facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 41 หน้าตาสวยเป็นความผิดของฉันด้วยเหรอ? / บทที่ 42 อยู่เป็นเพื่อนฉันหกชั่วโมง

ชื่อตอน : บทที่ 41 หน้าตาสวยเป็นความผิดของฉันด้วยเหรอ? / บทที่ 42 อยู่เป็นเพื่อนฉันหกชั่วโมง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2564 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 41 หน้าตาสวยเป็นความผิดของฉันด้วยเหรอ? / บทที่ 42 อยู่เป็นเพื่อนฉันหกชั่วโมง
แบบอักษร

บทที่ 41 หน้าตาสวยเป็นความผิดของฉันด้วยเหรอ?  

เยี่ยหวันหวั่นชื่นชมใบหน้าเรียวเล็กของตัวเองในกระจก ต่อให้ดูอย่างไรก็ดูดี จึงเหล่สายตามองเธอทีหนึ่ง “หน้าตาสวยเป็นความผิดของฉันเหรอ?” 

เฉินเมิ่งฉีพลันสะอึกไป “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น เพียงแต่อยากเตือนให้เธอระวังหน่อย อดทนมาได้ตั้งนานขนาดนี้ อย่ามาตกม้าตายตอนสุดท้าย ไม่ง่ายเลยกว่าที่ปีศาจร้ายคนนั้นจะหมดความสนใจในตัวเธอ ยอมปล่อยให้เธอออกมาจากสวนจิ่นหยวนได้ หากได้เห็นว่าเธอสวยขนาดนี้ แล้วเกิดสนใจเธอขึ้นมาอีกจะทำอย่างไร?” 

เฮอะๆ นังปีศาจร้าย... 

เยี่ยหวันหวั่นได้ยินคำพูดของเฉินเมิ่งฉี มือเท้าคางบ่นพึมพำ “ซือเยี่ยหานไม่สนใจแม้ว่าฉันจะมีสภาพน่าเกลียดขนาดนั้น บางทีเขาอาจจะรักฉันจริงๆ ก็ได้?” 

เฉินเมิ่งฉีรีบพูดโพล่งออกมา “จะเป็นไปได้อย่างไร นั่นมันปีศาจร้ายที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ทั้งยังชอบทรมานผู้หญิงโดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นพวกโรคจิตเลยก็ว่าได้ เธอแค่โชคร้ายถูกเขาเลือกก็เท่านั้น สองปีมานี้เขาทำอะไรกับเธอบ้าง หรือว่าเธอลืมไปหมดแล้ว?” 

เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า “อ้อ แบบนี้ก็...” 

ไม่รู้ว่าซือเยี่ยหานได้ยินเฉินเมิ่งฉีวิจารณ์เขาขนาดนี้จะรู้สึกอย่างไรบ้าง? 

หึ เธอในชาติก่อนโง่เขลาให้เฉินเมิ่งฉีหลอกใช้ ไม่เพียงสร้างโอกาสให้เธอได้ใกล้ชิดซือเยี่ยหานไม่รู้กี่ครั้ง ชมเธอต่อหน้าซือเยี่ยหาน และเพื่อเฉินเมิ่งฉีแล้ว เธอได้แสวงหาผลประโยชน์ต่อหน้าซือเยี่ยหานให้กับเฉินเมิ่งฉี และตระกูลเฉินไปไม่น้อยเลย 

อย่างไรตระกูลซือก็ยิ่งใหญ่เหมือนสัตว์ใหญ่มหึมา เพียงแค่ช่วยเหลือเพียงเศษผง ก็ทำให้ตระกูลเฉินเลื่อนตำแหน่งก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ด 

เป็นเพราะเยี่ยหวันหวั่นช่วยพูดกับซือเยี่ยหานให้ช่วยเหลือตระกูลเฉิน ต่อมาทั้งตระกูลเฉินก็ได้เฉิดฉาย จากบริษัทขนาดเล็กมากได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มบริษัททุนจดทะเบียน ผงาดขึ้นมาเป็นบริษัทชื่อดังของเมืองหลวง 

ชาตินี้ยังคิดจะเหยียบหัวเธอเพื่อผงาดขึ้นไปอีก ถึงขั้นอยากจะครอบครองตำแหน่งนายหญิงซือ? ฝันหวานเกินไปแล้ว! 

เฉินเมิ่งฉีไม่รู้ความคิดในเวลานี้ของเยี่ยหวันหวั่นเลยสักนิด จึงเกิดความกลัวว่าเยี่ยหวันหวั่นจะมีใจให้กับซือเยี่ยหาน รีบดึงไม้ตายกู้เยว่เจ๋อออกมาใช้ “หวันหวั่น เธอกำลังโกรธคุณชายกู้อยู่ใชไหม? ความจริงถ้าให้ฉันพูดนะ ครั้งก่อนไม่ใช่ความผิดของคุณชายกู้ แต่เป็นเพราะเธอที่ใจร้อนเกินไป หากว่าตอนนั้นเธอหนีไปกับคุณชายกู้ หลังจากนั้นค่อยอธิบายให้เขาเข้าใจว่าเธอโดนบังคับ ไม่แน่พวกเธออาจจะได้อยู่ด้วยกันไปแล้วก็ได้ 

แต่ผลสุดท้ายเธอกลับเล่นตัวไม่ยอมหนีไปกับเขา ทำให้ความพยายามของฉันต้องสูญเปล่า ทั้งต้องช่วยเธอติดต่อกับคุณชายกู้ ทั้งยังช่วยเธอดึงความสนใจจากพวกลูกน้องที่สวนจิ่นหยวนอีก” 

เยี่ยหวันหวั่นได้ฟังแล้วก็ทอดถอนใจ แสร้งทำเป็นเสียดายเอ่ยไปว่า “เมิ่งฉี ฉันรู้ว่าเธอก็เป็นห่วงฉัน เป็นเธอที่เสนอความคิดให้ฉันแต่งตัวอัปลักษณ์เพื่อหลบหลีกจากซือเยี่ยหาน เป็นเธอที่คอยช่วยฉันคิดหาวิธีหลบหนี และก็เป็นเธอที่คอยช่วยฉันติดต่อกับกู้เยว่เจ๋อ...” 

เฉินเมิ่งฉีเห็นว่าเยี่ยหวันหวั่นยังคงโง่เขลาเช่นนั้นตามที่คิด นัยน์ตาฉายแววเย้ยหยัน ทว่าบนใบหน้ากลับเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ “หวันหวั่น เธอเป็นเพื่อนรักของฉันนะ ไม่ให้ฉันช่วยเธอแล้วจะให้ฉันช่วยใคร ดังนั้นเธอต้องฟังที่ฉันพูด เธอเลิกงอนคุณชายกู้ได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เธอจะห่างจากสวนจิ่นหยวนมาได้ ควรจะคว้าโอกาสนี้ไปหาคุณชายกู้ซะนะ ไม่อย่างนั้นหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป แล้วเมื่อไรเธอจะตามคุณชายกู้ให้กลับมาได้!” 

เยี่ยหวันหวั่นเหลือบมองไปทางห้องน้ำเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยพูดอย่างเนิบช้า “ใครบอกว่าฉันจะตามเขากลับมาเหรอ?” 

เฉินเมิ่งฉีได้ยินก็ตกตะลึง คิ้วขมวดย่นพูดไปว่า “คุณชายกู้เป็นคู่หมั้นของเธอแท้ๆ แต่กลับถูกพี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเธอแย่งไป เธอต้องแย่งกลับมาอยู่แล้วสิ หรือว่าเธออยากยอมแพ้แล้ว? เรื่องนี้จะเป็นไปได้อย่างไร ไม่เท่ากับยอมให้เยี่ยอีอีผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นเอาเปรียบเหรอ!” 

เยี่ยหวันหวั่นมองท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของเฉินเมิ่งฉีด้วยรอยยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ลูบเบาๆ ไปที่คิ้วของตัวเองในกระจก เอ่ยอย่างใจเย็น “รองเท้าเก่าที่ฉันทิ้งไปแล้ว จะเก็บกลับมาทำไม? มันจำเป็นด้วยเหรอ? หากเยี่ยอีอีรู้สึกว่าตัวเองได้เปรียบฉัน เช่นนั้นก็ปล่อยให้เธอคิดแบบนั้นไปเถอะ” 

 

 

บทที่ 42 อยู่เป็นเพื่อนฉันหกชั่วโมง 

รองเท้าเก่า... 

เฉินเมิ่งฉีตะลึงตาค้าง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเยี่ยหวันหวั่นจะพูดคำแบบนี้ออกมาได้ 

ต้องรู้ก่อนว่า กู้เยว่เจ๋อเป็นเหมือนเทพบุตรของเยี่ยหวันหวั่น ไม่ว่าใครก็ห้ามพูดถึงกู้เยว่เจ๋อไม่ดีแม้เพียงครึ่งประโยค 

เฉินเมิ่งฉีรู้สึกประหลาดใจ จ้องมองเธออย่างตกตะลึง “หวันหวั่น เธอ...เธอพูดถึงคุณชายกู้แบบนี้ได้อย่างไร! ทั้งหมดเป็นความผิดของเยี่ยอีอีผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้น พ่อของเยี่ยอีอีแย่งตระกูลเยี่ยไป เยี่ยอีอียังหน้าด้านมาแย่งคู่หมั้นของเธอไปอีก คุณชายกู้เพียงแต่ไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ก็เท่านั้น สรุปแล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมจู่ๆ เธอก็มีความคิดแบบนี้?” 

เยี่ยหวันหวั่นยึดมั่นเด็ดเดี่ยวอยู่กับกู้เยว่เจ๋อ เพื่อกู้เยว่เจ๋อแล้วเธอถึงขนาดยอมตัดขาดความสัมพันธ์กับพ่อแม่ของตัวเอง แล้วจะมาเปลี่ยนใจยอมแพ้กะทันหันเช่นนี้ได้อย่างไร 

เยี่ยหวันหวั่นพูดไปส่งๆ “ไม่มีอะไร แค่อยู่ๆ ก็คิดได้แล้วเท่านั้น” 

เฉินเมิ่งฉีรีบโน้มน้าวเธอ “หวันหวั่น เธออย่าใช้อารมณ์สิ รักกันมาตั้งหลายปี...” 

เยี่ยหวันหวั่นหาวนอนฟอดใหญ่ แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อไปแล้ว จึงพูดขัดจังหวะขึ้นมา “ฉันง่วงแล้ว คราวหน้ามีเวลาค่อยคุยกันนะ” 

เฉินเมิ่งฉีเดิมทีอยากพูดต่อ แต่ว่าเห็นเยี่ยหวันหวั่นหาวฟอดใหญ่ล้มตัวลงนอนกับเตียงแล้ว จึงทำได้เพียงขอตัวก่อน 

ทำไมถึงรู้สึกว่าเยี่ยหวันหวั่นกลับมาโรงเรียนคราวนี้ เหมือนจะมีตรงไหนแปลกไป... 

เมื่อก่อนเธอเชื่อและทำตามทุกคำพูดของตน ตอนนี้กลับเหนือการควบคุมของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งท่าทีที่มีต่อเธอก็ยิ่งดูเย็นชาขึ้นทุกวัน 

เมื่อมั่นใจว่าเฉินเมิ่งฉีจากไปแล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็รีบลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำโดยเร็ว 

บทสนทนาที่เธอคุยกับเฉินเมิ่งฉีเมื่อครู่ ซือเยี่ยหานน่าจะได้ยินแล้ว คงจะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเฉินเมิ่งฉีแล้ว? 

เยี่ยหวันหวั่นดึงเปิดประตูห้องน้ำ รีบเชิญปีศาจร้ายออกมาโดยเร็ว “ขอโทษนะ ขอโทษ กลับไปแล้วล่ะ ที่แท้ก็เป็นเฉินเมิ่งฉี ฉันคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจหอเสียอีก ทำเอาฉันตกใจแทบแย่” 

ตอนที่เยี่ยหวันหวั่นเปิดประตู ร่างกายอันสูงใหญ่ของซือเยี่ยหานได้พิงแอบอยู่กับอ่างล้างหน้า ในตะกร้าด้านข้างก็มีเสื้อผ้าที่ใส่แล้ววางอยู่ข้างใน ด้านบนสุดของกองผ้าก็มีชุดชั้นในลายสตอเบอร์รี่ของเธอ 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกเก้อเขินขึ้นมาทันที รีบคว้าผ้าขนหนูผืนหนึ่งโยนไปปิดมันไว้ แล้วแอบชำเลืองสังเกตสีหน้าของซือเยี่ยหาน 

เพียงแต่ ความคิดของซือเยี่ยหานแสดงออกชัดเจนมากว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาที่เธอจะเดาออกได้โดยง่าย ใบหน้าของชายหนุ่มไม่มีความผิดปกติอะไรแม้แต่น้อย เดาไม่ออกเลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ 

ซือเยี่ยหานมองเธออยู่หลายนาที จากนั้นก็ใช้นิ้วมือลูบไล้กรามอันละเอียดอ่อนของสาวน้อยอย่างเบามือ เสียงอันแหบพร่าดังก้องอยู่ในห้องน้ำอันคับแคบ “หกชั่วโมง จะให้อภัยเธอ” 

“ห๊ะ? หกชั่วโมงอะไร?” เยี่ยหวันหวั่นยังไม่ทันรู้ตัว 

ซือเยี่ยหาน “นอนกับฉัน” 

เยี่ยหวันหวั่นนิ่งไป 

ความคิดเห็น