facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 81 ฉีกหน้ากาก / บทที่ 82 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

ชื่อตอน : บทที่ 81 ฉีกหน้ากาก / บทที่ 82 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 13:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 81 ฉีกหน้ากาก / บทที่ 82 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง
แบบอักษร

บทที่ 81 ฉีกหน้ากาก 

ในขณะที่เฉินเมิ่งฉีคิดจะปฏิเสธว่าเยี่ยหวันหวั่นไม่เคยบอกเธอมาก่อน เยี่ยหวันหวั่นแสร้งทำเป็นเหลือบมองไปที่เจียงเยียนหรานอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นทำท่าทางเข้าอกเข้าใจ เอ่ยเตือนเฉินเมิ่งฉี “ก็วันสิ้นเดือนเมื่อเดือนก่อน วันนั้นเธอไปเที่ยวสวนสนุกกับซ่งจื่อหางไม่ใช่เหรอ? คงเป็นเพราะฝั่งเธอเสียงดังเกินไป ก็เลยได้ยินฉันไม่ชัดล่ะสิ?” 

ทันทีที่เฉินเมิ่งฉีได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าพลัดซีดเผือด มองไปทางเจียงเยียนหรานอย่างลุกลน 

น่าตายนัก! เมื่อเดือนก่อนเธอไปเที่ยวสวนสนุกกับซ่งจื่อหางมาจริงๆ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเยี่ยหวันหวั่นโทรหาเธอด้วยเรื่องอะไร ขณะนั้นเธอกำลังมีความสุขอยู่กับความเอาใจใส่อันอ่อนโยนของซ่งจื่อหาง ไม่มีอารมณ์จะไปสนใจเยี่ยหวันหวั่น เลยตอบเออออด้วยไม่กี่คำก็วางสายไป 

แต่ว่าเยี่ยหวันหวั่นรู้ได้อย่างไร? หรือว่าเธอเผลอหลุดปากพูดออกไปเหรอ? 

น่าตายนัก คาดไม่ถึงว่ายัยโง่นี่จะพูดเรื่องนี้ออกมาต่อหน้าเจียงเยียนหรานดื้อๆ ซะอย่างนั้น! 

เป็นไปอย่างที่คิด สีหน้าของเจียงเยียนหรานเปลี่ยนไปทันที “เธอพูดว่าอะไรนะ! สิ้นเดือนที่แล้ว เฉินเมิ่งฉีกับซ่งจื่อหางไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกันอย่างนั้นเหรอ?” 

ฟางฉินเองก็รู้สึกมึนงง “วันนั้นเป็นวันเกิดของเจียงเยียนหราน ตอนแรกเยียนหรานเตรียมที่จะสารภาพรักกับเขา ก็เลยจงใจชวนซ่งจื่อหางเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายซ่งจื่อหางไม่ได้มา แม้แต่เธอก็บอกว่าไม่ค่อยสบายมาไม่ได้ เธอ...วันนั้นเธอไปอยู่ด้วยกันกับซ่งจื่อหางได้ยังไง...” 

ได้ยินมาถึงตรงนี้ บรรดาผู้หญิงที่ล้อมมุงอยู่ก็พากันตกตะลึง เจียงเยียนหรานชอบซ่งจื่อหางอย่างนั้นเหรอ? 

คนที่รู้เรื่องนี้มีไม่มาก แต่เฉินเมิ่งฉีเป็นรูมเมทของเจียงเยียนหราน อีกทั้งยังสนิทกันขนาดนี้ ไม่มีทางที่จะไม่รู้ 

ทั้งๆ ที่เฉินเมิ่งฉีรู้ดีว่าเจียงเยียนหรานชอบซ่งจื่อหาง รู้ดีว่าเจียงเยียนหรานเตรียมจะสารภาพรักกับซ่งจื่อหางในวันเกิดวันนั้น แต่กลับโกหกเจียงเยียนหรานว่าตัวเองไม่ค่อยสบาย แล้วแอบไปเดทกับซ่งจื่อหางอย่างนั้นเหรอ? 

สายตาของฝูงชนที่มุงดูอยู่พลันมองเฉินเมิ่งฉีเปลี่ยนไป 

แอบอ่อยผู้ชายที่เพื่อนสนิทชอบลับหลัง เรื่องแบบนี้มันหน้าไม่อายเกินไปแล้วหรือเปล่า... 

เยี่ยหวันหวั่นได้ยินคำของฟางฉิน พลันมีท่าทางร้อนรนราวกับพูดอะไรผิดไป ดวงตาเป็นประกาย “ฉันพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า...” 

หากเยี่ยหวันหวั่นไม่พูดประโยคนี้ออกมาก็ยังดี แต่เมื่อพูดออกมาแล้ว ทำให้ความน่าเชื่อถือยิ่งเพิ่มมากขึ้นไป 

เพราะทุกคนรู้ว่าเฉินเมิ่งฉีกับเยี่ยหวันหวั่นสนิทกันมาก เจียงเยียนหรานถึงได้เชื่อบรรดาข่าวโคมลอยจากคำบอกเล่าของเฉินเมิ่งฉีขนาดนั้น เมื่อกลับอีกด้านก็ย่อมจะเชื่อคำพูดที่หลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจของเยี่ยหวันหวั่นเช่นเดียวกัน 

ยิ่งไปกว่านั้นเจียงเยียนหรานไม่ใช่คนโง่ คิดว่าแต่เดิมก็ระแคะระคายเบาะแสร่องรอยอะไรบ้างอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่กล้ามั่นใจเท่านั้น 

เป็นไปอย่างที่คิด มือสั่นระริกของเจียงเยียนหรานหยิบโทรศัพท์ออกมาทันที แล้วกดเปิดดูหน้าไทม์ไลน์ที่ซ่งจื่อหางโพสต์ตอนสิ้นเดือนที่แล้ว 

ซ่งจื่อหางโพสต์แคปชั่นว่า “สุดที่รักของชีวิตนี้ รอเธอเรียนจบ” 

รูปภาพประกอบเป็นรูปที่สวนสนุก ในรูปไม่มีรูปคนจริงๆ แต่กลับเป็นเงาทอดยาวของชายหญิงคู่หนึ่ง 

เห็นได้ชัดว่าความหมายของมันคือ ซ่งจื่อหางสารภาพรักกับฝ่ายตรงข้ามแล้ว และฝ่ายตรงข้ามได้ตอบว่าจะคบกับเขาหลังเรียบจบ 

หลังจากวันเกิด เจียงเหยียนหรานก็ได้เห็นโพสต์นี้ และรู้ว่าที่ซ่งจื่อหางไม่มางานวันเกิดของเธอ เพราะจะไปสารภาพรักกับผู้หญิงที่เขาชอบมาเนิ่นนาน 

แต่อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า รักแท้ที่ซ่งจื่อหางปิดไว้เป็นความลับขั้นสุดยอดคนนั้น คนที่เธออยากรู้มาตลอดว่าเป็นใคร กลับเป็นเฉินเมิ่งฉี เพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ! 

มิน่า มิน่าล่ะซ่งจื่อหางจะเป็นจะตายก็ไม่ยอมบอกเธอว่าเป็นใครกันแน่! 

ที่แท้แล้วคนที่เขาพยายามปกป้องอย่างสุดความสามารถอยู่แค่ข้างกายเธอนี่เอง! 

เวลานี้ เจียงเยียนหรานกำลังมองเฉินเมิ่งฉีอย่างไม่อยากเชื่อ “เฉินเมิ่งฉี เธอบอกฉันสิ นี่มันเรื่องอะไรกัน? คนคนนั้นที่ซ่งจื่อหางชอบมาตลอด...คือเธองั้นเหรอ?” 

 

 

บทที่ 82 ตบมือข้างเดียวไม่ดัง 

เฉินเมิ่งฉีอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าคำพูดพลั้งปากคำเดียวของเยี่ยหวันหวั่นจะก่อความยุ่งยากให้เธอมากมายขนาดนี้ จนอยากที่จะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ ที่นี่เสียเลย 

แต่ตอนนี้เรื่องเป็นแบบนี้ไปแล้ว เธอทำได้เพียงฝืนกลั้นความโกรธเอาไว้ รีบร้อนเอ่ยอธิบาย “เยียนหราน เธอฟังฉันอธิบายก่อน เรื่องราวไม่ได้เป็นแบบที่เธอคิด วันนั้นที่ฉันไปหาซ่งจื่อหางเพราะมีเหตุผล ฉันไปเพราะเธอ...” 

“เฮอะ คนที่อยู่กับเขาวันนั้น เป็นเธอจริงๆ ด้วย! เพราะฉะนั้น เธอยอมรับแล้วใช่ไหม? คนที่ซ่งจื่อหางชอบมาโดยตลอดคนนั้น ก็คือเธอ!” 

ขณะที่เจียงเยียนหรานพูดอยู่ พลันหัวเราะออกมาราวคนเสียสติ “ฮ่า...ฮ่าฮ่า...เฉินเมิ่งฉี...ฉันเล่าเรื่องราวในใจให้เธอฟังทุกวันอย่างกับคนโง่...ปรึกษาเธอว่าผู้หญิงที่ซ่งจื่อหางชอบคนนั้นเป็นใคร...” 

เธอได้เห็นฉันที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอย่างกับคนโง่ มันสนุกมากใช่ไหม? ได้เห็นฉันรักเขาจะเป็นจะตาย แต่คนที่เขาชอบกลับเป็นเธอ เธอรู้สึกชนะมากเลยใช่ไหมล่ะ? 

เธอรู้ดีว่าฉันเตรียมการนานขนาดนั้น ก็เพื่อที่จะสารภาพรักกับเขาในวันเกิด แถมยังนอนไม่หลับตั้งหลายวันเพราะความตื่นเต้น แต่เธอกลับจงใจแอบออกไปกับเขาในวันนั้น เธอยังบอกว่าทำเพื่อฉันอยู่อีกงั้นเหรอ? 

เฉินเมิ่งฉีรีบพูดขึ้น “ฉันไปเพื่อที่จะคุยกับเขาให้รู้เรื่อง!” 

เจียงเยียนหรานยิ้มเย็นมองข้อความโพสต์ความรู้สึกของซ่งจื่อหางบนโทรศัพท์ จากนั้นโยนโทรศัพท์ใส่หน้าเฉินเมิ่งฉีอย่างแรง “พูดให้ชัดเจนงั้นเหรอ? เธอพูดให้ชัดเจนแบบนี้น่ะเหรอ?” 

โทรศัพท์กระแทกเข้ากับจมูกของเฉินเมิ่งฉีเจ็บจนน้ำตาซึม กุมหน้าเอ่ยว่า “เยียนหราน เธอฟังฉันอธิบายก่อน ฉันบอกเขาแล้วว่าตอนนี้ฉันแค่อยากตั้งใจเรียน ฉันปฏิเสธเขาไปแล้ว แต่เขาอาจจะเข้าใจความหมายของฉันผิดไป คิดว่าฉันหมายความว่าเรียนจบแล้วจะคบกับเขา...” 

ได้ฟังคำอธิบายแก้ตัวของเฉินเมิ่งฉี ใบหน้าของเจียงเยียนหรานกลับยิ่งมืดคล้ำ เอ่ยขึ้นด้วยความโกรธเต็มพิกัด “หุบปาก! ซ่งจื่อหางเคยบอกกับฉันด้วยตัวเองว่า เธอยอมรับว่าชอบเขา บอกว่าเธอจูบเขา เธอยังคิดจะแก้ตัวอีกเหรอ! ไสหัวไป! ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องของพวกเธอสองคนอีกแม้แต่ครึ่งคำ! ขยะแขยง!” 

วันนั้นเธอไปหาซ่งจื่อหาง เห็นกับตาว่าดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความยินดี บอกว่าคนที่เขาชอบตกลงรับความรู้สึกของเขาแล้ว 

ถ้าหากเฉินเมิ่งฉีไม่ได้ให้ความหวังเขา เขาจะมีปฏิกิริยาแบบนั้นได้อย่างไร? 

เฉินเมิ่งฉีคิดไม่ถึงว่าซ่งจื่อหางจะเล่าให้เจียงเยียนหรานฟังแม้แต่เรื่องนี้ ใบหน้าพลันซีดเผือด พูดอะไรไม่ออก 

เห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ของเฉินเมิ่งฉี ฝูงชนไหนเลยจะไม่เข้าใจ 

เจียงเยียนหรานพูดจบ พลันผลักกลุ่มคนที่มุงดูอยู่อย่างแรง แล้ววิ่งตึงตังออกไปไกลแล้ว 

ฟางฉินมองเจียงเยียนหรา แล้วหันมามองเฉินเมิ่งฉีอย่างลังเล สุดท้ายก็ยังรีบวิ่งตามเจียงเยียนหรานออกไป 

เดิมทีผู้คนที่มามุงดูเตรียมที่จะเห็นเรื่องสนุกๆ ของเยี่ยหวันหวั่น ไม่คิดว่าจะกลับได้เห็นข่าวซุบซิบใหญ่อย่างผู้หญิงสองคนแย่งผู้ชายคนเดียวกัน เวลานี้ทั้งหมดกำลังจ้องที่เฉินเมิ่งฉีและซุบซิบกันขึ้นมา 

“มองไม่ออกเลยจริงๆ เฉินเมิ่งฉีดูบริสุทธิ์ขนาดนั้น แต่กลับทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้!” 

“รู้ว่าเจียงเยียนหรานชอบซ่งจื่อหางมาโดยตลอดแท้ๆ ยังแอบเธอไปกุ๊กกิ๊กกับซ่งจื่อหางอีก ช่างเป็นการกระทำที่ขัดศีลธรรมจริงๆ!” 

“ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นซ่งจื่อหางจีบเธอฝ่ายเดียวก็ได้นะ?” 

“ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอกนะ ไม่ได้ยินที่เจียงเยียนหรานพูดเหรอ? คนอื่นเขาเข้าไปจูบก่อนด้วยนะ” 

“เออก็จริง!” 

... 

เยี่ยหวันหวั่นยืนอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังที่วิ่งออกไปของเจียงเยียนหรานอยู่อย่างเงียบๆ รู้สึกว่าเธอสองคนเป็นคนหัวอกเดียวกันอย่างประหลาด 

เจียงเยียนหรานคนนี้ แบ่งแยกความรักและความเกลียดไว้อย่าชัดเจน เกลียดความเลวและคนชั่วเป็นราวกับศัตรู เหมือนกับความเกลียดที่มีต่อเธอ เหมือนกับความรักที่มีต่อซ่งจื่อหาง 

ชาติก่อน แม้เจียงเยียนหรานจะรู้ดีว่าซ่งจื่อหางไม่ชอบตัวเอง ก็ยังคงกระตือรือร้นอยากจะอยู่กับเขา ถึงขนาดขอร้องพ่อแม่กดดันเขา สุดท้ายมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก 

ไม่รู้ว่าครั้งนี้หลังจากรู้เรื่องราวระหว่างซ่งจื่อหางกับเฉินเมิ่งฉีแล้ว ต่อไปเธอจะเลือกอย่างไร ให้อภัยต่อไป หรือว่าวางมือ... 

ความคิดเห็น