email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 46. สวนทาง และ หนึ่งในคนที่อยากปกป้อง

ชื่อตอน : ตอนที่ 46. สวนทาง และ หนึ่งในคนที่อยากปกป้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 41

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2564 02:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46. สวนทาง และ หนึ่งในคนที่อยากปกป้อง
แบบอักษร

“ข้าอดทนมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วพระชายา”

“.....!!!!”

สิ้นสุดเสียงทุ้มต่ำของซอลมิน อียูหลับตาปี๋ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ต่อคนตรงหน้าได้อีก

พรึบ!!!

“องค์ชะ.....!!!!!!”

เสียงผ้าม่านหน้ากระโจมสะบัดพร้อมกับแทซันเดินเข้ามายืนจังก้าอยู่ไม่ห่าง สายตาของซอลมินและอียูหันไปหาแทซันพร้อมกัน

ผลัก!!!!

“โอ๊ยย!!”

ด้วยความตกใจอียูสลัดแขนออกจากการจับกุมของซอลมินพร้อมกับผลักร่างสูงออกห่างจนซอลมินหน้าเสียหงายหลังตกจากเตียงเสียงดังตุบ

ซอลมินรีบลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลหันซ้ายหันขวาเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขินพรางมองอียูกับแทซันสลับกันไปมา

“!! อะ อะฮึ่ม!! เจ้ามีอะไร?!!”

“เอ่ออ ขออภัย ไว้กระหม่อมมาใหม่พะยะค่ะ”

“ไม่!!”

“...!!”

ซอลมินรีบยกมือห้ามตะโกนดักแทซันเอาไว้เสียงดัง ก่อนจะหันมองคนตัวเล็กด้วยสายตาคาดโทษ แต่อียูไม่ได้สนใจซอลมินอีกต่อไป

“เจ้ามีเรื่องอะไรก็ว่ามา”

“.....”

ซอลมินพูดไปพรางยกมือขึ้นกอดอก ใบหูทั้งสองข้างแดงจนแทบไม่ต้องสังเกต

แทซันไม่กล้าที่จะเอ่ยปากเพราะสิ่งที่ตนเพิ่งเห็นเมื่อครู่ ถึงทั้งสองจะแค่จูบกันก็เถอะ แต่สภาพนั้นถ้าเขาไม่เข้ามาขัดจังหวะหละก็ หลังจากนี้องค์รัชทายาทอาจมีรับสั่งตัดหัวเขาก็เป็นได้

“ทูลองค์รัชทายาท กระต่ายคืนรังแล้วพะยะค่ะ”

“.....อืม”

ซอลมินได้ยินอย่างนั้นจึงพยักหน้าให้กับแทซันเป็นอันเข้าใจ ก่อนจะหันมาขยับผ้าห่มห่มให้อียูเบามือ แต่อียูกลับเขินอายเกินกว่าจะมองหน้าเขาได้ในเวลานี้

“เจ้าพักผ่อนเถิด ข้าต้องกลับไปจัดการบางอย่างก่อน”

“หม่อมฉัน....ต้องอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อไรเพคะ?”

“.......!”

ซอลมินนิ่งไปกับคำถามของอียู แทซันก้มคำนับให้กับทั้งสองก่อนจะเดินออกไปรอที่ด้านนอก

“เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ข้าจะพาเจ้ากลับไปด้วย”

“......”

“ตอนนี้เจ้าต้องพักผ่อน ดูแลพระวรกายให้ดี”

“เพคะ”

อียูยิ้มบางๆ อย่างเชื่อใจ ถึงแม่ว่าเรื่องที่ผ่านมาทั้งคู่ยังไม่ได้คุยกันให้กระจ่างเท่าที่ควร แต่ซอลมินได้ตัดใจที่จะไม่ค้นหาความจริง และเลือกปกป้องอียูเอาไว้ให้ห่างไกลจากเสนาบีชิน จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะจบนางจะต้องอยู่ในที่ๆ ปลอดภัยไกลหูไกลตาคนในวังมากที่สุด

ซอลมินและแทซันควบม้าด้วยความเร็วตรงกลับไปยังเมืองฮันยางในทันที

‘กระต่ายกลับรัง’ ในความหมายของแทซันนั้น หมายถึงสายสืบในเงามืดได้กลับมาเพื่อมอบข่าวสารบางอย่างให้แก่ซอลมิน ซึ่งแน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องของเสนาบดีชิน

พรึ่บ!!!

ระหว่างทาง ม้าสีดำสามตัวพร้อมทั้งคนขี่บนหลังกำลังเร่งฝีเท้ามาแต่ไกลได้เคลื่อนผ่านซอลมินและแทซันไป

จังหวะที่ม้าสวนทางกันซอลมินไม่แม้แต่จะสนใจหรือไขว้เขวมองคนอีกฝั่งเพราะจิตรใจจดจ่ออยู่ที่พระราชวัง แต่ผู้ที่สวนไปกลับเอะใจหันมองไปยังซอลมินเล็กน้อยก่อนจะตั้งหน้าควบม้าตรงไปยังจุดหมายต่อ

“เฮ้อออ...”

ร่างเล็กในชุดฮันบกสีชมพูพริ้วไหวเดินวนเวียนอยู่ภายในกระโจมพรางกรุ่นคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะทางไหน นางก็ไม่อาจเข้าใจว่าเหตุใดองค์รัชทายาทจึงคิดว่านางจะปรงพระชนกัน

ถึงซอลมินจะยอมปลอยข้าจากการคุมขังที่ทรมาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ข้าจะต้องทำให้เขาเชื่อว่าข้าไม่เคยคิดจะทำเรื่องแบบนั้น รวมไปถึงไม่เคยพบเจอกับเสนาบดีชินเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ตุบตับๆๆ!!!!!

“คุ้มกันพระชายา เอื้ออออ...!!!”

เสียงเอะอะเหมือนกับกำลังมีการต่อสู้เกิดขึ้นภายในนอกกระโจม

เกิดอะไรขึ้น โจรงั้นหรือ อียูยืนตัวสั่นกับเสียงที่ได้ยินทำตัวไม่ถูก ทำไมถึงได้เกิดเรื่องร้ายแรงกับข้าบ่อยเหลือเกิน

ร่างเล็กหันซ้ายทีขวาทีหาทางหนีทีไร่แต่ด้วยกระโจมมีทางออกเพียงทางเดียว เสียงต่อสู่ด้านนอกนั่นดูเหมือนจะเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที

ข้าต้องออกไปไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

พรึบ!!

“......!!!!!”

“.....!!!!”

อียูวิ่งตรงไปยังทางประตูกระโจมด้วยใจที่หวาดกลัว แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อร่างสูงในชุดดำเปิดผ้าคลุมผืนใหญ่ในมือยังถือดาบที่อาบไปด้วยเลือดสดๆ

อียูค้างนิ่งไม่เชื่อสายตา สองเท้าก้าวถอยหลังทั้งที่สมองยังไม่ได้สั่งการ แม้จะเป็นแค่แวปเดียวแต่คนตรงหน้ากลับทำให้อียูเห็นปีศาจร้ายในตัวเขาที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน

“ฮีวอน!”

“ดีใจที่ได้พบเจ้าอีก......แต่”

“......!!”

“น่าเสียดาย.....มันต้องจบลงตรงนี้”

“....!!”

น้ำเสียงและท่าทางของฮีวอนราวกับคนละคนที่อียูเคยรู้จัก เขาเยือกเย็นไร้ปราณี แม้กระทั่งแววตาและน้ำเสียง

อียูผ่อนลมหายใจออกยาวยืดต่อหน้าฮีวอน ทุกอย่างผุดขึ้นมาในหัวอย่างรวดเร็ว นี่หรือคือสาเหตุที่องค์รัชทายาททรงหมายถึง ในที่สุดฮีวอนนี่เอง

ที่ผ่านมาข้ามัวทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเขา ร่างเล็กเอียงคอมองออกไปยังนอกกระโจมเห็นศพของทหารนับสิบคนนอนระเกะระกะ

ยิ่งทำให้มั่นใจว่าเป็นเขาที่เคยจะเอาชีวิตของข้ามาแล้วครั้งนึง

“องค์รัชทายาท!”

“หืม?”

ในขณะที่ทั้งสองกำลังมุ่งไปยังพระราชวังเนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลจึงต้องลดผีเท้าม้าลงเพื่อให้ม้าได้พักเหนื่อย

แทซันเห็นบางสิ่งที่เขาคุ้นตาและบอกให้ซอลมินหันมอง

“นั่นใครกัน?”

“ท่านหมอจากหมู่บ้านใกล้ๆนี้พะยะค่ะ”

“....”

ทั้งสองค่อยๆ คุมให้ม้าเดินไปตามทางจนกระทั่งถึงตำแหน่งที่ท่านหมอชราเดินอยู่

“อ่าว พวกท่านนั่นเอง!”

“ไม่ทราบว่าท่านหมอกำลังจะไปที่ใด?”

แทซันก้มหน้าถามท่านหมอที่อยู่ด้านล่างด้วยท่าทีเป็นมิตร

“ข้าก็กำลังจะไปหาแม่หญิงของท่านอย่างไรเล่า มียาบางตัวที่ข้าต้องให้นาง”

ท่านหมอพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปยังซอลมิน แทซันสะดุ้งเลิกลักกับท่าทีของท่านหมอ

“ขอบคุณท่านหมอ ไว้นายท่านของข้าจะตอบแทนท่านในภายหลัง”

“เฮ้อออ เอาเถิด ข้าทำไปเพราะความเป็นหมอ ถึงจะไม่ได้เข้ารับใช้ฝ่าบาทอยากที่ฝันไว้ก็เถอะ ฮ่าๆๆๆ ถ้าไม่มีคนถามถึงนาง ข้าก็อาจจะลืมไปแล้ว”

“ท่านว่าอย่างไรนะ?!!”

ซอลมินที่นิ่งเงียบไม่พูดอะไร ถามท่านหมอขึ้นด้วยความสงสัยจนแทซันและท่านหมอนิ่งเงียบอย่างไม่เข้าใจ

“เมื่อกี้ท่านว่าอย่างไร?!”

“อะไร?! ขะ ข้าอยากเป็นหมอหลวงหนะหรือ?!!”

ท่านหมอพูดจาตะกุกตะกักเพราะท่าทีของซอลมินเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ

“ท่านว่า มีคนถามหานางอย่างนั้นหรือ?”

“อ่อ ใช่ เห็นว่าเป็นเพื่อนของนา...!!!!”

“ย๊ะ!!!!”

ซอลมินไม่รอให้ท่านหมอได้ตอบอะไรอีก รีบกระตุกบังเหียนหันกลับไปทางเดิมในทันที

หากเป็นอย่างนั้น ชายสามคนที่สวนทางไปในตอนนั้น หากเป็นอย่างนั้นเป็นไปได้ว่าอียูไม่ปลอดภัยแล้ว

ร่างสูงควบม้าด้วยความเร็วเท่าที่ฝีเท้าเป็นใจ แม้ว่าจะพลาดโอกาสเอาผิดเสนาบดีชินที่เขาวางแผนมานาน

หากทำให้ได้ปกป้องอียู ข้าจะไม่ลังเลอีกต่อไป

ใช้เวลาไม่นานนักซอลมินและแทซันก็มาถึงยังจุดหมาย ทั้งสองโดดลงจากหลังม้าวิ่งตรงเข้าไปยังกระโจม ระหว่างทางมีทั้งร่องรอยการต่อสู้ ศพของทหารนอนเกลื่อนพื้น ยิ่งทำให้ซอลมินใจฝ่อ

พรึบ!

“พระชายา!!”

“.....”

ร่างสูงพุ่งเข้าไปยังกระโจมพร้อมกับร้องเรียกพระชายาเสียงดัง ทั้งสองกวาดสาวตาไปทั่วทั้งกระโจมแต่ก็ไร้ร่องรอยของอียู มีเพียงข้าวของที่พังระเนระนาด

ซอลมินหายใจหอบถี่เพราะความเหนื่อย ใบหน้านิ่งเรียบนั้นทั้งเกรี้ยวกราดและวิตกกังวลในเวลาเดียวกัน

“องค์รัชทายาท!!”

“..!!!!”

แทซันเพิ่งสังเกตเห็นมีดสั้นปักไว้บนโต๊ะทรงอักษรพร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กๆ นี่อาจเป็นสารส่งถึงองค์รัชทายาทโดยตรง

แทซันดึงมีดสั้นขึ้นก่อนจะดึงกระดาษที่ปลายมีดส่งให้แก่ซอลมิน

‘หน้าผาบนเขาแพ็คดู ข้าต้องการเพียงหนึ่งชีวิต’

“ในนั้นเขียนว่าอย่างไรหรือพะยะค่ะ?”

“.....”

ซอลมินขย๋ำกระดาษจนยับยู่ยี่คามือก่อนจะขว้างทิ้งลงพื้นท่ามกลางความสงสัยของแทซัน

“ข้าต้องจัดการเรื่องนี้เอง”

“ไม่ได้พะยะค่ะ!!”

“ถอยไป!!”

ซอลมินพูดขึ้นน้ำเสียงรายเรียบ แทซันที่ได้ยินอย่างนั้นถึงขั้นปะติดปะต่อเรื่องราวได้ในทันที เขาจึงรีบคุกเข่าขวางทางองค์รัชทายาทเอาไว้

“โปรดไตร่ตรองให้หนักด้วยพะยะค่ะ ในเมื่อก็ทรงรู้ว่านี่คือกับดัก เหตุใดยังจะไปตามที่มันบอก!!”

“ข้า ไม่มีเวลามากขนาดนั้น ข้าปล่อยให้นางรออย่างหวาดกลัวไม่ได้ หลีกทางไป”

“......!!”

แทซันไม่สามารถขัดขวางอะไรซอลมินได้ จึงทำได้เพียงลุกขึ้นแล้วหลบทางให้เขาไป

“หากข้ายังไม่กลับมา ฝากเจ้าจัดการเรื่องเสนาบดีชินแทนข้าด้วย”

“กระหม่อมจะรอพะยะค่ะ”

“.....”

ใต้หลังคากระท่อมไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง อียูนั่งนิ่งมองไปยังร่างสูงที่กำลังยืนกอดอกพิงหลังกับขอบประตูมองออกไปยังด้านนอก

เขายังคงเงียบตั้งแต่มาถึงจนกระทั่งตอนนี้ ถึงแม้ข้าจะถามจะพูดอะไรเข้าก็ไม่ตอบสนองหรือแม้แต่มองหน้าข้าด้วยซ้ำ

“ข้า ก็แปลกใจไม่แพ้เจ้าหรอก”

“....!!!?”

จู่ๆ คนตัวสูงก็เปิดปากพูดบางอย่างออกมาเสียทีหลังจากที่อียูพยายามโวยวายถามเขาถึงสาเหตุอยู่นาน ร่างสูงก้มหน้าพรางเด้งหลังออกจากขอบประตูยืนเต็มความสูง

“ข้านึกไม่ออกจริงๆ ฮีวอนทำไมเจ้า...!!”

“นั่นสิ ทำไมข้าถึงนึกไม่ออกว่าจริงๆแล้ว เจ้าคือพระชายา หากข้ารู้เร็วกว่านี้เสียหน่อย เจ้าคงไม่ต้องมาอยู่ตรงนี้กับข้า”

ฮีวอนถอนหายใจพร้อมกับหันมองคนตัวเล็กที่กำลังทำสีหน้าตกใจ

“เจ้า หมายความว่ายังไง?!”

“องค์รัชทายาท......จะต้องจบชีวิตลงที่นี่”

ข้าไม่เคยคิดหรือสงสัยว่านางเป็นใคร จนกระทั่งได้เห็นด้วยตาตัวเอง หากข้ารู้ว่าอียูได้เป็นพระชายาตั้งแต่แรก ทุกอย่างอาจง่ายกว่านี้

ทำไม ทำไมต้องเป็นหนึ่งในคนที่ข้าอยากปกป้อง.

 

ความคิดเห็น