facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

50.มนต์ยั่วนางไม้

ชื่อตอน : 50.มนต์ยั่วนางไม้

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 133

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2564 09:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
50.มนต์ยั่วนางไม้
แบบอักษร

50.มนต์ยั่วนางไม้ 

  

               แก้วเจ้าจอมแบกเป้เดินขึ้นมาบนบ้านของผู้กองพนาอย่างสำรวจ รู้สึกชอบในบรรยากาศเป็นอย่างมาก ทั้งร่มรื่น เงียบสงบ แล้วยิ่งมีแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ แบบนี้...วิวดียิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวอีกนะเนี่ย ภายในบ้านของเขาแม้จะดูเงียบเหงาแต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกของความเป็นบ้าน เมื่อตามผนังบ้านมีภาพครอบครัวของเขาติดอยู่เป็นจำนวนมากและที่ผนังด้านหนึ่งก็มีหิ้งวางโกศใส่อัฐิของบุคคลทั้งสาม หนึ่งในนั้นคือคนที่แก้วเจ้าจอมเคยรู้จักมาก่อน...ผู้หมวดธนากร น้องชายของเขาและผู้หมวดคนนี้ก็เป็นเพื่อนของผู้หมวดศิขรินญาติผู้พี่ของเธอด้วย ส่วนโกศอีกสองอันนั้นตั้งอยู่หน้าภาพถ่ายของชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งสองคนหน้าตาดูใจดีมาก หล่อสวยเหมาะสมกันโดยเฉพาะผู้ชายที่มีหน้าตาเหมือนกันกับผู้กองพนาและผู้หมวดธนากร...พ่อกับแม่ของเขาสินะ 

               “สวัสดีค่ะ...คุณพ่อ คุณแม่ ผู้หมวด” แก้วเจ้าจอมยกมือขึ้นไหว้โกศใส่อัฐิของคนทั้งสามอย่างเคารพ ถึงทั้งสามคนจะไม่อยู่แล้วแต่เธอก็รู้สึกดีที่ได้มาไหว้และได้มารู้จักกับครอบครัวของสามี 

               ผู้กองพนาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นเธอกำลังยืนไหว้โกศใส่อัฐิของพ่อกับแม่แล้วก็น้องชายเขาอยู่ แบกเป้มาซะใบใหญ่เลยนี่เธอคงตั้งใจมาทำภารกิจตามหาผัวอย่างเต็มที่เลยสินะ ผู้หมวดศิวะโทรมาเล่าให้เขาฟังว่าเมื่อวานนี้เธอไปตามหาเขาที่อุบลฯ แต่ทุกคนก็ไม่ได้บอกเธอว่าเขาอยู่ที่ไหน นี่เธอคงไปถามหาที่อยู่ของเขามาจากคนที่บ้านสินะ ก็บ้านของเธอใหญ่กันมากนี่จะสืบหาที่อยู่ของเขาก็คงไม่ใช่เรื่องยากหรอก 

               “ห้องนอนพี่พนาอยู่ทางนี้หรอคะ” พอไหว้พ่อกับแม่ของเขาแล้วเธอก็หันมาฉีกยิ้มแฉ่งทันทีเมื่อเห็นเขายืนกอดอกพิงประตูห้องนอนแล้วมองเธออยู่ แก้วเจ้าจอมไม่รอช้ารีบเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องนอนของเขาด้วย 

               ห้องนอนของผู้กองพนาอยู่ในส่วนที่ยื่นลงไปในแม่น้ำ ผนังห้องนอนด้านที่อยู่ติดกับแม่น้ำเป็นกระจกใสบานใหญ่ทั้งด้านมองเห็นวิวแม่น้ำได้ชัดเจน ในห้องนอนค่อนข้างโล่ง มีแค่ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของกับโต๊ะเขียนหนังสืออยู่ด้านหนึ่งของผนัง ส่วนที่นอนนั้นเป็นที่นอนสปริงขนาดใหญ่อย่างหนาสีขาววางอยู่กับพื้น ไม่มีเตียง บนที่นอนมีหมอนและผ้าห่มผืนใหญ่สีขาวท่าทางน่าจะนุ่มและอุ่นไม่น้อย แล้วเหนือที่นอนก็มีมุ้งสีขาวแขวนอยู่อย่างเรียบร้อย แก้วเจ้าจอมมองที่นอนสลับกับเจ้าของห้องอย่างยิ้มๆ แล้วก็เดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ 

               “ที่นอนติดพื้นแบบนี้ก็ดีนะคะ...ไม่ต้องกลัวเตียงโยก ไม่ต้องกลัวเตียงหัก” พอพูดเสร็จก็รีบเดินหนีไปนั่งข้างๆ ที่นอนแล้วเริ่มดึงเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวออกมาจากเป้เพื่อจัดเก็บให้เรียบร้อย ในขณะที่ผู้กองพนาได้แต่ยืนหน้าแดงอยู่กับที่เมื่อได้ฟังความนัยที่เธอสื่อ...ยัยเด็กแก่แดด ตกลงนี่มาง้อเขาหรือจะมาจับเขาปล้ำทำผัวอีกกันแน่ล่ะเนี่ย 

               เพราะทันทีที่ออกมาจากฐานทัพเรือสัตหีบ แก้วเจ้าจอมก็เลยไม่ได้กลับไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าที่บ้าน ดังนั้นก่อนที่จะเดินทางมาเพชรบุรีเธอจึงต้องซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชุดนอนตัวบางเบาสุดเซ็กซี่ ชุดว่ายน้ำ เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น กะว่าจะมาแต่งตัวสวยเอาใจสามีโดยเฉพาะเพราะถ้าหมดวันหยุดไปแล้วก็คงจะหาโอกาสมาพักผ่อนด้วยกันแบบนี้ยาก ไหนจะภารกิจของเขาที่เขาต้องไปทำด้วยอีก 

กว่าจะเก็บข้าวของเสร็จพอหันมาอีกทีแก้วเจ้าจอมก็ไม่เห็นเขาแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขาหายไปไหนแต่คิดว่าก็คงจะลงไปทำชิงช้าต่อเพราะก่อนหน้านี้เขายังทำชิงช้าไม่ทันเสร็จดี แก้วเจ้าจอมเดินสำรวจดูบ้านของเขาอีกครั้ง ห้องอีกสองห้องนั้นเป็นห้องนอน ห้องใหญ่คาดว่าน่าจะเป็นของพ่อกับแม่เขา ส่วนอีกห้องเป็นของผู้หมวดธนากรซึ่งยังมีข้าวของเครื่องใช้ของเขาอยู่ครบถ้วน ซึ่งห้องนอนของผู้หมวดธนากรนั้นต่างจากห้องนอนของผู้กองพนามากก็ตรงที่มีเตียงนอน มีทีวี โต๊ะหนังสือ ตู้สะสมโมเดลตัวการ์ตูน เหมือนห้องนอนของวัยรุ่นทั่วไปคนหนึ่งซึ่งแก้วเจ้าจอมคิดว่าผู้หมวดธนากรก็คงจะเหมือนผู้กองกวินทร์พี่ชายของเธอที่ยังมีมุมขี้เล่น สนุกสนานอยู่บ้าง ในขณะที่ผู้กองพนานั้นกลับทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินตัว เงียบๆ นิ่งๆ แล้วก็ดูเป็นคนเรียบง่ายตลอดเวลา แต่ดูจากภาพถ่ายมากมายที่ติดอยู่ตามผนังบ้านแล้วคาดว่าเขากับน้องชายคงเป็นพี่น้องที่รักกันมากแน่ๆ ก็เหมือนกับพี่แฝดของเธอที่พอได้อยู่ด้วยกันทีไรก็แทบจะไม่แยกจากกันไปไหนเลย ตัวติดกันตลอด แม้แต่ตอนไปเรียนหลักสูตรหน่วยรบพิเศษก็ยังได้เป็นคู่บัดดี้กันทุกหลักสูตรด้วย 

แก้วเจ้าจอมเดินออกมาที่ส่วนโถงของบ้านซึ่งมีชุดโซฟาโครงไม้ปูเบาะผ้านุ่มๆ พร้อมกับหมอนอิงใบใหญ่ ชั้นวางทีวีจอใหญ่ตั้งอยู่อีกฝั่งดูเรียบๆ ไม่ได้มีความหรูหราสมกับเป็นบ้านของเศรษฐีที่ดินแห่งเมืองเพชรเลย หรือคงเพราะบ้านหลังนี้ไม่ค่อยมีคนอยู่แล้วข้าวของทุกอย่างในบ้านจึงถูกเก็บออกไป น่าสงสารทั้งบ้าน ทั้งเจ้าของบ้านเหลือเกิน เมื่อก่อนเขาคงเหงามากแน่ๆ เวลาที่ต้องกลับมาบ้านแล้วไม่มีใครอยู่ด้วย ถึงว่าสินะเขาถึงบอกว่าเขาอยากมีลูก...เขาคงเหงาและอ้างว้างมากก็เลยอยากมีครอบครัวที่อยู่กันหลายๆ คน แล้วพอพ่อของเธอเสนอว่าหากแต่งงานกันแล้วเขาต้องย้ายไปอยู่กับเธอเขาก็เลยยอมรับปาก...เขาคงไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว 

“ครับครู พรุ่งนี้ผมจะรีบไปแต่เช้าครับ” เสียงผู้กองพนาพูดสายโทรศัพท์อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขณะที่แก้วเจ้าจอมกำลังเดินเข้าไปหาเขา “รอบนี้มีคนกระโดดเยอะมั้ยครับ อ๋อ ดีเลยครับคนกันเองทั้งนั้น แล้วยังไงพรุ่งนี้เจอกันที่ค่ายนะครับครู” 

เจอกันที่ค่าย...มีคนกระโดดเยอะมั้ย...แก้วเจ้าจอมได้แต่เอียงคอฟังเขาพูดสายโทรศัพท์ คาดว่าปลายสายน่าจะเป็นครูฝึกของเขา พรุ่งนี้เขามีกระโดดร่มที่ค่ายหรอ 

“พี่พนาจะไปกระโดดร่มพรุ่งนี้หรอคะ” เธอถามขึ้นเมื่อเขาวางสายไปแล้ว แล้วก็มองโทรศัพท์ของเขาอย่างน้อยใจเรื่องที่เขาบล็อกการติดต่อเธอในทุกๆ ช่องทาง 

               “...” ผู้กองพนาไม่เพียงแต่จะไม่ตอบคำถามของเธอ แต่เขายังทำเป็นไม่ได้ยินด้วยก่อนจะกลับไปทำชิงช้าต่อซึ่งใกล้จะเสร็จแล้ว แก้วเจ้าจอมได้แต่ยืนมองเขาด้วยความเศร้าใจแต่ก็ไม่กล้าเหวี่ยงอะไรใส่เขาทั้งนั้น 

               “ไนเปอร์ไปด้วยได้มั้ยคะ ตอนที่เรียนหลักสูตรส่งทางอากาศไนเปอร์ก็มาเรียนที่ค่ายนเรศวรเหมือนกัน...ถึงจะไม่ได้เรียนหลักสูตรกระโดดร่มแบบกระตุกเองก็เถอะ” เพราะเธอชอบการยิงปืนมากกว่าก็เลยเน้นเรียนการยิงปืนเป็นหลัก อีกอย่างงานของหมอก็ค่อนข้างยุ่งไหนจะต้องอ่านหนังสือทบทวนความรู้อยู่บ่อยๆ อีกเธอก็เลยเรียนแค่หลักสูตรส่งทางอากาศของตำรวจไป ซึ่งหลักสูตรส่งทางอากาศของทุกๆ เหล่าทัพนั้นถือว่าเป็นหลักสูตรพื้นฐานก่อนที่จะมีการเรียนหลักสูตรกระโดดร่มเบื้องสูงอย่างหลักสูตร Skydiving การกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธาของทางค่ายนเรศวรซึ่งเป็นการกระโดดร่มแบบกระตุกเอง (Freefall) หรือ High Altitude Low Opening และหลักสูตรพรานเวหาอย่าง High Altitude High Opening ซึ่งเป็นหลักสูตรที่คนเป็นหน่วยรบพิเศษจำเป็นที่จะต้องเรียนดังคำที่ว่า พลร่มทุกคนไม่ใช่หน่วยรบพิเศษ แต่หน่วยรบพิเศษทุกคนต้องเป็นพลร่ม 

               “...ไนเปอร์อยากไปด้วย ไนเปอร์อยากอยู่กับพี่พนา ไนเปอร์ยังไม่เคยเห็นพี่พนากระโดดร่มเลยเคยได้ยินแต่หมวดศิเล่าว่าพี่พนากระโดดร่มเก่งมาก” 

               “...” 

               ไม่ได้มีเสียงใดๆ ตอบกลับมาเมื่อผู้กองพนายังทำชิงช้าต่อจนเสร็จ เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอเลยสักนิดเดียวแม้แต่หางตาก็ยังไม่มองจนแก้วเจ้าจอมหน้าเสียไปหมดแล้ว ใจเธอเสียไปหมดแต่ก็ไม่อยากจะละความพยายาม เธอเองก็อยากจะรู้ว่าเขาจะไม่พูดกับเธอตลอดปีตลอดไปเลยมั้ย 

               พอทำชิงช้าเสร็จผู้กองพนาก็ลองนั่งลงบนชิงช้าดูเพื่อเช็คความแข็งแรง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดแล้วโทรหาเพื่อนรุ่นน้องของเขาที่ค่ายนเรศวรเพราะพรุ่งนี้มีกระโดดร่มทบทวนด้วยกัน แก้วเจ้าจอมได้แต่ยืนมองเขาน้ำตาคลอก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ เขาบนชิงช้าเพราะชิงช้าที่เขาทำมันค่อนข้างกว้างและนั่งสองคนได้สบายๆ เลย พอเธอนั่งลงข้างเขาแล้วเธอก็กอดเขาในทันทีแล้วซุกแก้มแนบอกของเขาโดยไม่พูดอะไร ความเฉยชาของเขามันทำให้เธอกลัว และกลัวจนต้องมากอดเขาเพื่อให้เธอได้มั่นใจว่าเขายังอยู่กับเธอจริงๆ 

               “ปล่อย” ผู้กองพนาวางสายโทรศัพท์แล้วก็ผลักเธอออกจากตัวของเขาในทันที สายตาที่เขามองเธอมามีแต่ความเฉยชามอบให้แต่แก้วเจ้าจอมก็ยังฝืนยิ้มให้กับเขาอยู่ 

               “พี่จ๋า พรุ่งนี้ขอไนเปอร์ไปด้วยนะ” แล้วผู้กองพนาก็ลุกเดินหนีจากเธอไปแทนคำตอบ เขาทำเหมือนกับรำคาญเธอมากจึงได้เดินหนีเข้าสวนชมพู่ไปทิ้งให้แก้วเจ้าจอมได้แต่มองตามทั้งน้ำตาก่อนที่เธอจะรีบเช็ดมันออกเพราะยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ง่ายๆ 

               ฝ่ายผู้กองพนาเมื่อเดินหนีเธอเข้ามาในสวนชมพู่แล้วเขาก็ต้องถอนหายใจออกมา สงสารเมียรักก็สงสารแต่ถ้าเขาไม่ทำใจแข็งสั่งสอนเธอเสียบ้างต่อไปเธอก็จะไม่รู้ตัวเสียทีว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ เธอเป็นเมียของเขาเธอก็ควรจะแคร์เขาบ้าง ไม่ใช่บอกว่ารักเขาแล้วยังไปแคร์แต่คนอื่น 

               “ครูครับ” เขาต่อสายกลับไปหาครูฝึกของเขาที่ค่ายนเรศวรอีกครั้งเมื่อมีบางอย่างอยากจะขอ “พรุ่งนี้ผมขอกระโดดร่มแบบ Tandem นะครับ พอดีว่า...ผมมีร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงคนหนึ่งจะไปด้วย เธอเป็นหมอประจำฐานของผมครับเคยผ่านหลักสูตรส่งทางอากาศมาแล้วและมีความรู้ ความสามารถรวมถึงทักษะการกระโดดร่มเป็นอย่างดี ผมอยากให้เธอร่วมกระโดดร่มด้วยเพื่อเป็นการฝึกทักษะการแทรกซึมทางอากาศเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ” แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตอบรับว่าจะให้แก้วเจ้าจอมไปด้วย แต่ถ้าเธออยากไปเขาก็จะให้ไป และการไปครั้งนี้เขาจะให้เธอร่วมกระโดดร่มด้วยไม่ใช่แค่เป็นคนดูเพียงอย่างเดียว 

               “ได้ใช่มั้ยครับ ครับครู ขอบคุณมากนะครับแล้วพรุ่งนี้ผมจะรีบพาเธอไปจะได้แนะนำท่าทางการทรงตัวในอากาศให้เธอด้วย” 

               แล้วผู้กองพนาก็ต้องรีบวางสายโทรศัพท์ก่อนจะเก๊กหน้านิ่งต่อเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมกำลังเดินตามเขาเข้ามาในสวน ตาของเธอดูบวมๆ และปลายจมูกก็แดงทำให้เขารู้ว่าเธอคงจะเพิ่งร้องไห้มา แต่พอเห็นเขาเธอก็รีบฉีกยิ้มให้อย่างสดใสเหมือนเดิมแล้วก็วิ่งเข้ามากอดแขนของเขาจนหน้าอกหน้าใจเบียดแนบกับแขนของเขาชวนให้จินตนาการไปไกล 

               “พี่พนา ให้ไนเปอร์ไปค่ายด้วยเถอะนะคะ เอ๊ะ! เอาแบบนี้มั้ยคะเดี๋ยวไนเปอร์จะไปเรียนหลักสูตรกระโดดร่มแบบกระตุกเอง ต่อไปเวลาพี่พนามากระโดดร่มทบทวนไนเปอร์จะได้มากระโดดกับพี่พนาได้ ไนเปอร์บังคับร่มเก่งนะ กระโดดกี่ทีๆ ก็ลงสนามได้อย่างสวยงามไม่เคยตกน้ำ ไม่เคยเข้าป่าด้วย เครื่องหมายร่มดาวดำถือว่าเป็นความภูมิใจของตำรวจ น้อยคนที่จะมีได้ ไนเปอร์อยากติดเครื่องหมายร่มดาวดำเหมือนพี่พนา” 

               “รู้มั้ยคนที่จะติดเครื่องหมายร่มดาวดำได้น่ะเขาต้องเป็นคนยังไง” 

               “ยังไงหรอคะ” ในที่สุดเขาก็ยอมพูดกับเธอแล้ว ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกจริงๆ 

               “คนที่จะติดเครื่องหมายร่มดาวดำได้ต้องเป็นคนที่กล้าหาญ มีความเป็นผู้นำและที่สำคัญ...ต้องกล้าตัดสินใจในขณะวิกฤติด้วย วินาทีเป็นวินาทีตายตอนที่อยู่บนฟ้าถ้าตัดสินใจไม่เด็ดขาด ไม่มีสติรู้จักคิดก็อาจจะพลาดท่าตกลงมาตายได้ทุกเมื่อ แล้วคุณคิดว่าคนอย่างคุณจะทำได้หรอ ลำพังแค่เรื่องเรียงความสำคัญระหว่างผัวกับน้องนอกไส้ยังทำไม่ได้ ตัดสินใจไม่เด็ดขาดขืนไปเรียนก็คงจะตกลงมาคอหักตายเปล่าๆ” 

               “...คนเรา ถ้าผิดพลาดไปแล้วจะไม่สามารถแก้ตัวใหม่ได้เลยหรอคะ” 

               “ก็ตกลงมาคอหักตายแล้ว จะเอาโอกาสที่ไหนมาแก้ตัว” 

               “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวไนเปอร์ไปเกิดใหม่แล้วค่อยมาแก้ตัวก็ได้” เธอฉีกยิ้มแฉ่งให้เขาอย่างน่ารัก สีหน้าบ่งบอกถึงความตั้งใจและจริงจังสุดๆ จนผู้กองพนาต้องขบกรามเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เผลอหลุดยิ้มออกมา เขายอมรับว่าเขาโกรธกับสิ่งที่เธอทำกับเขาแต่ในขณะเดียวกันเขาก็รักเธอมากเกินกว่าจะผลักไสเธอออกไปจากหัวใจของเขาได้ และเขาก็ดีใจที่เธอมาตามหาเขา มาง้อเขา ใช่ว่าเขาอยากจะใจร้ายกับเธอแต่เขาแค่อยากจะสั่งสอนเธอให้เธอได้รู้ว่าความรู้สึกของคนถูกทิ้งมันเป็นยังไง 

               เมื่อเห็นเขาทำเป็นเบือนหน้าหนีอีกแก้วเจ้าจอมก็หาเรื่องมาชวนเขาพูดคุยต่อ เธอมองไปรอบๆ ตัวก่อนจะหยุดอยู่ที่ต้นชมพู่ที่กำลังออกผลดก 

               “พี่พนาอยากกินชมพู่มั้ยคะ เดี๋ยวไนเปอร์จะปีนไปเก็บมาให้” 

               “...” ผู้กองพนามองไปตามมือที่เธอชี้แล้วก็เดินหนีไปแต่แก้วเจ้าจอมก็รีบดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้ก่อน 

               “งั้นกินมะปรางมั้ยคะ นู่นค่ะ ต้นนู้นกำลังดกเลย” 

               “...” แล้วคนที่เธอชวนกินมะปรางก็ดึงมือของเธอออกจากเสื้อของเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก ไม่ยอมพูดไม่ยอมจาอะไรสักคำจนแก้วเจ้าจอมต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

               “ง้อคนแก่ทำไมมันง้อยากแบบนี้เนี่ย ถึงว่าสิพี่เรนเจอร์บอกว่าห้ามมีผัวแก่” เผลอบ่นดังไปหน่อยคนแก่ที่กำลังเดินหนีเธอไปก็เลยได้ยินเข้าก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง แก้วเจ้าจอมก็เลยต้องยิ้มกลบเกลื่อนแสร้งทำเป็นมองนกมองไม้ไปเรื่อยแทน 

               “แต่พี่เรนเจอร์ไม่รู้หรอกว่าบางทีการมีผัวแก่มันก็ดีเหมือนกันน้า...แก่แต่แซ่บ อบอุ่นแล้วก็น่ารัก...ไม่งั้นไม่หลงรักจนต้องมาตามหาถึงที่นี่หรอก” เธอรีบแก้คำพูดใหม่อย่างเอาใจคนแก่ที่ยืนทำหน้าดุอยู่ หางตาก็แอบเหล่ๆ มองเขา จนเมื่อเขายอมเดินหนีไปแล้วนั่นแหละเธอถึงได้ถอนหายใจออกมาอีกรอบ 

               “ต้องเรียกร้องความสนใจยังไงดีเนี่ย” 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมกลับมาที่บ้านเพราะขี้เกียจจะเดินตามเขาไปแล้ว เธอไม่รู้ว่าเขาจะเดินไปไหนก็เห็นเดินวนไปวนมาอยู่ในสวนนั่นแหละ คาดว่าเขาคงเดินหนีเธอมากกว่าเธอก็เลยไม่ตามเขาแล้ว พอกลับมาเธอก็มานั่งเล่นอยู่ที่ชิงช้าที่เขาเพิ่งทำเสร็จนั่นแหละ นั่งมองนั่นมองนี่ไปเรื่อยเพราะรู้สึกชอบบ้านของเขาเป็นอย่างมาก ทั้งเงียบสงบแล้วก็ร่มรื่น ได้ยินแต่เสียงน้ำในแม่น้ำ เสียงปลากระโดดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เสียงนก เสียงแมลงแล้วก็เสียงสายลม กลิ่นดินกลิ่นหญ้าก็หอมคละเคล้ากับกลิ่นดอกโมกข้างบ้านอีก บรรยากาศดีจังเลย ดีจนอยากอยู่ที่นี่ตลอดไปกับเขาสองคน 

               “อ้าว” กำลังนั่งเล่นชิงช้าอยู่เพลินๆ คนแก่ขี้งอนก็เดินดุ่มๆ ออกมาจากสวนพร้อมกับชมพู่ มะปราง มะม่วงแล้วก็กล้วยหอมอีกเป็นจำนวนมาก แบกมาเป็นเข่งๆ กันเลยทีเดียว 

               “พี่พนาไปเก็บผลไม้มาให้ไนเปอร์หรอคะ” เธอรีบกระโดดลงจากชิงช้าไปหาเขาแล้วทำท่าจะยื่นมือไปหยิบชมพู่ขึ้นมากินแต่ก็ถูกเขาตีมือเสียก่อน 

               “จะเอาไปค่าย” เขาตอบเสียงห้วนขึ้นมาแล้วก็แบกเข่งผลไม้เอาไปไว้ที่รถต่อแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งมองอย่างน้อยใจ จะเอาไปฝากคนที่ค่ายก็บอกเธอดีๆ ก็ได้นี่ ทำไมต้องตีด้วย 

               แล้วแก้วเจ้าจอมก็กลับไปนั่งที่ชิงช้าตามเดิมเมื่อผู้กองพนาเอาผลไม้ไปเก็บที่รถเสร็จแล้ว เธอนั่งมองเขาต่อว่าเขาจะทำอะไร จะหนีเธอไปที่ไหนอีก ถ้าตราบใดเขายังอยู่ในบริเวณบ้านและสวน อยากจะเดินไปไหนก็ไปเลยแต่ถ้าจะออกไปจากที่นี่ล่ะก็เธอจะไปด้วย จะนั่งเฝ้ารถเขาเอาไว้นี่แหละ ต่างคนต่างก็มองหน้ากัน แม้สีหน้าของแก้วเจ้าจอมจะดูหงอยๆ แต่แววตาของเธอก็ไม่ได้มีความยอมแพ้จนสุดท้ายผู้กองพนาก็ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาของเธอก่อนแล้วเดินไปที่ราวเหล็กริมแม่น้ำก่อนจะ...ถอดเสื้อออก 

               “หูย...” แก้วเจ้าจอมที่ยังมองตามเขาอยู่เผลอร้องออกมาอย่างลืมตัวเมื่อเห็นเขาถอดเสื้อเปลือยแผ่นอกแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี กล้ามเป็นมัดๆ ซิกแพคเป็นลอนสวย กางเกงก็เอวต่ำจนจะจินตนาการไปถึงพญาอนาคอนด้าแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีได้อยู่แล้ว โอยพ่อคุณ...พ่อขนมหวานเมืองพระ แดนธรรมะทะเลงามทำไมงานดีแบบนี้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้เธอหลงได้ยังไง ดูสิ! ยิ่งพอเขากระโดดขึ้นไปดึงข้อกับราวเหล็กก็ยิ่งดูมาดแมน ทำไมตอนพี่แฝดกับผู้หมวดศิขรินถอดเสื้อดึงข้อแข่งกันที่บ้านเธอถึงรู้สึกเฉยๆ นะทั้งๆ ที่พวกเขาก็งานดีเหมือนกัน อ้อ! คงเพราะตาสามหน่อนั่นเป็นพี่ชายของเธอเธอก็เลยไม่รู้สึกอะไรแต่นี่...นี่เป็นผัวของเธอ ชาติที่แล้วทำบุญมาด้วยอะไรกันถึงได้คุณสามีงานดีขนาดนี้ ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้ 

               “...คุณพระคุณเจ้า” เธอรีบยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเอาไว้ขณะดูเขาดึงข้อ ยิ่งเขาออกกำลังกายเม็ดเหงื่อก็ยิ่งผุดขึ้นมาจนดูเซ็กซี่น่าหลงใหล เสียงหอบกระเส่าที่ได้ยินทำให้อดนึกถึงเสียงของเขาตอนที่อยู่บนเตียงกับเธอไม่ได้ ใบหน้าหวานสวยที่ดูหงอยๆ พลันแดงระเรื่อขึ้นในทันที ตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เขา จ้องเขม็งแม้แต่เม็ดเหงื่อที่ไหลผ่านอกแกร่งลงมาตามซิกแพคแล้วไหลต่ำลงมาที่หน้าท้อง ที่ขอบกางเกงเอวต่ำใกล้ๆ กับที่พำนักของพญาอนาคอนด้าแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี ทำไมต้องมาออกกำลังกายต่อหน้าเธอ ทำไมต้องมาแสดงความแซ่บให้ใจของเธอไหวหวั่นแบบนี้ 

               “เป็นอะไร” เพราะยังตกอยู่ในภวังค์ของความหลงใหลแก้วเจ้าจอมก็เลยไม่รู้ตัวว่าตอนนี้ผู้กองพนาได้เดินเข้ามาหาเธอที่ชิงช้าแล้ว และไม่เพียงเดินมาเฉยๆ แต่เขายังเชยคางของเธอขึ้นไปหาด้วย กลิ่นเหงื่อจากกายของเขายิ่งทำให้เธอรู้สึกใจไม่ดี หน้าร้อนผ่าวอย่างสุดๆ แล้วเพราะคิดว่าเขาจะก้มลงมาจูบ แต่แทนที่เขาจะจูบเขากลับปาดนิ้วมาที่ใต้จมูกของเธอแทน 

               “เลือดกำเดาไหล” 

               “หะ...ห๋า” ว่ายังไงนะ! แก้วเจ้าจอมรีบยกมือขึ้นเช็ดจมูกของตัวเองทันทีก็เห็นว่าตอนนี้เธอเลือดกำเดาไหลแล้วจริงๆ พอเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกก็เห็นสายตาของเขาเหมือนกับจะเยาะเย้ยเธออยู่ 

               “ไม่สบายหรอ ซี่โครงร้าวยังไม่หายดีงั้นกลับกรุงเทพฯ ไปรักษาตัวกับหมออรินไป ไม่สบายก็ควรไปอยู่กับหมอไม่ใช่มาอยู่กับตำรวจ” 

               “ต่อให้ป่วยใกล้ตายไนเปอร์ก็จะอยู่กับตำรวจค่ะ...แค่ตำรวจคนนี้คนเดียว” เธอยื่นมือมาวางที่อกของเขาตรงหัวใจ “หัวใจของไนเปอร์อยู่ตรงนี้ ไนเปอร์อยู่ห่างจากหัวใจของตัวเองไม่ได้” 

               “ทำไมจะไม่ได้ ห่างมาตั้งสองอาทิตย์ก็ยังไม่เห็นตายเลย แล้วเป็นหมอยังไงไม่รู้จักดูแลตัวเองนั่งเลือดกำเดาไหลอยู่แบบนี้” 

               “...ไนเปอร์สบายดี” เธอยกสองมือขึ้นแตะศีรษะของตัวเอง ซึ่งมันเป็นท่าทางที่เหล่าทหารตำรวจทำเพื่อยืนยันอาการของร่างกายตัวเองขณะที่ทำการฝึก แต่พอแก้วเจ้าจอมทำมันกลับดูน่ารักและไร้เดียงสามากจนหัวใจของผู้กองพนาอ่อนยวบไปเลย “ไนเปอร์แค่เลือดกำเดาไหลเพราะ...เพราะ...” แล้วนิ้วเล็กๆ ก็ยื่นมาไล้ที่แผ่นอกของเขา ทั้งไล้และลูบวนเบาๆ ลงมาจนถึงบริเวณขอบกางเกง แก้วเจ้าจอมลุกขึ้นจากชิงช้าแล้วเดินเข้าไปหาเขาจนแนบชิด 

               “พี่พนาอ่อยไนเปอร์ ก็รู้ๆ อยู่ว่าเมียรักเมียหลงพี่พนาก็ยังจะมาอ่อย...” นิ้วของเธอแซะขอบกางเกงเข้าไปเรื่อยๆ หวังจะแหย่พญาอนาคอนด้าแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรีถึงในรังแต่ผู้กองพนาก็ไหวตัวทันรีบตะปบมือของเธอเอาไว้ก่อนที่เธอจะทำให้เขาตบะแตก 

               “อ่อยอะไรใครเขาไปอ่อยคุณ พรุ่งนี้ผมมีกระโดดร่มผมก็ต้องออกกำลังกายวอร์มร่างกายให้พร้อม คุณสิที่เป็นฝ่ายมาคิดอกุศลกับผมเอง” 

               “อกุศลตรงไหน” แก้วเจ้าจอมเถียงกลับ “ก็ผัวหล่อ ผัวหุ่นดีแล้วก็น่ากิน เมียนั่งมองอย่างชื่นชมแล้วมันอกุศลยังไง วัวเคยค้าม้าขี่ แล้วก็ขี่มาทุกคืนด้วยแค่มองแค่นี้ทำไมจะไม่ได้มากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว...” 

               “เป็นสาวเป็นางพูดให้มันดีๆ หน่อย” 

               “นี่มันเรื่องธรรมชาตินะคะ ไนเปอร์เป็นหมอไนเปอร์ไม่คิดมากหรอกแล้วไนเปอร์ก็ไม่ได้พูดกับคนอื่นด้วย ไนเปอร์พูดกับผัวของตัวเอง พูดกันแค่สองคน รักก็คือรักหลงก็คือหลงแล้วไนเปอร์ก็หลงพี่พนามากด้วย” 

               “...” 

               “จะออกกำลังกายก็ไปออกสิคะพรุ่งนี้มีกระโดดร่มนะ รึถ้าเปลี่ยนใจไม่อยากออกกำลังกายแล้วไนเปอร์จะฉุดเข้าห้องนอนไปทำอย่างอื่นแทน” ว่าแล้วก็ก้าวพรวดๆๆ เข้าไปหาเขาอีกทำเอาผู้กองพนาถอยหนีแทบจะไม่ทัน ถึงจะทำเหมือนกับว่าไม่ต้องการเธอหากแต่ภายในใจของเขากลับเต้นโครมครามอย่างถูกอกถูกใจกับคำพูดของเมียรัก ยัยเด็กหื่น แอบมองเขาจนเลือดกำเดาพุ่งอะไรมันจะหลงผัวขนาดนั้น เขาก็เห็นเธอนั่งมองเขาออกกำลังกายอยู่นานแล้ว มองซะตาเยิ้มเลยแล้วจู่ๆ เลือดกำเดาก็ไหลออกมาจนเขาต้องรีบเข้ามาดูนี่แหละ 

               ผู้กองพนาหันมามองแก้วเจ้าจอมเป็นพักๆ ขณะวอร์มร่างกายต่อเพราะยังเป็นห่วงเรื่องที่เธอเลือดกำเดาไหล ถึงแม้ว่าจะไหลเพราะความหื่นไม่ใช่เพราะเจ็บป่วยอะไรแต่เขาก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี พรุ่งนี้ก็ต้องไปกระโดดร่มด้วยกันแล้ว เขาก็อยากให้เธอมาวอร์มร่างกายด้วยอยู่หรอก อยากจะให้ดึงข้อสักหน่อยแต่เพราะเธอยังมีอาการซี่โครงร้าวจากการถูกยิงอยู่เขาเลยไม่อยากให้เธอออกแรงมาก ก่อนหน้านี้เขาก็โทรไปหาพ่อเธอมาเพื่อบอกว่าตอนนี้เธออยู่กับเขาไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวเขาจะดูแลเธอให้ แล้วเขาก็ยังขออนุญาตพ่อของเธอเพื่อพาเธอไปกระโดดร่มด้วย ซึ่งรองกรันณ์ก็เห็นด้วยกับเขาเพราะอยากให้ลูกสาวมีทักษะในการกระโดดร่มมากขึ้น เพราะเดิมแล้วแก้วเจ้าจอมนั้นมีทักษะในการกระโดดร่มมากหากแต่เธอมาเอาดีทางด้านการยิงปืนเสียมากกว่าจึงไม่ได้เรียนหลักสูตรกระโดดร่มขั้นสูงต่อ 

                 

 

 

ตลอดช่วงบ่ายผู้กองพนาก็วอร์มเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการกระโดดร่มในวันพรุ่งนี้ แก้วเจ้าจอมที่หายจากอาการเลือดกำเดาไหลแล้วก็เข้ามาวอร์มร่างกายอยู่ข้างๆ เพราะอยากอยู่ใกล้เขา อยากทำกิจกรรมทุกๆ อย่างร่วมกันแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยยอมพูดกับเธอแต่เธอก็ยังอุ่นใจที่ได้อยู่กับเขาแบบนี้ ผู้กองพนาเลยให้เธอวอร์มร่างกายด้วยท่าออกกำลังกายแบบเบาๆ แทน 

               “พี่พนา ไปอาบน้ำกันค่ะเย็นแล้ว” หลังจากที่วอร์มร่างกายมาจนเหงื่อซึมแล้วแก้วเจ้าจอมก็ไปเปลี่ยนเป็นชุดผ้าถุงกระโจมอกบนบ้านก่อนจะเข้ามาดึงแขนผู้กองพนาให้ไปอาบน้ำด้วยกัน ผู้กองพนาที่ยืนล้างหน้าล้างตาอยู่กับตุ่มน้ำถึงกับมองตาค้างเมื่อเห็นผ้าถุงกระโจมอกของเธอ ซึ่งมันไม่ใช่ผ้าถุงใส่อาบน้ำทั่วไปหากแต่มันเป็นผ้าผืนสีขาวแสนบางเบา นี่ถ้าโดนน้ำไปได้แนบเนื้อจนมองทะลุแน่ๆ ถึงก่อนหน้านี้เธอจะวอร์มร่างกายจนเหงื่อชุ่มแต่ยิ่งเหงื่อเธอออกกลิ่นกายของเธอก็ยิ่งหอมกรุ่นจนเขาหายใจติดขัดไปหมด ร่างบอบบางขาวผุดผ่องกลืนไปกับสีของผ้าเหมือนคนไม่เคยออกแดด อกอวบเต่งตึง เอวบางคอดและสะโพกกลมกลึงน่าสัมผัส ใบหน้าก็หวานสวยอย่างยากจะหาใครเทียบได้ ยิ่งเธอกอดแขนเขา เบียดอกอวบๆ แนบกับแขนของเขาเขาก็แทบเก๊กหน้าดุใส่เธอไม่ลง 

               “ไปอาบคนเดียวสิ” เขาพยายามทำเป็นไม่สนใจแล้วหันมากวักน้ำในตุ่มล้างหน้าต่อแต่แก้วเจ้าจอมก็ยังไม่ยอมไปไหน 

               “ไนเปอร์อยากอาบน้ำกับพี่พนา อยากให้พี่พนาสระผมให้อีก” 

               “ไม่มีมือสระเองรึไง” 

               “ก็ชอบให้ผัวสระให้” 

               “ผมไม่ใช่ผัวคุณ! อยากได้ผัวก็กลับไปหาอรินนู่นไป” เขาไม่ว่าเพียงอย่างเดียวแต่ยังชี้นิ้วไล่ด้วยจนแก้วเจ้าจอมยิ้มแทบไม่ออก หน้าเจื่อนไปหมดก่อนจะยอมปล่อยแขนของเขาสีหน้าทะเล้นหงอยขึ้นมาในทันทีก่อนที่เธอจะเดินก้มหน้าจากเขาไปแต่ไม่ใช่ทางไปห้องน้ำ 

               แก้วเจ้าจอมเดินตรงไปยังระเบียงไม้ที่ยื่นลงไปในแม่น้ำเพชรบุรี เธอยืนมองแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ อยู่ริมระเบียงด้วยสีหน้าเศร้าๆ น้ำตาคลอ ผู้กองพนาที่มองตามเธอไปเริ่มจะเห็นท่าไม่ดีเสียแล้วเพราะที่เขาว่าเธอไปก็แรงอยู่ไม่ใช่น้อยจนเธอยิ้มไม่ออก 

               “...ไนเปอร์!!!” เขาร้องเรียกเธอแล้วจะเดินเข้าไปหา แก้วเจ้าจอมจึงหันกลับมามองเขาอีกครั้ง สีหน้าของเธอดูเศร้ามากๆ เธอมองเขาอย่างตัดพ้อก่อนจะหันกลับไปที่แม่น้ำ 

               “ไนเปอร์อย่า!!!” 

               ตูม!!! 

               ทันทีที่แก้วเจ้าจอมกระโดดลงไปในแม่น้ำ ผู้กองพนาก็รีบวิ่งเข้าไปหาแล้วกระโจนลงน้ำตามเธอไป ถึงช่วงนี้น้ำในแม่น้ำจะไม่ได้แรงมากและน้ำก็ไม่ได้ลึกจนเกินไปพอที่จะลงไปว่ายน้ำเล่นได้แต่ถ้าเกิดแก้วเจ้าจอมคิดอะไรบ้าๆ มันก็อันตรายอยู่ไม่น้อย 

               “ไนเปอร์!!! ไนเปอร์อยู่ไหน!!!” เขาร้องเรียกหาเธอก่อนจะดำลงไปที่ใต้น้ำ ด้วยน้ำในแม่น้ำค่อนข้างใสจึงไม่เป็นอุปสรรคในการมองหาใต้น้ำ ถ้าเธอเป็นอะไรไปเพราะคำพูดของเขาเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย พูดไปได้ยังไง! เขาพูดไปได้ยังไงว่าไม่ได้เป็นสามีของเธอทั้งๆ ที่เขากับเธอก็ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วเธอก็รักเขามากด้วย มากจนเลือดกำเดาไหลเพราะแอบมองเขา 

               “ไนเปอร์!!!” เขาว่ายกลับขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้วร้องเรียกหาเธออีก หัวใจสั่นไหวไปด้วยความกลัวจนคนที่ว่ายน้ำอยู่ข้างหลังเขาได้แต่กระพริบตามองปริบๆ อย่างงงๆ ว่าเขาเป็นอะไรไปทำไมต้องเอาแต่ร้องหาเธอด้วย เมื่อกี้นี้ก็ดำลงไปใต้น้ำตั้งนานสองนานอีก ลงไปนานขนาดนั้นหายใจทางเหงือกเอารึยังไงกัน 

               “...เรียกไนเปอร์ทำไม” เธอถามขึ้นแล้วก็ขมวดคิ้วมุ่ยจนผู้กองพนาต้องรีบหันกลับมาหา เขาแทบจะร้องไห้อยู่แล้วเพราะคิดว่าเธอคงจมน้ำหายไปต่อหน้าต่อตาเขาแต่ความจริงแล้วเธอยังไม่ไปไหน เธอยังอยู่ตรงหน้าเขา 

               “ไนเปอร์...” เขารีบว่ายน้ำเข้ามาหาเธอแล้วจับไหล่ของเธอเอาไว้แน่น นี่เธอเล่นอะไรของเธอกัน เธอแกล้งเขาหรอ “จะฆ่าตัวตายทำไม” 

               “เปล่านะคะใครจะฆ่าตัวตาย” 

               “ก็แล้วกระโดดลงมาในน้ำทำไม” 

               “ก็ไนเปอร์จะอาบน้ำ” เธอว่าซื่อๆ “แต่เมื่อกี้นี้ที่พี่พนาพูดมันทำให้ไนเปอร์อยากร้องไห้ไนเปอร์ก็เลยกระโดดลงน้ำให้สะใจจะได้ไม่สติแตกแล้วอยู่ๆ พี่พนาก็กระโดดลงมาตามเฉยเลย ไหนบอกว่าไม่อยากอาบน้ำกับไนเปอร์ไง” 

               “ก็...” ก็ใครจะไปรู้ว่าเธอจะมีวิธีห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้แผลงๆ แบบนี้ ก็เขาเห็นเธอทำท่าจะร้องไห้แล้วก็กระโดดลงมานี่ เป็นใครใครก็คิดทั้งนั้นแหละว่าเธอจะฆ่าตัวตาย 

               “พี่พนาคิดว่าไนเปอร์จะฆ่าตัวตายหรอคะ” แก้วเจ้าจอมจ้องหน้าเขาเขม็ง “...ไม่ดีหรอคะ ถ้าไนเปอร์ตายจริงๆ ต่อไปก็จะไม่มีใครมาคอยทำร้ายพี่พนาแล้ว พี่พนาดูรำคาญไนเปอร์มากเลย...เมียเลวๆ คนนี้ตายได้ซะก็ดี” 

               “พูดบ้าอะไรออกมา” พอเขาว่ากลับเธอก็ยักไหล่ตอบก่อนจะว่ายน้ำไปยังขอบระเบียงไม้ก่อนจะ...ปลดผ้าผืนสีขาวบางที่เธอนุ่งกระโจมอกออกจากตัวแล้ววางเอาไว้ริมระเบียงทำให้ตอนนี้ร่างบางขาวผ่องกำลังเปลือยกายอยู่ในน้ำต่อหน้าเขา ผมที่ยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยด้านหลังแล้วปักปิ่นไม้ ไรผมบางส่วนตกลงมาระลำคอระหงส์ ทั้งเนินอกและสองเต้าอวบอิ่มดูสวยงดงาม ปลายยอดสีชมพูหวานน่าหลงใหล ผู้กองพนาได้แต่มองเธอนิ่งไม่ไหวติงไปไหนจนเมื่อเธอว่ายน้ำเข้ามาหาเขาแล้วยกแขนขึ้นมากอดรอบคอของเขาเอาไว้ สองเต้าอวบแนบสัมผัสกับแผ่นอกแกร่งที่เปลือยเปล่า เหมือนกับต้องมนต์เมื่อผู้กองพนาไม่กล้าผลักไสเธอไปไหว สายตาของเขาจับจ้องมองแค่เพียงเธอ สนใจแต่รอยยิ้มหวานๆ ยิ่งเธอไล้มือมากับแก้มของเขาเขาก็แทบไม่มีสติ แม่นางไม้น้อยร่ายมนต์เสน่หาใส่เขาเสียแล้ว 

               “อาบน้ำกับไนเปอร์นะคะ” เธอบอกเขาแล้วขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูของเขาเบาๆ “ถูสบู่ให้ไนเปอร์ด้วย...ถูสบู่แบบที่พี่พนาเคยถู” ริมฝีปากบางแดงระเรื่อจูบซ้ำที่ข้างแก้มของเขา แขนข้างหนึ่งเธอยังคงกอดรอบคอของเขาเอาไว้อยู่แล้วมืออีกข้างก็ดึงเอามือของเขามาสัมผัสกับเนื้อตัวของตัวเอง เธอนำมือของเขาลูบไล้ตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วมาหยุดอยู่ที่เต้าอวบเต่งตึง จับมือของเขาให้นิ้วสัมผัสที่ปลายยอด ผู้กองพนาที่ถูกจู่โจมมีหรือจะอดใจไหวเมียเล่นอ่อยแรงมากขนาดนี้ เพียงแค่นิ้วของเขาสัมผัสกับปลายยอดสีหวานเขาก็คลึงเต้าอวบเองโดยไม่ต้องให้เธอนำพาแล้ว แก้วเจ้าจอมดูจะพอใจที่เขายอมสัมผัสเธอแล้วเธอก็ยิ่งเบียดตัวเข้าหาเขาแล้วโน้มคอของเขาลงมาจูบ 

               “อึก!” เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผู้กองพนารั้งเอวบางของเธอเข้ามากอดจนแนบกับกายของเขาพร้อมๆ กับที่เขาแตะจูบลงมาแนบริมฝีปากของเธอ เขาเริ่มจากดูดริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ แล้วเม้มดูดที่ริมฝีปากบนก่อนจะสลับลงมาที่ริมฝีปากล่างอีกครั้ง ลิ้นของเขาแตะเกาะเกี่ยวลิ้นของเธอแล้วบดขยี้จูบลงมาหนักๆ ซ้ำจนแก้วเจ้าจอมต้องหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขกับจูบแสนหวาน เธอเอียงคอให้เขาจูบซุกไซ้เปล่งเสียงครางหวานๆ ออกมาเบาๆ ยิ่งทำให้อารักของผู้กองพนาเริ่มรุนแรงมากขึ้นจนลืมไปว่าเขากำลังโกรธเธออยู่ มือที่หยาบกระด้างบีบคลึงเต้าอวบอย่างเต็มมือก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นเพื่อครอบครองสองเต้าอวบๆ ด้วยปากของเขา ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็แอ่นอกให้เขาได้สัมผัสครอบครองอย่างไม่มีหวง หัวใจดวงน้อยๆ เต้นแรงอย่างมีความสุข 

               ในระหว่างที่สองสามีภรรยากำลังพลอดรักกันอยู่ในแม่น้ำริมระเบียงไม้อยู่นั้นก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งดังใกล้เข้ามาก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องเรียก 

               “ผู้กอง!!! ผู้กองครับผมเอาปิ่นโตข้าวเย็นมาให้” เสียงลุงม่วงตะโกนเรียกทำให้สองร่างที่กอดเกี่ยวกันแน่นแทบจะผละออกจากกันไม่ทัน แก้วเจ้าจอมที่กำลังหลงเพลินกับรสรักและสัมผัสจากสามีอดชักสีหน้าใส่ลุงม่วงไม่ได้ แต่เพราะตอนนี้เธอเปลือยกายอยู่ก็เลยยังขึ้นไปจากน้ำไม่ได้เมื่อเสียงลุงม่วงใกล้เข้ามาเธอจึงรีบหดคอก้มหลบอยู่ริมระเบียงไม้ ฝ่ายผู้กองพนาที่ได้สติและหลุดออกมาจากมนต์เสน่ห์ของนางไม้เพราะเสียงของลุงม่วงก็รีบกระโดดขึ้นไปบนระเบียงไม้เพื่อรับหน้าลุงม่วง ไม่ให้ลุงม่วงได้เดินเข้ามาใกล้ระเบียงไม้ที่แก้วเจ้าจอมหลบอยู่ 

               “อ้าว ลงไปทำอะไรในน้ำครับ” ลุงม่วงที่เพิ่งเดินเข้ามาถึงถามขึ้นเมื่อเห็นผู้กองหนุ่มเดินขึ้นมาจากน้ำในสภาพเปลือยแผ่นอกสวมเพียงแค่กางเกงเท่านั้น ใบหน้าคมเข้มแดงก่ำ แววตาดูเป็นประกายเหมือนคนมีความสุขไม่ได้มีสีหน้าอมทุกข์เหมือนเดิมแล้ว สงสัยคงเป็นเพราะมีเมียมาหาคนอกหักเลยกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง 

               “ว่ายน้ำเล่นครับลุง” 

               “แล้วเมียผู้กองล่ะครับ” 

               “อ๋อ อยู่บนบ้านครับ” เขารีบโกหกพลางรับปิ่นโตมื้อเย็นสำหรับสองที่มาจากลุงม่วง ชายสูงวัยจึงพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนจะตบไหล่ผู้กองพนา ผู้กองหนุ่มที่เขาเห็นมาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กตัวน้อยๆ 

               “ทะเลาะกันอยู่ก็รีบๆ คืนดีกันนะครับ ผัวเมียกันโกรธกันข้ามวันข้ามคืนมันไม่ดี กว่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่นังหนูมันก็พยายามมาหา ผิดพลาดอะไรไปก็อย่าถือสานังหนูมันเลยนะครับผู้กอง มีเมียเด็กก็แบบนี้แหละค่อยๆ บอกค่อยๆ สอนกัน ผมดูออกว่านังหนูมันรักผู้กองมาก อย่าใจร้ายกับมันนักเลยนะครับ” 

               “...ครับ ขอบคุณครับลุง” 

               “เอาล่ะๆ ตอนนี้ผู้กองมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วผมไม่รบกวนนานดีกว่า รีบเอาข้าวปลาไปให้เมียกินนะแล้วคืนนี้ก็...คืนดีกันได้แล้ว รีบๆ มีลูกกันบ้านหลังนี้จะได้กลับมาเป็นบ้านแล้วก็ไม่ต้องเงียบเหงาอีก” ลุงม่วงบอกเป็นความนัยถึงคืนนี้ก่อนจะเดินกลับไปที่มอเตอร์ไซค์คันเก่าแล้วขับออกไป ผู้กองพนาที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเลยเผลอยิ้มออกมาเมื่อยามนึกถึง นังหนู ที่ลุงม่วงพูดถึง นังหนูที่ตัวหอมกรุ่มไปทั้งตัวแล้วก็...หวานละมุนยิ่งกว่าน้ำตาลเมืองเพชรบุรี 

               “พี่พนาขา” พอลุงม่วงไปแล้วแก้วเจ้าจอมก็รีบยื่นหน้าขึ้นมาจากริมระเบียงไม้พร้อมกับกวักมือเรียกสามีให้กลับไปหา “มาอาบน้ำต่อสิคะ” เสียงหวานพยายามร้องเรียกอย่างออดอ้อนผู้กองพนาเลยหันไปทำหน้านิ่งใส่ แม่นางไม้น้อยมหาเสน่ห์ คิดจะร่ายมนต์ใส่เขาอีกหรอ ฝันไปเถอะ! 

               “ไม่ หิวข้าว จะไปกินข้าวแล้ว” 

               “อร่อยสู้ไนเปอร์ไม่ได้หรอกค่ะ มาอาบน้ำต่อเถอะนะอย่าเพิ่งกินข้าวเลยตอนนี้ไนเปอร์ยังไม่อยากกินข้าว ไนเปอร์อยากกินอย่างอื่นมากกว่า” พอเธอว่าจบ ผู้กองพนาก็เดินไปเด็ดชมพู่ต้นที่อยู่ใกล้ๆ มาก่อนจะเดินลงไปที่ระเบียงไม้ที่แก้วเจ้าจอมเกาะอยู่ พอถึงตัวเธอเขาก็เอาชมพู่ลูกนั้นยัดใส่ปากของเธอทันที 

               “กินให้อร่อยนะ” ว่าแล้วก็รีบเดินหนีเข้าบ้านไปทิ้งให้แก้วเจ้าจอมได้แต่ฟาดงวงฟาดงาอยู่ในน้ำแล้วปาชมพู่ลูกนั้นใล่หลังเขาไป 

               “คิดหรอว่าจะหนีรอด รู้จักยัยโหดน้อยไปซะแล้ว” 

  

 

 

               หลังมื้อเย็นผู้กองพนาที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็กลับเข้ามาในห้องนอน ซึ่งขณะนี้แก้วเจ้าจอมกำลังนั่งหวีผมอยู่ที่ปลายที่นอน ใบหน้าหวานๆ งอง้ำอย่างแสนงอนเพราะเมื่อตอนกินมื้อเย็นด้วยกันผู้กองพนาไม่ยอมพูดอะไรกับเธอเลย รีบกินแล้วก็รีบไปอาบน้ำทิ้งให้เธอต้องนั่งกินข้าวอยู่คนเดียว 

               “อ่ะ” เธอหันมามองตามเมื่ออยู่ๆ เขาก็ยื่นเสื้อผ้าชุดหนึ่งมาให้ มันเป็นชุดวอร์มสีเลือดหมู ที่อกเสื้อวอร์มมีตราของตำรวจพลร่มติดอยู่ 

               “ชุดของน้องชายผม มีครั้งหนึ่งเจ้ากรมันซื้อมาผิดไซส์เลยได้ไซส์เล็กมากจนใส่ไม่ได้ ว่าจะเอาไปให้คนอื่นต่อแต่ก็ยังไม่ทันได้ให้ใคร พรุ่งนี้คุณใส่ชุดนี้ก็แล้วกัน นี่เป็นชุด Paru Sport ชุดวอร์มปฏิบัติการใส่กระโดดร่มได้” จากที่เขาสำรวจดูเสื้อผ้าที่เธอพกมาแล้วมันมีแต่ชุดนุ่งน้อยห่มน้อยไม่เหมาะสำหรับการใส่ไปที่ค่ายหรือกระโดดร่ม จะให้ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามกระโดดลงมาจากเครื่องบินที่ความสูง 13,000 ฟิต ก็กระไรอยู่ เขายังไม่อยากให้ความเย็น กระแสลมแล้วก็แสงแดดมาทำลายผิวขาวๆ เนียนนุ่มและบอบบางของเธอ 

               “ส่วนนี้หมวก แว่นตากับเครื่องวัดความสูง รองเท้าผ้าใบที่คุณใส่มาวันนี้ได้มาตรฐานอยู่ใส่กระโดดร่มได้” 

               “เอ๋...” แก้วเจ้าจอมงงไปใหญ่แล้ว เขาพูดเรื่องอะไรของเขากัน “พี่พนายอมให้ไนเปอร์ไปค่ายด้วยแล้วใช่มั้ยคะ” 

               “หรือจะไม่ไป จะอยู่เฝ้าบ้านหรือจะกลับกรุงเทพฯ มั้ยจะได้ไปส่งที่ท่ารถ” 

               “ไนเปอร์จะไปค่ายค่ะ” เธอรีบรับชุดวอร์มจากเขามากอดด้วยความดีใจ จากที่งอนๆ เขาอยู่ก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง 

               “ผมกลัวทางบ้านของคุณจะเป็นห่วงก็เลยโทรไปบอกพ่อของคุณว่าคุณอยู่กับผม พ่อคุณรู้ว่าผมจะไปกระโดดร่มท่านก็เลยฝากให้คุณไปกับผมด้วย ท่านคงอยากให้คุณฝึกทักษะการกระโดดร่มเพิ่ม” 

               “คุณพ่อรู้ใจไนเปอร์ที่สุด” สมแล้วที่เป็นเบอร์หนึ่งในใจของเธอ แต่ว่า... “มันเป็นการกระโดดร่มแบบกระตุกเองไม่ใช่หรอคะ ไนเปอร์ไม่เคยกระโดดร่มแบบนี้ เคยกระโดดแต่แบบสายกระตุกคงที่” หรือเรียกอีกชื่อก็คือการกระโดดร่มแบบ static line ซึ่งเป็นการกระโดดร่มแบบพื้นฐานของหลักสูตรส่งทางอากาศของแต่ละเหล่าทัพ แก้วเจ้าจอมเคยกระโดดตอนเรียนหลักสูตรนี้ขณะที่ยังเรียนแพทย์ วพม. ตอนปี 2 ที่โรงเรียนสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรีแล้วก็มาเรียนอีกครั้งที่ค่ายนเรศวรตอนสอบเข้าหน่วย ตชด. ในสังกัดหน่วยแพทย์ได้ 

               “ผมแจ้งกับทางครูฝึกแล้วว่าจะให้คุณกระโดดแบบ Tandem” 

               “กับใครคะ” 

               “กับผม” พอเขาตอบแบบนี้แก้วเจ้าจอมก็หน้าแดงขึ้นมาในทันทีแล้วก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ เพราะการกระโดดร่มแบบ Tandem นี้เป็นการกระโดดร่มแบบสองคนโดยใช้ร่มพิเศษขนาดใหญ่เพื่อรองรับรับน้ำหนักของคนกระโดดทั้งสอง แล้วการกระโดดแบบนี้ก็เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวและเป็นเกมกีฬาอย่างหนึ่ง แต่ในยุทธวิธีทางการทหารหรือตำรวจ การกระโดดร่มแบบนี้จะเป็นการกระโดดเพื่อพาบุคคลที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติภารกิจ เช่นหมอหรือวิศวกร แทรกซึมทางอากาศเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการเพื่อดำเนินภารกิจช่วยเหลือคนเจ็บหรือภารกิจอื่นๆ ให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งแก้วเจ้าจอมก็เป็นหมอ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าอาจมีสักวันที่เธอต้องเดินทางเข้าไปทำภารกิจด้วยวิธีนี้ 

               “อยากพาเมียไปจู๋จี๋กลางอากาศก็บอกมาเถอะค่ะ” อีกอย่างที่ทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกภูมิใจก็คือ การกระโดดร่มแบบ Tandem จะประกอบไปด้วยผู้กระโดด ซึ่งต้องเป็นนักกระโดดร่มที่มีความชำนาญสูงและได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีเพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะต้องลอยตัวอยู่กลางอากาศและบังคับร่มโดยมีใครอีกคนผูกติดอยู่ข้างหน้าด้วย ถ้าผู้กองพนาบอกว่าเธอจะได้กระโดดร่มแบบ Tandem กับเขา นั่นย่อมหมายความว่าเขามีความชำนาญในการกระโดดร่มเป็นอย่างมาก ส่วนอีกคนที่จะกระโดดร่มลงมาด้วยกันเรียกว่า ผู้โดยสาร ซึ่งในการกระโดดร่มจะมีการแต่งร่มและมีสายรัดโยงเข้าติดกับตัวผู้กระโดด โดยผู้โดยสารในที่นี้ไม่จำเป็นต้องมีความสามารถในการกระโดดร่มก็ได้แต่ก่อนที่จะจะกระโดดก็ต้องได้รับคำแนะนำเบื้องต้นก่อน ซึ่งในเรื่องนี้แก้วเจ้าจอมมีทักษะในการกระโดดร่มมาเป็นอย่างดีอยู่แล้วจึงไม่ใช่ปัญหาอะไร 

               “ใครจะไปมีอารมณ์พิศวาสในเวลาแบบนั้น จะพาไปฝึกทักษะการแทรกซึมทางอากาศเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการนะไม่ได้พาไปเที่ยวเล่น เอาเป็นว่าเตรียมตัวให้พร้อมก็แล้วกันพรุ่งนี้จะพาไปแต่เช้าจะได้ซักซ้อมการทรงตัวในอากาศให้” 

               “หวังว่าจะไม่พาเมียตกลงมาคอหักตายนะคะ ลูกยังไม่ทันมีไนเปอร์ยังตายไม่ได้” 

               “ปากหรอที่พูดน่ะ” ไม่ว่าเปล่าแต่ผู้กองพนายังทุบศีรษะเธอเข้าให้อีกหนึ่งที “แล้วเรื่องซี่โครงร้าว...” 

               “ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วค่ะ กระโดดร่มได้ไนเปอร์เป็นหมอนะ ไนเปอร์รู้” 

               “งั้นก็รีบไปนอนได้แล้ว เชิญ!” เขาสั่งเสียงดุพลางพยักหน้าไปบนที่นอนซึ่งก่อนหน้านี้เขามากางมุ้งสีขาวคลุมที่นอนเอาไว้เพื่อกันยุงแล้ว 

               “นี่เพิ่งทุ่มครึ่งนะคะ ใครจะไปนอนแต่หัวค่ำขนาดนี้” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นหลังจากที่เอาชุดวอร์มกับอุปกรณ์กระโดดร่มไปเก็บแล้วก่อนจะรีบขยับเข้ามานั่งเบียดผู้กองพนา ร่างบางสวมชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวเปิดแผ่นหลังกว้างอวดหลังขาวๆ นุ่มเนียน และกางเกงชั้นในตัวจิ๋วสีขาวด้วยหวังจะเอาใจสามี ผู้กองพนาปรายตาลงมามองชุดนอนไม่ได้นอนของเธอแล้วก็ต้องเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ เขาเห็นเสื้อผ้าที่เธอเอามาหมดทุกชุดแล้ว แต่ละชุดมีแต่ชุดแนวปลุกใจเสือป่าอย่างเขา ยัยหื่นเอ้ย ต่อให้เธอใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวยังไงเขาก็มีอารมณ์อยู่ดีนั่นแหละ ไม่ต้องมาใส่ชุดอะไรแบบนี้หรอก 

               “นอนๆ ไปเดี๋ยวก็หลับเองแหละ” 

               “ไม่หลับหรอก ถ้าพี่พนาอยากให้ไนเปอร์หลับ...ก็กล่อมไนเปอร์สิคะ ไหนๆ ก็ไม่มีเตียงแล้วขาเตียงไม่หักหรอกค่ะ” 

               “ไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ จะมากล่อมนอนอะไรกัน ถ้ายังไม่ง่วงก็ตามใจแต่ผมง่วงแล้ว” ว่าแล้วผู้กองพนาก็มุดเข้าไปนอนในมุ้งโดยมีแก้วเจ้าจอมมุดเข้าไปนอนตาม พอปิดไฟแล้วเธอก็ขยับเข้ามานอนกอดเขาอย่างมีความสุข ซึ่งผู้กองพนาก็ไม่ได้ขยับหนียอมให้เธอนอนกอดแต่โดยดีเพราะในความมืดมิดแบบนี้เขาสามารถยิ้มออกมาได้โดยไม่ต้องหลบซ่อนแล้ว 

               “พี่พนา...ไนเปอร์รักพี่นะคะ” เธอกระซิบบอกเขาเบาๆ แล้วหอมแก้มเขาผ่านความมืดหนึ่งทีแล้วก็นอนซบอกกอดเขาโดยไม่รู้ว่าคำบอกรักของเธอมันทำให้ผู้กองพนายิ้มแก้มปริเลยทีเดียว แม่นางไม้ตัวน้อยขี้อ้อน 

  

 

 

               ค่ายนเรศวร หรือกองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เดิมเคยตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีแล้วต่อมาจึงได้ย้ายมามาอยู่ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพราะเป็นศูนย์กลางของประเทศ สามารถส่งกำลังไปปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วทั้งเหนือและใต้ เหมาะที่จะทำการฝึก การรบพิเศษและมีภูมิประเทศที่หลากหลายคล้ายกับภูมิประเทศในส่วนอื่นๆ ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมาภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาไทยให้ย้ายที่ทำการจากอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปอยู่ในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีจนถึงปัจจุบัน มีภารกิจหลักสนับสนุนการปฏิบัติการสงครามพิเศษ ฝึกอบรมและปฏิบัติการสนับสนุนการยุทธส่งทางอากาศ การยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศ การส่งกำลังทางอากาศ ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยและปฏิบัติภารกิจพิเศษอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากทางต้นสังกัด ค่ายนเรศวรจึงเป็นเสมือนแหล่งผลิตและก่อกำเนิดนักรบตำรวจในหลายๆ หน่วยทั้งเป็นต้นกำเนิดของพลร่ม เพราะพลร่มหน่วยแรกของประเทศไทยก็คือตำรวจพลร่มและที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รู้จักของผู้คนทั้งประเทศก็คือหน่วยรบพิเศษอรินทราช 26 และหน่วยนเรศวร 261 ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นจากค่ายนเรศวรแห่งนี้ด้วยเช่นกัน 

               ระหว่างที่ผู้กองพนาขับรถเข้าไปภายในค่ายนเรศวรอันเป็นเสมือนบ้านอีกหลังของเขา แก้วเจ้าจอมก็ยังคงทำหน้ามู่ทู่ไม่เลิก ดวงตาคู่หวานตวัดมองสามีอย่างเคืองและหัวเสียอยู่ไม่น้อย ซึ่งเธอก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะเมื่อคืนนี้ระหว่างที่ผู้กองพนาหลับอยู่เธอพยายามจะรุกเขาอีกรอบ จากที่นอนกอดเขาเฉยๆ เธอเริ่มลูบไล้อกของเขาเบาๆ ยิ่งเขาไม่ได้ใส่เสื้อนอนเธอก็ยิ่งลูบไล้เขาง่ายขึ้น จากลูบไล้ก็เริ่มจูบซุกไซ้ ดูดยอดอกของเขา มือเล็กๆ ค่อยๆ สอดเข้าไปในกางเกงของเขาเพื่อหยอกล้อกับพญาอนาคอนด้าแห่งลุ่มแม่น้ำเพชรบุรี หยอกล้อจนพญาอนาคอนด้าเริ่มตื่น เธอยังไม่ทันจะได้ดึงกางเกงของเขาออกเพื่อก้มลงไปจูบและกลืนกินพญาอนาคอนด้าเลยเขาก็ลุกขึ้นมาจับเธอใส่กุญแจมือล็อกตรึงเอาไว้กับเตียงทั้งคืนแล้วยังมาทำหน้าเยาะเย้ยใส่เธออีก ด้วยเหตุนี้แผนรุกเมื่อคืนจึงไม่สำเร็จ 

               “มิน่าล่ะสมัยยุคหินผู้หญิงถึงทุบหัวผู้ชายแล้วลากเข้าถ้ำ ท่าทางจะมีคนอยากถูกทุบหัวบ้าง” เธอพูดแขวะคนที่ขับรถอยู่ วันนี้เขาแต่งชุดเครื่องแบบลายเสือตำรวจพลร่มซะหล่อเชียว ปกติตอนอยู่ที่ฐานเขาก็แต่งตัวแบบนี้อยู่แล้วแต่วันนี้เธอรู้สึกว่าเขาดูหล่อมากขึ้นกว่าทุกๆ วันทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้แต่งตัวผิดแผกไปจากวันก่อนๆ เลย คนอะไรยิ่งมองยิ่งหล่อ 

               “เมื่อก่อนตอนที่ยังประจำการอยู่ที่นี่...พี่พนามีสาวๆ มาชอบเยอะมั้ยคะ” อดถามไม่ได้ ตำรวจพลร่มสาวๆ สวยๆ ที่นี่ก็มีเยอะอยู่ไม่น้อย ผู้หมวดศิวะเคยบอกเธอว่าตอนอยู่ที่นี่ผู้กองของเขาเนื้อหอมมาก 

               “ถามทำไม” นี่เป็นคำแรกที่เขายอมพูดกับเธอนับตั้งแต่เช้ามา 

               “ก็...ถ้ามีก็แปลว่าวันนี้พี่พนาอาจได้มาเจอกิ๊กเก่า” 

               “แล้วยังไง” 

               “...พี่พนาจะนอกใจไนเปอร์มั้ย” 

               “กลัวหรอ” ผู้กองพนาแค่นเสียงยิ้มเยาะขณะถามแก้วเจ้าจอมก็เลยรีบเบือนหน้าหนี ถ้าเธอทำผิดกับเขาแล้วเขาหมดรักเธอก็จะยอมไป แต่ถ้าเขาหมดรักเธอเพราะไปมีคนอื่นเธอก็จะยอมไปเหมือนกันแต่ก่อนที่เธอจะไป...เธอจะเอาคืนให้สาสมเลย 

               แก้วเจ้าจอมไม่ได้ตอบคำถามของเขา เธอเอาแต่นั่งเงียบแล้วก็มองออกไปนอกตัวรถ มือเล็กๆ ทั้งสองข้างบีบกันเอาไว้จนแน่น สีหน้าและแววตาของเธอดูเศร้ามากจนผู้กองพนาที่แอบหันมามองพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย เขาก็ถามไม่คิดอีกแล้ว เธอรักเขามากขนาดนี้แล้วถ้าเขาทรยศเธอเธอก็ต้องเจ็บปวดอยู่แล้ว ไม่มีเมียคนไหนหรอกที่จะไม่กลัวผัวนอกใจ พอคิดได้แบบนี้เขาก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปดึงมือของเธอที่บีบกันอยู่มากุมเอาไว้บนตักของเขา เขาบีบมือของเธอเบาๆ แต่ก็อบอุ่นและอ่อนโยนจนเจ้าจอมต้องหันมามองตามซึ่งพอเธอหันมามองก็เห็นว่าเขาไม่ได้มองเธอตอบ สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยขณะขับรถมือเดียวตรงไปยังกองกำกับการ 4 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ฝึก ศึกษา อบรม และวิจัย พัฒนาเกี่ยวกับการสงครามพิเศษ อาวุธ ยุทธวิธี การฝึกส่งกําลังทางอากาศ การฝึกพิเศษอื่น ๆ และเป็นกําลังสนับสนุนการปฏิบัติการสงครามพิเศษ การยุทธส่งทางอากาศ การยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศในกรณีที่เกิดสถานการณ์ไม่ปกติ ภาวะฉุกเฉิน หรือภาวะสงคราม แต่เพราะวันนี้ผู้กองพนามาเพื่อเข้าร่วมการกระโดดร่มทบทวนตามคำชวนของครูฝึกของเขา เมื่อมาถึงกองกำกับการ 4 แล้วเขาก็ขับรถตรงไปยังกองร้อยฝึกส่งกําลังทางอากาศต่อ ซึ่งที่นี่เป็นที่ฝึกและเรียนการกระโดดร่มรวมถึงการฝึกปฏิบัติการอื่นๆ ทางอากาศ เมื่อคราวที่มาเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศแก้วเจ้าจอมเคยมาที่นี่แล้วจึงไม่ได้รู้สึกแปลกหูแปลกตากับสถานที่มาก แม้ว่าตอนนี้จะยังเป็นเวลาที่เช้าอยู่มากแต่ที่กองร้อยก็มีเจ้าหน้าที่เริ่มมาปฏิบัติหน้าที่กันแล้ว 

               “ไปกันได้แล้ว” เขาหันมาบอกแก้วเจ้าจอมที่ยังนั่งอยู่กับที่แล้วก็จับมือของเขาแน่นไม่ยอมปล่อยเขาจึงลงจากรถไม่ได้สักที “ยังคิดมากเรื่องที่ผมจะนอกใจอยู่อีกหรอ ผมไม่ใช่พี่ชายคุณนะที่จะได้ควงไปทั่ว” 

               “ไนเปอร์ไม่ได้คิดแบบนั้น” เธอรู้สึกดีตั้งแต่ตอนที่เขาจับมือเธอเอาไว้แล้วเพราะนั่นทำให้เธอได้รู้ว่าเขายังแคร์เธออยู่มาก 

               “แล้วคิดอะไรอยู่” 

               “คิด...” คราวนี้แทนที่แก้วเจ้าจอมจะตอบเธอกลับขยับเข้าไปหาเขาจนใกล้มากขึ้นแล้วโน้มคอของเขาลงมาประกบปากจูบในทันที สองแขนของเธอกอดรอบคอเขาแน่น ริมฝีปากบดขยี้ริมฝีปากของเขาเบาๆ แล้วดูดเม้มที่ริมฝีปากล่างของเขาราวกับหิวกระหายทำเอาผู้กองพนาแทบจะตั้งตัวไม่ทัน 

               จ๊วบ! 

               เสียงเธอดูดริมฝีปากของเขารวมถึงสอดลิ้นเล็กๆ เข้ามาเกี่ยวกับลิ้นของเขาด้วย ความหอมหวานของรสจูบทำเอาผู้กองพนาแทบอดใจไม่ไหว แต่พอเขาจะจูบเธอตอบเธอก็รีบผละจูบออกในทันทีแต่ก็ยังแอบหอมแก้มของเขาอีกฟอดด้วย รอยยิ้มแสนหวานแย้มยิ้มให้สามีด้วยความรัก ปลายนิ้วเล็กๆ ไล้วนแก้มของเขาเบาๆ 

               “ถ้ามีคนถามว่าเราเป็นอะไรกัน นอกจากจะเป็นลูกน้องที่ฐานแล้วไนเปอร์จะบอกว่าพี่พนาเป็นสามีของไนเปอร์ด้วยนะคะ ไนเปอร์อยากให้ทุกคนรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน ไนเปอร์รักและภูมิใจในตัวของพี่พนามาก อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าไนเปอร์โชคดีที่มีสามีเก่ง” แก้มเจ้าจอมจุ๊บปากของเขาอีกทีแล้วก็ตามด้วยหอมแก้มของเขาหนักๆ ก่อนจะผละออกจากเขาจริงๆ แล้วลงจากรถไปในขณะที่ผู้กองพนายังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยหัวใจที่สั่นไหวอย่างอิ่มเอมไปทั้งใจ แม่นางไม้น้อยของพี่... พี่เองก็อยากให้ใครๆ ได้รู้เหมือนกันว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน 

               ผู้กองพนาลงจากรถตามแก้มเจ้าจอมมาแล้วจะพาเธอเข้าไปในกองร้อย แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าตอนนี้แก้วเจ้าจอมกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับใครคนหนึ่ง ชายร่างสูงในชุดเครื่องแบบสีเขียวของตำรวจตระเวนชายแดนสวมหมวกแก๊ปสีส้มของครูฝึก หน้าตาแลดูขึงขังดุดันจนแก้วเจ้าจอมหน้าเหวอไปราวกับเด็กว่าทำผิดแล้วถูกผู้ใหญ่จับได้ แล้วสายตาดุๆ ของชายคนดังกล่าวก็ตวัดมองมายังเขาด้วย ไม่รู้ว่าตอนที่แก้วเจ้าจอมจูบเขาชายคนนี้จะเห็นเข้ารึเปล่าเพราะที่จุดจอดรถตรงนี้ก็ค่อนข้างปลอดคนอยู่ 

               “คุณอา เอ้ย! ครูคะ” แก้วเจ้าจอมเรียกชายคนนี้ก่อนจะหันมาทางเขา “นี่ผู้กองพนาธรค่ะ เขาเป็น...” 

               “สวัสดีครับครู” ผู้กองพนาพูดขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ชายหน้าดุคนดังกล่าว ซึ่งพอเขายกมือไหว้ชายคนนี้ก็ยิ้มออกมาก่อนจะเข้ามากอดและตบไหล่เขาอย่างคนสนิทสนมกันให้แก้วเจ้าจอมได้แต่มองด้วยความงุนงง 

               “อ้าว รู้จักกันด้วยหรอคะ” คนที่งงๆ อยู่ถามขึ้น ยิ่งเห็นผู้กองพนากับชายคนนี้ทักทายพูดคุยกันอย่างสนิทสนมแก้วเจ้าจอมก็ยิ่งรู้สึกตะหงิดๆ ใจ 

               “คุณหมอ นี่ครูฝึกของผม ร้อยตำรวจเอกพันยศ ครูที่ผมเคยบอกว่าผมรักและเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่น่ะ” 

               “ครูของพี่พนา!” นี่มันอะไรกันวะเนี่ย ทำไมโลกมันถึงได้กลมแบบนี้ ก็จริงอยู่ที่ที่นี่มีครูฝึกหลายคนตำรวจทั้งหมดจะมาเรียนกระโดดร่มที่นี่จึงทำให้มีครูฝึกคนเดียวกัน แต่มันจะบังเอิญกันไปมั้ยที่ครูของเขากับครูที่เธอสนิทด้วยมากที่สุดจะเป็นคนๆเดียวกัน แล้วที่เธอสนิทกับครูฝึกคนนี้ก็เพราะว่าครูคนนี้เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักกันกับพ่อของเธอเป็นอย่างดี ตอนที่เธอมาเรียนกระโดดร่มที่นี่พ่อของเธอก็บอกให้ครูฝึกคนนี้เคี่ยวเข็ญเธออย่างหนักจนเธอมีทักษะในการกระโดดร่มดีกว่าเพื่อนๆ ทุกคนในรุ่น 

               “บังเอิญใช่มั้ยล่ะ” ร้อยตำรวจเอกพันยศหรือผู้กองพันหันมาแสยะยิ้มดุใส่แก้วเจ้าจอม เวลาอยู่ในค่ายเธอเป็นลูกศิษย์ของเขาแต่เวลาอยู่นอกค่ายเธอจะเป็นหลานสาวของเขา แล้วก็เป็นหลานตัวแสบเสียด้วยเมื่อก่อนหน้านี้เขาบังเอิญมาเห็นเธอดึงผู้กองพนาไปจูบตอนอยู่ในรถ นิสัยแบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าได้พ่อมาเต็มๆ 

               “บังเอิญมากค่ะคุณอา ถ้าจะบังเอิญกันขนาดนี้ก็ขอแนะนำอย่างเป็นกันเองเลยนะคะว่านี่น่ะ หลานเขยของคุณอาค่ะ สามีของไนเปอร์” แก้วเจ้าจอมพยักหน้ามาทางผู้กองพนา ซึ่งคราวนี้เป็นเขาที่ต้องเป็นฝ่ายงงเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมดูจะสนิทกับครูของเขาไม่ใช่น้อย 

               “ครูรู้จักกับ...” 

               “สไนเปอร์น่ะหรอ” ผู้กองพันยศถามกลับ “สไนเปอร์เป็นลูกสาวของรุ่นพี่ที่ครูเคารพน่ะแล้วครูก็เคยสอนเขาตอนที่เขามาเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศของตำรวจที่นี่” พอแนะนำแล้วผู้กองพันยศก็หันมาหยิกต้นแขนหลานสาวเข้าให้โทษฐานที่เธอแก่แดดจับผู้ชายจูบหน้ากองร้อยของเขา นี่จึงเป็นสาเหตุที่เธอหน้าเหวอๆ เมื่อเจอเขาเมื่อกี้นี้ 

               ผู้กองพนามองอาหลานอย่างทึ่งในความบังเอิญ เขาไม่คิดว่าครูที่เขาเคารพรักเสมือนญาติผู้ใหญ่จะเป็นครูฝึกของแก้วเจ้าจอมด้วย ซ้ำยังมีความสัมพันธ์เป็นอากับหลานกันอีก แล้วที่ไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ก็คือ...รุ่นพี่ที่ครูของเขาเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ว่ามีความสามารถทางด้านการกระโดดร่มมากและสอนทักษะการกระโดดร่มให้ครูของเขาความจริงแล้วรุ่นพี่คนนั้นก็คือรองกรันณ์ พ่อตาของเขา ถึงอีกคนจะเป็นทหารและอีกคนจะเป็นตำรวจแต่ก็เคยร่วมฝึกรวมเหล่าทัพด้วยกัน เขายังแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่จะเป็นเรื่องจริง 

               “นอกจากเราจะมีวันเกิดวันเดียวกันแล้วเราก็ยังมีครูฝึกคนเดียวกันอีกด้วย แล้วครูฝึกของพี่พนาก็เป็นคุณอาของไนเปอร์อีกแบบนี้มันมากกว่าความบังเอิญแล้วนะคะพี่พนา สงสัยเราสองคนจะเป็นจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ แหละเพราะคุณอาเคยเล่าให้ไนเปอร์ฟังว่ามีลูกศิษย์คนหนึ่งกระโดดร่มเก่งมากๆ แล้วก็เป็นหัวหน้าทีมของหน่วยนเรศวร 261 ที่นี่ด้วย อ๋อ ที่แท้ลูกศิษย์คนนั้นก็คือพี่พนานั่นเอง รู้มั้ยคะว่าคุณอาชมพี่พนาบ่อยมากจนไนเปอร์หมั่นไส้พี่พนาเลยค่ะ น่าเสียดายจังเลยนะคะตอนที่ไนเปอร์มาเรียนกระโดดร่มที่นี่เราไม่ได้เจอกัน” นั่นสิ ตอนที่เธอมาเรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ ตอนนั้นเขาก็ยังประจำการอยู่ที่นี่กับน้องชาย แต่ที่เขาไม่ได้เจอกับเธอก็เพราะเธออยู่ที่กองกำกับการ 4 ซึ่งเป็นที่ฝึกการกระโดดร่มและสอนหลักสูตรหน่วยรบต่างๆ ของค่าย ในขณะที่เขาประจำการอยู่กองกำกับการ 3 ซึ่งเป็นกองของหน่วยปฏิบัติการพิเศษนเรศวร 261 และอรินทราช 26 ที่ทำภารกิจด้านการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลและการก่อการร้ายในเมืองทุกรูปแบบรวมถึงภารกิจการถวายความปลอดภัยเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐานประทับแรม ณ พระตำหนักต่าง ๆ การรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลสำคัญและสถานที่สำคัญซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ งานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดและงานกู้ภัยทางยุทธวิธี ที่ค่ายนเรศวรมีกองกำกับการตั้ง 5 กอง เขากับเธอจะไม่เคยเจอกันเลยก็ไม่แปลก 

               “แล้วนี่ไปทำยังไงพ่อตาเขาถึงยอมรับได้ ปกติพี่กรันณ์หวงลูกสาวมากเลยนะ” 

               “...เรื่องมันยาวครับครู” เขาตอบผู้กองพันยศ ผู้กองพันยศก็เลยเพียงแค่พยักหน้ารับ ถ้าเรื่องมันจะยาวงั้นเดี๋ยวเขาค่อยฟังทีหลังก็ได้เพราะวันนี้ผู้กองพนาต้องไปทำภารกิจอีกเยอะ จากตอนแรกที่ผู้กองพนาโทรมาหาเขาแล้วบอกว่าจะมีแพทย์หญิงของฐานตัวเองมากระโดดร่มด้วยเขาก็นึกว่าผู้กองพนาจะเอาลูกน้องที่ฐานตัวเองมาฝึกกระโดดร่มเนื่องจากการกระโดดร่มแบบ Tandem มันเหมาะสำหรับการพาหมอมากระโดดอยู่แล้วเพราะมันอาจจำเป็นในการปฏิบัติงานในอนาคต แต่พอผู้กองพนาแจ้งชื่อของแพทย์หญิงคนนั้นกับเขา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนที่จะมากระโดดร่มคือหลานสาวของเขาเอง อีกทั้งเมื่อวานนี้รองกรันณ์ก็ยังได้ติดต่อมาหาเขาแล้วบอกว่าลูกเขยจะพาลูกสาวของเขามาฝึกกระโดดร่ม พอรองกรันณ์พูดคำว่าลูกเขยขึ้นมาเท่านั้นแหละเขาถึงได้รู้ว่าลูกศิษย์ของเขาตอนนี้ได้เปลี่ยนสถานะมาเป็นหลานเขยแล้ว แต่ที่เขาแปลกใจที่สุดก็คือผู้กองพนาไปทำยังไงเข้าถึงทำให้รองกรันณ์เรียกเขาว่า ลูกเขย ได้เต็มปากเต็มคำขนาดนี้

 

 

 

************************************************ 

ก่อนจะไปอยู่ยะลา พี่พนาเคยเป็นหัวหน้าทีมหน่วยนเรศวร 261 มาก่อนนะคะ (หน่วยนเรศวร 261 คือหน่วยที่เข้าไปปฏิบัติการเหตุกราดยิงที่โคราชตอนต้นปีก่อน) ซึ่งหน่วยนเรศวร 261 กับอินทราช 26 เป็นหน่วยที่ฝึกมาจากหลักสูตรเดียวกัน มีปีกเครื่องหมายอันเดียวกัน แต่จะต่างกันที่ หน่วยนเรศวร 261 เป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล รบได้ทั่วประเทศ ทั้งเขตป่าและเขตเมือง ส่วนหน่วยอรินทราช 26 จะทำการรบเฉพาะพื้นที่ในเมือง ซึ่งทั้ง 2 หน่วยนี้เป็นตำรวจ ตชด. ค่ะ 

********************* 

ส่วนหน่วย หนุมาน หน่วยสวาท หน่วยคอมมานโด อันนี้เป็นหน่วยของทางกองปราบปราบ ขึ้นตรงกับกรมสอบสวนกลางนะคะ ไม่ใช่ ตชด. (แต่ตำรวจพลร่มสามารถไปฝึกเป็นหน่วยหนุมานได้) 

***************************************** 

เนื้อเรื่องยังไม่จบนะคะ มีครึ่งหลังต่ออีก ไรท์ขอไปงีบก่อนแล้วจะมาลงครึ่งหลังให้อ่านต่อนะคะ (ง่วงมากงับ) 

ความคิดเห็น