ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 18

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2564 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 18 

 

 

 

 

ใบข้าวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงยอมเชื่อใจในคำพูดของสิงหาคงเป็นเพราะเขาเองก็ยอมฟังที่เธอพูดคืนวันนั้นเธอยอมเปิดปากเล่าทุกอย่างให้สิงหาฟังจนหมดเขานั่งฟังเธอด้วยท่าทีสงบ 

" ฉันเชื่อว่าการกระทำของเธอมันสำคัญกว่าคำพูดนะ ดูอย่างที่เธอทำสิ ลงไปช่วยน้ำแข็งโดยไม่ลังเล และก่อนหน้านี้ตอนที่ไฟไหม้ที่โกดังเก่าเธอก็ไม่รีรอที่จะช่วยแม้แต่น้อย -- ไม่ว่าใครจะคิดยังไงก็ไม่สำคัญว่าเราคิดกับตัวเรายังไงนะ ใบข้าว " สิงหาพูดในตอนที่ใบข้าวเล่าเรื่องทุกอย่างให้เขาฟังจนจบ แล้วเผยยิ้มที่ดูอ่อนโยนออกมาแม้เธอจะไม่กล้ายิ้มตอบกลับได้แต่พยักหน้าแก้เก้อเขินไปให้ ใบข้าวกลับรู้สึกสบายใจที่สิงหายอมฟังเธอ 

เรื่องที่ใบข้าวลงไปช่วยน้ำแข็งในสระบัวแพร่เร็วพอๆกับข่าวลือไม่ดีของใบข้าวทำให้ใครหลายคนเลิกที่จะสนใจแล้วว่าใบข้าวทำเรื่องอะไรไว้ รวมถึงบางคนก็มองข้ามประเด็นที่ว่าใบข้าวทำดีเอาหน้า ใบข้าวเองก็ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาเธออีก 

วันนี้ใบข้าวก็ยังลงมาดูแปลงต้นสตอรว์เบอร์รีที่ถูกมะลิทำลายไปด้วยตัวคนเดียว 

" ขยันจังเลยนะครับ ใบข้าว "  

ใบข้าวที่กำลังขมักเขม้นขุดหน้าดินอยู่เงยหน้าขึ้นมอง " อ้าว หมอโย! " เธอลุกขึ้นยืนทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม " สวัสดีค่ะ "  

" สวัสดีครับ -- ทำไมทำอยู่คนเดียวล่ะครับ คนอื่นไปไหน " โยธินมองไปรอบๆก็ยังเห็นว่ามีคนงานเดินไปเดินมาอยู่นอกแปลง ใบข้าวมองไปรอบๆ 

" คนอื่นเค้างานยุ่งน่ะค่ะ --  แล้วนี่หมอโยมาดูอาการยายเยื้อนเหรอคะ เอ๊ะ! แต่ว่าปกติมาทุกวันพุธไม่ใช่เหรอ นี่ยังไม่วันพุธเลยนิ "  

" อ่อ ใช่ครับ แต่ที่ผมมาวันนี้พอดีพี่สิงห์ให้ผมมาดูอาการคุณน้าบุหลันน่ะครับ "  

" จริงด้วย เมื่อเช้าคุณน้าบ่นว่าร้อนๆหนาวๆ " ใบข้าวพูดกับตัวเอง " แล้วอาการคุณน้าเป็นยังไงบ้างคะ หมอโย "  

" เป็นไข้หวัดธรรมดาครับ ทานยา พักผ่อนให้มากๆ แค่นี้ก็หายแล้วครับ "  

" โล่งอกไปที " ใบข้าวถอนหายใจอย่างโล่งอก " แล้วนี่หมอโยจะกลับแล้วเหรอคะ " ใบข้าวถามหันกลับไปทำงานตัวเองต่อ 

" ครับ แต่ว่ายังพอมีเวลาเลยแวะมาเดินเล่นก่อนกลับแล้วก็มาเจอใบข้าวนี่แหละครับ ดีใจจัง " โยธินส่งยิ้มหวานจนตาหยี 

" ดีใจเรื่องอะไร หมอ! " สิงหาเดินเข้ามาถามน้ำเสียงขึงขังพลางส่งสายตาดุดันให้โยธินแล้วยังเผื่อแผ่ไปให้ใบข้าวด้วย 

" ก็ดีใจที่ได้เจอกับใบข้าวไงครับ พี่สิงห์ ครั้งก่อนที่มายังไม่ทันได้คุยด้วยเพราะพี่สิงห์มัวแต่กันท่าไม่ให้ผมคุยกับเมียพี่นิครับ " โยธินว่าทำเอาสิงหาคิ้วกระตุกใบข้าวยืนทำตัวไม่ถูก 

" ไอ้หมอ! อยากโดนลูกซองยัดปากงั้นสิ " สิงหาคำราม 

" ไม่เอาครับ " โยธินปฏิเสธทันควัน " ผมล้อเล่น -- ใครจะกล้าแหย่หนวดนายสิงห์จอมโหดแห่งไร่เรืองกิจเกษมได้ล่ะครับ " โยธินเอ่ยสรรพคุณด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเขาเหลือบมองใบข้าวทีหนึ่ง 

" งั้นฉันไปทำงานตรงนู้นก่อนนะ " ใบข้าวรู้ตัวก่อนจะเดินไปอีกทาง พักนี้สีหน้าของสิงหาจะดูเคร่งเครียดเสมอเวลาที่คุยกับเหมย วิทย์ แล้วพวกเขาก็มักจะพากันไปดูที่ดินของไร่ที่ติดกับเชิงเขาตอนแรกใบข้าวคิดว่าสิงหาคงเป็นห่วงเรื่องดินโคลนจะถล่มใส่พวกพืชผลในไร่เพราะฝนตกหนักติดต่อกันแต่ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเพราะทุกครั้งที่สิงหาไปเขาจะถือปืนลูกซองประจำตัวและพกปืนสั้นติดตัวไปด้วย  

" เพื่อนผมที่สะเมิงมันส่งข่าวมาบอกว่าตอนนี้ไอ้ยานรกนั่นมันระบาดเข้าไปที่โรงพยาบาลที่นั่นแล้วนะ พี่สิงห์ "  

สิงหาสบถคำหยาบออกมา " คนในโรงบาลมีเอี่ยวงั้นสิ " 

" เพื่อนผมสงสัยว่าจะเป็นผอ.โรงบาล วันก่อนเห็นคนของภูผาเข้าไปที่นั่น อ้างว่าจะเป็นคนสนับสนุนเรื่องการซื้อเครื่องมือการแพทย์ให้โรงบาล " โยธินเล่า " เหลือเชื่อเลยว่ามันจะมาสายบุญ ทำบุญเอาหน้าเนี่ยนะ " โยธินออกอาการเข่นเขี้ยว 

" ไอ้ภูผามันฉลาด มีคอนเนคชั่นอยู่ทุกระดับ -- ไอ้ธุรกิจเอสแอลกรุ๊ปนั่นก็แค่ฉากหน้า " สิงหาว่าสีหน้าไม่สบอารมณ์ " แต่ธุรกิจเบื้องหลังที่มันทำต่ำช้า ทั้งค้ายา ค้าของผิดกฎหมาย ไม้เถื่อน ไหนจะยังพัวพันเรื่องค้ามนุษย์อีก " สิงหาคำรามเขายังจำได้ดีตอนที่น้องสาวของเขามิถุนาเกือบจะโดนขุนเขา ลักษณาธิการคนน้องส่งไปขายให้พี่ชายตัวเองแล้ว " แล้วคุยเรื่องนี้กับพี่ธัชหรือยัง " สิงหาถามเพราะโยธินเป็นลูกพี่ลูกน้องกับปริธัชนายตำรวจหนุ่ม โยธินพยักหน้า  

" แต่มันก็แค่คำสันนิษฐาน ยังไงพี่ธัชเองก็คงทำอะไรมากไม่ได้นอกจากแค่จับตาดู " สิงหาพูด 

" ใช่ครับ แต่พี่สิงห์รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าภูผามันขึ้นมาที่นี่แล้ว "  

สิงหาพยักหน้ารับบ้าง เขาครางกรอดในคออย่างไม่ชอบใจ " คนของฉันส่งข่าวมาบอกเหมือนกันว่ามันไปหาซาปาที่ชายแดน "  

" แบบนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องยาแน่ "  

 สิงหารับคำในคอเห็นตามที่โยธินว่า เขาสองคนยืนคุยกันอีกไม่นานโยธินก็เป็นฝ่ายขอตัวกลับก่อนแต่ก่อนจะกลับเขาก็ยังอุตส่าห์ไปบอกลาใบข้าวด้วยท่าทีกันเองยั่วอารมณ์สิงหาอีก 

" ทีกับไอ้หมอทำไมถึงได้ฉีกยิ้มกว้างได้ขนาดนั้น ที่กับฉันกว่าจะยิ้มออกมาได้ต้องเอาแม่แรงมางัดปาก " สิงหาว่าประชด สายตาขุ่นเคืองมองใบข้าวที่เจ้าตัวแกล้งทำทีไม่สนใจหันกลับไปทำงานตัวองต่อ สิงหาเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองไม่ชอบใจกับท่าทางเฉไฉของใบข้าว เขาเดินเข้าไปดึงแขนใบข้าวให้ลุกขึ้น 

" มีอะไรอีก คุณสิงห์ -- ฉันจะทำงาน "  

" เธอเป็นเมียฉันนะ ใบข้าว ทำไมถึงยิ้มให้ผู้ชายอื่นนอกจากผัวตัวเอง "  

" พูดจาน่าเกลียด คุณสิงห์  ผัวเมียอะไรกัน เราสองคนไม่ได้ -- "  ปากของใบข้าวที่กำลังขยับกลับถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากรูปหยักของสิงหา สัมผัสนุ่มแต่หนักหน่วงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้เธอมึนงงตอนที่สิงหาถอนจูบออกมา รอยยิ้มเล็กๆผุดที่มุมปากของเขาเมื่อเห็นอาการอีกฝ่าย 

" ถึงตอนนี้จะยังไม่ใช่ แต่ไม่ช้าได้เป็นแน่แล้วดูสิว่าจะยังกล้ายิ้มให้ผู้ชายคนอื่นอีกมั้ย " สิงหาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะเดินออกจากแปลงต้นสตรอว์เบอร์รีออกไปปล่อยให้ใบข้าวถึงกับทำอะไรไม่ถูกทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงยกแขนขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังมีกลิ่นอายของสิงหาประทับอยู่บนริมฝีปากบางของเธอ 

" อีตาบ้าสิงหา! " ใบข้างตะโกนไล่หลังไปทั้งๆที่หัวใจกลับเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาข้างนอก  

 

     

 

***** 

 

 

" วันนี้ก็ไปอีกเหรอ " ใบข้าวถามสิงหา สีหน้าสงสัยมองเขากำลังใส่เสื้อแจ๊คเกตกำลังเตรียมตัวออกจากบ้าน ใบข้าวไม่เข้าใจว่าสิงหากำลังทำอะไรตั้งแต่ให้เธอย้ายมานอนที่บ้านใหญ่แทนที่จะนอนบ้านพักหลังเดิมของเขาเอง แถมสองสามวันมานี้สิงหาก็จะออกไปตรวจไร่ทั้งเช้าทั้งกลางคืนด้วยตัวเอง และเธอเองก็พึ่งจะได้ยินยะขิ่นกับมะอึกคุยกันว่าเห็นคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนอยู่แถวที่ดินที่ติดกับเชิงเขาด้วย  

" มีอะไรหรือเปล่า คุณสิงห์ " ใบข้าวถามน้ำเสียงเป็นกังวล 

" ไม่มี แค่ออกตรวจตามปกติ " สิงหาตอบ 

" แต่ -- " ใบข้าวยั้งปากไว้เพราะไม่ใช่แค่เธอที่อยู่กับสิงหายังมีตุลากับบุหลันนั่งอยู่ด้วย เธอดึงมือสิงหาให้เขาเดินตามเธอออกมาที่ระเบียง " คุณจะไปทำอะไรกันแน่ ที่ไร่มีปัญหาใช่มั้ย คุณสิงห์ -- และคุณห้ามพูดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ ฉันไม่ยอมจริงๆด้วย " ใบข้าวยืนกอดอกจ้องหน้าสิงหาเขม็ง 

" ทำไมเธอถึงจะไม่ยอม ถ้าฉันพูดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ " สิงหาถามยิ้มๆ เขาไม่ได้โกรธที่ใบข้าวถามเซ้าซี้ 

" คุณสิงห์ ฉันอยู่ในไร่คุณนะ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในไร่นี้ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้สิ อย่างน้อยถ้ามีปัญหาเราจะได้ช่วยกันแก้ไขไง " ใบข้าวยกเหตุผลมาพูด พยายามกลบเกลื่อนแววตาตัวเอง สิงหากลั้นยิ้มก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง  

" ไปเปลี่ยนเสื้อสิ จะได้ไปด้วยกัน "  

ใบข้าวหลุดอาการตื่นเต้นออกมา " จริงเหรอ! งั้นรอแป๊บนะ " เธอพูดอย่างดีใจก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดกลับไปที่ห้องนอนของสิงหาเพื่อเปลี่ยนเสื้อ ตุลามองดูอยู่เลยเผยยิ้มให้ลูกชาย 

" อะไรเหรอครับ พ่อ " คนเป็นลูกถามพยายามปั้นหน้าให้ดูปกติ ตุลายักไหล่ 

" พาหนูใบข้าวไปด้วย ก็ดูแลกันดีๆล่ะ " ตุลาว่า  

" จะดีเหรอคะ คุณตุลย์ -- ค่ำมืดออกแบบนี้เกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง งูเงี้ยวเขี้ยวขอจะกัดเอาได้นะคะถ้าไม่ระวัง " บุหลันบ่น สีหน้าไม่ชอบใจนัก ตุลายกคิ้วท่าทางดูแปลกใจ 

" เป็นห่วงรึ คุณบุ " ตุลาถามยิ้มๆมองภรรยาตัวเอง ตั้งแต่ใบข้าวแต่งงานกับสิงหา ถึงจะพยายามไม่แสดงออกแต่เขาก็รู้ว่าบุหลันไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแต่งงานของทั้งสองคนเท่าไหร่และคงเห็นแก่สิงหาถึงไม่แสดงออกมาว่าไม่ได้เอ็นดูใบข้าวมากนัก สิงหาเองก็สนใจว่าแม่เลี้ยงของเขารู้สึกยังไงกับใบข้าว ปกติบุหลันจะไม่ค่อยเข้ามาก้าวก่ายเรื่องผู้หญิงที่เขาคบนักแต่พอเป็นกับใบข้าวเขาก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าบุหลันไม่พอใจ 

บุหลันมองตุลาทีมองสิงหาทีก่อนจะถอนหายใจออกมา " เห็นน้าเป็นคนใจไม้ไส้ระกำหรือคะ คุณสิงห์ "  

" เปล่าเลยนะครับ คุณน้า " สิงหาว่า " ผมกับพ่อรู้นะครับว่าคุณน้าใจดีมาก กับใบข้าวเองถึงไม่ได้แสดงออกมามากนักผมก็รู้นะครับว่าคุณน้าก็เอ็นดูเธอเหมือนกัน ถึงได้ให้มาช่วยงานในครัวเพราะอยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆใช่มั้ยครับ " สิงหายิ้ม ตุลาแอบยกนิ้วโป้งให้ลูกชายที่รู้จักพูดจนบุหลันยิ้มอย่างอ่อนใจละมือจากการเย็บผ้าแล้วพูด 

" รู้จักพูดนะคะ คุณสิงห์ "  

" เสร็จแล้ว คุณสิงห์ ไปกันเลยมั้ย " ใบข้าวที่แต่งตัวเสร็จแล้วเดินเข้ามา สิงหาพยักหน้าเขาลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะออกจากบ้าน " งั้นหนูไปก่อนนะคะ คุณพ่อ คุณน้า " ใบข้าวเอ่ยพลางยิ้มให้ทั้งคู่แต่ตอนนที่เธอกำลังจะเดินตามสิงหาไปก็ถูกบุหลันเรียกไว้ 

" มานี่หน่อยสิ หนูใบข้าว "  

ใบข้าวพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปหาด้วยท่าทีนอบน้อม เธอคุกเข่าลงที่พื้นแต่ถูกบุหลันรั้งแขนไว้แล้วพยุงให้นั่งที่โซฟาตัวเดียวกัน " หนูไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นคนในครอบครัวไม่ต้องนั่งที่พื้นหรอกนะ หันหลังสิ " บุหลันบอก ใบข้าวยังไม่เข้าใจ " น้าจะรวบผมให้ " ใบข้าวนิ่งอึ้งไป เธอมองสิงหาที่พยักหน้าให้ใบข้าวถึงนั่งหันหลังให้บุหลัน " ข้างนอกกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย เกิดผมเผ้าไปเกี่ยวกับอะไรเข้าจะยุ่งเอา " บุหลันสางผมที่ลื่นเรียบของใบข้าวอย่างทะนุถนอมแล้วค่อยรวบผมเกล้าม้วนเป็นมวยขึ้นสูงแล้วใช้กิ๊บดำติดจนแน่นดี " เอาล่ะ เสร็จแล้ว "  

บุหลันจับใบข้าวให้หันกลับมาสายตาพินิจดูใบหน้าสวยหวานที่กำลังยิ้มละไมเหมือนเด็กๆชอบใจกับทรงผมใหม่ตัวเอง " ชอบหรือเปล่า "  

" ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณน้า " ใบข้าวยกมือไหว้ บุหลันจับมือของใบข้าวไว้  

" ออกไปข้างนอกอย่าอยู่ให้ห่างพี่เค้ารู้มั้ย " บุหลันทอดสายตามองใบข้าวอย่างเป็นห่วง  ใบข้าวยิ้มกว้างรับคำอย่างดีใจ 

" ค่ะ คุณน้า "  

ใบข้าวเดินตามสิงหาออกมาพลางฮัมเพลงเบาๆอย่างอารมณ์ดี เดินไปยิ้มไปจนคนเดินอยู่ข้างๆเอ่ยปากถาม " ดีใจที่ได้ทรงผมใหม่ขนาดนั้นเลย "  

" ก็ดีใจที่ได้ผมทรงใหม่ " ใบข้าวตอบสิงหา " แต่ที่ดีใจกว่าเพราะคุณน้าคุณเป็นคนทำให้ฉันเองเลยนะ ดีใจจัง " ใบข้าวยิ้มกว้าง " คุณน้าคุณเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากๆเลยนะ ทั้งอ่อนโยน ใจดี ถึงจะเข้มงวดไปบ้างแต่ก็น่ารักมาก "  

สิงหาหลุดยิ้มกับคำว่าเข้มงวดของใบข้าว 'ก็คงมีแต่เธอนั่นแหละที่คุณน้าเข้มงวดใส่น่ะ ใบข้าว' 

" ฉันอยากเก่งแบบคุณน้าคุณบ้างจัง งานบ้านงานเรือน งานครัว ไม่มีใครสู้คุณน้าได้เลย -- ดูสิทำผมนี่ก็เหมือนกันกิ๊บไม่กี่ตัวก็ทำผมได้ขนาดนี้ ฉันต้องให้คุณน้าสอนบ้างล่ะ เพราะถึงเวลาที่มีลูกสาวฉันจะได้ทำผมแบบนี้ให้บ้าง " 

" หมายถึงลูกสาวของเราน่ะเหรอ " สิงหาย้อนถามกลับไปที่ใบข้าว คนพูดเจื้อยแจ้วหยุดทันทีที่รู้ตัวว่าโดนตลบหลังเข้าให้แล้ว เธอย่นจมูกใส่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของสิงหา 

" ใครจะมีลูกกับคุณกัน " พูดจบเธอก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเหมยที่กำลังยืนรออยู่กับกลุ่มคนงานชาย 

" อ้าว นังหนู เอ้ยไม่สิ! ต้องเรียกคุณแล้ว " เหมยสับสนในการเรียก  

" ไม่เป็นไรค่ะ ลุงเหมย เรียกเหมือนเดิมนั่นแหละ -- วันนี้ข้าวจะไปด้วยนะ ลุง "  

" เอาไฟฉายให้ใบข้าวด้วย ลุงเหมย " สิงหาตามเข้ามาสมทบสั่ง ใบข้าวรับไฟฉายมาจากลุงเหมยเธอลองกดเปิดปิดสำรวจให้แน่ใจว่าใช้งานได้ปกติ ก่อนที่ตัวเองจะรับปืนลูกซองจากเหมยมา 

" ถึงกับต้องใช้ปืนด้วยเหรอ คุณสิงห์ " ใบข้าวถามสีหน้าเป็นกังวล 

" ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ถ้าล้ำเส้นมาก็ไม่แน่ " สิงหาสำรวจปืนตัวเองอีกครั้งแล้วสั่งคนงาน 

" ก้าน ต้าว ไปสำรวจทางขวา -- มาก วัน ไปทางซ้าย -- ยะขิ่น มะอึก ดักรออยู่ทางนี้ถ้ามันข้ามเขตนี้เข้ามาก็เคาะเรียกได้เลย ส่วนฉันกับลุงเหมยจะขึ้นไปสำรวจด้านบนเอง " 

" ครับนาย! " ทุกคนพร้อมใจกันขานรับอย่างแข็งขัน จากนั้นพวกเขาก็แยกย้ายไปตามที่สิงหาสั่ง  

" เธออยู่ข้างล่างนี่ ไม่ต้องตามฉันไป " สิงหาหันไปบอกใบข้าวที่ทำท่าจะเดินตามเค้าขึ้นไปบนเขา 

" แต่คุณน้าบอกให้ฉันห้ามอยู่ห่างจากคุณนะ " ใบข้าวยกคำพูดของบุหลันมาอ้าง สิงหาคิ้วขมวดใส่ใบข้าวที่เวลานี้ก็ยังดื้อกับเค้าอยู่ 

" ต่อให้คุณน้าสั่งครั้งนี้ฉันก็จะไม่ให้เธอขึ้นไป! เพราะงั้นอยู่กับยะขิ่น มะอึกที่นี่! " สิงหาสั่งใบข้าวแล้วกันไปมองสองเพื่อนซี้ " ส่วนแกสองคนดูใบข้าวดีๆ ถ้าใบข้าวเป็นอะไรฉันจะกลับลงมาเล่นงานแกสองคน " 

" อ้าว นาย!! " สองคนยะขิ่นกับมะอึกร้องโวยได้คำเดียว สิงหาก็เดินขึ้นเขาไปกับเหมยทิ้งให้ทั้งสามยืนมองหน้ากันเอง 

" อะไรของนายสิงห์วะ เอาเมียมาด้วยแต่ไม่เอาเมียไป มาทิ้งไว้กับพวกเราและแถมบอกด้วยว่าถ้าเมียเป็นอะไรจะลงมาเล่นงานกูกับมึง เฮ้ย! นี่มันยังไงกัน ไอ้มะอึก " ยะขิ่นหันไปถามเพื่อนตัวเอง แต่พอเห็นสีหน้าถมึงทึงของใบข้าวยะขิ่นก็ชวนมะอึกไปนั่งซุ่มรออยู่หลังต้นไม้ ใบข้าวพ่นลมฮึไม่ชอบใจที่สิงหามาทิ้งเธอไว้แบบนี้แต่ก็ต้องยอมเดินตามหลังมะอึกไป 

" พวกเรารอซุ่มดูใครอยู่เหรอ ยะขิ่น มะอึก " ใบข้าวถามหลังจากนั่งมาได้ยี่สิบนาทีแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดเดินผ่านเข้ามานอกจากก้าน ต้าว  มาก วันที่เดินสลับเวรยามไปมา 

" มันมีพวกคนไม่น่าไว้ใจเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ได้สองสามวันแล้ว ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร " มะอึกว่า 

" แล้วคนที่ไม่น่าไว้ใจนี่ใครกัน " ใบข้าวถามต่อ 

" คนของซาปา! -- มันเป็นคนของคนที่จะมาขอซื้อที่ดินแถวนี้จากนายสิงห์ "  

" คนของคุณภูผาน่ะเหรอ " ใบข้าวจำได้ว่าก่อนหน้านี้มีคนของภูผามาที่นี่ครั้งนึงแล้ว  

" ใช่ๆ ไอ้คนนั้นแหละ " มะอึกกับยะขิ่นพยักหน้ารัวๆ " ลุงเหมยบอกว่ามันเป็นคนนิสัยไม่ดีจะมาเอาที่ดินนายไปทำเรื่องไม่ดี ที่บนเขานั่นมีสัก พะยูงขึ้นเต็มไปหมดแต่ว่าตอนนี้ถูกไอ้พวกนี้ลักลอบตัดไปขายจนเกือบจะหมดแล้ว " มะอึกว่า 

" ที่สำคัญนะมันไม่ได้แค่ตัดไม้ไปขาย มันยังขายยาบ้าด้วยนะ ใบข้าว " ยะขิ่นเสริม ใบข้าวตาโตกับสิ่งที่ได้ยินเธอรู้มาก่อนอยู่แล้วว่าภูผา ลักษณาธิการพันพันกับธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่างแต่ไม่คิดว่าจะรวมถึงเรื่องนี้ด้วย " พ้นจากเขาลูกนี้ไปอีกไม่กี่สิบโลจะมีหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่นั่นเป็นแหล่งพักยาแล้วก็เป็นที่อยู่ของไอ้ซาปามันด้วย เพราะแบบนี้นายภูผาอะไรนั่นมันถึงอยากได้ที่ดินแถวตรงนี้ของนายสิงห์เพื่อขยายอาณาเขตของมัน "  

" แย่จริง ฉันไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนนั้นจะเลวร้ายได้ขนาดนี้ " ใบข้าวพึมพำออกมา 

" โอ๊ย นี่ยังน้อยนะใบข้าว " ยะขิ่นพูดต่อ " ก่อนหน้าใบข้าวจะเข้ามาที่นี่ ไอ้นั่นมันสั่งให้คนดักเล่นงานรถส่งส้มรวมถึงซ้อมคนงานของไร่เรืองกิจเกษมจนเจ็บหนักเข้าโรงบาลมาแล้วด้วย "  

" นี่ถึงขั้นต้องดักทำร้ายกันขนาดนี้เลยเหรอ ยะขิ่น " ใบข้าวอุทานออกมาอย่างตกใจ 

" ยังไม่หมดนะ จำได้มั้ยไอ้กิ่วกับม้งและฝิ่นของพวกมันอ่ะ " ยะขิ่นถาม ใบข้าวพยักหน้า " ฝิ่นพวกนั้นก็มาจากหมู่บ้านที่นั่น พวกมันคงอยากให้นายสิงห์เป็นพวกด้วยเลยพยายามทำทุกอย่างแบบนี้ "  

ใบข้าวเม้มปากแน่นอย่างใช้ความคิด เรื่องราวของภูผา ลักษณาธิการที่เธอรู้มามันเป็นเรื่องยิบย่อยไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ยินจากยะขิ่นและมะอึก คุณหญิงณัชชาจะรู้สึกยังไงนะถ้ามาได้ยินเรื่องราวพวกนี้จะยังยอมให้เธอแต่งงานกับผู้ชายที่ทำตัวอยู่เหนือกฎหมายแบบนี้น่ะเหรอ  

" มึงว่านั่นนายป่ะ " ยะขิ่นถามมะอึกชี้ไปที่เงาตะคุ่มสองร่างที่กำลังค่อยเดินไต่ลงมาจากเขา มะอึกทำท่าจะเปิดไฟฉาย 

" อย่าพึ่งนะ มะอึก ฉันว่าไม่น่าใช่คุณสิงห์กับลุงเหมย " ใบข้าวยกมือห้ามมะอึก เธอเพ่งสายตาไปในความมืดด้านหน้าที่มีเพียงแสงจันทร์ด้านบนพอให้เธอเค้ารางของคนสองคนที่กำลังจะข้ามรั้วมา " ต่อให้ลุงเหมยแข็งแรงขนาดไหนก็ไม่น่าเดินเร็วได้ขนาดนั้นนะ "  

" งั้นก็เป็นไอ้พวกที่มาป้วนเปี้ยนสินะ " มะอึกเตรียมเคาะเกราะไม้ไผ่ตามคำสั่งสิงหา แต่ใบข้าวกลับร้องห้าม 

" อย่าพึ่ง มะอึก! ถ้าเคาะตอนนี้เราจะจับพวกนั้นไม่ได้ เราต้องรอให้พวกมันเข้ามาในไร่ก่อน "  

มะอึกมองหน้ากับยะขิ่น พวกเขาสามคนนั่งรออย่างใจจดใจจ่อรอให้พวกที่บุกรุกผ่านรั้วเข้ามา 

" พวกมันเอาอะไรมาด้วยน่ะ "  

ใบข้าวเพ่งสายตาตามที่ยะขิ่นพูด ใช่ พวกนั้นถืออะไรมาด้วยมันเหมือนกับ -- " หยุดเดี๋ยวนี้นะ! " ใบข้าวลืมตัววิ่งพรวดออกจากที่ซ่อนฉายไฟตรงไปยังคนพวกนั้นทันที 

" ฉิบหาย!!! มะอึกเคาะเกราะเร็ว " ยะขิ่นกับมะอึกวิ่งออกจากที่ซ่อนเคาะเกราะไม้ไผ่รัวๆจนเกิดเสียงดังไปทั่วบริเวณทั้งสองรีบวิ่งตามหลังใบข้าวไปช่วยเธอจับผู้บุกรุก 

" หน็อย! ไม่ให้หนีไปไหนหรอกนะ! " ใบข้าวเข่นเขี้ยวก้มลงมองไปรอบๆเห็นก้อนหินอยู่แถวนั้นก็คว้าขึ้นมาแล้วเขวี้ยงใส่ไปที่หนึ่งในนั้นจนล้มหน้าคว่ำ ก่อนที่เธอจะวิ่งไล่ตามจับอีกคน 

" ใบข้าว!! " ทั้งยะขิ่นและมะอึกร้องตะโกนเสียงหลงหลังเห็นใบข้าวกระโดดตะครุบแกลลอนในมือของอีกฝ่ายที่ถือวิ่งไปด้วยจนล้มกลิ้งไปทั้งคู่  

" เดี๋ยวกูไปช่วยใบข้าว " ยะขิ่นพูดเขากับมะอึกกำลังช่วยกันจับผู้บุกรุกอีกคนอยู่ ยะขิ่นรีบตามเข้าไปช่วยเพราะเห็นอีกฝ่ายที่ลุกขึ้นมาได้ก่อนตรงเข้าไปจะทำร้ายใบข้าว 

 

 กรี๊ด!  

   

ใบข้าวร้องกรี๊ดยกมือขึ้นป้องไว้เหนือหัวตัวเอง 

 

ผลั๊ก!  

 

ยะขิ่นเข้าไปถึงช้ากว่าร่างสูงที่ไวเหมือนกับสัตว์ป่าที่จ้องตะครุบเหยื่อ สิงหากระโดดถีบคนที่จะทำร้ายใบข้าวจนอีกฝ่ายกระเด็นออกไปแล้วเป็นก้านกับต้าวเข้ามาจับล็อคอีกคนไว้ได้ 

" คุณสิงห์!! " ใบข้าวร้องอย่างดีใจเธอรีบลุกขึ้นยืนทันที 

" เป็นอะไรมั้ย โดนมันทำร้ายหรือเปล่า " สิงหาถามน้ำเสียงร้อนรน เขาจับแขนทั้งสองข้างของใบข้าวพลางสำรวจเธออย่างรวดเร็ว ใบข้าวส่ายหน้า 

" ไม่เป็นไร ฉันแค่ล้มเท่านั้นเอง " ใบข้าวสำรวจตัวเองเห็นว่ามีแผลถลอกที่แขนตัวเองเท่านั้น " แผลแค่นี้สบายมาก" เธอยิ้มให้ สิงหาถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาก้มหัวลงบนบ่าของใบข้าวกลืนก้อนแข็งๆที่จุกอยู่ตรงคอลง มือข้างหนึ่งที่จับแขนเธอไว้เปลี่ยนมาโอบเอวเธอแล้วกอดไว้แนบกาย 

" อย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ ใบข้าว " น้ำเสียงของสิงหาไม่ได้สั่งเธอเหมือนทุกทีแต่เขากำลังขอร้องเธออยู่ ใบข้าวยืนนิ่งรับความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นอ้อมกอดของสิงหาเต็มไปด้วยความอาทรร้อนใจมันทำให้เธอรู้สึกว่าเธอสำคัญกับเขาใบข้าวพยักหน้ารับ 

" จะไม่ทำแล้วนะ "  

เหตุการณ์จับผู้บุกรุกในคืนนี้จบลงด้วยการที่พวกเขาสามารถจับคนที่บุกรุกเข้ามาที่ไร่เรืองกิจเกษมได้สองคนและเมื่อเปิดหมวกไอ้โม่งออกก็พบว่าเป็นกิ่วกับม้งสองคนงานเก่าในไร่ที่เจ้าตัวบอกว่าอยากแก้แค้นสิงหาที่ไล่พวกเขาออกจากไร่ พวกเขามาดักสุ่มอยู่หลายวันหวังจะเข้ามาเผาไร่ของสิงหา และวันนี้พวกเขาสองคนก็เข้ามาพร้อมกับแกลลอนน้ำมันกับไฟแช๊ค แต่สิงหากลับไม่เชื่อว่านี่เป็นการกระทำเพื่อแก้แค้นเขาเพียงอย่างเดียวแน่ 

" คุณไม่เชื่อเหรอว่าสองคนนั้นจะทำเพื่อแก้แค้นอย่างเดียวน่ะ " ใบข้าวถามหลังจากที่พวกเขาจัดการส่งกิ่วกับม้งให้ตำรวจไปจัดการต่อ เธอกำลังให้สิงหาทำแผลที่แขนของเธออยู่ที่หน้าระเบียงบ้านใหญ่ สิงหาพยักหน้ารับ 

" ฉันรู้จักสองคนนั้นดี ต่อให้จะทำเพื่อแก้แค้นยังไงก็คงไม่กล้าถึงขั้นจะบุกเข้ามาที่นี่กันแค่สองคน -- คิดว่าคงมีใครสักคนอยู่เบื้องหลังนั่นแหละ "  

" คุณสงสัยใครเหรอ " ใบข้าวถาม  

" มีไม่กี่คนหรอกที่อยากจะเล่นงานฉัน " สิงหาว่าพลางจับแขนใบข้าวอย่างเบามือแล้วเป่าแผลให้เธอ ใบข้าวมองการกระทำของสิงหา 

" คนที่ชื่อภูผาใช่มั้ยที่คุณสงสัย "  

สิงหามองหน้าใบข้าวก่อนจะพยักหน้า " เป็นห่วงเหรอ " เขาถามกลับหลังเห็นใบข้าวเงียบไป 

" ทำอะไรน่ะ คุณสิงห์ " ใบข้าวถามอย่างตกใจตอนที่สิงหาจับแขนเธอไปพาดไว้กับบ่าของเขาเองก่อนจะโอบเอวแล้วดึงเธอไปนั่งบนตักของเขา " คุณสิงห์! " ใบข้าวทำท่าจะลุกหนีออกอาการขัดเขินที่ถูกสิงหาแสดงท่าทีแบบนี้ใส่ นี่เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ที่อยู่ในระยะประชิดขนาดนี้ 

" คุณสิงห์! ปล่อยสิ! " ใบข้าวพยายามดึงแขนตัวเองออกมา  

" ไม่ปล่อย! " สิงหามองอย่าท้าทาย ใบข้าวเม้มปากแน่นจ้องตาขุ่นใส่ " ว่าไงล่ะ! เมื่อกี้ยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะว่าเป็นห่วงเหรอ "  

" คุณรู้ใช่มั้ยว่าผู้ชายคนนั้นร้ายกาจแค่ไหนน่ะ คุณสิงห์ " ใบข้าวยอมนั่งอยู่กับสิงหาแบบนั้น  

" รู้สิ " สิงหาตอบ " รู้ด้วยว่าจากนี้ไปไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ "  

ใบข้าวมองแววตาของสิงหาถึงแม้จะแกร่งกล้าและดุดันแค่ไหนแต่มันก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนไหว 

" คุณโอเคมั้ย " ใบข้าวถาม  

" ไม่โอเค " สิงหาตอบสีหน้าจริงจัง ก่อนจะกดจูบที่ปากของใบข้าวไม่ให้เธอได้ตั้งตัว " แบบนี้สิถึงจะโอเค " คนถูกขโมยจูบตาโตใส่พยายามดิ้นหนีแต่เหยื่อที่ถูกนายสิงห์ตะครุบแล้วมีหรือที่เขาจะปล่อยเธอไป ริมฝีปากรูปหยักบดเบียดปิดริมฝีปากบางจนแนบสนิทแล้วป้อนจูบรสหวานเข้าปากอย่างเชื่องช้าราวกับแม่นกกำลังป้อนอาหารให้ลูกนกจนคนในอ้อมกอดยอมให้เขารุกล้ำกวาดความหอมหวานในปากตัวเอง สัมผัสจูบหนักเบาของสิงหาพาให้หัวใจของใบข้าวเตลิดไปไกล ร่างกายอ่อนยวบเพราะสัมผัสที่ไม่เคยถูกใครรุกล้ำมาก่อนเธอกอดคอของเขาไว้แน่น 

สิงหาค่อยๆละเมียดชิมริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่เหมือนกลีบกุหลาบที่กำลังส่งกลิ่นหอมหวานอย่างเชื่องช้า เขาขบเม้มเบาๆก่อนจะค่อยๆถอนจูบออกมาอย่างอาลัยในรสหวาน เขามองใบหน้าหวานกำลังแดงซ่าน นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มส่งสายตาขุ่นเคืองใส่เขา 

" ฉวยโอกาส " ใบข้าวว่าใส่แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกว่าเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินอยู่ในท้องของเธอ หัวใจดวงน้อยกำลังพองลมใหญ่ขึ้น 

 

 

*********** 

สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้วน้า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

กลับมาครั้งนี้ก็กลับมาให้ฟินกันต่อสองตอนรวดเลย ไปดูพี่ชายคนโตของบ้านเรืองกิจเกษมกันค่ะเวลาอ้อนสาวเนี่ยจะแพ้น้องชายมั้ย ^^ 

ความคิดเห็น