facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 75 ห้ามใครแตะต้องเธอทั้งนั้น / บทที่ 76 ไม่ได้นัดต่อย แต่นัดเดท

ชื่อตอน : บทที่ 75 ห้ามใครแตะต้องเธอทั้งนั้น / บทที่ 76 ไม่ได้นัดต่อย แต่นัดเดท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 75 ห้ามใครแตะต้องเธอทั้งนั้น / บทที่ 76 ไม่ได้นัดต่อย แต่นัดเดท
แบบอักษร

บทที่ 75 ห้ามใครแตะต้องเธอทั้งนั้น 

“ให้ตายสิ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ฉันยังหลงคิดว่าวันนี้จะมีอะไรสนุกๆ ให้ดูซะอีก ทำไมหลิงตงถึงไปช่วยเยี่ยหวันหวั่นได้?” 

“ใครจะไปรู้เล่า นี่มันบ้าไปแล้ว” 

“คงจะถูกจ้าวซิงโจวจัดการจนกลัวหัวหดแล้วล่ะสิ” 

“จะเป็นไปได้ยังไง ไอ้อันธพาลหลิงตงนั่นรู้จักกลัวด้วยเหรอ? ไม่ก่อเรื่องให้ใหญ่กว่าเดิมก็นับว่าไม่เลวแล้ว” 

... 

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ฮือฮา เยี่ยหวันหวั่นได้นั่งลงบนเก้าอี้ของหลิงตงเรียบร้อยแล้ว 

เธอเตรียมใจสำหรับเรื่องเดือนร้อนที่กำลังจะมาถึงไว้แล้ว คิดไม่ถึงว่าผลลัพธ์กลับออกมาเหนือความคาดหมายของเธอ 

หลิงตงถูกจ้าวซิงโจวจัดการจนกลัวหัวหดแล้วจริงๆ หรือ? 

หรือว่า... 

เยี่ยหวันหวั่นนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ที่หลิงตงบังเอิญเห็นเธอตอนไม่ได้แต่งหน้า 

คงจะไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกมั้ง? 

ทันใดนั้นออดเข้าเรียนก็ดังขึ้น ภายในห้องเรียนกลับคืนสู่ความสงบเรียบร้อยอีกครั้ง เยี่ยหวันหวั่นจึงไม่ได้คิดมากอีก 

เธอเหม่อมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในลิ้นชัก 

ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ หลังจากซือเยี่ยหานให้สวี่อี้ส่งเธอกลับมาที่โรงเรียน ก็ไม่ได้ติดต่อเธออีก 

จากปฏิกิริยาของเขาเมื่อวาน คงจะไม่โกรธแล้วละมั้ง? 

อันที่จริงเมื่อวาน ท้ายที่สุดแล้วเป็นเธอที่เสี่ยงอันตรายเกินไป 

หากซือเยี่ยหานโกรธจนขาดสติ แล้วขังเธอโดยไม่ให้โอกาสเธอได้อธิบาย ไม่อยากจะนึกถึงผลที่ตามมา 

โชคดีที่สิ่งทำลงไปทั้งหมดในช่วงนี้ไม่ได้เสียเปล่า ซือเยี่ยหานไม่ได้เชื่อคำพูดเฉินเมิ่งฉีไปซะหมด แต่สืบหาหลักฐานด้วยตัวเอง 

หลังจากเลิกเรียน เพื่อนนักเรียนที่อดกลั้นมาทั้งคาบเริ่มมองไปทางเยี่ยหวันหวั่นแล้วกระซิบกระซาบอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าไม่พึงพอใจที่ไม่ได้เห็นเยี่ยหวันหวั่นดวงซวย 

เห็นแก๊งเพื่อนซี้สามคนของเฉิงเสวี่ยเดินไปทางเยี่ยหวันหวั่นด้วยท่าทางดุดัน ทุกคนพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง 

“ยัยตัวประหลาด ออกมา! มีเรื่องจะคุยกับเธอ!”  ผู้หญิงคางแหลมหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด 

ปกติแล้วการถูกเรียกออกไปหลังเลิกเรียนแบบนี้ ธรรมดาแล้วมักจะถูกพาไปรังแกที่ห้องน้ำหญิงยกหนึ่ง 

แม้ว่าเยี่ยหวันหวั่นไม่อยากสนใจการหึงหวงชิงดีชิงเด่นของเด็กน้อยพวกนี้ แต่ถูกหาเรื่องสร้างความรำคาญตลอดก็ส่งผลต่ออารมณ์จริงๆ 

เบื้องลึกสายตาวาบด้วยความเย็นชา แล้วเอ่ยตอบอย่างไม่รีบร้อน “ได้เลย!” 

“ชักช้าอะไรอยู่ ยังไม่รีบออกมาอีก!” ผู้หญิงคนหนึ่งรอไม่ไหวยื่นมือออกมากระชากเธอ ผู้หญิงด้านข้างอีกคนก็เริ่มฉุดกระชากเธอด้วย 

ซือเซี่ยที่ตอนแรกกำลังนอนฟุบอยู่ด้านข้างเงยศีรษะขึ้นมา ขมวดคิ้วมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า กำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงเย็นเยียบพลันลอยมาจากด้านหลัง 

“ใครอนุญาตให้พวกเธอแตะต้องเยี่ยหวันหวั่น?” 

หลิงตงยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียน ในมือถือถุงพลาสติกขนาดใหญ่ สีหน้าน่ากลัวผิดไปจากปกติ 

แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของหลิงตงจะไม่หล่อเหลาเหมือนซือเซี่ย แต่มีความเท่อย่างลูกผู้ชาย เพียงแค่บุคลิกต่างจากซือเซี่ย เขาเหมือนกับหมาป่าหัวแข็ง ประจุความรุนแรงเต็มไปทั่วทั้งร่าง เวลามีเรื่องชกต่อยจะดุดันเป็นพิเศษ ปกติแล้วใครเห็นเขาเป็นต้องกลัว ท่าทางชักสีหน้าในเวลานี้ยิ่งทำให้ผู้คนหนาวไปถึงกระดูก 

เมื่อเห็นหลิงตงยืนชักสีหน้าอยู่ข้างหลัง ผู้หญิงสามคนต่างตกใจกับท่าทางน่ากลัวของเขา “พี่...พี่ตง” 

หนึ่งในผู้หญิงสามคนทำใจกล้าเอ่ยปากอธิบาย “พี่ตง ยัยตัวประหลาดนี่น่ารังเกียจเกินไปแล้ว ไม่เพียงแย่งบทของเฉิงเสวี่ย ยังทำให้พี่ตงต้องลำบากขนาดนี้ พวกเราแค่อยากจะสั่งสอนเธอสักหน่อย ระบายอารมณ์แทนพี่เท่านั้น” 

หลิงตงกวาดสายตามองผู้หญิงทั้งสามทีละคน รวมถึงทุกคนในห้องเรียนด้วยแล้วเอ่ยขึ้นทีละคำ “ในเมื่อพวกนายยังไม่เข้าใจความหมายของการกระทำก่อนหน้านี้ของฉัน ถ้าอย่างนั้น ฉันขอพูดไว้ตรงนี้อีกรอบ ตั้งแต่นี้ต่อไป เยี่ยหวันหวั่น เป็นคนของฉัน! ใครกล้าแตะต้องเธออีก ก็หมายความว่าต้องการเป็นศัตรูกับฉันหลิงตง!” 

 

 

บทที่ 76 ไม่ได้นัดต่อย แต่นัดเดท 

ผู้หญิงสามคนนั้น “...” 

นักเรียนทั้งห้อง “...” 

รวมถึงตัวเยี่ยหวันหวั่นเองยังมีอาการมึนงง 

ผู้หญิงทั้งสามมองหน้ากันไปมา ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงตั้งสติได้ รีบเอ่ยปากถามไล่เรียง... 

“พี่...พี่ตง...พี่กำลังจะพูดอะไรกันแน่?” 

“เยี่ยหวันหวั่นเป็นคนของพี่ หมายความว่าอะไร?” 

“พี่ตง พี่เข้าใจอะไรตรงไหนผิดไปหรือเปล่า?” 

สีหน้าหลิงตงทำหน้ารำคาญใจ “ความหมายตามตัวหนังสือ เยี่ยหวันหวั่นเป็นคนของฉัน ใครก็ห้ามแตะต้อง! ฟังภาษาคนเข้าใจไหม? ได้ยินชัดแล้วก็ไสหัวไปซะ!” 

สามคนนี้เป็นแก๊งเพื่อนซี้ของเฉิงเสวี่ย ปกติแล้วสนิทคุ้นเคยกันดีกับหลิงตง ยังเป็นครั้งแรกที่ถูกหลิงตงพูดด้วยน้ำเสียงไม่เกรงใจเช่นนี้ ทั้งสามถูกตะคอกเสียจนดวงตารื้นแดง เดิมทีคิดว่ายังอยากจะพูดอะไรอีกสักหน่อย แต่เมื่อเห็นท่าทีน่ากลัวของหลิงตง พลันไม่กล้าพูดอะไรอีก ทำได้เพียงกระทืบเท้าวิ่งไปทางเฉิงเสวี่ยอย่างรวดเร็วราวกับเหาะ 

หลังจากทั้งสามจากไป หลิงตงหันมองไปทางเยี่ยหวันหวั่นอีกครั้ง ท่าทางดุร้ายน่ากลัวที่มีอยู่เดิมพลันเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ 

หลังจากลังเลอยู่หลายวินาที หลิงตงหันหน้าหนี ส่งถุงขนมใบใหญ่ในมือยัดเข้าไปในอ้อมกอดของเยี่ยหวันหวั่น พูดเบาๆ ว่า “ให้เธอ” 

เยี่ยหวันหวั่นมองขนมในอ้อมกอด ด้วยความรู้สึกสงสัย แต่ยังคงเงียบต่อไป “...” 

หลิงตงยืนอยู่หน้าโต๊ะเรียนของเธอ เหมือนว่าไม่มีทีท่าจะจากไป ทำท่าทางอ้ำอึ้งจะพูดแต่ก็ไม่พูด ทุกครั้งที่คิดจะเอ่ยปากพูด ก็เก็บคำพูดกลับเข้าไป หลังจากเป็นเช่นนี้อยู่หลายครั้ง ในที่สุดเขาสูดหายใจลึก เอ่ยพูดกับเธออย่างตะกุกตะกัก “เยี่ยหวันหวั่น... เธอ... เย็นนี้หลังเลิกเรียนเธอว่างไหม?”  

“ตอนเย็นเหรอ?” 

สมองของเยี่ยหวันหวั่นพลันนึกถึงประโยคที่คนมักจะพูดเวลานัดต่อยกันขึ้นมา “เจอกันหลังเลิกเรียน” 

นี่คือเตรียมที่จะจัดการเธอด้วยตัวเองหลังเลิกเรียนเหรอ? 

ราวกับรู้สึกได้ว่าเยี่ยหวันหวั่นกำลังเข้าใจผิด หลิงตงรีบเอ่ยเพิ่มเติม “แถว...แถวโรงเรียนีร้านขายบาร์บีคิวเปิดใหม่...ไปกินด้วยกันไหม? ฉันเลี้ยงเธอเอง!” 

นักเรียนที่กำลังห้อมล้อมอยู่ “...!!!” 

โอ้โห! ทำไมเนื้อเรื่องของละครเรื่องนี้ถึงได้แปลกประหลาดขึ้นทุกที! 

เยี่ยหวันหวั่นขมวดคิ้วมุ่น นี่มันเรื่องอะไรกัน? 

ไม่ได้นัดต่อย แต่เป็น...นัดเดทอย่างนั้นเหรอ? 

“เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อนนะ...ขอโทษที หลิงตง ฉันไม่เข้าใจความหมายของนาย ขอถามหน่อย นี่เป็นกลอุบายรูปแบบใหม่เหรอ?” เยี่ยหวันหวั่นถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา 

อันที่จริงทุกคนที่กำลังห้อมล้อมอยู่ในตอนนี้ไม่มีใครเข้าใจเรื่องราวสักคน ถ้าจะบอกว่าหลิงตงหวาดกลัวจ้าวซิงโจวก็เลยไม่กล้าทำอะไรเยี่ยหวันหวั่นยังพอเข้าใจได้ แต่ต่อให้เป็นอย่างนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องพูดว่าเยี่ยหวันหวั่นเป็นคนของเขาหรือเปล่า? แล้วตอนนี้ยังจะนัดเธอไปกินข้าวเย็นด้วยกันอีกเนี่ยนะ? 

มันเกิดอะไรขึ้นในระยะเวลาวันหยุดสุดสัปดาห์สองวันสั้นๆ นี้กัน? 

ได้ยินคำถามของเยี่ยหวันหวั่น สีหน้าของหลิงตงพลันแย่ลง เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “ไม่ใช่กลอุบาย” 

เยี่ยหวันหวั่นหัวเราะเล็กน้อย “หลิงตง คนจริงไม่ทำอะไรลับหลัง นายคิดจะทำอะไรกันแน่ พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า” 

หลิงตงยืนนิ่งจ้องเธออยู่ตรงนั้น กำหมัดแน่นจนดังกร๊อบๆ  

ในขณะที่เยี่ยหวันหวั่นเกือบจะคิดว่าเขากำลังจะลงมือทำร้ายคน ก็ได้ยินเขาเอ่ยพูดอย่างกะทันหัน “เยี่ยหวันหวั่น ฉันชอบเธอ!” 

เยี่ยหวันหวั่นนิ่งอึ้ง “...” ห๊ะ? 

“พรวด...แค่กๆๆ...” วินาทีที่หลินตงพูดจบ สายตาเย็นชาของซือเซี่ยที่มองอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางเย่อหยิ่งไม่ใส่ใจ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวอีกต่ไป ตกใจเสียจนสำลักไอขึ้นมาอย่างรุนแรง 

นักเรียนทั้งห้องพลันพากันสูดหายใจ ท่าทางของทุกคนเหมือนกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น 

“แม่เจ้าโว้ย! เมื่อกี้ฉันได้ยินอะไรเข้านะ! พี่ตงกำลังสารภาพรักกับยัยตัวประหลาดเยี่ยหวันหวั่นอย่างนั้นเหรอ!!!” เพื่อนซี้ที่นั่งโต๊ะติดกันกับหลิงตงแทบจะล้มพับไปแล้ว 

สีหน้าของผู้ชายอีกคนหนึ่งเต็มไปด้วยความสยดสยอง “นี่พี่ตงเสียสติไปแล้วเหรอ?” 

ความคิดเห็น