facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 67 หมาป่าเผยตัวแล้ว / บทที่ 68 เธอหมดโอกาสแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 67 หมาป่าเผยตัวแล้ว / บทที่ 68 เธอหมดโอกาสแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 67 หมาป่าเผยตัวแล้ว / บทที่ 68 เธอหมดโอกาสแล้ว
แบบอักษร

บทที่ 67 หมาป่าเผยตัวแล้ว 

ได้ยินเยี่ยหวันหวั่นเปลี่ยนจุดหมายปลายทางกะทันหัน คนขับรถก็หักเลี้ยวพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเหรินอ้าย 

“สาวน้อย ทำไมเปลี่ยนไปโรงพยาบาลกะทันหันล่ะ? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?” คนขับรถไม่ค่อยสบายใจ จึงเอ่ยถามขึ้นมา 

“เปล่าหรอกค่ะ คือว่าแฟนของหนูเขานอนไม่หลับเป็นประจำ หนูได้ยินมาว่าที่โรงพยาบาลเหรินอ้ายมีแพทย์แผนจีนอาวุโสที่มีฝีมือมากอยู่ท่านหนึ่ง เก่งทางด้านรักษาโรคนอนไม่หลับ ก็เลยอยากไปปรึกษาดูค่ะ” 

“แบบนี้นี่เอง แฟนของหนูโชคดีจังเลย!” คนขับรถเอ่ยชื่นชม 

เยี่ยหวันหวั่นยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่เบนสายตามองไปทางหน้าต่าง 

ไม่นาน รถก็แล่นมาหยุดหน้าประตูโรงพยาบาลเหรินอ้าย 

ครั้งนี้เยี่ยหวันหวั่นมาในสภาพที่เป็นตัวของตัวเอง สวมชุดเดรสสีชมพู ยืนอยู่ตรงนั้นช่างงดงามและโดดเด่นมาก 

เฉินเมิ่งฉีที่แอบซุ่มตัวมาโดยตลอดสามารถมองเห็นเธอได้ชัดเจนในทันที 

เมื่อได้เห็นรูปลักษณ์อันน่าดึงดูดของเยี่ยหวันหวั่นแล้ว ดวงตาของเฉินเมิ่งฉีพลันประกายความร้ายกาจขึ้นมา แต่ว่า การได้เห็นเธอมาที่โรงพยาบาลตามที่คาดการณ์เอาไว้ ใบหน้าพลันเปี่ยมไปด้วยความเยาะเย้ยดูหมิ่น 

รูปร่างหน้าตาสวยแล้วอย่างไรเหรอ ก็เป็นแค่คนโง่เขลาเท่านั้น ถึงได้ยังโดนเธอปั่นหัวเล่นอยู่แบบนี้ 

เฉินเมิ่งฉีเห็นว่าเยี่ยหวันหวั่นเดินเข้าโรงพยาบาลเหรินอ้ายกับตาตัวเองจึงค่อยสบายใจ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหาซือเยี่ยหาน [คุณซือคะ ไม่ทราบว่าเยี่ยหวันหวั่นตอนนี้อยู่กับคุณหรือเปล่า? เมื่อครู่ฉันไม่ค่อยสบายเลยแวะไปที่โรงพยาบาล บังเอิญเห็นคนคนหนึ่งดูแล้วคล้ายกับหวันหวั่นมากเลย ไม่แน่ใจว่าใช่เธอหรือเปล่า ฉันโทรหาเธอก็ไม่รับสาย รู้สึกเป็นห่วงจริงๆ เธอคงไม่ได้ป่วยไม่สบายใช่ไหม?] 

แน่นอนว่าเธอคงไม่โง่ขนาดยุแยงออกไปตรงๆ แต่เป็นการชักนำให้ซือเยี่ยหานมาเห็นด้วยตัวเอง 

แม้ว่าเธอไม่ค่อยอยากยอมรับ แต่ซือเยี่ยหานห่วงใยเยี่ยหวันหวั่นมากจริงๆ หากรู้ว่าเยี่ยหวันหวั่นป่วย จะต้องมาหาเธอที่โรงพยาบาลแน่นอน 

ถึงตอนนั้น รอให้เขามาหาเธอด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นกังวล ทว่ากลับมาเห็นภาพเยี่ยหวันหวั่นกำลังกระซิบรักห่วงใยซึ่งกันและกันอยู่กับกู้เยว่เจ๋อ คงต้องสนุกมากแน่... 

หลังจากส่งข้อความนี้ออกไปแล้ว เฉินเมิ่งฉีก็จากไปด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม 

หึหึ เยี่ยหวันหวั่นยัยโง่ ยังคิดว่าเธอเป็นเพื่อนรักของตัวเองมาโดยตลอด ต่อให้ยัยโง่นั่นต้องตาย ก็ไม่มีทางคิดว่าเป็นฝีมือของตนแน่! 

ทว่า ต่อให้เฉินเมิ่งฉีฝันไปก็ไม่มีทางคาดคิดว่า ณ บริเวณหน้าต่างชั้นสองของโรงพยาบาล เยี่ยหวันหวั่นได้เห็นเธอหลบมุมแอบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งไป จนกระทั่งเธอเดินจากไปด้วยท่าทีได้ใจอย่างที่สุดเสียแล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นยืนอยู่ข้างหน้าต่าง หยักมุมปากโค้งขึ้น เหอะ เธอต้องมาโรงพยาบาลรอบนี้อยู่แล้ว ขอเพียงได้เห็นว่าเธอปรากฎตัว เฉินเมิ่งฉีถึงจะได้อวดฉลาดไปบอกความลับ และยุแยงต่อไป 

เรื่องราวเด็กเลี้ยงแกะตะโกนว่าหมาป่าปรากฎตัว ใครก็รู้ทั้งนั้น ครั้งสองครั้งไม่มีอะไร หากเป็นครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ล่ะ? 

หากว่าการยุแยงของเฉินเมิ่งฉีล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ต่อให้ครั้งหน้าสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง ซือเยี่ยหานก็ไม่มีทางเชื่อเธออีก 

สำหรับจิตวิทยาของซือเยี่ยหานก็เช่นกัน 

หากว่าครั้งสองครั้งหรือสามสี่ครั้งเขาพบว่าตนเองเข้าใจเธอผิดไป เช่นนั้นครั้งหน้าต่อให้เธอจะพูดเท็จ จิตใต้สำนึกของซือเยี่ยหานจะต้องรู้สึกว่าเธอนั้นพูดความจริง 

และสิ่งที่เธอต้องการก็คือ ผลลัพธ์แบบนี้ 

เธอรู้ว่าการทำแบบนี้เสี่ยงอันตรายมาก แต่การที่คิดจะเอาชนะความเชื่อมั่นของซือเยี่ยหานให้ได้ ก็มีเพียงใช้กลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น 

เวลานี้เอง ณ ด้านในสวนหย่อมของบ้านใหญ่ 

ตั้งแต่เยี่ยหวันหวั่นจากไป ซือเยี่ยหานยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย 

กระทั่ง โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครืด หน้าจอแสดงข้อความที่ส่งมาจากเฉินเมิ่งฉี 

ซือเยี่ยหานกวาดตาอ่านข้อความนั้น ใบหน้าเย็นชาไร้ร่องรอยของอุณหภูมิใด คงความเรียบเฉยไร้ซึ่งระลอกอารมณ์ใดๆ ราวกับว่าอารมณ์ทั้งหมดได้ถูกดวงตาคล้ายหลุมดำคู่นั้นกลืนกินไปจนสิ้นแล้ว 

สวี่อี้ชำเลืองมองไปยังข้อความของเฉินเมิ่งฉี ค่อยมองดูปฏิกิริยาของซือเยี่ยหาน ทว่าก็ยังเดาอะไรไม่ออกสักอย่าง 

ความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวดำเนินต่อไปไม่รู้ว่านานเท่าไร ซือเยี่ยหานจึงหยิบมือถือขึ้นมา กดสายโทรออก “เธออยู่ที่ไหน” 

สวี่อี้เห็นว่าซือเยี่ยหานกดหมายเลขโทรด่วน ก็รู้ว่าเขาโทรไปที่หมายเลขของเยี่ยหวันหวั่น สีหน้าแย่ลงไปอีก 

ครั้งนี้ต่อให้เยี่ยหวันหวั่นจะโกหกหรือจะพูดความจริง ล้วนแต่ไม่มีทางกอบกู้สถานการณ์ได้อีกแล้ว... 

ได้ยินเพียงเยี่ยหวันหวั่นตอบกลับมาจากทางปลายสาย “คือว่าฉันมีธุระนิดหน่อย ระหว่างทางเลยแวะไปที่โรงพยาบาลเหรินอ้าย เพราะว่าฉัน...” 

ไม่รอให้เธอพูดจบ ก็ถูกน้ำเสียงเยียบเย็นสายหนึ่งพูดตัดบท “กลับสวนจิ่นหยวนเดี๋ยวนี้” 

หลังจากวางสายแล้ว ซือเยี่ยหานตวัดสายตาเย็นชามองไปยังสวี่อี้ “ไปตรวจสอบ” 

สวี่อี้ชะงักอึ้ง รีบพยักหน้ารับคำสั่ง 

 

 

บทที่ 68 เธอหมดโอกาสแล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นเพิ่งมาถึงสวนจิ่นหยวนก็ถูกขังเสียแล้ว 

“คลิก” เสียงล็อคโซ่ทำให้หัวใจของเธอสั่นเทา กำกระชับถุงยาในมือไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว 

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเดือน เธอก็ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง 

แม้ว่าทุกอย่างจะอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ว่าเมื่อถูกขังอยู่ในห้องนอนอันหรูหราและคุ้นเคยแห่งนี้ ความหวาดกลัวที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณแต่แรกก็ครอบงำร่างกายของเธอจนไม่อาจควบคุมได้ 

เพราะว่าเจ็ดปีของการถูกคุมขังนั้น เธอหวาดกลัวความมืดเป็นที่สุด หวาดกลัวความเงียบ และมาถึงตอนสุดท้าย เนื่องจากเคยชินกับความมืดมิด เคยชินกับความเงียบสงัด เธอจึงเริ่มหวาดกลัวแสงสว่าง หวาดกลัวผู้คน 

สิ่งที่เธอกลัวที่สุด ไม่ใช่การถูกคุมขัง แต่เป็นสักวันหนึ่ง ต่อให้มอบอิสรภาพให้กับเธอแล้ว เธอก็ไม่อาจเดินออกจากกรงขังแห่งนั้นที่อยู่ในใจของตัวเองได้อีก 

แม้จะเป็นการเกิดใหม่อีกครั้ง ได้ย้อนเวลากลับไปก่อนที่โศกนาฏกรรมทั้งหมดจะเกิดขึ้น เธอยังคงเสียใจมากจนไม่อาจหลีกหนีความทรงจำและเงาของชีวิตในอดีตได้ 

ด้านนอกประตู เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก้าวแล้วก้าวเล่า ท่ามกลางพื้นที่อันเงียบสงัด มันดังชัดน่าหวาดกลัวอย่างแปลกประหลาด 

“เอี๊ยด” เสียงประตูถูกผลักเปิดเข้ามา 

ได้เห็นเงาร่างน่าสะพรึงกลัวราวกับภูตผีทางหน้าประตู รูม่านตาของเยี่ยหวันหวั่นพลันหดลงทันที 

เพียงเสี้ยววินาที ภาพตรงหน้าเหมือนกับความทรงจำในชาติอดีตก็ได้ฉายภาพซ้ำขึ้นอีกครั้ง... 

การแสดงออกของหญิงสาวหวาดผวาราวกับยาพิษที่สามารถกัดกร่อนใจคนได้ สติสัมปชัญญะและการยับยั้งชั่งใจทั้งหมดของซือเยี่ยหานสลายกลายเป็นหมอกควันภายในชั่วพริบตา 

วินาทีต่อมา เยี่ยหวันหวั่นถูกกำลังขนาดใหญ่โยนขึ้นมาบนเตียง ถุงยาที่กำแน่นไว้ในมือตกกระจายลงบนพื้น 

วินาทีที่อยากจะกรีดร้อง ลำคออันบอบบางก็ถูกบีบเอาไว้ แม้แต่จะหายใจก็ยังยากลำบาก พลังชีวิตถูกสูบออกจากร่างกายไปทีละนิดๆ  

ในที่สุดลมหายใจก็ฟื้นกลับคืนมา ริมฝีปากและลิ้นถูกกัดกระชากอย่างรุนแรง ช่องปากมีกลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายอย่างรวดเร็ว... 

“เธอหมดโอกาสแล้ว...” 

มาพร้อมกับคำตัดสินประโยคนี้ เสียงฝีเท้าของชายหนุ่มค่อยๆ ห่างออกไป เสียงล็อคโซ่ดังขึ้นอีกครั้ง 

เพิ่งจะถูกคลายตัว เยี่ยหวันหวั่นสำลักหายใจรุนแรงขึ้นมาในทันที ไม่หลงเหลือร่องรองความหวาดกลัวในสายตาเลยสักนิด เหลือเพียงสายตาอันหม่นหมองและเย็นชา 

ภายในห้องหนังสือรกกระจัดกระจาย 

พื้นที่อันกว้างใหญ่ราวกับถูกแช่แข็ง หนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก 

ชายหนุ่มนั่งลงหน้าโต๊ะราวกับประติมากรรมที่สึกกร่อนไปตามกาลเวลา ความรุนแรงและความซาดิสม์ได้ค่อยๆ กัดกร่อนร่องรอยความอบอุ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ระหว่างคิ้วของเขาไป 

ท่ามกลางความเงียบจนน่าขนลุก เสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนก็ดังขึ้น 

“ไสหัวไป” 

น้ำเสียงโหดเหี้ยมน่าสยองขวัญทำเอาเสียงเคาะประตูหยุดชะงักลง 

แต่ไม่นาน เสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนก็ดังขึ้นอีกครั้ง 

เนื่องจากไม่ได้ยินเสียงตอบรับอยู่นาน คนที่เคาะประตูจึงผลักประตูเข้ามา 

สถานการณ์ภายในห้องน่ากลัวยิ่งกว่าที่จินตนาการไว้อีก ได้เห็นใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวสุดขีด อีกทั้งดวงตาแดงกร่ำดั่งสัตว์ป่า สวี่อี้ตกใจจนหน้าซีดไม่มีสี 

ครั้งก่อนตอนที่เยี่ยหวันหวั่นหนีไป นายท่านยังไม่โกรธมากถึงเพียงนี้ 

แต่ว่าเรื่องต่อไปนี้สำคัญมากเหลือเกิน จำเป็นต้องบอกให้นายท่านได้ทราบ! 

สวี่อี้บังคับตัวเองให้สงบสติใจเย็นลง เค้นพลังที่มีทั้งหมดจนในที่สุดก็หาเสียงของตนเองเจอ เอ่ยพูดออกไปอย่างรวดเร็ว “คุณชายเก้า ผมไปตรวจสอบด้วยตัวเองมาแล้ว คุณหนูเยี่ยไม่ได้ไปโรงเรียน แต่ระหว่างทางได้แวะไปที่โรงพยาบาลเหรินอ้าย...” 

สัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอากาศรอบด้านที่เย็นลงไปอีก สวี่อี้ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ “แต่ว่า จากกล้องวงจรปิด หลังจากที่คุณหนูเยี่ยมาที่โรงพยาบาลแล้วเธอไม่เคยไปที่ห้องฉุกเฉินเลย แต่ไปลงทะเบียนที่ห้องแพทย์แผนจีนอาวุโสผู้ชำนาญการ แผนกผู้ป่วยนอก...” 

กลัวว่าซือเยี่ยหานจะยังไม่เข้าใจประเด็นสำคัญ สวี่อี้จึงตั้งใจเสริมเข้าไปอีกประโยค “ตั้งแต่ต้นจนจบคุณหนูเยี่ยไม่ได้ไปพบกู้เยว่เจ๋อเลยครับ!” 

ความคิดเห็น