ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สาม ได้อาชีพไร้ค่าอย่างปรุงยาอีกต่างหาก

ชื่อตอน : หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สาม ได้อาชีพไร้ค่าอย่างปรุงยาอีกต่างหาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 310

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2564 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สาม ได้อาชีพไร้ค่าอย่างปรุงยาอีกต่างหาก
แบบอักษร

หวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สาม ได้อาชีพไร้ค่าอย่างปรุงยาอีกต่างหาก

อีกครั้งหนึ่งที่อลัน เอ๊ย หวังม่อ ได้ชื่นชมผลงานของจักรวรรดิเทียนหมิงของตนในใจ

ว่าแต่ละคนเคารพจรรยามารยาท มีการศึกษา เคารพกฎหมายและระเบียบธรรมเนียมจึงจะครองตำแหน่งต่างๆได้ หากมีฝีมือไม่ถึงก็จะถูกทิ้งไว้ด้านหลังในแดนที่มีแต่ผู้มีคุณธรรมความสามารถ

 

ราชาของแดนนี้มีความสามารถทางการเมืองพอสมควร แต่สายตายังแคบสั้นเมื่อเทียบกับฝ่าบาทและความผิดพลาดของผู้ครองรัฐก็จักแสดงออกมาจากระบบต่างๆภายในรัฐนั้นที่เป็นตัวแทนของอำนาจของเจ้าแห่งรัฐนั้นเอง

เขาสังเกตได้ว่าระหว่างทางที่ไป เหล่าบุคคลที่ควรได้รับการนับถือ ผู้ที่มีความสามารถที่ควรจะได้รับเกียรติอย่างเหล่าท่านอาจารย์ปรุงยา กลับถูกละเลยมองว่าเป็นอาชีพ”ไร้ประโยชน์”

แต่ในโลกนี้กลับมีการเคารพทหารรับจ้างประเภทหนึ่งที่เรียกว่า”นักผจญภัย”กันเสียได้

เขารู้สึกเหมือนเห็นโลกที่เหมือนกับมีเหตุผลกลับด้าน บทเพลงอันสวยงามมีท่วงทำนองผิดเพี้ยนไปอย่างน่ารังเกียจ

หากมีฝีมืออันเข้มแข็งแท้จริงอยู่ก็ดี

แต่ในโลกนี้เขาสังเกตได้ว่ามีแต่วิชาแมวสามขาของหลอกลวงที่หากประชาชนโง่เขลามาดูก็คงจะคิดว่าสวยงาม

แต่หากเจอยอดฝีมือที่แท้จริง รังแต่จะแสดงความทุเรศฯออกมา

จอมพลังมีกล้ามแกว่งดาบแมวสามขาแต่ไร้การปรับพื้นฐานลมปราณแม้แต่น้อย

ฝึกวิชาไม่ปรับพื้นฐานลมปราณ ไหนเลยไม่กระดูกเส้นเอ็นหักสะบั้นได้?

“เจ้าสำนึกบุญคุณชั้นไว้ด้วยนะฮึ ที่แนะนำให้เจ้าเข้าสำนักเล่นแร่แปรธาตุให้เพราเห็นแก่ไลโอเนลหรอกนะ” มากาเร็ตกอดอกเชิดหน้าขึ้น

อลันผงกศีรษะรับคำ การใช้เส้นสายเพื่อยืนยันสถานะของบุรุษผู้หนึ่งว่าเป็นผู้กล้าหาญมีคุณธรรมด้วยสถานะของขุนนางแนะนำตัวนั้นจะมีอยู่เสมอมาและตลอดไป

แนวทางของฝ่าบาทพยายามให้มีการทำการทดสอบความสามารถ แต่การแนะนำบุคคลผ่านทางเส้นสายก็ยังมีอยู่ที่จะได้รับคะแนนเป็นพิเศษในการทดสอบความสามารถ

ว่าคนที่มีความสามารถคนนี้ได้รับจดหมายแนะนำตัวจากขุนนางหรือคนมีชื่อเสียงเป็นพิเศษหรือประกอบคุณงามความดีให้แก่ชาติบ้านเมืองมาก่อน

แต่รู้สึกว่ามิตินี้จะขาดระเบียบแบบแผนและพิธีการเป็นทางการไป ระบบแนะนำตัวของพวกเขาเลยดูขาดรายละเอียดหลายๆประการไป

แต่นั่นล่ะ เขาจะคาดหวังให้มิตินรกที่เต็มไปด้วยอนารยะชนคนเถื่อน มีวัฒนธรรมอย่างประเทศสูงส่งก็คงจะไม่ได้

แต่พอนึกภาพในอนาคตที่หน้าที่ของเขาอีกนั่นล่ะที่ต้องกล่อมเกลาอนารยะชนคนเถื่อนให้มีอารยะธรรมขึ้นมาก็ทำให้เขาห่อเหี่ยวใจขึ้นอีกไม่ได้

“ดูเจ้านั่นสิพวกเรามีคนมาเป็นอาชีพไร้ประโยชน์อย่างปรุงยาอีกแล้ว”

“หึ เจ้านักปรุงยาไร้ประโยชน์เอ๊ย ข้าไม่เคยเห็นพวกนั้นทำประโยชน์อะไรให้กับพวกเรา “

“ใช่ครับลูกพี่ นอกจากจะผลิตยาโพชั่นเติมพลังชีวิตและรักษาบาดแผลให้พวกเราใช้”

ลุกพี่จ้องหน้าลูกน้อง

“นอกจากนั้นพวกนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว”

“ใช่นอกจากเป็นคนผลิตยาแก้หวัด”

“นอกจากผลิตยางไม้และสบู่ทำความสะอาด”

“นอกจากผลิตน้ำหมึก”

“พอแล้ว บอกข้ามาสิ นอกจากผลิตยาโพชั่นเพิ่มพลังชีวิต รักษาบาดแผล แก้คำสาป ยาแก้หวัด น้ำหมึก สารฟอกขาวกระดาษ ยางไม้ที่ใช้ชันหม้อชามไหต่างๆ สารถนอมอาหาร นักปรุงยามีประโยชน์อะไรต่อพวกเราอีก?”

ลูกน้องคนหนึ่งยกมือ

“เอ สารเรืองแสงให้เรามองเห็นในที่มืดและที่ตีเส้นถนน”

ลูกพี่เขกหัวลูกน้อง

 

“นอกจากสารเรืองแสงในที่มืดและที่ตีเส้นถนนแล้ว นักปรุงยาก็ไม่มีประโยชน์อะไรต่อพวกเราอีก นับเป็นอาชีพไร้ค่าโดยแท้”

“ใช่ ใช่ลูกพี่ นักปรุงยาเป็นอาชีพไร้ค่าจริงๆอย่างที่ลูกพี่บอก”

“แถมตอนนี้นอกจากนักปรุงยาไร้ค่าแล้วยังมีอาชีพนักตีดาบไร้ค่า นักประเมินไร้ค่า อาชีพโล่ไร้ค่า ขายของไร้ค่า สายป้องกันไร้ค่า สายอัญเชิญไร้ค่า สายฮีลไร้ค่า อีกต่างหากลูกพี่ รีบไปกันดีกว่าลูกพี่ตารางเวลาพวกเราตอนนี้ยิ่งเต็มๆอยู่ไม่มีเวลามาเสียเวลากับนักปรุงยาไร้ค่าแต่เพียงอาชีพเดียว”

“เจ้าคิดถูก อาชีพปรุงยาไร้ค่า ควรจะเสียเวลาพวกเราในการดูถูกพวกเขาแค่นี้ก็พอ”

นักผจญภัยแรงก์ซีประจำเมืองกล้ามใหญ่ผมทองและเหล่าลูกน้องก็เดินจากไป

เขาทำหน้าที่ในการดูถูกอาชีพไร้ค่าและหาเรื่องพวกนั้นทุกวันอย่างไม่ย่อท้อ ไม่เคยหยุดแม้แต่วันเดียว

“ลูกพี่ไปผิดทางแล้วต้องไปทางนี้ ตามคิวเราต้องไปดูถูกช่างทำของไร้ค่าก่อนที่จะดูถูกอาชีพโล่ไร้ค่า”

“ปัดโธ่ ข้าเปลี่ยนใจกระจายการดูถูกไปทั่วๆไงเล่าโง่จริงๆเพราะอย่างนี้ถึงได้เป็นแค่ลูกน้อง เจ้าเอาแต่ไปดูถูกสายอาวุธโล่ คนก็หาว่าพวกเราไม่ยุติธรรมกับสายอาชีพอื่นๆน่ะสิ”

“ขะขอโทษด้วยลูกพี่”

ลูกน้องก็ได้เดินตามลูกพี่นักผจญภัยแรงก์ซีผมทองกล้ามใหญ่ตัวสูงสองเมตรจากไป

ซึ่งก็มีเรื่องที่หวังม่อเอ๊ยอลันสงสัยเป็นอย่างยิ่งไม่สิหลายอย่าง

 

“เออ เอลซ่าก็เป็นสายฮีลเหมือนกันไม่ใช่หรือ?”

ฮึก ฮือ

“อลันคนบ้า เธอเศร้าเสียใจแค่ไหนแต่ทำไมต้องดูถูกเพื่อนของเธอตั้งแต่เด็กอย่างนี้ด้วย ฮือ”

เอลซ่าที่โดนดูถูกว่าเป็นสายฮีลทั้งที่เป็นนักบุญหญิงก็วิ่งร้องไห้เอามือกุมหน้าหนีไป

“”อลันชั้นเข้าใจว่านายเป็นอาชีพไร้ค่า แต่นายไม่ควรว่าผู้หญิงที่ดีอย่างเอลซ่าอย่างนี้นะ เธอพยายามเอาใจช่วยนายมาตลอดนะ ทำไมนายต้องพูดจาอย่างนี้กับเธอด้วย? นายควรจะพิจารณาตนเองนะ หากอยากรักษาความเป็นเพื่อระหว่างเราไว้ล่ะก็”

ไลโอเนลถอนหายใจและเดินจากไปหวังว่าเพื่อนของเขาที่พูดจาโหดร้ายลงไปเพราะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากจะรู้สึกตนเองและไม่ทำลายมิตรภาพดีดีที่เคยมีมาหลายปีไป

“อย่ามามองชั้น แม้ชั้นไม่ชอบเอลซ่าก็ไม่เคยว่าร้ายเธอว่าเป็นสายฮีล นายควรจะทำตัวเป็นสุภาพบุรุษที่สูงส่งกว่านี้ไม่ใช่ลากคนอื่นให้ตกต่ำไปกับนายด้วย

มากาเร็ตกอดอกมองอลันอย่างเหยียดหยามและเดินจากไป

ความขัดแย้ง ความน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้อลันพูดคำต้องห้ามลงไป โปรดติดตามตอนต่อไปในหวังม่อเกิดใหม่ไร้อาชีพตอนที่สี่ ว่าอลันจะรอดพ้นจากการเดินเข้าด้านมืดแหลังจากที่พูดจาว่าร้ายเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของเขาได้หรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป

เอ่อ ข้าแค่ว่าเธอเป็นสายฮีลเองนะ ข้าพูดอะไรผิดตรงไหน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว