ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 สร้างฐานลับใต้ดิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 สร้างฐานลับใต้ดิน

คำค้น : ซอมบี้,วันสิ้นโลก,วิกฤตรักวันสิ้นโลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 393

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2564 13:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 สร้างฐานลับใต้ดิน
แบบอักษร

เครื่องบินของพวกเขากับอโดนิสลงจอดกันที่เมืองฟอเรสซิตี้ตามคำแนะนำของเดอะฮันควีน ไม่แปลกใจเลยที่ได้ขึ้นชื่อว่าฟอเรสซิตี้นั่นก็เพราะที่เมืองนี้เต็มไปด้วยเศษซากของไม้ คาดว่าก่อนที่จะเกิดเหตุวันสิ้นโลกแบบนี้ที่นี่เคยเป็นที่ที่อุดมสมบูรณ์มาก่อน 

 

"นี่เอเดนนายไม่จำเป็นต้องประคองผมเหมือนขนป่วยแบบนี้ก็ได้"นั่นแหละครับ ที่พวกเราสองคนมาอยู่ในสภาพนี้ได้ก็เพราะผมเกิดเมาเครื่องบินเลยเกิดอาการคลื่นใส้นิดหน่อย 

 

"ช่างเถอะหน่าเดี๋ยวนายก็ด้อ้วกอีกหรอก" 

 

ชิ...ครั้งนี้ผมยอมก็ได้ ก็อ้วกจนแทบไม่มีแรงจะเดินสะขนาดนั้น เห้อ...ทำไมลูกถึงแกล้งพ่อได้ขนาดนี้น้า... 

 

สายธารได้แต่คร่ำครวญ.. 

 

"แล้วทีนี้เราจะเอายังไงกันต่อดีล่ะ เราจะหาที่ซ่อนตัวบนที่สูงหรือควรจะอยู่ในพื้นที่ต่ำ"อโดนิสเดินเข้ามาถาม เขาให้พวกทหารที่มากับเขาผักผ่อนกันก่อนแล้ว 

 

นั่นสิจะเอายังไงดี 

 

[เพื่อลดอัตราความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นฉันแนะนำว่าให้ทุกคนอยู่ที่ต่ำโดยเฉพาะรส้างบังเกอร์หรือแลปใต้ดิน]  

 

หะ?!แลปใต้ดินเอาจริงดิ พวกเราไม่มีเวลาพอที่จะหาวัสดุก่อสร้างและกำลังพลมากขนาดนั้นนะครับพี่ จะให้หาเอาเกรงว่าที่นี่ก็ไม่น่าจะมีด้วยซ้ำ 

 

[ไม่ต้องห่วง ในหัวของพวกซอมบี้จะมีผลึกสีม่วงอยู่ยิ่งมีสีเข้มก็จะยิ่งมีราคาสูงนายสามารถนำมันมาแลกเป็นเงินแล้วซื้อฐานลับได้สบาย] 

 

สุดยอด!พี่สายธรชักเครื่องติดแล้วสิ! 

 

"เอางั้นก็ได้ เอ่อ...คุณอโดนิสครับเดอะฮันควีนแนะนำมาว่าเราควรสร้างฐานลับใต้ดิน แต่ไม่ต้องตกใจนะครับผมเพียงแค่ต้องการกำลังคนของคุณจัดการกับพวกซอมบี้แล้วนำผลึกสีม่วงที่อยู่ในหัวของพวกมันมาให้ผมน่ะครับ"เขาต้องรีบอธิบายเมื่อสิ่งที่เขาพูดมันดูเรื่องใหญ่มากไปหน่อย 

 

"ต้องการเท่าไหร่"อโดนิสถามเสียงเข้มใบหน้าฉายแววกังวลนิดหน่อย 

 

"เท่าที่จะหาได้เลยครับ"เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องใช้เท่าไหร่ แต่เยอะไว้ก่อนยังไงก็ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน 

 

"โอเคฉันเชื่อใจนาย แต่ขอให้ทหารของฉันได้ผักผ่อนสักนิดพวกนั้นเหนื่อยมามากแล้ว" 

 

"ได้ครับไม่มีปัญหาเดี๋ยวผมจะขอตัวออกไปทำอะไรบางอย่างสักหน่อยนะครับ"ผมดึงเสื้ออโดนิสสองสามทีประมาณว่านายน่ะต้องตามฉันไปด้วย... 

 

"เดี๋ยวกูมานะ"เอเดนว่า อโดนิสจึงพยักหน้าตอบ  

 

"จะไปไหนวะหะเตี้ย"เอเดนทำหน้ามึนถามคนที่ลากเขาไปไม่หยุด 

 

"ใครเตี้ยไม่ทราบหะ จะบอกให้นะผมเนี่ยสูงกว่าไมเคิลแจ็คสันเสียอีก!"สายธารหน้านิ่วคิ้วขมวดหันมามองคนตัวเหม็น 

 

"ไมเคิลเสินเจิ้นอ่ะดิ แล้วสรุปจะบอกได้ยังว่าจะไปไหน" 

 

"ก็มาลองอะไรนิดหน่อย คุณจำตอนที่ผมนำชิ้นส่วนของซ่อมบี้มาวิจัยได้ไหมผมอยากลองทำอะไรบางอย่างน่ะ" 

 

เขากับเอเดนเดินลัดเลาะไปตามทางจนมาเห็นฝูงซอมบี้กลุ่มหนึ่งประมาณสามถึงสี่ตัวกำลังนั่งแทะศพ เห็นว่าได้โอกาสเขาจึงเรียกธนูออกมาแล้วค่อยยิ่งไปที่หัวของพวกมัน 

 

แฮร่! 

 

แฮร่บ้านเตี่ยเอ็งอ่ะดิ ฟิ้ว!ฉึก! 

 

"แม่นชิบหายเฮดช็อตหมดทุกตัว ไม่ธรรมดาจริงๆ" 

 

แหงอยู่แล้วพี่สายธารสะอย่างคนมันเก่งก็งี้แหละทำไงได้... 

 

"เดี๋ยวคุณช่วยแบะหัวมันออกทีนะครับ ผมต้องการผลึกที่อยู่ในหัวของมัน"เรื่องแบบนี้เขาไม่ไคร่จะทำเองสักเท่าไหร่จึงขอตัวเดินออกมาหาซอมบี้อีกตัวที่นอนแน่นิ่งแล้วจัดการเฉือนหนังของมันออกมาทำการวิจัย 

 

[DNA ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับต่ำ: พัฒนาเซลล์ในร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มค่าความแข็งแกร่ง+60 ค่าความเร็ว+60 สามารถวิจัยได้ทั้งหมด 10ครั้ง (2)] 

 

แสดงว่าเขาสามารถวิจัยDNAแบบเดิมได้ทั้งหมดสิบครั้งสินะ แต่จากการที่ผมลองเชือดหนังซอมบี้ตัวเดิมแล้ววิจัยต่อแสต็คมันจะไม่ขึ้นให้ต้องใช้DNAจากตัวที่ไม่ซ้ำกันเท่านั้น  

 

"นี่หรือเปล่าผลึกสีม่วงที่ว่า"เอเดนหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดผลึกที่ติดคราบบเลือดกับสมองออกเผยให้เห็นผลึกเรียบเนียนก้อนหนึ่ง  

 

"ใช่ครับอันนั้นแหละนายช่วยเก็บให้ผมหน่อยส่วนที่เหลือ" 

 

เอเดนพยักหน้าแล้วลงมือจัดการแบะหัวต่อ ส่วนเขาก็เชือนเนื้อวิจัยต่อให้เสร็จไปทีล่ะตัวจนครบ แน่นอนว่าระหว่างนั้นมีซอมบี้ที่ตามกลิ่นคาวเลือดของซากศพมากันอีกเพรียบ เขากับเอเดนเลยลงมือจัดการพวกนั้นสะจนหมด 

 

"อ่ะผลึกที่ได้มามีทั้งหมด12ก้อน" 

 

"ขอบคุณครับ"ผมรับมาแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเป็นจังหวะเดียวกันที่ผมวิจัยDNAเป็นรอบสุดท้าย 

 

[DNA ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับต่ำ: พัฒนาเซลล์ในร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น เพิ่มค่าความแข็งแกร่ง+100 ค่าความเร็ว+100 +ทำความเสียหายต่อซอมบี้กลายพันธุ์ระดับต่ำเพิ่มขึ้น60%] 

 

โอ้พระเจ้า!นี่มันงานดีเกรดพรีเมียมชัดๆเลย! 

 

"เป็นอะไรน่ะเห็นยืนยิ้มอยู่คนเดียว ระ...หรือว่านายติดเชื้อ!"เอเดนเห็นอีกฝ่ายยิ้มสยองชวนขนลุกก็เลยแอบแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่วายยังทำให้อีกฝ่ายหุบยิ้มลงแล้งหน้าบึ้งทันที 

 

"ติดเชื้ออะไรกันล่ะนายนี่เพ้อเจ้อจริงๆ"สายธารยืนส่ายหัว 

 

"ไปๆกลับที่พักกันเถอะครับ" 

 

พวกเขากลับมาที่พักอีกครั้งก็เห็นว่าอโดนิสกำลังยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดกาวน์สีขาวเหมือนพวกนักวิทยาศาตร์หรืออะไรสักอย่าง  

 

"กลับมากันแล้วหรอ มีคนแนะนำให้รู้จักเธอคือเพื่อนที่ว่าชื่อมากาเร็ตเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับพืช" 

 

"ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ นี่ถ้าไม่มีฉันไม่มีประโยชน์ในตอนนี้ไอ้หมอนี่ก็คงปล่อยให้ฉันแห้งตายคาแลปแน่ๆจ้ะ"อีกฝ่ายขว้ามือเขาไปจับแล้วยิ้มเป็นมิตร อยากบอกว่าพี่สาวคนนี้โคตรสวยเลย!! 

 

"แฮะๆ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"ตามประสาพี่สายธารคนยังโสดอาการมันก็เลยออกจะเขินหน่อยๆ 

 

"หยุดเขินเลยถ้านายไม่อยากเสียใจ เธอน่ะโรคจิตจะบอกไว้ให้"อยู่ๆเอเดนก็มากระซิบข้างหูทำเอาผมขนลุกซุ่เลยทีเดียว  

 

นี่อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้ชอบซาดิสน่ะ อูย....ไม่เอาดีกว่า 

 

"เอาล่ะ ตอนนี้ทหารของฉันพร้อมแล้วเราจะออกล่าตระเวรหาผลึกสีม่วงกัน" 

 

เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของทุกคนงานนี้พวกทหารยอมเสียสละเพื่อตามหาผลึกสีม่วงนี้อยู่ในหัวของซอมบี้ แต่การที่จะได้มันมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน 

 

พวกเขาใช้เวลาร่วมๆทั้งหมด3วันเพื่อค้นหาผลึกสีม่วงในหัวซอมบี้ทั้งหมด10,000ก้อน เรียกได้ว่าหากันจนตาแตกกันเลยทีเดียว แถมสภาพแต่ละคนยังเหนื่อยล้าแทบจะสลบแหล่ไม่สลบแหล่ ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรถือว่างานนี้ต้องยกความดีความชอบให้พวกนายทหารเขา 

 

"หนึ่งหมื่นก้อนผลึกสีม่วง..."เขานี่ถึงกับปาดเหงื่อเลยทีเดียว  

 

ตอนนี่พวกเขามาอยู่ในป่าของเมืองฟอเรสซิตี้ที่มีอาณาเขตกว้างพอจะทำให้ฐานลับใต้ดินนั้นมั่นคง มันอาจจะฟังดูน่าเหลือเชื่อนิดหน่อยแต่ตอนนี้ผมกำลังใช้แต้มจำนวนผลึกสีม่วงทั้งหมดเผื่อสร้างฐานลับใต้ดินขึ้นมา  

 

"ยังเหลืออีก1,000กว่าแหะได้มาเยอะกว่าที่คิด"ต้องขอชื่นชมคนอื่นๆ เพราะบางตัวที่มีความโหดสูงก็จะได้ผลึกหนึ่งก้อนที่มีมูลค่าเทียบเท่า1ก้อนถึง5เท่า 

 

ตึ้ง!! 

 

"เห้ย!!!"ทุกคนต่างตกใจกับเสียงที่ดังราวกับระเบิดนิวเคลียร์  

 

แต่ที่จริงแล้วมันคือฐานลับขนาดใหญ่ลึกไปยังใต้ดินหลายเมตรเทียบเท่ากับตึก150ชั้นประมาณ700ร้อยเมตร ทั้งยังแตกแขนงออกมาเป็นห้องๆเหมือนรวงผึ้งขนาดใหญ่เสียอีก  

 

"ในข้อมูลบอกว่ามีห้องพักประมาณ100ห้อง ห้องแลป10ห้อง มีห้องน้ำห้องครัวในตัวแต่ละห้องทุกห้อง มีห้องปฏิบัติการควบคุม5ห้อง ห้องเพื่อการเกษร4ห้องพื้นที่100ไร่ บลาๆ"อธิบายไปสมองก็ปวดตึบๆใจนี่สั่นระรัวเลย  

 

10,000ที่หากันมาตั้งสามวันถือว่าคุ้ม! 

 

ตอนนี้ฐานลับของพวกเขาถูกส่งลงมาเหมือนยานจรวดพุ่งลงมาเหมือนเข็มขนาดมหึมาปักลงไปยังใต้ดินประมาณ700กว่าเมตรอีก100ร้อยเมตรเป็นลิฟท์ทางเข้า-ออก ก่อนที่มันจะแยะส่วนประกอบออกมาเป็นฐานลับใต้ดินตามที่ได้กล่าวข้างต้น นี่มันวิทยาการสุดล้ำชัดๆ!! 

 

"ว้าว...นี่มันเรื่องน่าเหลือเชื่อชัดๆเลย!"เอเดนเดินเข้ามาเนียนโอบเอวร่างบางของพี่สายธารคนดี แต่เจ้าตัวไม่ทันสังเกตุหรอกเพราะมัวตื่นเต้นอยู่ 

 

"เกิดมาชั้นก็พึ่งเคยเห็นอะไรอย่างนี้นี่แหละ ยิ่งกว่าหนังไซไฟที่ดูเสียอีก"มากาเร็ตเบิกตากว้างชื่นชมวิทยาการสุดล้ำของเดอะฮันควีน 

 

"ผมว่าเข้าไปข้างในกันเถอะครับเดี๋ยวพวกซอมบี้มันจะแห่มาเพราะได้ยินเสียงพวกนี้เสียก่อน"ทุกคนเห็นด้วยเพราะเห็นว่าตอนที่ฐานลับพุ่งลงมาเสียงดังกระหึ่มมาก 

 

"ไปเร็วอย่าเข้า! พวกนายจะได้พักอย่างเต็มอิ่ม!"อโดนิสสั่งทหารของเขา พวกทหารก็ต่างเหดีใจกอดกันร้องให้กันใหญ่เพราะพวกเขารอดตายแล้ว 

 

ลิฟท์พาพวกเขาลงมายังชั้นแรกของฐานลับ น่าแปลกที่ไม่มีไฟฟ้าใช้แต่วงจรแผงควบคุมและไฟต่างๆกลับสามารถใช้ได้อย่างปกติ 

 

[แผงโซล่าเซลขนาดใหญ่ถูกติดตั้งไว้ที่ป่าฟอเรสฝั่งตะวันออกไม่ไกลมากเพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับฐานลับ และพลังงานความร้อนจากใต้ดินถูกส่วนที่อยู่ลึกที่สุดของฐานลับดูดซับความร้อนใต้พิภพมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าเช่นกัน ทำให้มีพลังงานไฟ้าหมุนเวียนใช้แล้วไม่หมดไป] 

 

"สุดยอด!"เขาเผลออุทานด้วยความดีใจจนคนอื่นๆหันมามองหน้า 

 

"มีอะไรหรอ"มากาเร็ตกระพริบตาปริบๆ เธออยากรู้่าอีกฝ่ายดีใจอะไร 

 

"นั่นสิ"ซอลที่สลบสไลไปนานก็ลืมตาขึ้นมาถาม 

 

"ไม่มีอะไรหรอกครับแค่ตกใจกับการแลกเปลี่ยนหมุนเวียนพลังงานไฟฟ้านิดหน่อยน่ะ" 

 

อโดนิสกับเอเดนที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญด้านพวกนี้สักเท่าไหร่ก็เลยเกิดอาการงุนงงเล็กน้อย 

 

"ถ้าให้วิเคราะห์ก็คงจะหมายถึงพลังงานที่ทางฐานลับดูดซัพมาจากความร้อนใต้พิภพกับพลังงานแสงอาทิตย์น่ะ"มากาเร็ตอธิบายให้สองหนุ่มฟัง  

 

แม่นอย่างกับตาเห็นไม่แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายเป็นถึงนักชีววิทยา... 

 

"พี่สาวรู้ด้วยหรอครับ"เขาถาม 

 

"แหมตายจริงปากหวานตาใสจริงเชียว ของมันเดาง่ายๆน่ะเมื่อกี้ก่อนที่ฐานลับจะลงมาพี่เห็นแผงโซล่าเซลล์ขนาดใหญ่ลงมาพร้อมกันเธออาจจะไม่ได้สังเกตุ แต่พลังงานแค่นั้นน่าจะช่วยได้แค่ครึ่งหนึ่งคงจะใช้ปัจจัยอื่นด้วยก็เลยสันนิฐานว่าคงเป็นพลังงานใต้พิภพ" 

 

"เอาเถอะ ยังไงพวกนายทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อนจะห้องส่วนตัวหรือนอนรวมก็ได้มีพอให้พวกนายทุกคนอยู่" 

 

"รับทราบ!!"พวกทหารทำท่าตะเบะยิ้มแฉ่งกันยกใหญ่  

 

"ห้องพักอยู่ชั้นที่30-80นะครับ"ผมเสริมอีกทีกลัวพวกเขาหลงกัน 

 

"ขอบคุณมากๆครับน้อง ถ้าไม่ได้น้องนี่พวกพี่คงหมดหวังแน่ๆ" 

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับพวกพี่ก็ช่วยผมเหมือนกันถือว่าร่วมด้วยช่วยกันนะครับ"สายธารยิ้มตาหยี่ ทำเอาพวกทหารถึงกับซึ้งก่อนจะแยกย้ายไปพัก 

 

"แล้วพวกเราจะเอายังไงต่อ"พี่ชัยถามขึ้น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอายังไงต่อแต่ปัจจัยที่ต้องการเป็นสิ่งต่อไปคืออาหาร 

 

"อาหารน่ะ พวกเราต้องการเสบียงเพื่อกักตุนเอาไว้ใช้ถ้าจะให้ดีควรเริ่มทำการเกษตรตั้งแต่พรุ่งนี้เลยจะได้มีอาหารไว้กักตุนเร็วๆ"ผมเสนอขึ้นพี่ชัยก็พยักหน้าเห็นด้วย ส่วนซอลอาสาทำหน้าที่ของส่วนเรื่องการจัดยาและปฐมพยาบาลเบื้องต้น 

 

"ไม่ต้องห่วงทหารของฉันพักหนึ่งวันก็คงจะมีแรงช่วยเต็มที่" 

 

"ส่วนพี่จะดูแลในเรื่องของการวิจัยและเพาะพันธุ์เมล็ดเองเรื่องนี้งานถนัดของพี่เลย" 

 

"ฝากด้วยนะครับ"เห็นทุกคนเต็มใจช่วยขนาดนี้ผมก็ดีใจ  

 

"ส่วนฉันจะดูแลในเรื่องห้องควบคุมแล้วกันเห็นอย่างนี้แต่ฉันก็เคยอยู่หน่วยทหารด้านเทคโนโลยีเลยนะ"เอเดนยิ้มแฉ่งประมาณว่ากำลังโอ้อวดสรรพคุณตัวเองอยู่ 

 

"จ่ะพ่อคุณ"ผมทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วพลักหน้าอีกฝ่ายออก อยู่ไกล้แล้วเหม็นจริงเชียว 

 

"เดี๋ยวฉันจะช่วยงานพวกทหารด้วยทางนั้นจะได้ไม่คิดว่าเอาตัวรอดอยู่คนเดียว"อโดนิสเป็นคนเดียวที่ควบคุมกองทหารของตัวเองอยู่ก็เลยปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการเสีย 

 

เมื่อจัดแจงตำแหน่งของทุกคนได้แล้วจึงแยกย้ายกันไปตามที่พักของแต่ละคน ว่าแต่.. 

 

"ทำไมนายถึงมานอนอุตุที่เตียงผมเนี่ยเอเดน!!"ใช่แล้วหมอนี่นี่แหละที่มาถึงห้องปุ๊ปก้ล้มตัวนอนลงบนเตียงเขาเลย 

 

"ก็อยากอยู่ด้วยน่ะ เผื่อปวดท้องขึ้นมาจะได้ช่วย"อีกฝ่ายทำหน้าตายียวน ผมเลยสวนกลับไปสองคำว่า... 

 

"ไม่ต้อง!!!"ร่างบางหน้าแดงก่ำ จะให้พี่สายธารผู้มาดแมนคนนี้นอนห้องเดียวกับชายชาตรีอย่างนั้นรึ ฝันไปเถอะ! 

 

_________________________________________________ 

ขอโทษที่หายไปนานน้า กว่าจะมีโอกาสมาลงก็ไปแล้ว9เดือน ร้องให้แปปTTTT ยังไงก็อย่าลืมกันน้าาาาา 

ความคิดเห็น