facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 65 คุณชายกู้เกิดเรื่องแล้ว / บทที่ 66 ความเงียบสงบก่อนพายุจะมา

ชื่อตอน : บทที่ 65 คุณชายกู้เกิดเรื่องแล้ว / บทที่ 66 ความเงียบสงบก่อนพายุจะมา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 65 คุณชายกู้เกิดเรื่องแล้ว / บทที่ 66 ความเงียบสงบก่อนพายุจะมา
แบบอักษร

บทที่ 65 คุณชายกู้เกิดเรื่องแล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นไม่ได้รีบร้อน รอให้โทรศัพท์ดังอยู่ครู่หนึ่งจึงรับสายอย่างใจเย็น “ฮัลโหล?” 

“หวันหวั่น ทำไมเธอเพิ่งจะรับสาย ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ที่โรงเรียนหรือเปล่า? ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน ให้รีบมาโรงพยาบาลเหรินอ้ายเลยนะ คุณชายกู้เกิดเรื่องแล้ว!” น้ำเสียงในสายของเฉินเมิ่งฉีฟังดูรีบร้อนเป็นที่สุด 

เป็นอย่างที่คิด เนื้อหาจากปลายสายของเฉินเมิ่งฉีเป็นเช่นเดียวกับที่เธอคาดการณ์ไว้ 

เยี่ยหวันหวั่นลูบดอกกุหลาบก้านหนึ่งที่อยู่ข้างแก้ม แกล้งทำเป็นเลิกคิ้วตกใจเอ่ยว่า “เกิดเรื่อง?” 

“ใช่แล้ว ฉันเพิ่งได้ข่าวเมื่อครู่นี้เอง คุณชายกู้ถูกรถชน บาดเจ็บสาหัส กำลังรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน คุณหมอบอกว่าอาจจะอันตรายถึงชีวิต! ถ้าเธอไม่อยากรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ก็รีบมาที่นี่เร็วเข้าเถอะ!” น้ำเสียงของเฉินเมิ่งฉีมั่นใจมาก ราวกับเชื่อแน่ชัดว่าหลังจากที่เยี่ยหวันหวั่นได้ฟังข่าวนี้ จะต้องรีบมาโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น  

ท่าทีเย็นชาของเยี่ยหวันหวั่นที่มีต่อกู้เยว่เจ๋อก่อนหน้านี้ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ครั้งนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ฟ้าประทานจริงๆ 

ที่ผ่านมาเพียงแค่กู้เยว่เจ๋อมือเป็นแผลเล็กน้อย เยี่ยหวันหวั่นก็ตื่นตกใจเป็นกระต่ายตื่นตูมแล้ว เธอไม่เชื่อว่าคนอย่างเยี่ยหวันหวั่นจะทำใจแข็งได้ 

คล้ายกับกลัวว่าเยี่ยหวันหวั่นจะไม่กินเหยื่อ เฉินเมิ่งฉีจึงเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก “หวันหวั่น อุบัติเหตุของคุณชายกู้ครั้งนี้แปลกประหลาดมาก กลางวันแสกๆ รถคันนั้นก็พุ่งชนมาที่เขาโดยตรงอย่างกับจับวาง หรือว่าคุณชายกู้ไปล่วงเกินใครเข้า? ใครกันที่กล้าทำถึงขนาดนี้ กล้าลงมือแม้แต่คุณชายตระกูลกู้?” 

คำพูดนี้มีความหมายแอบแฝงอย่างชัดเจนว่าซือเยี่ยหานมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุรถชนของกู้เยว่เจ๋อ เรื่องนี้จะทำให้เยี่ยหวันหวั่นและซือเยี่ยหานเข้าใจผิดกันมากยิ่งขึ้นไปอีก ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี 

เยี่ยหวันหวั่นได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มเยาะอย่างเย็นชาในใจ แม้ว่าในโลกนี้จะมีบางเรื่องที่ต่างออกไป แต่กลอุบายของเฉินเมิ่งฉีไม่เคยเปลี่ยน ชาติก่อนเธอทะเลาะกับซือเยี่ยหานอย่างรุนแรง ก็เพราะคำพูดยุแยงของเฉินเมิ่งฉีนั่นเอง 

ความจริงแล้ว กู้เยว่เจ๋อถูกรถชนเป็นเพียงอุบัติเหตุทางการจราจรเท่านั้นจริงๆ 

ต่อมาภายหลังแม้จะตรวจสอบชัดเจนแล้ว แต่เพราะตอนนั้นเฉินเมิ่งฉีใช้เพียงคำพูดกำกวม ไม่ได้เอ่ยเจาะจงชื่อของซือเยี่ยหาน เธอจึงไม่สงสัยเลยว่าที่เฉินเมิ่งฉีพูดแบบนั้นเพราะเจตนาให้เธอเข้าใจผิด ในทางกลับกันเธอกลับคิดว่าการที่กู้เยว่เจ๋อถูกรถชนนั้นเกี่ยวข้องกับซือเยี่ยหานอย่างแน่นอน  

เฉินเมิ่งฉีอธิบายเรื่องราวอย่างสมจริงสมจังอยู่นาน สุดท้ายเยี่ยหวันหวั่นเพียงแต่ตอบรับไปประโยคเดียวอย่างเกียจคร้าน “รู้แล้วล่ะ” 

พูดแล้วก็วางสายไป 

หลังจากวางสายแล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็จ้องมองโทรศัพท์มือถือเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม 

ตอนนี้เฉินเมิ่งฉีจะต้องนั่งอยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาล ใจจดใจจ่อรอจับตาหาหลักฐานการนอกใจของเธอเป็นแน่ จากนั้นค่อยแอบบอกความลับให้กับซือเยี่ยหาน ให้เขาจับได้คาหนังคาเขา ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีการที่เธอทำอยู่เสมอ 

เหอะ ในเมื่อเฉินเมิ่งฉีทำตัวอวดฉลาด กุมตนเอาไว้เล่นในกำมืออยู่เช่นนี้ ตนก็ไม่ขัดที่จะอยู่เล่นเป็นเพื่อนเธอ...ให้สนุก... 

หลังจากรับสายของเฉินเมิ่งฉีแล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็กลับมายังลานนั่งเล่น 

เก็บสมุดการบ้านบนโต๊ะ เยี่ยหวันหวั่นยิ้มเล็กน้อยพลางเอ่ยกับซือเยี่ยหาน “ที่รักคะ นี่ก็เย็นมากแล้ว พรุ่งนี้ฉันมีเรียนอีก ขอตัวกลับโรงเรียนก่อนนะคะ” 

เมื่อเห็นเยี่ยหวันหวั่นเสนอตัวขอกลับทันทีหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ สีหน้าของซือเยี่ยหานยังคงเรียบเฉยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด แววตาดำมืดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาลึกล้ำมองไม่เห็นก้นบึ้งนั้นราวกับหลุมดำอันน่ากลัวที่สามารถกลืนกินแสงสว่างไปได้ทั้งหมด 

“กลับโรงเรียน?” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา 

หากว่าเป็นเยี่ยหวันหวั่นในชาติก่อน ก็อาจจะไม่รู้ถึงความแปลกไปของซือเยี่ยหาน แต่เยี่ยหวันหวั่นในเวลานี้ย่อมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในท่าทีของซือเยี่ยหาน 

แปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นไปได้ว่าซือเยี่ยหานรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว และคิดว่าเธอจะรีบไปหากู้เยว่เจ๋อที่โรงพยาบาล 

เพียงแต่ เธอทำเหมือนกับไม่รู้ถึงความผิดปกติของซือเยี่ยหานเลยแม้แต่น้อย สะพายกระเป๋าเรียน แล้วเอ่ยพูดอย่างเป็นธรรมชาติ “อืมๆ คุณมีงานต้องทำ ไม่ต้องไปส่งฉันหรอก ฉันกลับเองได้ค่ะ” 

 

 

บทที่ 66 ความเงียบสงบก่อนพายุจะมา 

หลังจากเยี่ยหวันหวั่นบอกว่าจะกลับเอง นัยน์ตาลึกล้ำดั่งหลุมดำของซือเยี่ยหานก็ยิ่งเยียบเย็นมากขึ้น กระแสน้ำในดวงตาราวกับจะทะลักออกมาในวินาทีต่อมา เพียงแต่มันเกิดขึ้นเพียงแวบเดียวเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น 

ส่วนเยี่ยหวันหวั่นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร ก็คิดว่าเขายินยอมแล้ว เธอเดินไปอยู่หน้าซือเยี่ยหานด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวแล้วหอมแก้มเขาไปที “ถ้าอย่างนั้นฉันไปแล้วนะ! ขอตัวไปลาคุณย่าก่อน” 

พูดจบก็เดินเข้าบ้านไปอย่างร่าเริง 

วินาทีที่เยี่ยหวันหวั่นออกจากลานนั่งเล่นไปแล้ว สีหน้าของซือเยี่ยหานพลันเย็นชาลงไปทันที 

เวลานี้เอง สวี่อี้รู้สึกหัวใจท้อแท้อ่อนแอเสียแล้ว 

เขาเฝ้าภาวนามาโดยตลอด ขอให้เยี่ยหวันหวั่นอย่าโง่อย่าโง่ แต่สุดท้ายก็เห็นเธอวิ่งเตลิดไปบนเส้นทางสู่ความตายกับตาตัวเอง... 

ผู้หญิงโง่เขลาคนนี้ สุดท้ายก็จะไปหากู้เยว่เจ๋อให้ได้ ซ้ำยังทำเป็นอวดฉลาดคิดว่านายท่านไม่รู้อะไรทั้งนั้น เห็นนายท่านเป็นเหมือนคนโง่! 

สวี่อี้มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาที่หน้าผาก เอ่ยเสียงสั่นเครือ “คุณ...คุณชายเก้า...ให้รั้งไว้ไหมครับ...” 

ซือเยี่ยหานถอนสายตาที่มองเงาแผ่นหลังของหญิงสาว แล้วค่อยๆ หลับตาลงไป 

บรรยากาศรอบด้านเงียบเฉียบราวกับความตาย 

ซือเยี่ยหานไม่ได้ออกคำสั่ง สวี่อี้ก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม 

เวลานี้เอง ในห้องรับแขก 

คุณหญิงย่าได้ทราบว่าเยี่ยหวันหวั่นต้องกลับแล้ว หน้าตาอาลัยอาวรณ์เป็นที่สุด เธอเอ็นดูหญิงสาวคนนี้มาก การเปลี่ยนแปลงของหลานชายในช่วงสองวันมานี้เธอได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว จึงรู้สึกพอใจในตัวเยี่ยหวันหวั่นมากขึ้นไปอีก 

“หวันหวั่นเอย ฉันรู้ว่าเสี่ยวจิ่วเอาแต่ใจตัวเอง นิสัยไม่ดีเท่าไรนัก แต่ความจริงแล้วตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ เธอก็คงจะรู้เหมือนกันใช่ไหม เสี่ยวจิ่วมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ เธอลองคิดดูนะว่าคนที่นอนไม่ค่อยจะหลับเป็นประจำ จะทรมานมากแค่ไหน เป็นเรื่องยากที่จะไม่ส่งผลกระทบถึงอารมณ์ของเขา 

แต่ว่า หลังจากที่เสี่ยวจิ่วคบหากับเธอแล้ว ฉันสังเกตเห็นว่าท่าทางของเขาดีขึ้นมาไม่น้อยเลย แม้แต่นิสัยก็ยังอ่อนโยนขึ้นมากด้วย 

หวันหวั่น ฉันขอบใจเธอมากจริงๆ นะ ขอบใจที่เธอยอมผ่อนปรนและอดทนกับเสี่ยวจิ่ว ต่อไปหากเจ้าหลานชายตัวดีกล้ากลั่นแกล้งรังแกเธอ เธอมาบอกฉันได้ทุกเมื่อ ฉันจะอยู่ข้างเธอเอง!” 

ได้ยินคุณหญิงย่าพูดด้วยถ้อยคำจากใจจริงเช่นนี้ หัวใจของเยี่ยหวันหวั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกดี “ขอบคุณค่ะคุณย่า” 

ไม่ว่าสตรีตรงหน้าท่านนี้จะเป็นบุคคลในตำนานที่มีฐานะสูงศักดิ์เพียงใด เวลานี้ก็เป็นเพียงคุณย่าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น 

เพียงแต่น่าเสียดาย ในใจของคุณหญิงย่าเข้าใจว่าเธอและซือเยี่ยหานเป็นคู่รักที่รักใคร่กันมาก ทว่าไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซือเยี่ยหานเป็นเหมือนฟองสบู่ เพียงแค่สัมผัสก็แตกสลายไปแล้ว 

เป็นเพราะเยี่ยหวันหวั่นยืนยันไม่อยากทำให้ลำบาก สุดท้ายเธอจึงเรียกรถกลับเอง 

การแสดงออกเช่นนี้ในสายตาของคุณหญิงย่าเป็นเหมือนเด็กที่รู้ความ แต่ในสายตาของสวี่อี้นั้น แน่นอนว่าเป็นการรีบร้อนอยากไปหากู้เยว่เจ๋อที่โรงพยาบาลอย่างรอไม่ได้อีกต่อไป 

หากว่าเป็นเมื่อก่อน ซือเยี่ยหานไม่มีทางยอมให้เธอกลับคนเดียวแน่ แต่ครั้งนี้กลับยอมตามใจเธอทั้งหมด 

แต่การที่ซือเยี่ยหานยิ่งตามใจมากเท่าไร สวี่อี้ก็ยิ่งรู้สึกหวั่นกลัวมากเท่านั้น 

ซือเยี่ยหานในตอนนี้เป็นเหมือนความเงียบสงบก่อนพายุจะมาอย่างแท้จริง 

หากนายท่านสั่งการให้จับตัวกลับมาตั้งแต่ตอนนี้ ยังดีเสียกว่ารอผลลัพธ์หลังจากจับได้คาหนังคาเขา... 

ครั้งนี้...เกรงว่าเยี่ยหวันหวั่นคงจะซวยจริงๆ แล้ว! 

พูดจากใจจริง เขารู้สึกคิดถึงช่วงเวลาอันแสนสงบสุขของสองสามวันนี้จริงๆ เพียงแต่น่าเสียดาย แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงจันทร์กระจ่างกลางนที มาลีฉายในคันฉ่อง  

อีกด้านหนึ่ง เยี่ยหวันหวั่นโดยสารอยู่บนรถที่แล่นห่างออกมาระยะหนึ่งแล้ว 

เมื่อรถเคลื่อนตัวมาถึงทางแยก เยี่ยหวันหวั่นก็เอ่ยขึ้นอย่างกะทันหัน “คุณลุงคะ ไม่ไปโรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอแล้ว เปลี่ยนไปโรงพยาบาลเหรินอ้ายแทนค่ะ!” 

ความคิดเห็น