สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 21

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21
แบบอักษร

   

 

     ร่างกายที่เหนื่อยล้ามาหลายวัน ประกอบกับการถูกทำร้ายจากชายฉกรรจ์ที่พยายามฉุดลากเธอไปทำมิดีมิร้าย ทำให้มัจฉาอยากยอมแพ้ต่อโชคชะตา ชีวิตของเธอไม่เหลืออะไรให้ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เเว้บหนึ่งของความคิด หญิงสาวผู้อับโชคอยากจะไปอยู่กับแม่นุ่มบนสวรรค์ 

     ตากลมโตหลับลงช้า ๆ ขณะที่ร่างถูกหามไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างทาง 'ช่างมัน' เธอนึก 'ปล่อยให้เป็นไปตามที่ฟ้าต้องการก็เเล้วกัน' เธอฝืนลิขิตฟ้าต่อไปไม่ไหวเเล้ว ยอมแพ้เเล้ว ...

 

     ที่โต๊ะอาหารของบ้านใหญ่ สมาชิกทุกคนอยู่กันเกือบพร้อมหน้า มีคุณมังกรนั่งอยู่หัวโต๊ะ ถัดไปทางขวามือคือคุณสมรและพิมพ์ขวัญ ส่วนฝั่งขวามือมีสิงหา บัว เนตรทราย และไอยรา ตามลำดับ โดยเด็ก ๆ นั้นนอนหลับอยู่ชั้นบนของบ้าน มีมะปรางคอยดูแล ส่วนอินทรีนั้นมัวเเต่วุ่นอยู่กับงานที่บริษัท จึงไม่ได้กลับมาร่วมรับประทานอาหารมื้อนี้

     บรรยากาศบนโต๊ะอาหารมีการพูดคุยถามไถ่กันเบา ๆ คู่สามีภรรยาต่างเอาอกเอาใจตักอาหารให้กันเเละกัน คุณมังกรกับคุณสมรมองหน้าแล้วยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ

     'นานเท่าไหร่เเล้วนะ ที่ไม่ได้เห็นภาพความสุขแบบนี้' 

    "เราน่าจะชวนน้องมัดมากินข้าวมื้อนี้ด้วยกันนะคะ" บัวเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นมะม่วงน้ำดอกไม้ที่แม่บ้านนำมาขึ้นโต๊ะ เธอจำได้ดีว่าที่เรือนเล็กมีมะม่วงพันธุ์นี้ปลูกอยู่ และมัจฉาเคยปีนขึ้นไปเก็บมาให้เธอบ่อย ๆ 

     "นั่นสิครับ ผมเองก็วุ่นจนลืมน้องไปซะสนิทเลย" สิงหาพูดเสริม "ความจริงน่าจะให้มัดมาอยู่ที่บ้านใหญ่เลยนะครับ อยู่คนเดียวที่เรือนเล็ก เดี๋ยวจะเหงา ห้องก็พอมีอยู่ หรือทุกคนว่างไง?" เขากล่าวเป็นเชิงขอความเห็น 

     ประมุขของบ้านมองหน้ากัน ก่อนคุณสมรจะเป็นผู้บอกเรื่องราวที่มัจฉาเข้ามาลาเธอให้ทุกคนฟัง

     "มัดคงอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างน่ะ เเล้วเรื่องมันก็กระทันหัน จึงไม่ได้บอกกับทุกคนด้วยตัวเอง" คุณสมรกล่าวปิดท้าย

     "แบบนั้นก็ดีเหมือนกันค่ะ มัดจะได้หายเศร้าเรื่องแม่นุ่ม" บัวที่รู้สึกใจหายกับการย้ายออกจากบ้านของมัจฉาบอกเสียงอ่อย เธอคงเหงาน่าดูเลย

     สิงหากุมมือภรรยาไว้เบา ๆ อย่างปลอบใจ รู้ว่าเธอกับมัจฉาสนิทกันมากแค่ไหน จากนี้เขาคงต้องให้เวลากับบัวมากขึ้นเสียเเล้ว

     ส่วนกลุ่มคนที่ยังคงรู้สึกผิดต่อมัจฉานั้น เมื่อได้ทราบข่าวว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ที่บ้านเเล้วต่างพูดไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นไอยรากับเนตรทราย ที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกับมัจฉาอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มมองหน้าภรรยาที่ฉายแววกังวลใจออกอย่างชัดเจน  ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เขารู้ดีว่าเนตรทรายรู้สึกผิดต่อมัจฉามากแค่ไหน เขาเองก็ไม่ต่างกัน  แต่เมื่อฟ้ายังไม่เป็นใจ เขาจึงได้เเต่ปลอบโยนคนตัวเล็กให้คลายกังวล 

     "ผมเชื่อว่ามัดจะกลับมาเยี่ยมพวกเราแน่ครับ หรือถ้าไม่มาสักที พวกเราไปเยี่ยมมัดเองก็ได้นี่นา " ชายหนุ่มยิ้มละมัย ทำให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง 

    ฝ่ายพิมพ์ขวัญที่ขอให้สามีของเพื่อนพาเธอหนีในวันเเต่งงานก็มีเรื่องมากมายที่อยากพูดให้มัจฉาเข้าใจ เพราะความเห็นแก่ตัวของเธอทำให้มัจฉาต้องเดือดร้อน หากยามนี้อาชาไม่ต้องติดคุก หากเขายังอยู่ที่บ้าน มัจฉาคงจะมีที่พึ่งพิงในยามที่รู้สึกอ้างว้าง

     ในยามนี้ จะมีก็แต่อินทรีที่ยังไม่รู้ข่าวของมัจฉา ...

 

     เสียงน้ำหยดจากหลังคาลงสู่พื้นที่ปูด้วยเสื่อน้ำมันคือเสียงแรกที่มัจฉาได้ยิน หลังจากที่หมดสติไปนาน เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ มองเห็นหลังคาบ้านที่ดูผุพัง กลิ่นเหม็นอับจากฟูกเก่า ๆ ที่เธอนอนอยู่ทำให้หญิงสาวย่นจมูก สมองเริ่มประติดประต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น จำได้ว่าเธอถูกชายสองคนจับตัวไปขึ้นรถ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป 

     'เเล้วที่นี่คือที่ไหนกัน' หญิงสาวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ทำเอาปวดหัวตุบ ๆ คิ้วสวยขมวดอย่างคนเจ็บปวด ยกมือเรียวกุบขมับ เจ็บใจที่ตัวเองยังไม่ตาย ทั้งยังมาตื่นในสถานที่ที่ไม่รู้จักอีกด้วย

     "ตื่นเเล้วเหรอจ๊ะ" เสียงทุ้มดังมาจากประตูห้อง หญิงสาวเบิกตากว้าง มองหาทางหนีทีไล่ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่กับเขาได้อย่างไร ?

     เมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้า ชายหนุ่มที่ยืนตรงประตูจึงรีบแนะนำตัว ด้วยเกรงว่าเธอจะเข้าใจผิด

     "พี่ชื่อคูนจ้ะ เป็นลูกชายของเเม่ครู น้องไม่ต้องกลัวพี่นะ พี่ไม่มีอันตราย" ชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกันถอยตัวออกจากห้องเพื่อไปบอกแม่ครูที่อยู่นอกบ้าน

     มัจฉานึกทบทวนเรื่องราวอีกครั้ง เธอได้พบแม่ครูที่ว่านี้ก่อนที่จะเกิดเรื่อง จำได้ว่าแม่ครูเดินจากไปแล้ว เหตุใดจึงพาเธอมาที่นี่ได้ แต่ยิ่งใช้สมองมากเท่าใด เธอยิ่งรู้สึกปวดหัวมากเท่านั้น หญิงสาวก้มสำรวจร่างกายของตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าที่เคยสวมถูกเปลี่ยนออก ...ก่อนจะได้ทำอะไรต่อ เธอสังเกตว่าที่หน้าห้องมีสายตาหลายคู่กำลังมองจ้องมาที่เธอ เมื่อเธอมองกลับพวกเขาก็พากันหลบอย่างเขินอาย 'นี่คงจะเป็นเด็ก ๆ ที่แม่ครูเล่าถึงสินะ' 

     "เข้ามาสิ" หญิงสาวเรียกเด็กน้อยที่ยืนหลบอยู่นอกห้อง ตาโตมองทั่วห้องอย่างเก็บรายละเอียด หลังคาสังกะสีที่มีรูรั่ว เมื่อฝนตกต้องเอากะละมังมารองที่พื้น ผนังห้องโทรม ๆ ที่ใช้ไม้อัดมาตีกันลม พื้นห้องปูด้วยเสื่อน้ำมันลวดลายที่แตกต่างกัน ตามแต่เจ้าของจะหามาได้

     เธอเข้าใจสภาพบ้านแบบนี้ดี ก่อนที่จะถูกขายให้แก๊งขอทาน เธอก็เคยอยู่ในชุมชนแออัดมาก่อน มัจฉาเดาว่าหากออกจากห้องนี้ไป ภายนอกบ้านก็คงจะเป็นคูน้ำที่มีกลิ่นไม่ดีนัก 

     เด็กคนหนึ่งเดินนำเข้ามาก่อนใครเพื่อน จากนั้นก็ยืนมองราวกับเธอเป็นตัวประหลาด ที่เหลือค่อย ๆ ตามเข้ามา เด็กน้อย 5 คนมุงรอบตัวเธอ ตาใส ๆ จ้องมองอย่างสนใจ 

แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรกัน แม่ครูก็เดินเข้ามาในห้อง ถือถ้วยข้าวต้มมาให้ 

     "กินอะไรซะก่อนนะหนู" นางกล่าวอย่างมีน้ำใจ มัจฉารับถ้วยข้าวต้มมาพร้อมกับขอบคุณ หญิงสาวรู้สึกหิวเป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเพียงข้าวต้มใส่เกลือก็ถือว่าเป็นอาการเลิศรสในยามนี้

     "เกิดอะไรขึ้นกับหนูเหรอคะ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วนี่ หนูหลับไปนานรึเปล่า" เธอถามแม่ครูทันทีที่กินข้าวต้มถ้วยที่ 2 หมด

     หญิงอาวุโสเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มัจฉาฟังคร่าว ๆ ว่า เมื่อเธอเดินจากมาแล้วก็ได้พบกับ 'คูน' ซึ่งขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาส่งลูกค้าแถวนั้นพอดี จึงขอให้คูนพากลับไปดูว่ามัจฉาได้ขึ้นรถหรือยัง และพบว่าหญิงสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย จึงได้ช่วยมัจฉาจากวัยรุ่นนั้น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวหมดสติอยู่จึงพากลับมาพักที่บ้าน 

     "ต้องขอโทษที่ช่วยให้มัดไปสมาคมไม่ได้นะ" แม่ครูบอกอย่างรู้สึกผิด นางนึกชื่นชมหญิงสาวเป็นอย่างมาก ที่มีจิตใจดี มีความมุ่งมั่นจะช่วยเหลือผู้อื่น แต่โชคร้ายที่ต้องมาพบเจอเรื่องร้ายจนหมดโอกาสได้ทำตามที่หวัง

     มัจฉานั้นไม่ได้โกรธอะไรเเม้แต่น้อย แค่ได้รับความช่วยเหลือให้รอดจากภัยร้าย เธอก็ดีใจมากเเล้ว หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณแม่ครูและคูนที่ยืนพิงประตูอยู่ 

     'ในร้ายก็ยังมีดีล่ะนะ' หญิงสาวล้มตัวลงนอนอีกครั้ง 

 

 

###

 

ความคิดเห็น