facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 79 พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า / บทที่ 80 เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ

ชื่อตอน : บทที่ 79 พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า / บทที่ 80 เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 79 พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า / บทที่ 80 เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ
แบบอักษร

บทที่ 79 พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า 

หลิงตงยืนกรานว่าจะไปส่งเยี่ยหวันหวั่นกลับหอพักด้วยตัวเอง แค่นึกก็เห็นภาพเหตุการณ์ตลอดทางนั้นแล้ว 

ฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ เห็นชายหนุ่มสูงหล่อมาดเท่ สวมชุดนักบาสเกตบอล เดินเร็วบ้างช้าบ้างตามจังหวะของหญิงสาวข้างกาย ท่าทางราวกับทูตพิทักษ์ดอกไม้ ช่างเป็นภาพที่สาวน้อยทุกคนฝันถึง 

แต่ หญิงสาวที่ถูกเขาเดินไปส่ง กลับทำให้ภาพนี้พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ทรงผมแอฟโฟรอันน่ากลัว อายแชโดว์ที่เข้มจัด ริมฝีปากหนาเตอะสีแดงสด ช่างเป็นภาพที่น่าหวาดผวาเกินกว่าจะทนดูได้ 

“พระเจ้า! ยัยตัวประหลาดเยี่ยหวันหวั่นมีคนตามจีบด้วยเหรอเนี่ย!” 

“ประเด็นสำคัญคือ คนที่จีบเธอคือลูกพี่ใหญ่โรงเรียนชิงเหอของพวกเราซะด้วย” 

“ฉันหลงคิดว่าเป็นข่าวที่ลือกันผิดๆ ซะอีก! นี่มันน่าตกใจเกินไปแล้ว!” 

ในฝูงชนที่ล้อมวงมุงอยู่ เฉินเมิ่งฉียืนมองทั้งสองคนอยู่ไกลๆ มองดูท่าทางบุคคลที่ทรงอิทธิพลในชิงเหอของพวกเขาต้อนรับเยี่ยหวันหวั่นอย่างอบอุ่น ใบหน้าพลันแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัดทันที 

เธอหลงคิดว่าวันนี้จะได้เห็นเยี่ยหวันหวั่นร้องไห้ขี้มูกโป่ง ใครจะรู้ว่าเธอไม่เพียงสบายดีแบบที่ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ซ้ำยังสุขสบาย มีหน้ามีตาขึ้นมาอีก 

ณ ประตูหอพักหญิง 

หลังจากหลิงตงจากไปแล้ว เฉินเมิ่งฉีวิ่งไปหาเยี่ยหวันหวั่นทันที ทำท่าทางเป็นห่วงมองไปยังทิศทางที่หลิงตงเดินจากไป แล้วเอ่ยถามหยั่งเชิง “หวันหวั่น เธอกับหลิงตงนี่มันยังไงกัน?” 

เวลานี้มีผู้หญิงสองคนเดินตามหลังของเฉินเมิ่งฉีมาด้วย ผู้หญิงด้านซ้ายสวมชุดเดรสเรียบๆ สีขาวแบรนด์ชาแนล ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ปรายตามองเหยียดเยี่ยหวันหวั่นพลางเอ่ยขึ้น “คิดจะจับซือเซี่ยไปด้วย อ่อยหลิงตงไปด้วย เยี่ยหวันหวั่น เธอนี่หน้าด้านขึ้นทุกวันจริงๆ” 

ได้ยินคำของเจียงเยียนหราน เฉินเมิ่งฉีพลันรู้สึกดีขึ้นมา ทว่าก็รีบกลบสีหน้ามีความสุขลงทันที คล้องแขนเจียงเยียนหรานอย่างสนิทสนมพลางเอ่ยกล่อมว่า “เยียนหราน เธออย่าพูดกับเยี่ยหวันหวั่นแบบนี้สิ หวันหวั่นไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกนะ อาจจะเป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆ ก็ได้เนอะ!” 

เจียงเยียนหรานได้ยินดังนั้น ใบหน้าสวยหมดจดเปี่ยมไปด้วยความดูถูกและเหยียดหยาม “เพื่อนธรรมดาอะไร จะมาสารภาพรักกันต่อหน้าสาธารณชน แล้วยังตามตูดเธออย่างกับทูตพิทักษ์ดอกไม้ นี่น่ะเหรอเพื่อนธรรมดา?” 

ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาสวมชุดนักเรียนทางด้านขวามือเฉินเมิ่งฉีพูดจาถากถางขึ้นว่า “ก็ไม่รู้นะว่ายัยตัวประหลาดนั่นหน้าตาน่าเกลียดขนาดนี้ยังอ่อยผู้ชายได้ ใช้วิธีไหนกันแน่?” 

การกระทำของพวกเฉินเมิ่งฉีดึงดูดพวกผู้หญิงที่จับกลุ่มอยู่ใกล้ๆ จำนวนไม่น้อยให้ล้อมวงทำท่าทางซุบซิบนินทา 

ฝูงชนที่ล้อมวงมุงดูอยู่เมื่อได้ยินคำพูดของฟางฉิน ต่างมองหน้ากันไปมาอย่างรู้กันโดยไม่ต้องพูด “สุดยอด คงไม่ใช่ฝีมือบนเตียงหรอกนะ...” 

เฉินเมิ่งฉีทำท่าทางร้อนใจรีบออกโรงปกป้อง “เรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจผิดอะไรกันแน่ๆ” 

แขนสองข้างของเจียงเยียนหรานยกขึ้นกอดอก เห็นว่าเฉินเมิ่งฉีเอาแต่ช่วยพูดแก้ต่างให้เยี่ยหวันหวั่นก็ขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า “เมิ่งฉี ทำไมจนตอนนี้เธอยังไม่ตัดความสัมพันธ์กับคนแบบนี้ให้ชัดเจน ไม่กลัวติดเสนียดหรือไง” 

นัยน์ตาเฉินเมิ่งฉีเต็มไปด้วยความสุขที่ได้เห็นความทุกข์ของผู้อื่น แต่บนใบหน้าดูลำบากใจที่อยู่ตรงกลางระหว่างเยี่ยหวันหวั่นกับเจียงเยียนหราน “เยียนหราน เธออย่าพูดแบบนี้ ที่จริงแล้วหวันหวั่นน่าสงสารมาก ที่บ้านกลายเป็นแบบนั้นไป ฉันจะทิ้งเธอในเวลาที่เธอลำบากที่สุดไม่ได้หรอกนะ” 

เจียงเยียนหรานส่งเสียงหึมอย่างไม่พอใจ “เมิ่งฉี เธอน่ะใจดีเกินไป ใจอ่อนเกินไป คำโบราณกล่าวว่าคนน่าสงสารจะต้องมีสิ่งที่น่าเกลียดอยู่แน่ๆ ที่บ้านเขาเป็นแบบนั้นก็เพราะว่าพ่อเขาไร้ศีลธรรม และตัวเขาเองที่ไม่มีคุณธรรม ใช้ชีวิตเละเทะ คนแบบนี้มีดีอะไรให้เธอสงสารเหรอ? คนเขาเก่งกาจออก โกงข้อสอบจนได้นั่งข้างซือเซี่ย และยังแย่งบทแสดงละครของเฉิงเสวี่ย แม้แต่ลูกพี่ใหญ่ของชิงเหอของพวกเรายังอยู่ในกำมือเขาเลย!” 

ผู้หญิงคนอื่นๆ ที่มุงดูอยู่ได้ยินดังนั้น พากันพยักหน้าสนับสนุน แสดงว่าคิดอย่างเดียวกัน 

 

 

บทที่ 80 เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ 

เยี่ยหวันหวั่นมองดูอยู่เงียบๆ เห็นเฉินเมิ่งฉีใช้เจียงเยียนหรานและฟางฉินเป็นกระบอกปืนยิงรัวใส่ตัวเอง ยิ้มเย็นอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ 

เหตุการณ์แบบนี้ช่างคุ้นจริงๆ 

ชาติก่อนก็เป็นแบบนี้ ทุกครั้งเฉินเมิ่งฉีจะคอยซ่อนตัวอยู่หลังคนอื่นเสแสร้งว่าเป็นคนดี ให้เจียงเยียนหรานกับฟางฉินออกหน้าโกรธเกลียดตัวเธอแทนเขา 

ก่อนหน้านี้เธออยู่หอพักเดียวกันกับเฉินเมิ่งฉี เจียงเยียนหราน และฟางฉิน ความสัมพันธ์ในตอนแรกระหว่างเธอกับเจียงเยียนหรานไม่เลวเลยทีเดียว ส่วนฟางฉินเป็นคนประเภทหญ้าบนยอดกำแพง[1] ไม่ผิดใจกับใครทั้งนั้น 

แต่ว่าต่อมา เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไม เจียงเยียนหรานกับฟางฉินถึงได้ค่อยๆ เริ่มร่วมมือกันผลักไสเธอ ยื่นคำขอเด็ดขาดต่อทางโรงเรียนว่าขอเปลี่ยนหอพัก 

หลังจากนั้นนานมากๆ เธอถึงได้รู้ว่ามีข่าวลือบอกว่าเธอมีรถหรูคอยรับส่งบ่อยๆ สนิทสนมกับพวกคนรวยนอกโรงเรียน ถูกเลี้ยงดูอยู่อย่างลับๆ 

เพราะว่ามีข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับเธอมากขึ้นทุกวัน จึงไม่มีใครอยากจะอยู่ร่วมหอพักเดียวกันกับเธอ เธอถึงได้ถูกเปลี่ยนมาอยู่ห้องเดี่ยวเพียงคนเดียว 

ข่าวลือพวกนี้ออกมาจากไหน ทำไมเจียงเยียนหรานกับฟางฉินถึงได้เชื่อขนาดนี้ แค่คิดก็รู้แล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นมองเฉินเมิ่งฉีด้วยสีหน้าจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม 

ยังคิดจะเสแสร้งเป็นดอกบัวขาวอยู่อีกเหรอ? 

เธออยากจะดูนักว่า หลังจากที่เจียงเยียนหรานกับฟางฉินรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนร่วมห้องที่จิตใจดีแสนบริสุทธิ์คนนี้แล้ว จะมีปฏิกิริยาตอบรับอย่างไร! 

เฉินเมิ่งฉีถนัดเรื่องการหลอกใช้ความรู้สึกคน ชาติก่อนเธอใช้ความหน้าไหว้หลังหลอกนี้วางกับดักคนจำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังเหยียบคนพวกนี้เพื่อปีนขึ้นไปทีละก้าวๆ ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ 

แน่นอนว่าเยี่ยหวันหวั่นไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่โดน เจียงเยียนหรานก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย 

พ่อแม่ของเจียงเยียนหรานเป็นผู้อาวุโสในวงการบันเทิง เจียงเยียนหรานในอนาคตเป็นถึงราชินีภาพยนตร์มากความสามารถ ถูกเฉินเมิ่งฉีหลอกล่อให้เซ็นสัญญากับบริษัทของตระกูลเฉิน เป็นตัวทำเงินของตระกูลเฉิน 

กลับมาโรงเรียนครั้งนี้ เจียงเยียนหรานคือเป้าหมายใหญ่ที่สุดที่เยี่ยหวันหวั่นต้องการจะดึงตัว! 

เธอจำได้ว่า จุดจบของราชินีภาพยนตร์คนนี้ในชาติก่อนน่าสลดอย่างยิ่ง ในขณะที่การงานกำลังรุ่งโรจน์ราวดวงอาทิตย์ในยามกลางวัน กลับกรีดข้อมือฆ่าตัวตายในอ่างอาบน้ำที่บ้านตัวเอง 

ด้านนอกวงการ มีข่าวลือเรื่องสาเหตุการตายของเจียงเยียนหรานมากมาย แต่คำตอบอย่างเป็นทางการคือโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตามความจริงกลับเป็น สามีของเธอ ซ่งจื่อหาง คบชู้ และหญิงชู้คนนั้นก็คือเพื่อนที่สนิทที่สุดของเธอ เฉินเมิ่งฉี 

เจียงเยียนหรานกับซ่งจื่อหางนั้นเติบโตมาด้วยกัน เจียงเยียนหรานมีความรักลึกซึ้งให้กับซ่งจื่อหางมาโดยตลอด แต่ซ่งจื่อหางคิดกับเธอเพียงแค่พี่ชายน้องสาว ต่อมาเพราะถูกพ่อแม่กดดันถึงได้แต่งงานกับเธอ 

เจียงเยียนหรานกว่าจะได้รู้ว่าแสงจันทร์สีขาว[2]ในใจของซ่งจื่อหาง เป็นคนข้างกายที่ใกล้ชิดที่สุดไว้ใจที่สุดของเธอก็ตอนตายเสียแล้ว 

เวลานี้เมื่อเจ็ดปีก่อน เจียงเยียนหรานยังไม่ได้เริ่มคบหาดูใจกับซ่งจื่อหาง แต่ซ่งจื่อหางกับเฉินเมิ่งฉีกลับชอบพอกันตั้งนานแล้ว... 

เช่นเดียวกันกับที่ทำกับพี่ชายของเธอ เฉินเมิ่งฉีใช้ลูกไม้ที่ใช้จัดการผู้ชายทุกคนมาโดยตลอด คือการแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ รอโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากพวกเขา มองหาผลประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะความสุขที่ได้แย่งของของคนอื่น 

ข้อมูลเหล่านี้ฉายแวบขึ้นมาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยขึ้นไม่ช้าไม่เร็ว “เมิ่งฉี เรื่องฉันกับหลิงตงเป็นมายังไง เธอรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ?” 

“ฉัน? ฉันก็เพิ่งจะรู้นะ!” สีหน้าของเฉินเมิ่งฉีเต็มไปด้วยความงุนงง 

ไม่รู้ว่าทำไม ท่าทางของเยี่ยหวันหวั่นทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด 

เยี่ยหวันหวั่นพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ “ฉันเล่าให้เธอฟังแล้วไง ฉันแอบได้ยินว่าหลิงตงแพ้พนันเพื่อนๆ ก็เลยต้องมาตามจีบฉัน ตอนนั้นฉันยังคิดว่าพวกเขาแค่ล้อเล่น คิดไม่ถึงว่าหลิงตงจะมาจีบฉันจริงๆ เธอจำไม่ได้แล้วเหรอ?” 

ฟังเยี่ยหวันหวั่นบอกว่าหลิงตงมาตามจีบเธอด้วยสาเหตุนี้ ฝูงชนพลันเผยสีหน้าเข้าใจในทันที ถ้าหากเป็นแบบนี้ละก็ เรื่องทั้งหมดก็อธิบายได้! 

“เธอบอกฉันตอนไหน?” เฉินเมิ่งฉีขมวดคิ้ว 

 

 

------

[1] หญ้าบนยอดกำแพง หมายถึง คนที่ไม่มีจุดยืน ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง

[2] แสงจันทร์สีขาว หมายถึง คนที่หลงรักแต่ไม่สามารถอยู่ด้วยกัน และไม่มีวันลืมเลือน

ความคิดเห็น