facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 63 สุดยอดไปเลย / บทที่ 64 กระชากหน้ากาก

ชื่อตอน : บทที่ 63 สุดยอดไปเลย / บทที่ 64 กระชากหน้ากาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 63 สุดยอดไปเลย / บทที่ 64 กระชากหน้ากาก
แบบอักษร

บทที่ 63 สุดยอดไปเลย 

หากบอกว่าสไตล์การตกแต่งห้องของเยี่ยหวันหวั่นเปรียบดั่งซีรีส์รักใสๆ เพ้อฝัน เช่นนั้นห้องของซือเยี่ยหานก็คงเป็นฉากเขย่าขวัญ ไม่ต่างไปจากสไตล์ห้องนอนอันมืดมิดที่สวนจิ่นหยวนห้องนั้นเลย 

ตอนที่เยี่ยหวันหวั่นเดินเข้าไป ด้านในมีคนรออยู่แล้ว 

ซึ่งก็คือโม่เสวียน หมอประจำตัวของซือเยี่ยหาน  

ได้เห็นคนทั้งสองเดินเข้ามา โม่เสวียนก็ลุกขึ้นยืน “คุณชายเก้า คุณหนูเยี่ย”  

ซือเยี่ยหานคล้ายกับจะคุ้นชินที่เห็นโม่เสวียนปรากฎตัวอยู่ในห้องนอนของเขาเวลานี้ เดินตรงไปที่ขอบเตียงใบหน้าเรียบเฉย 

เยี่ยหวันหวั่นเดินตามซือเยี่ยหานอยู่ข้างหลัง ก้าวเดินอย่างค่อนข้างลังเล “คือว่า ฉันอยู่ที่นี่ด้วยจะเป็นการรบกวนพวกคุณหรือเปล่าคะ?” 

เธอรู้ว่าช่วงเวลาการสะกดจิตเข้านอนของซือเยี่ยหานไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้ามารบกวน 

โม่เสวียนชำเลืองมองเยี่ยหวันหวั่นทีหนึ่ง พูดตามหลักแล้วเป็นการรบกวนอย่างแน่นอน การสะกดจิตเข้านอนจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปิดสนิทไร้คนนอกรบกวน 

แต่ว่าเมื่อนึกถึงการคาดเดาของพวกเขาในคืนนี้แล้ว ประจวบกับซือเยี่ยหานเป็นคนพาเยี่ยหวันหวั่นเข้ามาด้วยตนเอง เขาย่อมไม่กล้าไล่เธอออกไป จึงเอ่ยว่า “ลองดูก็แล้วกันครับ” 

“ค่ะ” เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า 

ซือเยี่ยหานนอนลงบนเตียง เห็นว่าเธอยังคงยืนอยู่ไกลๆ หัวคิ้วพลันขมวดย่น 

เยี่ยหวันหวั่นยังคงสับสน เพราะซือเยี่ยหานบอกเพียงว่าให้เธอมานอนเป็นเพื่อน เธอยังไม่ค่อยเข้าใจว่า “เป็นเพื่อน” หมายถึงเป็นเพื่อนแบบไหน อีกอย่างโม่เสวียนก็อยู่ตรงนี้ เธอก็เก้อเขินหากจะตรงเข้าไปนอนบนเตียงเป็นเพื่อนเขา? 

“มานี่” ในขณะที่เยี่ยหวันหวั่นกำลังลังเลไม่แน่ใจอยู่นั้น ความอดทนของปีศาจร้ายบางตัวก็หมดลง 

สัมผัสได้ถึงรังสีอันตรายที่แผ่ซ่าน เยี่ยหวันหวั่นไม่มีเวลาไปสนใจสิ่งอื่นมากมาย รีบวิ่งเข้าไปหย่อนก้นนั่งลงที่ขอบเตียง 

วินาทีถัดมา รู้สึกถึงเอวที่ถูกกระชับแน่น แขนยาวของชายหนุ่มโอบรัดตัวเธอ แล้วเอียงศีรษะซุกแนบกับบริเวณต้นคอ 

เยี่ยหวันหวั่นพิงหัวเตียง ถูกโอบรัดเอวไว้ราวกับเป็นหมอนข้าง ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย 

โม่เสวียนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมงานสะกดจิตเข้านอน ได้เห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจกับท่าทีของเยี่ยหวันหวั่นที่เปลี่ยนไปอย่างมาก 

เมื่อก่อนแม้เยี่ยหวันหวั่นจะรู้ดีว่าซือเยี่ยหานน่ากลัวมากเพียงใด แต่ก็ยังคงดื้อรั้นหัวชนฝา ไม่เคยยอมอ่อนข้อเลยสักครั้ง 

ขอให้ผู้หญิงคนนี้คิดได้จริงๆ เถิด อย่าได้มีความคิดที่ไม่ควรคิดอีก ไม่อย่างนั้นท้ายที่สุดคนที่ต้องทุกข์ทรมานก็มีเพียงเธอเองคนเดียว  

จากมุมมองของคนที่มองดูอยู่ภายนอก เขาเองก็รู้ว่าการที่ซือเยี่ยหานจะรั้งให้หญิงสาวอยู่ข้างกายโดยไม่สนใจว่าเธอจะยินยอมหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่คุณจะไปเถียงเรื่องทฤษฎีความถูกผิดกับเทพสังหารที่ปีนออกมาจากขุมนรกและไร้ความรู้สึกท่านนี้น่ะเหรอ? เป็นความคิดที่ผิดตั้งแต่แรกแล้ว 

ผ่านไปพักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็จัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว 

โม่เสวียนเดินไปยังขอบเตียง “คุณชายเก้า เริ่มได้แล้วครับ” 

ไร้การตอบสนองจากซือเยี่ยหานที่อยู่บนเตียง 

“คุณชายเก้าครับ” โม่เสวียนเรียกอีกครั้ง             

ซือเยี่ยหานยังคงไร้การตอบสนองเช่นเดิม 

สุดท้าย เยี่ยหวันหวั่นมองดูซือเยี่ยหานที่นอนหลับสนิท จึงเอ่ยเตือนขึ้นมา “คือ...เหมือนว่าซือเยี่ยหานจะหลับไปแล้วค่ะ หมอโม่คุณสุดยอดไปเลย!” 

“…” 

โม่เสวียนเงียบไปนาน หน้าเปลี่ยนสีราวกับโคมม้าวิ่ง พูดอะไรไม่ออกสักคำ 

สุดยอดอะไร? เขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ?! 

โม่เสวียนมองซือเยี่ยหานที่นอนหลับไปแล้วจริงๆ ด้วยความรู้สึกสับสน เขาไม่เพียงนอนหลับไปแล้ว แต่ยังนอนหลับสนิทมากอีกด้วย ไม่รู้สึกตัวตื่นแม้จะมีเสียงรบกวนจากการพูดคุยอยู่ด้านข้างก็ตาม  

หรือว่าการที่ซือเยี่ยหานนอนหลับได้เองตามธรรมชาติในหลายครั้งที่ผ่านมาจะเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้จริงๆ? 

แล้วทำไมถึงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน? 

อีกอย่างเยี่ยหวันหวั่นก็แค่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย? 

 

 

บทที่ 64 กระชากหน้ากาก 

โม่เสวียนมองไปทางเยี่ยหวันหวั่นด้วยสายตาลึกล้ำ “ในเมื่อคุณชายเก้าหลับแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” 

เยี่ยหวันหวั่นไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติของโม่เสวียน จึงพยักหน้าตอบรับ “ค่ะ” 

หลังจากโม่เสวียนไปแล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็นอนเป็นเพื่อนซือเยี่ยหานต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อมั่นใจแล้วว่าเขาหลับสนิทจริงๆ จึงค่อยกลับไปห้องตัวเอง 

วันถัดมา 

ใต้ซุ้มดอกไม้ด้านในลานนั่งเล่น ซือเยี่ยหานกำลังนั่งจัดการงาน มีเยี่ยหวันหวั่นฟุบหัวทำการบ้านอยู่ข้างๆ ทั้งสองต่างจัดการเรื่องของตัวเอง ดูเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและกลมเกลียวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ 

น่าจะเป็นเพราะได้นอนเต็มอิ่ม ซือเยี่ยหานจึงอารมณ์ดีตลอดทั้งวัน แม้คนใช้จะไม่ทันระวังทำน้ำกระเด็นใส่เอกสารของเขาก็ยังไม่โกรธ เขาเพียงขมวดคิ้วย่น โบกมือไล่ให้ออกไป แล้วสั่งให้สวี่อี้ไปปริ้นมาใหม่อีกฉบับ 

ส่วนคนใช้ที่เกิดเรื่องคนนั้นก็เดินโซเซออกไปเหมือนฝันไป 

สวี่อี้นำเอกสารที่ปริ้นออกมาใหม่วางไว้ด้านหน้าของซือเยี่ยหานอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็กลับไปยืนรออยู่ด้านข้างเงียบๆ 

สองวันมานี้ ความรู้สึกของสวี่อี้ค่อนข้างสับสนซับซ้อน เยี่ยหวันหวั่นทำตัวดีว่าง่ายจนทำให้เขาสงสัยว่าเธอโดนทำของใส่หรือเปล่า 

ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่คุณหญิงย่าก็พอใจเธอมาก เรื่องทั้งหมดที่เขาเป็นกังวลในตอนแรก ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

บางทีอาจเป็นเพราะเขาคิดมากไปเองจริงๆ? 

เวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา 

จิตใต้สำนึกบอกให้สวี่อี้มองไปที่โต๊ะ เห็นว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของเยี่ยหวันหวั่น หน้าจอแสดงสายเรียกเข้า...ชื่อของเฉินเมิ่งฉี  

เมื่อมองเห็นชื่อนี้ ในใจของสวี่อี้พลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา... 

เยี่ยหวันหวั่นทำการบ้านวิชาอื่นๆ เสร็จอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังลังเลว่าควรลองท้าทายทำวิชาคณิตศาสตร์ดีหรือไม่นั้น ก็ถูกสายเรียกเข้าขัดจังหวะพอดี 

เมื่อมองเห็นชื่อบนหน้าจอสายเรียกเข้า แววตาของเยี่ยหวันหวั่นพลันวาบไหว 

เฉินเมิ่งฉี... 

หากเธอจำไม่ผิดล่ะก็ เฉินเมิ่งฉีในชาติก่อนก็โทรมาหาเธอเวลานี้ เพื่อแจ้งข่าวอุบัติเหตุทางรถยนต์ของกู้เยว่เจ๋อ 

เฉินเมิ่งฉีในเวลานี้ไม่รู้ว่าเธอมาอยู่ที่บ้านใหญ่ ก็ยังโทรมาหาเธอ... 

แต่ก็พอเข้าใจได้ ต่อให้เธอเปลี่ยนแปลงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่บ้านใหญ่ได้ แต่เรื่องที่กู้เยว่เจ๋อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ 

โอกาสในการยุแยงที่ดีขนาดนี้ เฉินเมิ่งฉีย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ ดังนั้นจึงโทรมาหาเธอเหมือนกับชาติที่แล้ว 

“ที่รักคะ ฉันขอตัวไปรับสายหน่อยนะ!” เยี่ยหวันหวั่นบอกกับซือเยี่ยหาน ก่อนจะเดินไปอยู่ใต้ร่มเงาไม้ที่อยู่ห่างออกไป 

ซือเยี่ยหานมองตามเงาหลังของเยี่ยหวันหวั่น แววตาพลันหม่นลง 

จังหวะที่เยี่ยหวันหวั่นเพิ่งจะเดินออกไปไม่กี่วินาที โทรศัพท์ของสวี่อี้ก็ดังขึ้นเช่นกัน 

ไม่รู้ว่าคนปลายสายนั้นพูดเรื่องอะไร ใบหน้าของสวี่อี้ซีดขาวลงไปทันที ราวกับวันสิ้นโลกได้มาเยือน 

สักพักหนึ่ง สวี่อี้ก็วางสายแล้วมองไปทางซือเยี่ยหานใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยถ้อยคำที่อยากจะเอ่ยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ย 

ผ่านไปครู่หนึ่ง ถึงได้เอ่ยพูดตะกุกตะกัก “ผม..เพิ่ง...เพิ่งได้รับรายงานว่ากู้เยว่เจ๋อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ครับ เหมือนว่าจะสาหัสมาก ตอนนี้ทางโรงพยาบาลกำลังช่วยชีวิต...” 

พูดมาถึงตรงนี้ สวี่อี้ไม่กล้าพูดอะไรต่อไปอีก 

เรื่องที่เขาเป็นกังวลมานาน ในที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งสถานการณ์ยังแย่ยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้! 

เมื่อครู่โทรศัพท์ที่เยี่ยหวันหวั่นไปรับสายเป็นไปได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ว่าเฉินเมิ่งฉีต้องบอกเรื่องนี้กับเธอเป็นแน่ 

กู้เยว่เจ๋อบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ เยี่ยหวันหวั่นจะไม่ไปเยี่ยมเขาได้อย่างไร? 

กลัวแต่ว่าเมื่อได้ยินข่าวนี้แล้ว ไม่ว่าจะเสแสร้งอย่างไรก็ต้องถูกกระชากหน้ากากให้เผยความจริงออกมาทั้งหมดแล้ว! 

ความคิดเห็น