facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 49 รวมตัวคัดค้าน / บทที่ 50 ต่อให้คุกเข่าก็ต้องแสดงต่อไป

ชื่อตอน : บทที่ 49 รวมตัวคัดค้าน / บทที่ 50 ต่อให้คุกเข่าก็ต้องแสดงต่อไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 49 รวมตัวคัดค้าน / บทที่ 50 ต่อให้คุกเข่าก็ต้องแสดงต่อไป
แบบอักษร

บทที่ 49 รวมตัวคัดค้าน 

หลังเลิกเรียน มีการฝึกซ้อมละครเวทีที่ห้องโถงเล็กของโรงเรียน 

นอกจากนักแสดงไม่กี่คน ยังมีบรรดาแฟนคลับผู้ภักดีของซือเซี่ยและทีมองครักษ์อยู่ด้วย กลุ่มผู้หญิงทำหน้าแดงล้อมรอบซือเซี่ยเป็นวงกลมโดยมีเฉิงเสวี่ยเป็นผู้นำ ไถ่ถามทุกข์สุข ปลอบโยนเขาที่จิตวิญญาณถูกทำร้ายเพราะต้องเล่นละครคู่กับเยี่ยหวันหวั่น 

“อาจารย์ก็จริงๆ เลย ใช้การจับฉลากตัดสินมันเหลวไหลจริงๆ!” 

“นั่นสิๆ คิดไม่ถึงว่าจะให้เยี่ยหวันหวั่นมาแสดงจริงๆ ช่างเป็นการแปดเปื้อนซือเซี่ย” 

“ซือเซี่ย นายอย่าเสียใจไปเลย ไม่อย่างนั้นพวกเรารวมตัวกันไปหาอาจารย์เพื่อคัดค้านเรื่องนี้กันดีไหม?” 

... 

เยี่ยหวันหวั่นปากคาบอมยิ้มแท่งหนึ่งยืนอยู่ที่ประตู ได้ยินคำพูดของผู้หญิงพวกนั้น มุมปากหยักโค้งเล็กน้อย 

ดูจากท่าทางของผู้หญิงกลุ่มนี้แล้ว ทำไมทำอย่างกับว่าซือเซี่ยจะถูกข่มขืนอย่างนั้น? 

ข้างหูเต็มไปด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดของพวกผู้หญิง สีหน้าของซือเซี่ยเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความรำคาญ กำลังจะเปิดปากพูด ทว่ารอบข้างกลับเงียบลงอย่างประหลาด 

เหลือบสายตาขึ้นมองไปทางประตู ก็เห็นอย่างที่คิดจริงๆ เยี่ยหวันหวั่นมาแล้ว 

เพียงเยี่ยหวันหวั่นปรากฏตัว ก็ได้ดึงดูดลูกกระสุนทั้งหมดไปภายในพริบตา ผู้หญิงหลายคนวางมาดร้ายกาจพุ่งไปทางเธอ 

“เยี่ยหวันหวั่น เธอยังมียางอายอยู่บ้างไหม คิดไม่ถึงว่าจะกล้ามาจริงๆ นะเนี่ย” 

“เรื่องเมื่อเช้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลย” 

“แย่งบทของเสี่ยวเสวี่ยของพวกเราไป แล้วยังกล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่อีก คิดว่าพวกเราทำอะไรเธอไม่ได้หรือไง?” 

เยี่ยหวันหวั่นกวาดสายตามองผู้หญิงสามคนที่พุ่งเข้ามา 

สามคนนี้ก็คือผู้หญิงสามคนเมื่อเช้าที่วางแผนกลั่นแกล้งเธอ ผู้ชายอีกคนไม่ได้ปรากฎตัว คิดว่าคงสารภาพเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ยังโดนจ้าวซิงโจวคุมตัวอยู่ 

ผู้หญิงสามคนนี้เป็นคนของฝั่งเฉิงเสวี่ยทั้งหมด ผู้ชายคนนั้นคือคนที่เฉิงเสวี่ยนับเป็นพี่ชายที่ในโรงเรียน ค่อนข้างมีอำนาจในชิงเหอ เป็นจอมอันธพาลของโรงเรียน ไม่มีใครกล้าผิดใจด้วย 

ครั้งนี้ถ้าเธอไม่ได้สอดเท้าเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยชาติตระกูล หรือจากอำนาจบารมีในโรงเรียน สุดท้ายบทตัวเอกนี้แปดสิบเปอร์เซ็นต์จะต้องตกอยู่ในกำมือของเฉิงเสวี่ย 

ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจที่เฉิงเสวี่ยจะเกลียดเธอรุนแรงขนาดนี้ 

เฉิงเสวี่ยสวมชุดกระโปรงลูกไม้สั่งตัดราคาแพง ยืนอยู่ข้างหลังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังปกป้องเธอ ผิวขาวดวงตาแวววาว ใบหน้าแฝงความเป็นลูกครึ่งนิดๆ ยิ่งเพิ่มความงดงาม ยืนเคียงคู่กับซือเซี่ยช่างเป็นทิวทัศน์ที่งดงามไร้ที่เปรียบ ทั้งสองเสมือนเจ้าหญิงเจ้าชายในโลกนิทานจริงๆ 

เวลานี้ ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือของเฉิงเสวี่ยเต็มไปด้วยความน้อยใจไม่ยินยอม แต่แม้ว่าความริษยาในดวงตาจะทำให้เธอดูร้ายกาจขึ้นหลายส่วน แต่เพราะร่างกายที่ดูดีร่างนี้ ยังคงทำให้ดูน่าสงสาร 

เฉิงเสวี่ยไม่ได้เป็นเพียงดาวห้อง F ของพวกเขา ยังเป็นดาวโรงเรียนชิงเหออีกด้วย 

เยี่ยหวันหวั่นจำได้ว่า ชาติตระกูลของเฉิงเสวี่ยคนนี้ไม่ธรรมดา รู้จักกับซือเซี่ยมาตั้งแต่เด็ก ในชาติก่อนเหมือนว่าต่อมาทั้งสองก็หมั้นกัน 

ในเมื่ออายุดวงจิตของเยี่ยหวันหวั่นปาเข้าไปยี่สิบเจ็ดปีแล้ว ตอนนี้มามองกลุ่มผู้หญิง ก็รู้สึกเหมือนกำลังทะเลาะกับเด็กอย่างไรอย่างนั้น จึงเบ้ปากพูดขึ้น “เฮอะ ก็แค่บทเข้าคู่ไม่กี่วินาที ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ?” 

บทเข้าคู่ไม่กี่วินาที!? 

บทระหว่างเจ้าชายกับเจ้าหญิงสโนว์ไวท์นั้นน้อยมากจริงๆ จนกระทั่งหลังจากเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ทานแอปเปิ้ลพิษเข้าไป เจ้าชายถึงจะปรากฏตัวต่อหน้าเธอ 

แต่ว่า! 

บทเข้าคู่ไม่กี่วินาทีนั้นเป็นถึงบทจูบเชียวนะบทจูบ! 

คิดถึงตรงนี้ เฉิงเสวี่ยกัดฟันจนฟันแทบแตก คำพูดนี้ของเยี่ยหวันหวั่นจงใจยั่วโมโหชัดๆ “เยี่ยหวันหวั่น! เธออย่าได้รังแกกันเกินไป! ซือเซี่ย นายจะแสดงละครกับคนแบบนี้จริงเหรอ?” 

น้ำเสียงนี้เต็มไปด้วยความโกรธที่ถูกแย่งของรักไป 

ใบหน้าของซือเซี่ยคล้ำลงถนัดตา ไม่อย่างนั้นล่ะ? เขาเป็นลูกผู้ชายจะให้กลับคำอย่างนั้นเหรอ? 

“พอได้แล้ว ฉันเป็นคนจับฉลากเอง ทุกคนหุบปาก ตอนนี้เริ่มฝึกซ้อมกันได้แล้ว คนที่ไม่อยากแสดงก็ออกไปเดี๋ยวนี้!” 

 

 

บทที่ 50 ต่อให้คุกเข่าก็ต้องแสดงต่อไป 

เพราะซือเซี่ยพูดออกมาแล้ว ในที่สุดการฝึกซ้อมจึงได้ดำเนินต่อไป 

แม้ว่าคนอื่นๆ จะไม่ยินยอม แต่เพราะบารมีของซือเซี่ย จึงทำได้เพียงข่มอารมณ์เริ่มการฝึกแต่โดยดี 

เยี่ยหวันหวั่นยักไหล่อย่างไม่สนใจ แสดงก็แสดงสิ ดูสิว่านายจะทนได้ถึงตอนไหน 

บทของซือเซี่ยไม่เยอะนัก ระหว่างการซ้อมจึงนั่งหลับอยู่ข้างหน้าต่าง จนกระทั่งสุดท้ายถึงส่วนของเขาแล้วจึงถูกปลุกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง 

“คือว่า...ซือเซี่ย ถึงบทของนายแล้ว...” 

ฉากต่อไปคือคนแคระทั้งเจ็ดนำเจ้าหญิงสโนว์ไวท์วางในโลงแก้ว เจ้าชายแคว้นข้างเคียงรีบเร่งขี่ม้ามา ใช้จุมพิตที่อันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักทำให้เจ้าหญิงสโนว์ไวท์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง 

ซือเซี่ยขมวดคิ้วลืมตาขึ้นมอง จากนั้นก็สบตากับสายตาสงสารเห็นใจราวกับกำลังไว้อาลัยของทุกคน 

นี่มันสายตาอะไรกันเนี่ย? 

เยี่ยหวันหวั่นกระโดดไปยังโต๊ะตัวหนึ่งที่เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ ขยับขาทั้งสอง หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางแบบพกพาออกมา “รอเดี๋ยวนะ ฉันขอเติมหน้าหน่อย” 

เติมอายแชโดว์ ปัดแก้มให้เข้มขึ้น แล้วเติมลิปสติกสีม่วงอีกสักหน่อย ผลลัพธ์ที่ได้สุดยอดระดับ MAX ไปเลย! 

“โอเค ฉันพร้อมแล้ว” เมื่อทาลิปสติกเสร็จแล้ว เยี่ยหวันหวั่นแหงนหน้านอนลง 

ภายใต้สายตาที่ฆ่าคนตายได้ของผู้หญิงทุกคน ซือเซี่ยลูบผมที่ยุ่งเล็กน้อยจากการนอนหลับ ปลดกระดุมคอเสื้อออกอย่างรำคาญใจ เดินเข้าไปตรงหน้าหญิงสาวทีละก้าวๆ 

จ้องมองผมทรงแอฟโฟรสีเขียวของหญิงสาว การแต่งหน้าสไตล์เฮฟวี่เมทัล (Heavy Metal) ที่เหมือนกับผี รอยสักหัวกระโหลกอินดี้พร้อยไปทั้งตัว รวมทั้งลิปสติกสีม่วงจนเกือบดำบนริมฝีปากคู่นั้น กระเพาะของชายหนุ่มเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรง 

ซือเซี่ยกอดความคิดที่ว่าตายเร็วก็ได้เกิดใหม่เร็ว สูดหายใจเข้าลึก แล้วก้มตัวลงไปช้าๆ ... 

ฉลากที่ตัวเองจับขึ้นมาเอง ต่อให้คุกเข่าก็ต้องเล่นต่อไป! 

“กรี๊ด อย่านะ!” มีผู้หญิงบางคนตกใจเสียจนหลับตาไม่มอง ราวกับนี่ไม่ใช่ภาพฝันในนิทานวัยเด็ก แต่เป็นหนังสยองขวัญอะไรสักอย่าง 

“เฮ้ย คงไม่ได้จะจูบจริงหรอกนะ! พวกเราเป็นแค่เด็กมัธยมปลาย เล่นใหญ่มากไปไม่ได้ ฉากจูบแค่อาศัยมุมฉากก็พอแล้ว!” 

“เพ้อเจ้อ ก็ต้องอาศัยมุมฉากอยู่แล้วสิ! แต่ว่าปัญหาคือต่อให้อาศัยมุมก็ทนไม่ได้ต่างหากเล่า” 

... 

อาศัยมุมฉาก? เขาเข้าใกล้เธอในระยะสามก้าวก็นับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์แล้ว... 

แทบจะในขณะที่ซือเซี่ยเพิ่งก้มตัวลงมาเข้าใกล้อีกนิด เขากลับยืดตัวกลับขึ้นไปทันที แล้วไออย่างรุนแรง สาวๆ ที่ห้อมล้อมอยู่เห็นดังนั้น ส่งน้ำส่งผ้าขนหนูให้เขาอย่างสงสารจับใจ 

เฉิงเสวี่ยถลึงตามองเยี่ยหวันหวั่นอย่างแรง เห็นท่าทางของซือเซี่ย เธอสงสารเสียจนจะร้องไห้อยู่แล้ว “ซือเซี่ย อย่าทำให้ตัวเองต้องลำบากอีกเลยดีไหม?” 

เยี่ยหวันหวั่นปีนลุกขึ้นมาด้วยสีหน้าใสซื่อ “เอ๊? เป็นอะไรไป?” 

ซือเซี่ยดื่มน้ำเข้าไปทั้งขวดถึงได้สงบลง เอ่ยขึ้นอย่างยากลำบากว่า “เธอ...เปลี่ยนสีปากหน่อย...” 

เยี่ยหวันหวั่นกะพริบตาปริบๆ “กินแอปเปิ้ลพิษเข้าไปโดนวางยาพิษ ปากก็ต้องเป็นสีม่วง ถูกต้องแล้วนี่!” 

ระหว่างคิ้วของชายหนุ่มแฝงด้วยความใกล้จะถึงจุดแตกหักเต็มที “หุบปาก ให้เปลี่ยนเธอก็เปลี่ยนสิ!” 

“ก็ได้ เปลี่ยนก็เปลี่ยน~” เยี่ยหวันหวั่นเบ้ปาก ทำท่าเหมือนต่อว่าว่าเอาใจยากจริง สุดท้ายก็หยิบเครื่องสำอางออกมา ลบลิปสติกสีม่วงออก เปลี่ยนเป็นลิปสติกสีแดงสดที่ค่อนข้างปกติ 

“แบบนี้ได้แล้วใช่ไหม?” 

ซือเซี่ยหลับตา “ลองอีกที” 

“อื้อ” เยี่ยหวันหวั่นทำได้เพียงนอนลงไปใหม่อีกครั้ง 

ซือเซี่ยเดินเข้าไปหาเยี่ยหวันหวั่นใหม่อีกครั้ง ก้มหัวลงอีกครั้ง เข้าใกล้ช้าๆ ... 

จ้องใบหน้าที่แต่งหน้าฉูดฉาดหน้าเตอะ รวมถึงปากสีเลือด ครั้งนี้ ซือเซี่ยพุ่งออกนอกห้องเรียนไปเลย 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดซือเซี่ยก็กลับมาในอาการเซื่องซึม มองดูเหมือนคนทั้งคนได้ถูกกระชากวิญญาณออกไปแล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นเห็นดังนั้น ก็รู้สึกไร้คำพูด ตาหมอนี่สุดยอดจริงๆ ดื้อหัวชนฝาเพื่อรักษาหน้าลูกผู้ชาย คุ้มเหรอ? 

ไปหาอาจารย์เพื่อคัดค้านแล้วขอเปลี่ยนคนซะก็จบเรื่องแล้ว เธอก็ไม่ต้องลงแรงมากขนาดนี้ด้วย! 

ความคิดเห็น