facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 57 คงไม่ทำตัวเป็นเด็กขนาดนี้หรอกมั้ง? / บทที่ 58 หลับเร็วอีกแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 57 คงไม่ทำตัวเป็นเด็กขนาดนี้หรอกมั้ง? / บทที่ 58 หลับเร็วอีกแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 57 คงไม่ทำตัวเป็นเด็กขนาดนี้หรอกมั้ง? / บทที่ 58 หลับเร็วอีกแล้ว
แบบอักษร

บทที่ 57 คงไม่ทำตัวเป็นเด็กขนาดนี้หรอกมั้ง? 

คุณย่าดึงเธอไว้พูดคุยเรื่องของซือเยี่นหานไม่น้อย บรรยากาศการรับประทานอาหารสามัคคีกันโดยตลอด 

ถูกคุณย่าของตัวเองขายเช่นนี้ ซือเยี่ยหานกลับดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ 

เขาเป็นคนพูดน้อย แต่มองออกว่าเวลาที่เขาอยู่ต่อหน้า คุณย่าน่าเข้าใกล้และอบอุ่นมากกว่าเดิมหลายส่วนอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับความเย็นชาห่างเหินในเวลาปกติ 

คุณย่าให้คนเตรียมข้าวปลาอาหารไว้เต็มโต๊ะ ทุกจานล้วนอร่อยเลิศรส เดิมทีเยี่ยหวันหวั่นคิดว่าเข้าบ้านครั้งแรก อย่างไรเสียก็ต้องยั้งตัวเองเสียหน่อย แต่แม้ว่าซือเยี่ยหานจะพูดน้อย ทว่ามือกลับไม่เคยหยุด ตักอาหารให้เธออย่างต่อเนื่อง รอจนรู้สึกตัวอีกที เธอก็กินข้าวไปแล้วสามถ้วยอย่างไม่ทันระวัง 

“โอ่ย ไม่ต้องตักอาหารให้ฉันอีกแล้ว ฉันกินไม่ไหวแล้ว!” เยี่ยหวันหวั่นมองถ้วยที่กองสูงราวกับภูเขาน้อยๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ 

เธอไม่ได้อยากให้คุณย่าคิดว่าเธอเป็นถังข้าว ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกหรอกนะ 

ซือเยี่ยหานมองดูความลำบากใจบนใบหน้าเล็กทีหนึ่ง แล้วยื่นมือออกไปยกถ้วยของเธอมาไว้หน้าตัวเอง แล้วช่วยเธอกินอย่างไม่ใส่ใจ 

ตานี่...เกลียดความสกปรกมากไม่ใช่เหรอ... 

เยี่ยหวันหวั่นประหลาดใจ แต่เห็นเขาช่วยตัวเธอแบ่งเบาความรับผิดชอบ ก็เป็นการโล่งใจจริงๆ 

คุณย่ามองดูการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของทั้งสองอยู่ข้างๆ ในใจเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม 

อีกทั้งเด็กคนนี้ยังเป็นเหมือนที่หลายชายพูดจริงๆ ไม่เลือกกินเลยแม้แต่น้อย เจริญอาหารดีอีกด้วย มองดูสบายตา กว่าพวกคุณหนูสูงศักดิ์ที่กินข้าวแค่ไม่กี่คำพวกนั้นอีก 

หลังอาหารเย็น คุณย่ากลัวว่าหวันหวั่นอยู่เป็นเพื่อนเธอจนเบื่อแย่แล้ว จึงเอ่ยปากด้วยความใส่ใจ “เสี่ยวจิ่ว หวันหวั่นมาที่บ้านครั้งแรก หลานพาเธอไปเดินดูรอบๆ สักหน่อยสิ” 

“ครับ” ซือเยี่ยหานพยักหน้า 

“ถ้าอย่างนั้น คุณย่าคะ พวกเราไปก่อนนะคะ” เยี่ยหวันหวั่นบอกลาคุณย่าเล็กน้อย จากนั้นเดินเข้าไปในบ้านกับซือเยี่ยหานอย่างว่าง่าย 

ราตรีกระจ่างราวสายธาร ดวงดาราพร่างพราวเต็มผืนฟ้า อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้า 

แม้ว่าจะไม่เหมือนสวนจิ่นหยวนที่ประณีตเหนือธรรมชาติราวกับสวนของพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ความโบราณและโอ่อ่าของบ้านใหญ่ก็มีสไตล์ไปอีกแบบ การเดินเล่นย่อยอาหารหลังทานข้าวก็เป็นเรื่องที่ดี 

ตอนนี้เองเยี่ยหวันหวั่นถึงได้พบว่า ความไม่วิตกกังวลในตอนที่เพิ่งมาถึงบ้านใหญ่ได้มลายหายไปหมดสิ้นอย่างไม่รู้ตัว 

ขณะที่กำลังชื่นชมทิวทัศน์ยามราตรีอย่างเพลิดเพลิน ซือเยี่ยหานที่อยู่ข้างกายไม่รู้ว่ามีปัญหาตรงไหนอีก 

เมื่อกี้ตอนทานข้าวยังดีดีอยู่แท้ๆ ตอนนี้กลับเหมือนจะมีอะไรผิดปกติ 

เธอแหงนขึ้นมองหน้าของเขา กลับพบว่าหว่างคิ้วของชายหนุ่มเหมือนจะมีสิ่งใดไม่พอใจอยู่จริงอย่างที่คิด แม้แต่การก้าวเท้ายังเร็วขึ้นแล้ว 

ขาสั้นของเยี่ยหวันหวั่นไหนเลยจะตามทัน ไม่นานก็ถูกสลัดทิ้งไว้ข้างหลัง 

เธอไปยั่วโมโหให้หมอนี่อารมณ์เสียตอนไหนกัน? หรือว่าตอนที่เธอคุยกับคุณย่าเมื่อครู่ เธอจะพูดอะไรผิดไป? เหมือนว่าไม่มีนี่นา... 

เยี่ยหวันหวั่นค่อนข้างกลัวความมืด ตอนมีคนอยู่ข้างๆ ก็ยังโอเค แต่เมื่อไม่มีคนอยู่ข้างกายก็เกิดกลัวขึ้นมา  

เห็นว่าคนข้างหน้ากลืนหายไปกลับความมืดในยามราตรีแล้ว เยี่ยหวันหวั่นไม่ทันได้คิดอะไรมาก รีบวิ่งสั้นๆ ตามไป จากนั้นใช้มือดึงมือข้างหนึ่งของซือเยี่ยหานเอาไว้ 

แทบจะในพริบตาที่เธอดึงมือของซือเยี่ยหานเอาไว้ เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นชาที่เหมือนจะมีแต่ไม่มีบนตัวซือเยี่ยหานสลายหายไปในชั่วพริบตา 

หลังจากเกิดใหม่ เธอจับอารมณ์ของซือเยี่ยหานได้อย่างแม่นยำมาก ดังนั้นความรู้สึกของเธอไม่มีทางผิด 

เยี่ยหวันหวั่นกระพริบตาอย่างงงงวย 

หรือว่าตานี่ที่โกรธไม่พูดอะไร ก็เป็นเพราะว่าเมื่อกี้ตอนที่เดินเล่น ตัวเธอไม่ได้จับมือเขาอย่างนั้นเหรอ? 

ซือเยี่ยหาน...คงจะไม่ทำตัวเป็นเด็กขนาดนี้หรอกมั้ง? 

 

 

บทที่ 58 หลับเร็วอีกแล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกว่า จะต้องเป็นสมองของเธอที่คิดมากเกินไปแน่นอน! 

แต่ไม่ว่าเขาจะผิดปกติที่ตรงไหน เดินจูงเขาก็ดี แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะตามไม่ทันเขาแล้ว 

ที่นี่กว้างใหญ่ขนาดนี้ หากหลงทางขึ้นมาคงจะน่าอายน่าดู 

ครั้งนี้หลังจากถูกเธอจับมือไว้แล้ว ซือเยี่ยหานยังคงเพียงหยุดเท้าเล็กน้อย ไม่พูดสิ่งใด พาเธอเดินวนรอบบ้านใหญ่ทั้งข้างนอกข้างในทุกซอกทุกมุม 

ตอนที่เขาเตรียมที่จะเดินรอบที่สอง ในที่สุดเยี่ยหวันหวั่นทนไม่ไหวอีกต่อไป “ซือเยี่ยหาน ฉันปวดขา พวกเราไปนั่งทางนั้นสักแปปกันเถอะ?” 

ดวงตาของซือเยี่ยหานมองเธอทีหนึ่ง ถึงได้พาเธอไปนั่งลงข้างกันที่เก้าอี้ไม้ยาว 

เยี่ยหวันหวั่นผ่อนลมหายใจ ปล่อยมือยืดแขนบิดขี้เกียจ พึมพำว่า “คุณย่าเป็นคนดีจังเลย เดิมทีฉันยังกังวลว่าคุณย่าจะไม่ชอบฉันซะอีก” 

อันที่จริงเยี่ยหวันหวั่นรู้ดี นอกจากเหตุที่การแสดงออกครั้งนี้ของตัวนับว่าไม่เลวแล้ว เหตุผลที่สำคัญที่สุดยังเป็นซือเยี่ยหาน ในเมื่อรักฉันต้องรักหมาของฉันด้วย 

ขอแค่เธอไม่ทำผิดซ้ำอีก ก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น โดยพื้นฐานแล้วการพบกันครั้งนี้ไม่มีทางมีปัญหา แน่นอนว่า สร้างความรู้สึกดีต่อกันให้มากหน่อยย่อมดีกว่า  

การคุยเรื่อยเปื่อยกับซือเยี่ยหานเป็นเรื่องที่ยากมากเกินไปเรื่องหนึ่ง 

หลังจากเงียบอยู่นาน เยี่ยหวันหวั่นทำได้เพียงหาเรื่องคุย “คือว่า ซือเยี่ยหาน คุณอยู่ในอันดับที่เก้า หรือว่าก่อนหน้าคุณยังมีพี่ๆ อีกแปดคนจริงๆ เหรอ?” 

ไม่รู้ว่าทำไม เยี่ยหวันหวั่นจึงรู้สึกว่าเมื่อเธอพูดจบ บรรยากาศรอบตัวของซือเยี่ยหานเหมือนว่าจะหนักอึ้งขึ้นไม่น้อย 

และในเวลานี้เอง เยี่ยหวันหวั่นพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พลันรู้สึกอยากตบหน้าตัวเองสักที 

แย่แล้ว! ทำไมเธอถึงได้ถามคำถามเสี่ยงอันตรายอย่างนี้! 

แปดคนก่อนหน้าซือเยี่ยหานนั้น ตอนนี้ที่ยังอยู่มีเพียงไม่กี่คน ว่ากันว่าทั้งหมดถูกซือเยี่ยหานจัดการด้วยมือตัวเอง 

เวลานั้นตอนที่ซือเยี่ยหานชิงอำนาจ ทั้งตระกูล ไม่ว่าจะที่มืดหรือบนท้องถนน ล้วนเป็นลมฝนคาวเลือด ชีวิตคนในกำมือเขานับไม่ถ้วน แม้กระทั่งแขนขาของตัวเองก็ยังไม่เว้น ไม่อย่างนั้นแล้วชื่อเสียงความน่ากลัวของวิญญาณนักฆ่าซือเยี่ยหานนั้นจะมาจากไหน 

วันนี้เห็นท่าทางอบอุ่นของเขาขนาดนั้นต่อหน้าคุณย่า ราวกับหลานชายของครอบครัวทั่วๆ ไป เลยทำให้เธอเกือบลืมเรื่องพวกนี้ไปทั้งหมดอย่างคาดไม่ถึง!  

ในขณะที่เยี่ยหวันหวั่นกำลังตื่นกลัวสุดขีด ข้างกายกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดอยู่นาน 

วินาทีถัดมา เธอพลันรู้สึกว่าหนักไหล่ 

ร่างกายของเยี่ยหวันหวั่นแข็งทื่อ หันศีรษะไปอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็เห็นว่า ซือเยี่ยหานกำลังซบไหล่ของเธออยู่ หลับตาทั้งสอง ลมหายใจเนิบช้าสม่ำเสมอ เหมือนว่า...จะหลับไปแล้ว... 

“เอ่อ...” ใบหน้าของเยี่ยหวันหวั่นพลันดำคล้ำ 

ทำไมหลับไปอีกแล้วล่ะ? 

ช่างเถอะ ก็ดีเหมือนกัน... 

อย่างไรก็หลบเภทภัยครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง 

ซือเยี่ยหานเหมือนว่าจะหลับสบาย เยี่ยหวันหวั่นก็ไม่กล้าขยับ ทำได้เพียงยอมให้เขาซบอิงอยู่อย่างนั้น 

แต่ว่าอุณหภูมิตอนกลางคืนค่อนข้างต่ำ ถ้าเขานอนแบบนี้ เดี๋ยวนานเข้าจะไม่สบายเอา... 

เยี่ยหวันหวั่นที่กำลังกลัดกลุ้มไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้มีคนสองคนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล 

คุณย่าเห็นทั้งสองไม่กลับมาเสียที จึงออกตามหาด้วยตัวเองโดยมีผู้ดูแลเป็นเพื่อน 

สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือ เด็กทั้งสองนั่งข้างกันอยู่ตรงนั้น แต่หลานชายของเธอหลับตาซบไหล่ของเด็กคนนั้น ดูเหมือนว่าจะหลับไปแล้ว... 

นี่...นี่เป็นไปได้อย่างไร! 

ความคิดเห็น