facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 71 ควรจะปลอบสักหน่อยไหม / บทที่ 72 ค้นพบใบหน้าที่แท้จริงของยัยอัปลักษณ์

ชื่อตอน : บทที่ 71 ควรจะปลอบสักหน่อยไหม / บทที่ 72 ค้นพบใบหน้าที่แท้จริงของยัยอัปลักษณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 71 ควรจะปลอบสักหน่อยไหม / บทที่ 72 ค้นพบใบหน้าที่แท้จริงของยัยอัปลักษณ์
แบบอักษร

บทที่ 71 ควรจะปลอบสักหน่อยไหม 

น่าจะเป็นเพราะว่าอัดอั้นมานานมาก วินาทีนี้อารมณ์ด้านลบตั้งแต่ชาติที่แล้วและในชาตินี้ต่างระเบิดออกมาหมด น้ำตาเยี่ยหวันหวั่นไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร้องไห้ไปครึ่งชั่วโมงกว่าก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุด 

ซือเยี่ยหานกอดหญิงสาวไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ขยับเลย 

สวี่อี้เห็นเยี่ยหวันหวั่นร้องไห้เสียใจขนาดนั้น อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด 

ยังไงครั้งนี้ก็เข้าใจเธอผิดจริงๆ ไม่ต้องคิดก็รู้แล้วว่าเมื่อกี้เธอต้องโดนเจ้านายทำตกใจไม่น้อย หวังดีแต่ยังถูกเข้าใจผิด จะไม่เสียใจได้หรือ? 

โชคดีที่ความจริงกระจ่างแล้ว 

แต่เจ้านายนี่สิ คนเขาร้องไห้ขนาดนี้ ยังไงก็ควรจะปลอบสักหน่อยไหม? 

ยืนนิ่งเหมือนน้ำแข็งแกะสลักอยู่อย่างนั้นยิ่งน่าตกใจมากกว่าอีกหรือเปล่า? 

เอาเถอะ สำหรับเจ้านายตัวเองแล้ว คำพูดเมื่อกี้คิดว่าน่าจะสุดความสามารถแล้ว เขาก็นึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่าเจ้านายปลอบหญิงสาวจะมีท่าทางแบบไหน 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นก็ปล่อยแขนที่กอดหญิงสาวไว้ สีหน้าปรับกลับมาเย็นชา เฉยเมยเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สวี่อี้ นายไปส่งเธอกลับโรงเรียน” 

พูดจบ ก็หันหลังเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาเลย 

สวี่อี้ได้ยิน เขางงก่อน แล้วมองตามไปทางเบื้องหลังของเจ้านายที่เดินออกไป อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าเบื้องหลังนั้นช่างเยือกเย็น 

สวี่อี้ถอนหายใจเบาๆ มองไปทางหญิงสาวที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเตียง พยายามพูดด้วยความอ่อนโยน “คุณหนูเยี่ย อย่าร้องไห้เลยครับ เรื่องกระจ่างแล้ว หัวหน้าไม่ขังคุณหรอก คุณดูเขาให้ผมไปส่งคุณกลับโรงเรียนแล้ว!” 

เยี่ยหวันหวั่นสะอื้นเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเบาๆ 

......... 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เยี่ยหวั่นหวันถูกมาส่งที่หน้าประตูโรงเรียน 

“คุณหนูเยี่ย ถึงแล้วครับ” สวี่อี้จอดรถนิ่ง จากนั้นอ้อมไปเปิดประตูรถให้เธอ 

เยี่ยหวั่นหวันกอดกระเป๋าเรียนลงจากรถ ท่าทางแข็งทื่อ ใบหน้าเล็กยังคงมีคราบน้ำตาอยู่ 

สวี่อี้มองหญิงสาวด้านหน้า อ้าปาก เหมือนอยากจะพูดอะไร สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

จนกระทั่งรถสีดำคันนั้นค่อยๆ ละออกไปจากสายตา หายเข้าไปในความมืด สายตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึกค่อยๆ ปรับโฟกัสมาทีละน้อย เธอยืนอยู่ที่เดิมสักพัก แล้วก้าวเดินช้าๆ ไปทางโรงเรียน 

เธอไม่ได้กลับไปที่หอพักทันที แต่มานั่งที่ม้านั่งยาวริมทะเลสาบในโรงเรียนแทน 

ลมเย็นๆ พัดผ่านมาปรกใบหน้า ทำให้เธอตื่นตัวได้ไม่น้อยเลย 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทุกอย่างเกือบจะเกิดขึ้นซ้ำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ เธอกลับได้อิสระมาใหม่ 

ตอนแรก เธอแค่จะใช้แผนของฝ่ายตรงข้ามตอบโต้กลับ แต่ว่า ถึงแม้ทุกอย่างจะอยู่ภายใต้แผนของเธอ แต่ความน่ากลัวของซือเย่หานนั้นคือเรื่องจริง ความอยุติธรรมตอนนั้นก็คือเรื่องจริง 

ไม่เพียงแค่ครั้งนี้ แต่เป็นความไม่ยุติธรรมและความโกรธแค้นที่สะสมมาทั้งสองชาติ 

ร้องไห้ครั้งนี้ เธอเหนื่อยกายใจแทบจะหมดเรี่ยวแรง แต่หลังจากระบายออกไป ก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย 

โชคดีที่ไม่มีอันตรายอะไร ทุกอย่างปรับเปลี่ยนกลับมาดังเดิมอย่างราบรื่น ผ่านวิกฤตครั้งนี้มาได้ 

 

 

บทที่ 72 ค้นพบใบหน้าที่แท้จริงของยัยอัปลักษณ์ 

เยี่ยหวั่นหวันไม่รู้สึกง่วง เลยนั่งอยู่ริมทะเลสาบคิดถึงเรื่องราว 

เธอกำลังเหม่อลอย อยู่ๆ ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าย่ำมา 

มีคนหนึ่งเดินมาแล้วพูดไม่หยุด จากนั้นนั่งลงไปที่เก้าอี้ด้านหลังเธอ 

“แม่งเอ้ย! จ้าวซิงโจว แกมันสัตว์เดรัจฉานไม่มีคุณธรรม! ฉันจะไปกระทรวงศึกษาธิการฟ้องแก! รังแกนักเรียน! โรคจิต!” 

ทะเลสาบตอนกลางคืนเงียบสงบมาก ดังนั้นเยี่ยหวั่นหวันได้ยินเสียงด่าของผู้ชายชัดเจน 

ได้ยินเสียงนี้ แล้วยังคำพูดเสียดสีนี่อีก คนที่พูดเหมือนหลิงตงที่ก่อนหน้านี้เอาถังน้ำมาไว้หน้าประตูห้องเรียนเพื่อแกล้งเธอ คนที่เฉิงเสวี่ยนับถือเป็นพี่ชาย  

ดูท่าทางแล้วน่าจะโดนจ้าวซิงโจวทรมานมาหนักมาก! 

ตรงที่เยี่ยหวั่นหวันนั่งอยู่ใต้เงาของต้นไม้ใหญ่ ดังนั้นหลิงตงเลยมองไม่เห็นเธอ แต่เยี่ยหวั่นหวันอาศัยแสงจันทร์และไฟถนนเห็นเขาชัดเจน สีหน้าหลิงตงดูเหี่ยวเฉา ใต้ตาสองข้างมีรอยคล้ำ ในมือถือเบียร์หนึ่งกระป๋อง ข้างๆ มีแบบทดสอบวิชาเลขโยนอยู่อย่างกระจัดกระเจิงเป็นกอง ด้านบนโดนเขาเหยียบเป็นรอยเท้าสีดำหลายรอย 

“เยี่ยหวั่นหวัน ! ทำฉันโดนเละขนาดนั้น! คอยดูเถอะ! ถ้าฉันไม่ทำให้เธอตายก็ไม่ใช่คนแซ่หลิงแล้ว!” หลิงตงออกแรงบีบกระป๋องเบียร์ในมือจนบี้ ขมวดคิ้วสีหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น 

ได้ยินชื่อตัวเอง มุมปากเยี่ยหวั่นหวันกระตุก ขึ้นมา 

เกี่ยวอะไรกับเธอ? 

หรือว่าพวกเขาจะแกล้งเธอ เธอจำเป็นต้องโดนหลอกอย่างใสซื่อเหรอ? 

หลิงตงคนนี้เป็นนักเลงประจำโรงเรียน ขึ้นชื่อว่าเอาแต่ใจโดยไม่มีเหตุผล เพราะพ่อเขาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน นักเรียนที่โดนเขากลั่นแกล้งลำบากก็ทำได้แค่เก็บไว้ข้างใน แม้แต่อาจารย์ก็ทำได้ปิดตาข้างหนึ่งไม่กล้าสั่งสอนเขา 

ครั้งนี้ก็ไปแตะต้องจ้าวซิงโจวเจอตอแข็งเข้า ถ้าเปลี่ยนเป็นคุณครูคนอื่น คิดว่าแค่ด่าไม่กี่ประโยคก็จบแล้ว 

ถ้าโดนหลิงตงเล็งไว้แล้ว คิดว่าอนาคตเธอหลังจากนี้ในโรงเรียนไม่น่าจะอยู่อย่างสบาย... 

“หึ ยัยอัปลักษณ์ แม้แต่ฉันยังกล้าหือ มาล้อเล่นกันฉัน ดูถ้าฉันไม่เล่นเธอจนตาย เธอจะยังกำเริบเสิบสานอีกได้ยังไง...” 

แต่ละคำของหลิงตงพูดว่ายัยอัปลักษณ์ เมาอ้อแอ้นั่งด่าไม่หยุด ฟังมาถึงตอนหลัง เยี่ยหวั่นหวันทนไม่ไหวแล้ว เลยกระแอมเบาๆ ออกมา “เพื่อนนักเรียนหลิงตง เหมือนว่ากับดักที่ตัวคุณสร้าง จะโดนจ้าวซิงโจวย่ำไปโดยไม่ทันระวัง เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?” 

“หะ” อยู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างๆ โดยไม่ทันตั้งตัว หลิงตงตกใจจนกลิ้งตกลงมาจากเก้าอี้ ใช้เวลานานกว่าจะปีนขึ้นมาได้ พูดเสียงสั่น “ฉัน! เธอ... เธอมันคนหรือผี!” 

เยี่ยหวั่นหวันพูดไม่ออก “คุณก็คิดว่าคุณเห็นผีแล้วกัน!” 

“เธอ... เธอคือเยี่ยหวั่นหวัน?” หลิงตงมองคนตรงข้ามไม่ชัด แต่ฟังเสียงเธอออก สีหน้าเปลี่ยนเป็นดูไม่ได้ทันที 

และไม่สนว่าทำไมเยี่ยหวั่นหวันถึงมาอยู่ที่นี่ดึกขนาดนี้ ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่าง ในทันใด “ ยัยอัปลักษณ์! เธอยังกล้าพูดอีก! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอจงใจก้าวช้าไปหนึ่งก้าว น้ำจะไปหกที่ตัวจ้าวซิงโจวได้ยังไง แล้วฉันจะมีสภาพย่ำแย่แบบนี้ได้ยังไง! ฉันจะบอกเธอให้ เธอตายแน่นอน! ถ้าฉันยังอยู่ที่ชิงเหอ เธออย่าคิดว่าจะมีชีวิตที่มีความสุขเลย! ฉันจะให้เธอลิ้มรสความรู้สึกที่ตายทั้งเป็น!” 

เยี่ยหวั่นหวันก่ายหน้าผาก ช่างเถอะ รู้อยู่แล้วว่าไม่ควรมีเหตุผลกับพวกที่อยู่แต่ในโลกของตัวเองแบบนี้ 

เห็นเยี่ยหวั่นหวันลุกขึ้นยืนจะไป หลิงตงจะยอมได้ยังไง ทิ้งกระป๋องเบียร์ในมือ เดินโซเซตามไป คว้าแขนเยี่ยหวั่นหวันมา “ยัยอัปลักษณ์ ฉันอนุญาตให้เธอไปหรือยัง! หยุดอยู่ตรง...” 

ยังพูดไม่ทันจบ วินาทีต่อมา หลิงตงเบิกตากว้างขึ้นมาในทันใด จ้องมองใบหน้าเล็กที่สวยสะพรั่งภายใต้แสงจันทร์ เขายืนอึ้งอยู่ตรงนั้น... 

ความคิดเห็น