวถาม 

“ไหวสิ! ทานๆ ไหนขอชิมหน่อย จะได้รู้ว่าฝีมือเด็กนอกมันเป็นยังไง” ผมยิ้มแย้มร่าเริง จับช้อนซ้อมจิกลงที่แท่งฮอตดอก มีดเฉือนหันออกเป็นคำเล็กพอดีคำ “อร่อยจัง!” 

“ชมกันเกินไปแล้ว ผมว่ามันก็ธรรมดาทั่วไป” ลูกกลมๆร่างใหญ่ฉีกยิ้มขึ้นสูง 

“อร่อยมากขึ้นเพราะมีเธอไง” 

“…”  

“ภูวววววววววววววววววว” เสียงร้องเรียกชื่อดังลั่น พลันวิ่งหน้าตั้งขึ้นบันไดมาแต่ไกล 

“อ้าว!” 

“น้องดลมาได้ไง ชุด?” หัวคิ้วขมวดผูกเป็นปม หรี่ตาเพ่งมอง 

“หยุดกระโดดโลดเต้น กูวิ่งตามไม่ทันแล้ว” ไอ้แสงฉานวิ่งหอบกระเสร่าตามมาทีหลัง 

“พี่ๆทานข้าวเช้าด้วยกันครับ นั่งๆ” ธราดลเอ่ยปากชวน ทั้งสองพยักหน้าอย่างงงๆ ร่างใหญ่วิ่งลงไปเอาจานช้อนขึ้นมาเสริม “ไอ้หมอมยังไงว่ะ” ไอ้แสงเอ่ยถาม 

“…” ผมไม่ตอบ พลางยกแก้วนมอุ่นๆขึ้นดื่ม 

“ไม่ตอบกูก็ไม่เป็นไร” มันสะบัดหน้าหันไปมองชายร่างสูงที่เดินขึ้นมาพร้อมจานชาม 

“น้องดลเป็นแฟนกับไอ้หมอมเหรอ?”  

“ครับ!” คำตอบง่ายๆพ้นออกมาจากปาก 

พรวด!! ดวงตาเบิกโพรง นมอุ่นๆพุ่งพรวดออกจากปาก พลางสำลัก แคก! แคก! “นี้ไงคำตอบ!” ไอ้แสงฉานยิ้มหัวเราะแห้งๆ  

“ตอนไหน เมื่อไหร่ อย่างไรครับคุณชาย” พอมันไม่รู้ ก็สักผมจนไม่เป็นอันกินข้าวกินปลา 

“ก่อนจะตอบ พวกมึงสองคนมาพร้อมกันได้ยังไงก่อน” ผมหรี่ตาจ้องจับผิด แสงฉานทำตัวเลิกลักกรอกตาไปมา ส่วนเจ้ารวีเองก็ไม่ต่างกัน รีบใช้ช้อนส้อมจิ้มฮอทดอกยัดใส่ปากจนแก้มบวมตุ่ย 

“หรือว่ามันบังคับข่มขู่อะไรรวี บอกภูวมา เดี๋ยวจัดการมันเอง!” ผมเข้าลูบเรือนเจ้ารวี แต่มันกลับส่ายหน้าเขินๆไปมา 

“ถ้ามันกล้าเล่าก็เอาเลย” ไอ้แสงฉานแสยะยิ้มมุมปาก เพรี้ยยยย!! มือเล็กฟาดลงที่แขนแสงฉาน พร้อมใบหน้าเขินแดง 

“ดลกับภูวเป็นอะไรกัน วีกับมันก็เป็นแบบนั้นแหละ” รวีเอ่ย 

“ผมเห็นแมวกับหนูวิ่งไล่ตีกันทุกวัน ไม่คิดว่าจะมีวันสยบศึกมาลงเอยกันได้” ธราดลกระเส่าเย้าแหย่ 

“ดูแลมันดีดีนะมึง ถ้ากูเห็นมึงไปหม้อสาวแล้วทิ้งเพื่อนกูมึงตายแน่ไอ้แสง” ผมยกมีดหนักๆอันเงาวับตั้งขึ้นขู่ไอ้แสงฉาน 

“ครับหม่อม!” 

 

“ว่าแต่มึงเถอะ…กูดีใจที่ได้เห็นวันที่ไอ้ภูวมีผัวเป็นตัวตน มันปลื้มมมมมใจ เหมือนส่งลูกเข้าโรงเรียนวันแรก” ไอ้แสงฉายเอามือทาบอก ทำหน้าทำตาบีบน้ำตาเศร้าๆ 

“ผัวเลย” ธราดลเลิกคิ้วขึ้นสูง พูดย้อนคำที่ไอ้แสงฉายเอ่ยไว้ขณะที่กำลังหันชิ้นขนมปังปิ้งอยู่ 

“กูไม่รู้ว่าความรักมันเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่รู้ตัวอีกทีก็มีเขาอยู่บนเตียงแล้ว” ผมเอ่ย พลันเม้มปากเขินแน่น 

“เชรดดดดดดดดดดดด” รวี แสงฉายร้องอุทานพร้อมกัน 

          

“พี่ๆ ผมมีเรื่องจะบอก” ธราดลเอ่ยแทรกน้ำเสียงเฮฮาของสองคน 

“พี่ที่กองประกวดเขาจะนัดไปเก็บตัวต่างจังหวัดสองอาทิตย์” 

“ทำไมคราวนี้ไปนานจัง ปีที่แล้วอาทิตย์เดียวเอง” ผมหันถามไอ้แสง 

“กูจะไปรู้เหรอ เขาตั้งกฎมาแบบนี้ให้กูทำไง แถมยังไม่ได้กำหนดวันประกวดด้วย” แสงฉานเบิกตาโต 

“และต้องมาฝึกเดินฝึกการแสดงอีกปะ” รวียิงคำถามเพิ่ม 

“ใช่ครับ” เจ้าดลตอบ “ประกวดดาวเดือนหรือหาผู้รอดชีวิตในเกมหนีซอมบี้ว่ะ ทำไมมันโหดจัง” แสงฉานร้องอุทานทันควัน 

“ห่างกันนานเลย” ผมบุ้ยปาก เสียงเศร้าๆ “ไม่งอแงนะครับ เดี๋ยวผมก็กลับมา” มือใหญ่นาบลงที่ข้างแก้ม 

“แล้วไปวันไหน” ผมถามย้ำ 

“พรุ่งนี้…” 

“อือออออ ยังไม่ทันที่ทำใจ” ผมถอนหายใจเบาๆ 

. 

. 

“ผมรักพี่นะครับ” หน้าท้องแน่นๆแนบชิดสนิทจากด้านหลัง ขณะที่มือผมเลอะฟองน้ำยาล้างจานอยู่ข้างล่างเรือนไทยในห้องครัว “ครับ” 

“พี่โอเค ก็แค่รู้สึกว่า…อะไรๆมันพึ่งจะลงตัว ก็ต้องแยกกันแล้ว” 

“ถึงตัวจะห่างกัน แต่ความรักที่ผมมีต่อพี่มันไม่เคยห่างกันเลยนะ” คำพูดหวานเข้าปลอบ 

“ไม่เอานะครับ คนดีของผม” 

“แล้วเจ้าสองคนนั้นละ?” ผมถาม 

“นอนแผ่กันที่โซฟา หลังจากตบตีเรื่องช่องที่จะดูกันสักพัก” 

“ฮ่า จะรอดไหมพวกมัน” ผมยิ้มๆ 

“ไปอาบน้ำอาบท่าไป แล้วก็กลับไปเก็บข้าวของเตรียมตัว ขาดเหลืออะไรจะได้หาทัน” 

“โห่ ขอกอดพี่แบบนี้ก่อนไม่ได้เหรอ” “ฟอดดดดดดดดดด” ปลายจมูกโด่งเข้าสูดดมต้นคอ 

“เต็มปอด ผมไม่รู้ว่าที่ใช้กลิ่นน้ำหอมอะไร แต่ผมโคตรหลงกลิ่นนี้เลย” 

“บุหงารำไป เครื่องหอมโบราณถ่ายทอดมาจากหม่อมย่าอีกที ปัจจุบันคงหายากเพราะขั้นตอนมันเยอะ” ผมหันร่างเข้าหาร่างสูง 

“หายากก็ดี ผมจะได้รู้ว่ามีพี่คนที่ใช้กลิ่นนี้” 

“หยอดเก่งมาก พี่เขินจนจะเป็นน้ำในซิงค์ล้างจานแล้ววววว” หน้าผมร้อนพาว กับมุกหยอดของเจ้าดล จนเหมือนคนเป็นไข้สูง 

“ไปอาบน้ำ ตรงนี้พี่จัดการเอง” 

“คร้าบบบบบบบบบคุณภรรยาสุดที่รัก…จุ๊บ” เรียวปากจุ๊บลงที่ต้นคอ 

. 

. 

“ชิวมากมั้ยครับ” ผมเดินกลับขึ้นบนเรือนไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่กลับพบพวกตัวดีของคนนอนสบาย 

“มากเลยเว้ย” ไอ้แสงฉานยังคงไม่รู้สึกรู้ส่า 

“มึงโอเคเปล่าว่ะ” เสียงทุ้มถาม 

“เรื่อง?” ผมเดินเข้าไปหามันใกล้ๆ 

“ผัวไม่อยู่ตั้งสองอาทิตย์”  

“สบายมาก ก่อนไม่มีก็อยู่มาได้” ผมแสร้งตอบไปอย่างงั้นแหละ ใครจะไปทนไหว…พูดแล้วมันเศร้า นึกแล้วมันเจ็บ 

“ว่าแต่…จะพลอดรักกันก็ที่อื่นมั้ย ทำไมต้องเป็นเรือนกู มาสวีทหวานให้กูบาดตาบาดใจ” ผมแซะพวกมันที่นอนกอดรัดเป็นเกียวดูโทรทัศน์สบายใจเฉิบ  

“อ้าาา อย่าพาลครับคุณชาย” 

“ก็ไม่รู้จะไปไหน ให้ไปเรือนวีย่าก็จับตีก้นพอดี” รวีเอ่นเสริม 

“เข้ากันเป็นปี่เป็นขุยจริงๆ” ผมบนอย่างเหนื่อยก่อนจะลุกเดินไปเข้าห้องตัวเอง 

. 

. 

“ฟู่ๆ” เสียงไดท์เป่าผมดังขึ้นมาแต่ไกล ผมเดินบึ่งเข้าไปยังห้องแต่งตัวทันที แน่นอนว่าภาพที่เห็นนั้นคุ้นตาเสียจริงท่อนบนเปลือยเปล่านุ่งผ้าขนหนูคาดเอวไว้แค่นั้น เรือนที่เปียกชุ่มเริ่มแห้งสนิทดี “ตัวนี้ละกัน ตัวเก่งพ่อพี่เลยน้า” ผมหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ลายสก๊อตจากไม้แขวนในตู้เสื้อผ้า เข้าสวมให้ธราดลจากด้านหลัง 

“ดูเป็นพ่อเลย” เจ้าดลร้องอุทาน ผมขำในลำคอเบาๆ 

“หล่อจะตาย หันหน้ามาสิ!” กระดุมสีดำตามขอบเสื้อนับสิบเม็ด ผมค่อยๆบรรจงติดเข้ากับรังดุมอีกฝั่งจนปิดเนื้อขาวๆซิกแพกแน่นๆ 

“ไปสวมกางเกงแล้วตามไปที่โต๊ะทำงานนะ”  

“ครับ” 

 

“พี่ให้ เห็นดลบอกว่าชอบ” ผมเปิดลิ้นชักหยิบถุงตาข่ายบุหงารำไปขนาดเล็กพกพา ที่ทำไว้ตอนกลับไปที่วังยื่นให้เจ้าดล “ผู้หญิงเห็นยังต้องอาย” ธราดลออกปากชม ดวงตาจดจ้องมองที่ถุงบุหงาไม่ละสายตา มุมปากค่อยยกยิ้มขึ้นสูง 

“ถือว่าเป็นของแทนตัวก็แล้วกัน เวลาจะทำอะไร จะได้ยับยั้งชั่งใจ” ผมเข้าสวมกอดร่างสูงแน่นๆหนึ่งครั้ง 

“ผมจะเก็บรักษาไว้อย่างดี” 

“เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่งที่คอนโด รีบจัดเตรียมของแต่วันจะได้เตรียมได้ทัน”  

“ไม่อยากไปแล้ว กลัวคิดถึงพี่”  

“หน้าที่ต้องมาก่อนความรัก ดลตัดสินใจจะทำเพื่อคณะ เพื่อสาขา ต้องทำให้เต็มที่” ผมช้อนมือหนาๆขึ้นมาลูบๆคลำๆ  

“ก็ได้” ร่างสูงบุ้ยปากไม่พอใจ 

. 

. 

“เฝ้าบ้านให้ด้วยนะพวกมึง กูไปส่งแฟนก่อนประเดี๋ยวหนึ่ง” ผมเอ่ยบอกไอ้แสงและเจ้ารวีที่นั่งสวีทหวานไม่เลิกอยู่หน้าจอโทรทัศน์ 

“สัส! พวกกูไม่ใช่หมานะเว้ย แต่ก็รีบไปรีบมา” ไอ้แสงฉานสบถ 

“ซื้อหนมมาฝากด้วยนะภูว วีขอเยอะๆนะ” รวีชะโงกเรือนขึ้นจากตักไอ้แสงเอ่ยบอก 

“ตั้งใจซ้อมนะไอ้หล่อ” 

“ครับๆ สวัสดีครับพี่ๆ” ธราดลโค้งตัวก้มศีรษะเบาๆให้พวกมันสองคน ก่อนจะเดินตามผมลงไปด้านล่าง 

. 

. 

. 

Grand 

รถหรูที่ธราดลให้ไว้ ผมขับพาเจ้าของมาส่งถึงจุดหมายโดยสวัสดีภาพ “ตั้งใจซ้อมนะสุดหล่อ”  

“ถ้ามีเวลาจะโทรนะครับ” ธราดลคว้าดึงร่างเล็กเข้าสวมกอดภายในรถคันไม่เล็กไม่ใหญ่ ฟ๊อดดดดด! พลันเข้าหอมแก้มผมหนึ่งที ผมจับหน้าแก้มที่ร้อนวูบวาบของตัวเอง ด้วยความอิ่มเอมใจ 

“บายยยย” ผมโบกมือลาก่อนที่เจ้าดลจะลงจากรถเดินเข้าตึกคอนโดหรูไป 

ตลอดทางที่ขับรถกลับ เส้นทางคอนกรีตที่เป็นสีเทาๆตอนนี้ผมกลับมาเห็นเป็นสีชมพู ผมยิ้มแป้นมาตลอดทางกลับบ้าน ขณะเดียวกันคนที่ทำให้ทุกเช้าเป็นวันที่ดีก็ต้องห่างกันไปถึงสองอาทิตย์ 

. 

. 

หนึ่งอาทิตย์ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบากต่อจิตใจ การที่ไม่มีเขาอยู่มันชั่งเปลี่ยวใจเหลือเกิน รวีก็ชิงหนีไปนอนที่ห้องไอ้แสงฉาน  

“ไอ้หม่อมอาจารย์แม่เรียกพบ” ไอ้แสงฉานวิ่งหน้าตั้งมาแต่ไกล น้ำเสียงหอบกระเส่าเข้าเอ่ย 

“สวัสดีครับอาจารย์” อาจารย์แม่ที่ไอ้แสงฉานมันเรียก แท้จริงแล้วก็คืออาจารย์ที่ปรึกษาประจำรุ่นของพวกเรา และยังเป็นอาจารย์สอนในรายวิชาเทอมนี้ด้วย “แม่จะบอกว่า…ตารางกิจกรรมของรุ่นน้องมันแน่นเสียเหลือเกิน แม่กลัวจะเรียนไม่ทัน โดนเฉพาะนายธราดลกับคู่ดาว แม่เห็นว่าเราเป็นพี่รหัสเลยอยากให้เธอช่วยเตรียมการติวไว้เลย” 

“ก็ดีนะมึง มึงก็เรียนเก่งอยู่แล้ว ติวพิเศษให้ไอ้หล่อคงจะไม่เป็นอะไร” แสงฉานเสริม 

“ใช่ ตารางสอบกลางภาคออกมาแล้วอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า” ใบหน้ากังวล พลางพูดเตือนให้เตรียมตัวรับมือ 

“ได้แม่!” ผมตอบเรียบๆ 

“ส่วนแม่ดาว แม่เรียกพี่รหัสมาคุยแล้ว ปีหนึ่งอะไรๆก็ใหม่หมด แม่ไม่อยากให้หลงละเลิงไปกับกิจกรรมจนลืมการเรียน ถ้าโครงสร้างมันพังตั้งแต่ปีหนึ่ง และส่วนประกอบอื่นมันจะมั่นคงได้อย่างไร” 

“นั่นประลัยปังอีกหนึ่ง เฉียบคม” ไอ้แสงฉานที่ยืนเกาะราวกันโต๊ะอาจารย์อยู่ก็แสดงอาการชอบใจยกใหญ่ 

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดี ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะแม่” อาจารย์หญิงวัยกลางคนพยักหน้า พลันเป็นการปัดรำคาญเบาๆในตัว 

 

“ไอ้ดลติดต่อมาบ้างปะ?” เมื่อประตูกระจกห้องสาขาปิดลง ไอ้แสงฉานก็ยิงคำถามอันปวดใจทันที “ไม่ว่ะ คงยุ่งแหละ” 

“มึงอย่าลืมว่ามีแฟนเก่ามันไปด้วยเป็นตัวแทนดาวสาขาอะไรเนี่ยแหละจำไม่ได้” จะเชื่อคำพูดมันได้ไหม ได้ข่าวมาก็ครึ่งๆกลางๆ ผมละอยากกุมขมับหายาพารากระแทกปากสักเม็ดสองเม็ด 

“ความรักมันต้องเริ่มมาจากความไว้ใจ ร้อยทั้งร้อยก็มาตกม้าตายเพราะความคิดมาก” ผมแสร้งเข้มแข็งกลบเกลื่อน 

“จ้าาาา อีพ่อพระ ปากเก่งเข้าไป ทำให้ได้ยังที่พูดด้วยไอ้หม่อม ถ้าน้ำตาเช็ดหัวเข่าขึ้นมากูจะซ้ำให้”  

“กูจะไปชมรม กลับบ้านดีดีนะมึง” ผมรีบตัดบท เดินหนีออกมาก่อนที่จะโดนมันสบถใส่มากกว่าเดิม 

 

ชมรมพฤกษา 

“เห้ออออ” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางถือบัวรดน้ำเดินรดต้นไม้ที่กำลังเติบโตตามการดูแลเลี้ยงดู 

“มีเรื่องไม่สบายใจก็เล่าให้พี่ฟังบ้างก็ได้ มัวแต่มาถอนหายใจใส่ต้นไม้ มันก็ตอบเราไม่ได้หรอกไอริส” เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาหาพร้อมเสียงพูดขรึมๆ 

“พี่ป่า!” ผมขานเรียก 

“ไอ้คิรันเหรอ?” 

“หน้าผมมันฟ้องออกมาเลยเหรอว่าเป็นเรื่องนี้” ผมเอ่ย 

“อะไรที่ไม่ดีก็อย่าเก็บไปคิด น้องชายพี่พี่รู้จักนิสัยมันดี ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร…ถ้าเบื่อๆก็ไปช่วยพี่ขายของที่ร้านได้ หาอะไรทำให้มันไม่ทันได้มีเวลาคิดถึง” พี่ป่าตบลงที่บ่าให้กำลังใจผม  

“ครับพี่” ผมตอบเบาๆ 

 

“ภูวววววววววเสร็จยัง กลับเรือนกัน...เร็วๆนะ” เจ้ารวีที่รถต้นไม้ก่อนหน้าผม ตะโกนเรียกตามงอแงจะกลับบ้าน  

“ครับบบบรู้แล้วๆ ไปล้างไม้ล้างมือสะพานกระเป๋ารอเลย” ผมตระโกนกลับไป คงจะยังทำใจเรื่องพี่พนาไม่ได้ถึงได้ไม่เข้ามาเรียกผมเหมือนทุกที 

“ผมขอตัวก่อนนะพี่ แล้วจะมาช่วยงานชมรมบ่อยๆ” ผมก้มน้อมศีรษะให้พี่พนาเล็กน้อย เดินไปเก็บบัวรดน้ำและล้างมือที่มีแต่ขี้ดิน 

 

“วันนี้วีไปนอนด้วยนะ…” ชายกล้ามโตๆเอ่ย 

“แล้วไอ้แสงอะ” 

“มันเป็นห่วงภูว กลัวว่าจะเหงาตายเลยให้วีมานอนเป็นเพื่อนภูวแทน”  

“ขอบคุณนะไอ้ตัวแสบบบบบ กลับเรือนกัน ภูวจะทำของอร่อยๆให้กิน” ผมอ้าแขนกว้างเข้าโอบไหล่เจ้ารวีเดินออกไปขึ้นรถที่จอดไว้ 

. 

. 

กริ๊งงงงงงงง “ฮัลโหลครับ” ผมกดรับสายอย่างไว เมื่อหน้าจอขึ้นชื่อเขา 

“ขอโทษนะครับ ผมไม่มีเวลาจับโทรศัพท์เลย ซ้อมเดินซ้อมบุคลิกภาพตั้งแต่เช้าจรดเย็นมืดทุกวัน ผมคิดถึงพี่จังเลย” เพียงคำว่า ‘คิดถึง’ ของเขาก็ทำให้น้ำตาผมแทบร่วง ใจผมจะขาดเพราะทนคิดถึงคนทางไหนไม่ไหว ได้แต่เฝ้านับวันนับคืนให้มันผ่านพ้นไปไวๆ อย่างให้วันพรุ่งนี้เป็นวันที่เขากลับมาหาผม 

“พี่ก็คิดถึงดลมากๆ” เสียงสั่นๆตอบ 

“อีก 7 วัน…ผมจะหอมให้แก้มที่ช้ำเลย” ผมฉีกยิ้มขึ้น 

 

“5 ทุ่มกว่าแล้ว ไปนอนได้แล้ว” 

“พี่ภูวด้วย รักนะครับคนดีของผม” จิตใจที่ฟุ้งซ่านก็ได้สงบลง ไม่ว่าจะอ่านหนังสือเรียน ก็เข้าสมองไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็น จะกินก็คิดถึง จะทำอะไรก็คิดถึง ขนาดหลับมาใบหน้าหล่อๆ รอยยิ้มที่ทำให้ใจเจ็บ ยังตามมาให้ผมคิดถึงมากขึ้นไปอีก 

“ยิ้มได้แล้ว ก็มานอน…พรุ่งนี้ภูวมีสอบเก็บคะแนนย่อย นอนตอนนี้จะได้ไม่ปวดหัว” ชุดนอนลายการ์ตูนหวานแหวว นอนกอดตุ๊กตาตัวโปรดกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง 

“พึ่งทำชีทสรุปให้น้องเสร็จไป 2 วิชา ภูวขออ่านทวนสอบอีกรอบจะตามไปนอน รวีนอนก่อนได้เลย” 

. 

. 

ในที่สุด…วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง คนที่ผมรักกำลังจะกลับมาแล้ว “มึงวันนี้มีธุระที่ไหนมั้ย?” ผมถามเพื่อนที่มันพากันมาพลอดรักกันอยู่ที่เรือนผม  

“วันเสาร์ไม่มีอะ…เชี้ยยยยยมีงานวิชาจิตวิทยา งานใหม่ที่สั่งยังไม่ได้ทำเลย” ไอ้แสงเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะสวิทเป็นเสียงตกใจดังลั่นห้องนั่งเล่น 

“แล้วทำไมไม่ทำให้มันเสร็จ” รวีกดเสียงทุ้มเอ็ดไอ้แสงฉาน 

“ก็มัวแต่เอาเวลาไปเฝ้าใครที่ไหนก็ไม่รู้” สายตาเพ่งมองไปหารวีทันที รวีทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ มองนกมองไม้นอกเรือนกลบเกลื่อน 

“แค่จะชวนไปรอรับธราดล นัดไว้ที่ร้านคาเฟ่พี่พนา” 

“เออๆ ขอยืมคอมมึงกับขอเวลาสักชั่วโมงในการคิดงานและปั่นงานแพ๊พ!! รับรองได้เจอผัวทันเวลาแน่นอน”  

“กูจะไม่ให้ยืมก็ตรงนี้ จิกกัดกูเก่งมาก!” ผมขมวดคิ้วจ้องตาเขม่นใส่มัน ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบ mac book ในห้องนอนให้มันเอาไปพิมพ์งาน 

 

“ภูวทำไรอยู่?” กล้ามโตถาม 

“สรุปเนื้อหาปี 1 ให้ธราดล ซ้อมแต่การประกวดดาวเดือน จะเอาเวลาไหนไปเรียนให้ทันเพื่อน” ผมขีดไฮไลท์เนื้อหาที่สำคัญๆ เน้นย้ำข้อความที่ควรอ่านและคิดว่ามันน่าจะออกสอบจากประสบการณ์และการเกร็งแนวข้อสอบ 

“แต่ภูวเองก็ต้องเหนื่อยเป็นสองเท่าเลยนะ ไหนจะอ่านของตัวเอง ปี2 แล้วเรียนก็หนักขึ้นตามปี” 

“ภูวรับมือได้ วีเองก็ต้องอ่านหนังสือด้วย ไม่ใช่ดูแต่การ์ตูน ตั้งใจทำคะแนนเกรดออกมาย่าแขจะได้ดีใจ” ผมขมวดคิ้วขู่ๆเจ้ารวีที่ยืนกอดถุงมันฝรั่งทอดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ที่ผมนั่ง 

“โห่! ก็มันไม่สนุกอะ ไว้จะสอบค่อยให้ภูวช่วยติวให้ละกัน” รวีพ้นๆแล้วก็สะบัดก้นหนีผมไป ผมแสยะยิ้มเบาๆ เหมือนผมเรียนปริญญาสองใบยังไงชอบกล 

 

 

“ไอ้แสงเสร็จยัง จะตกเย็นแล้วเนี่ย! บทความ 4-5 ทำไมมึงทำนานจัง” ผมละสายตาจากกองหนังสือเล่มโตๆ เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ ก็พบว่ามันเลยเวลาที่ไอ้แสงฉานมันขอมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จนต้องเดินออกโต๊ะไปถามมัน 

“กดส่งอยู่ ใจเย็นๆ” ใบหน้าเคร่งเครียด ตัวสั่นๆรีบกดไฟล์งานส่งลงในเมลล์อาจารย์ 

“เยสสส เสร็จ!! เห้อออออเหนื่อย” มันกำมือแน่นดีใจยกใหญ่ พร้อมพ้นลมปากออกมาอย่างเหนื่อยๆ 

“เสร็จแล้วจะได้ไปกัน” ผมคว้ากุญแจรถบนโต๊ะทานข้าว 

“เดี๋ยว! กูว่าจะถามหลายทีและ คันขาวรถใครว่ะ? มึงซื้อรถใหม่ง๊ะ” สายตาเพ่งเล็งมองไปที่โรงรถ  

“รถธราดล มันให้มาใช้ตอนไปประกวด” 

“มันเป็นแค่พนักงานพาสไทม์ มีเงินมากขนาดนี้ได้ด้วยเหรอว่ะ?” ไอ้แสงทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก 

“กูว่าต่อมเผือกมึงเสื่อมและ ไม่อยู่ไหนมา” ผมยิ้มเยอะสะใจก่อนจะปล่อยให้มันน้ำหน้างงไปยังงั้นแหละ 

“อ้าวววว เห้ยมาเล่าก่อน!” ไอ้แสงตะโกนยื้อผมดังลั่น 

“มึงรู้เรื่องกับเขาปะ?” มันหันไปถามเจ้ารวี 

“หน้าตา ผิวพรรณ ไหนจะคอนโดหรูอีก ก็ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มึงลืมมั้ง!” 

“ไม่เห็นจำได้?”  

“มึงคงเมาจนลืม”  

. 

. 

ร้านคาเฟ่ ‘พฤกษา’ 

“สวัสดีพี่พนา วันนี้ลูกค้าเยอะเชียว” รถจอดแน่นลานจอด ลูกค้าหนาตากว่าทุกที 

“ใช่ๆ นั่งก่อนๆ”  

“พวกมึงสั่งเลย กูเป็นเจ้ามือเอง” รวียิ้มแป้น 

“พูดแล้วนะ” ไอ้แสงถามย้ำ 

“พี่เอาชิ้นนี้…” เกิดดว่าคำว่าคู่สร้างคู่สม แต่เป็นก็ล้างคู่ผลาญ มันจิ้มเค้กนับสิบชิ้น น้ำอีกสามสี่แก้วประหนึ่งว่ามาเป็นสิบคนทั้งๆที่มีกันแค่สามคน 

“สรุปยังไง? ไอ้ดลมันเป็นรวยหรือจน หรือเป็นใครกูงงไปหมดแล้ว” ไอ้แสงฉานถามขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ที่หน้านั่ง ผมก็ได้เริ่มเล่าให้ฟังทุกฉาก ทุกตอน 

“ไตรรัตน์สิริกุล!” มันร้องอุทานขึ้นเสียงดัง จนลูกค้าในร้านหันมามอง 

“นี่มันเจ้าเงาะถอดรูปชัดๆ” 

“ถึงได้คู่กับนางรจนาอย่างภูวไง” รวีเอ่ยเสริม 

“รู้เรื่องแล้วก็อย่าพึ่งพูดไป ธราดลมันคงไม่อยากป่าวประกาศบอกใครว่าเป็นใครเหมือนกู” 

“เข้าใจและ คนเราก็ต่างความมีความสงบในรูปแบบที่แตกต่างกัน” แสงฉานพยักหน้าเข้าใจ 

“…กินกันไปก่อนนะมึง กูขอไปนั่งเล่นที่ลำธารสักครู่” ผมคว้าเล่มหนังสือนิยายที่ซื้อเก็บไว้จนไม่มีเวลาอ่าน ไปนั่งอ่านชิวๆที่ลำธารฆ่าเวลา 

 

กริ๊งงงง “ว่าไงครับ ออกมายัง” ผมชิงพูดก่อนปลายสาย 

“รถบัสคันที่ผมนั่งยางแตกครับ เห็นพี่สตาฟบอกว่าต้องไปตามช่างมาซ้อมซื้อยางมาเปลี่ยน กว่าจะถึงอยุธยาก็ประมาณเย็นๆเกือบทุ่ม” 

“งั้นเหรอ? โอเคๆ พี่รอที่ร้านพี่พนาแล้วกัน” 

“ครับ ผมบอกพี่เขาแล้วให้ไปส่งหน้าปากทางเข้าร้าน”  

“รักนะครับ จุ๊บๆ” ผมเหมือนคนบ้านั่งยิ้มเขินบิดอยู่คนเดียว เท้าที่แช่น้ำก็บิกเป็นเกลี่ยวด้วยความเขิน 

“เหมือนกันน้า…” 

 

ทุ่มครึ่ง…ผมเดินวนเป็นหนูติดจั่นในร้านที่ไม่มีลูกค้าท่านอื่นอยู่นอกจากพวกผม ไอ้แสงฉานทำหน้าตาเบื่อหน่ายเต็มทน นั่งหมอบเอาหน้าแนบไปกับโต๊ะสีขาว ส่วนรวีก็นั่งเอาหลอดคนน้ำที่เหลืออยู่ค้อนแก้วเล่นพลันหน้ามุ้ยคิวขมวด 

“มันก็สายมากแล้วนะจากเวลาที่บอก ทำไมน้องไม่มาสักที” รวีบ่นขึ้น 

“หรือจะเกิดเรื่องไม่ดี มึงลองโทรหาดิไอ้ภูว” ไอ้แสงฉานเด้งตัวขึ้นมาด้วยหน้าตาตื่น 

“ไม่มีอะไรหรอกน่า…” ปากบอกไอ้แสงว่าไม่มีอะไร แต่ตัวผมนั้นร้อนใจจนออกมาเดินวนไปมารอเจ้าดลที่หน้าพี่พนา ท่ามกลางเสาไฟให้ความสว่างตามทางบนถนน ป้ายร้านพี่พนาเองก็ให้ความสว่างมากพอที่จะลดอาการกลัวจากสิ่งที่มองไม่เห็นไปได้  

ผมได้ยินเสียงคนก้าวเท้ากำลังจ้วงเท้าเข้ามา… 

“พี่ภูว!” ผมเดินออกไปดูที่บนถนนคอนกรีตสีเทา ชายร่างสูงคนที่ผมเฝ้ารอเขากำลังเดินก้าวเท้าเข้ามาหาผม ด้วยให้หน้าที่ยิ้มแย้ม 

แต่ระหว่างทางนั้นกลับมีสิ่งที่ผิดปกติไปกำลังเคลื่อนกายเข้ามาหาธราดล บิ๊กไบค์คันใหญ่พร้อมชายร่างใหญ่ใส่เสื้อผ้าสีดำทั้งตัว “บรี๊นๆ!!” เสียงเบิ้ลเครื่องยนต์ดังขึ้น พลางเร่งความเร็วขับเข้าเชียวเจ้าดลจนล้มลงไปนอนระนาบกับพื้น 

ผมพึ่งเข้าใจวันนี้ว่าอารมณ์ความรู้สึกของการที่ได้เห็นคนที่เรารักมากที่สุดคนหนึ่งกำลังบาดเจ็บต่อหน้าต่อตามันเป็นยังไง ตัวผมชา มือผมสั่น ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก… “ดล!” ผมตะโกนเรียกชื่อเขาจนสุดเสียง ก่อนจะวิ่งเข้าไปหา 

บิ๊กไบค์คันนั้นจอดลงมาดูคนที่เจ็บ แต่ไม่ได้ช่วยพอไปส่งโรงพยาบาล แต่ช่วยกันกลับรุมกระทืบชายที่นอนเจ็บกับพื้นซ้ำอย่างไม่บรรยะบรรยัง ชายชุดดำคนที่หนึ่งใช้เท้ากระทืบลงไปที่กลางลำตัวของเจ้าดลหลายที สายตาธราดลยังคงปรายตามามองผมที่กำลังวิ่งเข้าไป “ออกไปภูว!” เขากระอักเลือดเอ่ยเสียงดังห้ามผม 

“เห้ย! จับไว้อย่าให้มันเข้ามาช่วยได้” ชายชุดดำสั่งคนที่มาด้วยกันให้เข้ามาห้ามผมไว้ ร่างหนาๆตัวสูงใหญ่ เข้ารัดร่างผมไว้จนผมขยับตัวไปไม่ได้ พลางเอามือใหญ่ที่สวมถุงมือหนังจับปิดปากผมไม่ให้ร้องเรียกคนเข้ามาช่วย  

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะมึง ก่อนจะไปห่วงคนอื่น ริอาจเล่นของสูง ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย หัดเจียมตัวไว้บ้างนะมึง”  

“อั่กกกกก…อ๊ากกก” เจ้าดลร้องครางด้วยความเจ็บปวด ริมฝีปากอวบอิ่มเติมไปด้วยคราบเลือดที่กระอักเดือดออกมา แต่เข้าคนนั้นก็ไม่ได้มีการหยุดยั้ง หนำซ้ำยังกระชากคอเสื้อเจ้าดลขึ้นมาแล้วกำหมัดชกเข้าไปที่ใบหน้าร่างสูงอีกหลายที จนธราดลสลบแน่นิ่งไปกับพื้น 

“อั่กกกก อึกกกก” ชายชุดดำเดินตรงเข้ามาหาผมพลันชดลงไปที่หน้าท้องผมอย่างเต็มแรงหนึ่งที และปิดท้ายด้วยการชกใส่หน้าผมอีกครั้ง ผมรู้ตัวทันทีว่ามีน้ำหนืดๆไหลออกมาจากโพรงจมูก พลางกลิ่นคาวเลือดในช่องปากจากแรงหมัดใหญ่ๆ คนที่จับรัดร่างผมไหวปล่อยมือออกจากตัวผม…ผมเจ็บจนไม่มีแรงเหลือให้ทรงตัวยืน ได้แต่ลงไปนอนตัวงอเป็นกุ้งเจ็บหน้าท้องอยู่ข้างๆธราดลที่ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลฟกช้ำ 

“พอแล้วพี่ นายบอกให้แค่สั่งสอนแค่ไอ้คนที่เข้ามายุ่งกับคุณภูว แต่มึงเล่นไม่ยั้งเลย…ทำเกินหน้าที่กูไม่หารนะเว้ย” ชายชุดดำที่จับรัดร่างผมไว้ดุด่าอีกคนที่มาด้วยกัน 

“ชิบหาย เอาไงละทีนี้เผ่นดิรอเหี้ยไร!” บิ๊กไบค์คันโตเบิ้ลเครื่องแล้วขับหนีจากไปทันที 

ผมค่อยๆคานเข้าไปหาเจ้าดล ด้วยความเจ็บจนน้ำตาจะไหล… “ดล! ดลลืมตามองพี่สิ!” ผมร้องเรียกเขา แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ 

“พี่…ไม่น่าเข้ามา เจ็บตัวไปด้วยเลย ผมขอโทษที่ปกป้องพี่ไม่ได้” ร่างสูงได้สติอีกครั้ง ก็เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ้อแอ ไม่มีแรง 

 

“ไอ้ภูวมันไปนานจังว่ะ ว่าแต่มันหายไปไหนแล้ว เมื่อกี้ยังเห็นอยู่หน้าร้านเลย” ผมได้ยินเสียงไอ้แสงฉานกำลังโวยวายอยู่กับใครสักคน แต่ผมไม่มีแรงที่จะเรียกขอความช่วยเหลือจากมัน ได้แต่ภาวนาให้มันเห็นพวกผมที่นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนี้ 

“นั้นใคร?” เสียงรวีเสริมขึ้น “เหี้ยยยยย ไอ้หม่อม ไอ้ดล” ในที่สุดมันก็เห็นผมสองคน 

ก่อนภาพจะถูกตัดไปด้วยความมืด…แสงสว่างดวงใหญ่สองดวงจากรถสักคันก็สาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงเท้าที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาช่วยผม 

. 

. 

. 

1 คอมเมนต์ 1 ล้านกำลังใจ 

เราจะมาลงตอนใหม่ทุกๆ วันพุธกับวันเสาร์ ฝากติดตามรับชมกันด้วยน้า 🙏 

ความคิดเห็น