email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่21 : ความฝั่งใจในอดีต

ชื่อตอน : ตอนที่21 : ความฝั่งใจในอดีต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่21 : ความฝั่งใจในอดีต
แบบอักษร

ตอนที่21 : ความฝั่งใจในอดีต

 

 

"ขอบคุณนะที่มาส่ง ขับรถดีๆล่ะ" ร่างโปร่งบอกคนหล่อที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูแล้วเตรียมจะลงไปจากรถ

"เดี๋ยว!" แต่ชายหนุ่มกลับรั้งแขนเขาเอาไว้ ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

 

"ตอนเย็นเจอกันนะ กูมีที่ๆหนึ่งที่อยากจะพามึงไปอ่ะ" และไม่ต้องรอให้เขาถาม ชายหนุ่มก็ตอบออกมาให้หายข้องใจ

"ไปไหนอ่ะ วันนี้กูเลิกสองทุ่มนะ มีประชุมเรื่องโรงพยาบาลที่เชียงใหม่อ่ะ"

"เอ่อนา...ถึงเวลามึงก็รู้เองแหละ ไปทำงานได้แล้วไป เลิกแล้วทักมาบอกกูละกัน" ไม่พูดเปล่าแต่ยังยื่นมือแกร่งไปยีหัวคนหน้าหวานอย่างมั่นเขี้ยว ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ร่างสูงชอบทำเป็นประจำไปแล้ว

 

"ครับพ่อครับ สั่งเป็นพ่อเลยนะมึง" เบาะปากพูดประชดด้วยท่าทางยียวน ก่อนจะเปิดประตูแล้วลงไปจากรถ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ปิดประตู เสียงทุ้มต่ำก็ตะโกนออกมาจนทำให้เขาชะงัก

"กูไม่ใช่พ่อนะ...แต่เป็นผัว!" คนหล่อเน้นคำหลังเสียงหนักแน่น พร้อมกับมองใบหน้าหวานด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

 

"..." หมอหนุ่มเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาแค่ชูนิ้วกลางใส่ร่างสูง ปิดประตูรถแล้วเดินเร็วๆเข้าไปในโรงพยาบาลแค่นั้น ในใจก็ก่นด่าธันวาไปด้วย ที่ชอบมาพูดอะไรแบบนี้ให้เขาเขินอยู่เรื่อย ยิ่งรู้ว่าเขาเขินอีกฝ่ายก็ยิ่งแกล้ง มันน่าทุบให้หายโมโหซะจริง

 

 

ส่วนคนในรถก็คลี่ยิ้มกว้างที่ได้หยอกล้อคนหน้าหวานของเขา วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้วที่เขาได้รับตำแหน่งเป็นสารถีคอยขับรถรับส่งหมอหนุ่มแบบนี้ เนื่องจากรถหรูของอีกฝ่ายยังซ่อมไม่เสร็จ แถมหลงเว่ยเองก็ยังลางานไปไหนไม่รู้ เขาจึงได้โอกาสอาสามาเป็นคนขับรถให้ ตอนแรกหมอหนุ่มก็ไม่ยอมและบอกว่าจะให้ลูกน้องไปส่ง แต่เขาเองก็ไม่ยอมเช่นกัน จึงตื้อจนกระทั่งอีกฝ่ายยอมจนได้นั่นแหละ (เมียกูกูไปส่งเองได้อะไรงี้)

 

เขายอมลงทุนตื่นเช้าเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะเลยนะ ทั้งที่ปกติเขาขี้เกียจตื่นเช้าจะตาย แถมไม่พอยังต้องขับรถวนไปวนมาหลายรอบอีก แต่เพื่อคนหน้าหวานของเขา เขาก็พร้อมจะทำมันด้วยความเต็มใจอยู่แล้ว และถึงระยะทางจะไกล แต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้รับมันก็ถือว่าคุ้มสำหรับเขานะ เพราะได้เห็นทั้งรอยยิ้มที่สดใส และยังได้อยู่ใกล้ชิดคนที่เขารักอีก แค่นี้มันก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว

 

ธันวาเหม่อมองร่างโปร่งเดินหายไปจนลับตา เขาถึงค่อยสตาร์ทรถแล้วขับออกไป ในหัวก็คิดเรื่องแผนที่จะทำในคืนนี้ไปด้วย ทำให้ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะคืนนี้มันจะเป็นคืนพิเศษสำหรับพวกเขา และเขาได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว ที่เหลือก็แค่รอเวลาและพาคนหน้าหวานไปสถานที่นั้นเท่านั้น

 

 

 

 

19:30 น.

 

"ครับทุกคน ถ้าไม่มีใครสงสัยอะไรแล้ว วันนี้ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ครับ" ผู้บริหารหนุ่มประกาศให้คนในห้องประชุมทราบ ทุกคนจึงพยักหน้ารับแล้วทยอยลุกออกจากห้อง เหลือไว้เพียงร่างโปร่งที่หลับตาพิงพนักด้วยอาการเหนื่อยล้า เพราะวันนี้ทั้งวันเขายุ่งวุ่นวายกับเอกสารมากมายที่มีเข้ามาให้จัดการเยอะแยะไปหมด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีนัด ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นยืนแล้วมองเวลาที่นนาฬิกาข้อมือตัวเอง และเมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาแล้วเขาจึงรีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานแล้วเก็บของไปรอธันวาที่หน้าโรงพยาบาลทันที

 

 

Paixian

อยู่ไหน

กูเลิกประชุมแล้วนะ

 

หมอหนุ่มทักไปหาธันวาตามที่อีกฝ่ายสั่ง พร้อมกับนั่งลงตรงบริเวณม้าหินอ่อนหน้าโรงพยาบาล โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนเฝ้ารอการมาของเขาอยู่นานแล้ว

 

ติ้ง! ติ้ง!

ธันวา อภิพงษ์สกุล

โอเคครับ

เดี๋ยวจะรีบไปรับนะ :)

 

ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มบางเมื่ออีกฝ่ายตอบกลับมา เขาเก็บโทรศัพท์เครื่องหรูใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นเพื่อจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็ต้องชะงักเพราะถูกใครบางคนเรียกเอาไว้ซะก่อน

 

 

"คุณไป๋ นั่นใช่คุณไป๋รึเปล่าครับ?" และพอหันกลับไปมองยังต้นเสียงก็พบว่าคนที่เรียกคือหนุ่มหน้าหล่อที่เขาขับรถชนวันนั้นนั่นเอง

"คุณคิม!"

"ใช่ครับผมเอง ไม่คิดเลยว่าเราจะได้เจอกันอีก ผมรอให้คุณติดต่อมาทุกวันเลยนะครับ" ชายหนุ่มพูดพลางส่งยิ้มให้ พร้อมกับเดินเข้ามาหาหมอหนุ่มใกล้ๆ

"ออ...คือรถยังซ่อมไม่เสร็จน่ะครับ ผมเลยไม่ได้ติดต่อไป" หมอไป๋บอกไปตามความจริง เพราะรถของเขาเป็นสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ด เลยต้องรออะไหล่จากเมืองนอกเท่านั้น และคงต้องรออีกหนึ่งอาทิตย์กว่าจะได้ของจะมาถึง

 

"ออ..งี้นี่เอง ไอ้ผมก็คิดว่าคุณไม่อยากให้ผมรับผิดชอบเลยไม่ติดต่อมาซะอีก" ชายหนุ่มแกล้งแซว ทำให้ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างอัตโนมัติ

"ความจริงก็ไม่อยากหรอกครับ แต่คุณน่ะสิ พูดจนผมต้องยอมใจอ่อนไง"

"ฮ่าๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ ก็ผมเป็นคนผิดจริงๆนี่นา" ชายหนุ่มหัวเราะร่าะพร้อมกับยืนยันในความผิดของตน ใบหน้าหล่อดูจะอารมณ์ดีไม่น้อยที่ได้เจอหมอไป๋อีกครั้ง

 

"ครับๆ ผิดก็ผิด ว่าแต่...คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ หรือคุณไม่สบาย?" หมอหนุ่มถามพลางมองคิมหันต์ด้วยความสงสัย เพราะกำลังคิดว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรถึงมาที่นี่

"ผมรู้สึกคันยิบๆที่แผลน่ะครับ เลยว่าจะมาให้หมอตรวจดูสักหน่อย" ชายหนุ่มตอบกลับมาเสียงเรียบนิ่ง แต่หมอหนุ่มกลับตกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น เขารีบขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูแผลให้อีกฝ่ายทันที

"คันมากรึเปล่าครับ ผมขอดูหน่อยนะ" พูดพลางยื่นมือไปที่แผล

"ครับ ได้ครับ" ชายหนุ่มตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มศีรษะลงไปให้อีกฝ่ายได้ดูแผลใกล้ๆ มือสวยค่อยๆแกะพลาสเตอร์ออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลที่เริ่มตกสะเก็ด

 

"อือ..สงสัยคงเป็นเพราะแผลใกล้จะแห้งน่ะครับ เลยทำให้คุณรู้สึกคัน" ใบหน้าหวานจ้องมองแผลอย่างตั้งใจ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าผู้ชายตรงหน้ามีสีหน้ายังไงกับการกระทำของเขา

 

เป็นเวลาเดียวกับที่ร่างสูงของธันวาเดินเข้ามาพอดี จึงได้เห็นภาพบาดตาที่เหมือนว่าทั้งคู่เอาหน้าเขาหากัน เขาไม่รอช้ารีบตรงเข้ามาหาคนทั้งคู่ทันที

 

หมับ!

"พวกมึงทำอะไรกัน!" ตวาดถามเสียงดังพร้อมกับกระชากหมอไป๋ออกห่างจากชายคนนั้นอย่างแรง ทำให้ร่างโปร่งเซจนเกือบจะล้มลงไปกับพื้น แต่ยังดีที่เขาจับเอาไว้ได้ทัน

"โอ้ย! ทำอะไรของมึงเนี่ย กูเจ็บนะ" หมอไป๋ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนจะมองใบหน้าหล่ออย่างไม่เข้าใจ เขาแค่ดูแผลให้คิมหันต์เอง ทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย

"แล้วเมื่อกี้พวกมึงทำอะไร! ...กูถามว่าพวกมึงทำอะไร" ตวาดถามคนหน้าหวานเสียงดังลั่น ก่อนจะหันไปหาผู้ชายคนนั้นเพื่อจะเอาเรื่อง แต่พอได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

"ไอ้คิม! มึง!!" และอารมณ์โกรธที่มีในตอนแรกก็ทวีความรุนแรงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เขาแทบจะกระโดดเข้าใส่มันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ก็ติดตรงที่มีมือสวยยื้อเอาไว้

 

"มึงใจเย็นๆนะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิด กูแค่ดูแผลให้เขาเฉยๆ" หมอหนุ่มพยายามพูดอธิบายให้ธันวาฟัง พร้อมกับดึงร่างสูงให้ออกห่างจากคิมหันต์ด้วย ธันวาจึงหันกลับมามองใบหน้าหวานเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองคิมหันต์อย่างเอาเรื่อง แล้วก็เห็นแผลที่หางคิ้วของอีกฝ่ายจริงๆ

 

 

"อ้าวธัน...มึงเองเหรอ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีมั้ย" คิมหันต์เอ่ยทักทายธันวาอย่างเป็นมิตร แต่นัยน์ตากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง ทำให้คนกลางอย่างหมอหนุ่มถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่คิดว่าทั้งคู่จะรู้จักกัน

ส่วนธันวาก็ได้แต่กำหมัดแน่น เพราะเขาจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร และยิ่งมันมายุ่งกับคนของเขาแบบนี้ อารมณ์โกรธก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ใบหน้าหล่อขบกรามแน่นจนเห็นสันกรามชัด ถ้าไม่ติดว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาล เขาคงเข้าไปซัดหน้ามันแล้ว

 

 

"มึงรู้จักคุณคิมด้วยเหรอ" หมอหนุ่มเอ่ยถามธันวาอย่างสงสัย พร้อมกับมองคนทั้งคู่สลับกันไปมา

"ไม่!! / ครับ เรารู้จักกัน" ทั้งคู่ตอบออกมาพร้อมกัน แต่คำตอบกลับสวนทางกันซะงั้น ทำให้คนหน้าหวานงงหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะอีกคนบอกรู้จัก แต่อีกคนกลับบอกว่าไม่ ทำให้หมอหนุ่มได้แต่มองทั้งคู่สลับกันด้วยความงุนงง

 

"อะไรกัน นี่มึงจำเพื่อนอย่างกูไม่ได้จริงเหรอธัน" คิมหันต์แกล้งถามเสียงเศร้า แต่ใบหน้าหล่อกลับแสดงความร้ายกาจออกมาอย่างปิดไม่มิด ทำให้ธันวาแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆเพื่อข่มอารมณ์โกรธ จากนั้นก็มองสบตาคิมหันต์ด้วยสีหน้าเย็นชา

 

"กูไม่เคยเป็นเพื่อนกับคนอย่างมึง แล้วก็อย่ามายุ่งกับคนของกูอีก ไม่งั้นกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!" พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแล้วลากหมอไป๋ออกไปจากตรงนั้นทันที โดยที่หมอหนุ่มเองก็เดินตามร่างสูงไปแบบงงๆ

"ไว้เจอกันนะครับคุณไป๋" คิมหันต์ตะโกนไล่หลังให้ทั้งคู่ได้ยิน ธันวาจึงออกแรงลากหมอหนุ่มไปที่รถให้เร็วกว่าเดิม

 

 

"หึ เหมือนหมาบ้าเลยนะมึง เดี๋ยวกูจะทำให้มึงบ้ายิ่งกว่านี้อีกไอ้สวะ" ชายหนุ่มไม่ได้ตามคนทั้งคู่ออกไป เขาแค่แสยะยิ้มแล้วมองธันวาด้วยความสะใจเท่านั้น เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผ่นที่เขาวางไว้ ไม่เสียแรงที่วันนี้เขามาดักรอหมอไป๋ตั้งแต่เย็นจริงๆ

 

 

 

 

"ไอ้ธันเบาๆกูเจ็บ" หมอหนุ่มบอกและพยายามแกะฝ่ามือแกร่งออก แต่ธันวาก็ไม่สนใจแล้วลากเขาไปที่รถอย่างเดียว แรงบีบจากฝ่ามือแรงขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์โกรธของเจ้าตัว จนทำให้ร่างโปร่งรู้สึกเจ็บข้อมือไปหมด

"โอ้ย! กูเจ็บนะ! เป็นเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย" ร่างโปร่งทนไม่ไหวสะบัดมือสวยออกอย่างแรง ทำให้ธันวาต้องหันมามองใบหน้าหวานด้วยความโมโห

 

 

"มึงไปรู้จักมันได้ไงไป๋! มึงไปรู้จักไอ้เหี้ยนี่ได้ไงห้ะ!" เอ่ยถามเสียงแข็งพร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ทั้งโกรธทั้งโมโห และหึงจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว

"ก็เขาเป็นคนที่กูไปขับรถชนไง! มึงจะอารมณ์เสียอะไรหนักหนาห้ะ พูดกันดีๆไม่ได้รึไง" หมอหนุ่มเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เขาตวาดถวามธันวาพร้อมกับมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่รู้จักหรือเคยมีเรื่องอะไรกัน แต่ทำไมต้องมาอารมณ์เสียใส่เขาแบบนี้ด้วย มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด

 

"หึ มันคงไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่มึงคิดหรอก ไอ้เหี้ยนี่คงตั้งใจทำให้มึงขับรถชนมัน" ธันวาบอกออกมาอย่างรู้ทัน เพราะเขาคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญแน่ๆ เขารู้ดีว่าคนอย่างคิมหันต์ ไม่สิ ไอ้ธนาคิมมันร้ายกาจแค่ไหน เพราะเขาเองก็เคยโดนมันเล่นงานมาแล้ว

"มึงจะบ้ารึไง ใครมันจะบ้าหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัววะ" หมอหนุ่มเถียงกลับทันที เพราะคิดว่าธันวาชักจะไร้เหตุผลไปกันใหญ่แล้ว คนบ้าอะไรมันจะอยากให้ตัวเองเจ็บตัววะ แค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้วอ่ะ

"ก็มันไง! มึงไม่รู้หรอกว่าไอ้เหี้ยนี่มันเลวระยำแค่ไหน" ธันวาบอกออกมาอย่างเคียดแค้น เมื่อนึกถึงสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นเคยทำกับตน

"ใช่ไงกูไม่รู้! งั้นมึงช่วยบอกได้มั้ยล่ะว่าเขาเลวยังไง!" หมอหนุ่มเอ่ยถามเสียงดัง เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมธันวาถึงโกรธคิมหันต์มากขนาดนั้น

"กูยังบอกไม่ได้ แต่มึงรู้แค่มันเลวก็พอแล้ว" ธันวาบอกปัด เพราะยังไม่พร้อมจะบอกเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้ เขาต้องหาหลักฐานมาเอาผิดมันให้ได้ก่อน เพราะไม่อย่างนั้นแค่พูดลอยๆหมอไป๋คงไม่เชื่อแน่ และอีกอย่างคือเขาไม่อยากให้หมอไป๋มาเสี่ยงกับเรื่องนี้ เพราะถ้าอีกฝ่ายรู้เขาคิดว่าคนหน้าหวานคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ เขาจึงต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบด้วยตัวเอง

"เหอะ! มึงมันแม่งไร้เหตุผลวะ" เค้นหัวเราะใส่พร้อมกับหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้น

 

"ไป๋! มึงจะไปไหน" แต่ก็ถูกร่างสูงเดินมาคว้าแขนเอาไว้ เขาจึงหันไปพูดตอกหน้าอีกฝ่ายอย่างอารมณ์เสีย เพราะไม่ชอบคนไร้เหตุผลแบบนี้ที่สุด

"กลับบ้าน ถ้ายังไม่หายบ้าก็ไม่ต้องตามกูมา" ไม่พูดเปล่าแต่ยังสะบัดมือแกร่งทิ้งแล้วเดินวิ่งโบกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี ทำให้ธันวาได้แต่ยืนนิ่งเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อกี้เขาเผลอทำร้ายคนหน้าหวานโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

'หมดกัน แผนที่กูอุตส่าห์เตรียมมา่ ธันวาได้ถอนหายใจออกมาอย่างสุดเซ็ง ทั้งที่วันนี้เขาเตรียมแผนจะขออีกฝ่ายเป็นแฟนแท้ๆ แต่ต้องมาพังไม่เป็นท่าเพราะเรื่องเฮงซวยนี่แท้ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เพราะไอ้สารเลวคนนั้นคนเดียวเลย

 

ใบหน้าหล่อตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาโทรไปยกเลิกงานที่เตรียมไว้ทั้งหมด แล้วให้เจตจัดการเรื่องค่าเสียหายให้ จากนั้นก็ขึ้นรถหรูแล้วขับไปหาเพื่อนที่สนามมวยแทน

 

"อ้าวไอ้ธัน หายหัวไปซะนานเลยนะมึง" ชายหนุ่มผิวเข้มเอ่ยทักทายเพื่อนสนิททันทีที่เห็นอีกฝ่ายเดินหล่อเข้ามา

"อืม พอดีไม่ค่อยว่างอ่ะ ติดเมีย" ตอบออกมาหน้าตาเฉยทำให้เพื่อนที่กำลังยกน้ำดื่มถึงกับสำลักน้ำออกมา

"แค่กๆ มึงอำกูปะเนี้ย ไปทันมีเมียตอนไหนวะ" ถามพร้อมเช็ดน้ำที่เลอะไปด้วย

"ก็คนที่กูเคยบอกอ่ะ แต่แม่งเพิ่งทะเลาะกันว่ะ" บอกพร้อมถอนหายใจออกมายาวๆ

"ทะเลาะเรื่องอะไรกันวะ มึงถึงหงอยเป็นหมามาหากูแบบนี้" ชายหนุ่มเอ่ยแซว แต่ร่างสูงกลับไม่ได้รู้สึกขำกับการหยอกล้อของเขาเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขาเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ไม่รู้ว่าไอ้คิมมันมีแผนชั่วอะไรอีก

 

"ไอ้คิม! พวกกูทะเลาะกันเรื่องไอ้คิม" ร่างสูงตอบเสียงเรียบพร้อมกับสบตาเพื่ออย่างจริงจัง ทำให้ชายหนุ่มถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินชื่อผู้ชายคนนั้น

"ไอ้คิม...ไอ้ธนาคิมอ่ะนะ" เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

"ใช่! ไอ้เหี้ยนั่นนั่นแหละ แต่ตอนนี้มันเป็นชื่อเป็นคิมหันต์" ธันวาตอบพลางกัดฟันกรอด

"เซี้ย! แล้วมันโผล่หัวมาได้ไงวะ หายไปเกือบสิบปีละนะนั่น" ชายหนุ่มออกความเห็น เพราะหลังจากวันที่เกิดเรื่อง พวกเขาก็ไม่เคยได้ข่าวของธนาคิมอีกเลย จนกระทั่งมาได้ยินชื่อมันจากปากเพื่อนนี่แหละ คิดว่าหายสาบสูญไปซะละ

"กูก็ไม่รู้ แต่กูว่ามันต้องมีแผนชั่วอะไรอีกแน่ๆ ไม่งั้นมันไม่มายุ่งกับคนของกูแบบนี้หรอก" ธันวาตอบเสียงเข้มพร้อมกับนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เรื่องราวที่เขาไม่มีวันลืมว่าผู้ชายคนนี้เคยทำกับเขาไว้เจ็บแสบแค่ไหน

 

 

 

8 ปีก่อน...

 

"ธันคะ ธันดื่มนี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวมายด์ไปเอาของว่างมาให้ค่ะ" หญิงสาวสุดสวยบอกพร้อมยกเครื่องดื่มมาให้ ชายหนุ่มจึงยกมันดื่มโดยไม่ได้คิดอะไร เขามีความสุขมากที่เธอยอมพาเขามาที่บ้าน เพราะคืนนี้เขาตั้งใจว่าจะขอเธอเป็นแฟน แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสเพราะเธอดันชวนเขามาดูหนังก่อน เขาจึงรอให้หนังจบละค่อยขอเธอเป็นแฟนทีหลัง ซึ่งเธอถือเป็นรักแรกของเขาเลยก็ว่าได้ มันเลยทำให้เขาทั้งตื่นเต้นและมีความสุขในคราวเดียวกัน

ฝั่งหญิงสาวยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอีกฝ่ายดื่มน้ำที่เธอเอามาให้จนหมด จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องแล้วปล่อยให้ชายหนุ่มนั่งดูหนังต่อไปโดยไม่รู้เรื่องอะไร

 

 

"คิม ฉันเอายานอนหลับให้ธันกินแล้วนะ อีกสิบนาทีก็น่าจะออกฤทธิ์ นายมาจัดการได้เลย" หญิงสาวโทรไปรายงานผลกับคนสั่ง เพราะนี่คือแผนที่ชายหนุ่มสั่งเพื่อแลกกับเงินครึ่งแสนกับเธอ

"ดีมาก เดี๋ยวฉันจะรีบไป" ปลายสายตอบกลับเสียงเย็นชา พร้อมกับยกไวน์ขึ้นดื่มอย่างอารมณ์ดี หึหึ และแล้วก็มาถึงวันนี้ วันที่กูจะทำให้มึงหมดอนาคตจนไม่กล้าสู้หน้าใครอีก มึงต้องตกต่ำยิ่งกว่ากู ชีวิตมึงต้องบัดซบเหมือนที่พ่อมึงแม่มึงทำกับครอบครัวกู

 

"อืม อย่าเงินค่าจ้างของเราล่ะ ห้าหมื่นนะ" เธอย้ำเรื่องสำคัญกับอีกฝ่าย เพราะกลัวชายหนุ่มจะเบี้ยว

"รู้แล้วหน่า ฉันไม่เบี้ยวเธอหรอก แค่นี้นะ" พูดจบก็วางสายไป ปลายให้หญิงสาวยืนอมยิ้มเพราะเธอกำลังจะได้เงินก้อนโตจากการทำงานง่ายๆนี่ แค่หลอกให้ธันวารัก แค่นี้มันง่ายนิดเดียวสำหรับคนสวยระดับดาวโรงเรียนอย่างเธอ

และเมื่อผ่านไปสักพักเธอจึงเดินเข้าไปดูอาการธันวา แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายนอนแน่นิ่งไปแล้ว

 

"ธัน ธันคะ ธัน" เธอลองไปเขย่าปลุกเพื่อเช็คให้แน่ใจ แต่ชายหนุ่มก็ไม่มีการตอบสนองใดๆกลับมา นั่นจึงทำให้เธอรู้ว่ายาน่าจะออกฤทธิ์แล้ว

"ฉันชอบคุณนะธัน แต่ฉันชอบเงินมากกว่าค่ะ อย่าโกรธกันเลยนะคะ มันจำเป็นจริงๆ" เธอบอกคนหลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนสลบธันวาได้โทรไปหาเพื่อนสนิทอย่างเจมส์ จึงทำให้เจมส์สงสัยที่อยู่ๆเพื่อนก็เงียบหายไปดื้อๆ และเขาก็ยังไม่ได้วางสาย ด้วย จึงทำให้เขาได้ยินทุกอย่างที่เธอพูด ชายหนุ่มจึงไม่รอช้ารีบขับรถออกมาตามหาเพื่อนทันที เพราะจากที่เขาได้ยิน มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

 

อ็อด อ็อด อ็อด...

เสียงอ็อดหน้าบ้านดังขึ้น หญิงสาวจึงรีบวิ่งไปเปิดประตู แล้วก็ให้ชายหนุ่มสุดหล่อเดินเข้ามาในบ้าน

"มันอยู่ไหน?" ถามด้วยสีหน้าเย็นชา

"อยู่ในห้องอ่ะ จะทำอะไรก็รีบทำนะ อีกสองชั่วโมงแม่เราจะกลับมาแล้ว" เธอบอกพร้อมเดินนำอีกฝ่ายเขามาในบ้าน

"อืม นำทางไปสิ" หญิงสาวพยักหน้ารับพร้อมกับเดินนำชายหนุ่มไปที่ห้องรับแขก

 

"หึ น่าโง่จริงๆเลยนะมึง" มองธันวาด้วยสายตาสมเพชพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยไปที่ขาอีกฝ่ายเบาๆ

"ถามจริง นายทำแบบนั้นไปทำไมอ่ะ" หญิงสาวกอดอกถามชายหนุ่มด้วยความอยากรู้ เพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมธนาคิมถึงจ้างให้เธอมาหลอกธันวาด้วย

"เธอไม่ต้องรู้หรอกมันไม่ใช่เรื่องของเธอ อ่ะ...นี่เงินค่าจ้าง" บอกพร้อมยื่นเช็คเงินสดให้หญิงสาว เธอจึงรีบรับไปแล้วไม่คิดจะถามอะไรเขาอีก ก็อย่างที่เขาบอกแหละ มันไม่ใช่เรื่องของเธอ เพราะฉะนั้นแค่ได้เงินมางานของเธอก็จบแล้ว

 

"งั้นนายจะทำอะไรก็รีบทำนะ เราขอออกไปช้อปปิ้งก่อน" พูดจบก็โดดโลดเต้นออกไปด้วยความดีใจ ปล่อยให้ชายหนุ่มได้จัดการกับธันวาต่อไปคนเดียว

 

"มีความสุขมากใช่มั้ยมึง มีความสุขมากใช่มั้ยห้ะ" ตะคอกถามคนไร้สติด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายแรงๆ แต่อีกฝ่ายก็ยังแน่นิ่งไม่มีการตอบสนองใดๆกลับมา

"หึ กูจะทำให้มึงหมดอนาคต ดูสิ้ ถ้ามึงติดคุก พ่อแม่มึงจะทำยังไง จะยังหน้าระรื่นมีความสุขเหมือนทุกวันนี้อยู่มั้ย" พูดจบก็รัวหมัดใส่หน้าหล่ออย่างไม่ยั้ง ทำให้ใบหน้าหล่อฟกช้ำและมีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก แต่เจ้าตัวก็ไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัว เพราะโดนยาสลบชนิดรุนแรงเข้าไป

และเมื่อทำร้ายคนสลบจนพอใจ ธนาคิมจึงหยิบกล่องอะไรบางอย่างที่เตรียมไว้ออกมา เขาจ้องมองธันวาด้วยสายตาสมเพช เพราะอีกฝ่ายดูอ่อนหัดมากจริงๆ น่าโง่...

เข็มฉีดยาถูกแกะออกจากซองช้าๆ ก่อนจะใช้มันเจาะเข้าไปในขวดอะไรบางอย่าง ใบหน้าหล่อยิ้มร้ายให้ชายตรงหน้า เพราะอีกไม่กี่นาทีข่าวที่ผู้ชายคนนี้ติดยาจะดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศ และแน่นอนว่าทั้งบริษัทและครอบครัวของมันต้องเสียหายเพราะรื่องนี้แน่นอน

 

"หึ มึงจะมาโทษกูไม่ได้นะ ถ้าจะโทษมึงต้องไปโทษพ่อแม่มึงที่ทำเหี้ยกับครอบครัวกู" พูดจบก็ง้างมือเตรียมจะปัดเข็มฉีดยาเข้าที่คออีกฝ่าย แต่ก็ไม่วายโดนใครบาคนเข้ามาขัดจังหวะจนได้

"เห้ย!! มึงจะทำอะไรเพื่อนกูอ่ะ" ชายผิวเข้มยืนหอบหายใจแรงอยู่ที่หน้าประตู ธนาคิมจึงหันไปมองแวบหนึ่งแต่ก็ไม่คิดจะสนใจ ทำให้เจมส์ได้เห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ

 

"ไอ้คิม" เจมส์เอ่ยชื่อชายหนุ่มด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นธนาคิมง้างมือขึ้นเพื่อจะฉีดยาให้ธันวาอีกรอบ เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปแล้วกระโดดถีบอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไป เข็มฉีดยาก็ร่วงลงพื้นแล้วหายไปไหนไม่รู้

 

"มึงจะทำอะไรเพื่อนกู มึงคิดจะทำอะไรไอ้ธันห้ะ" ตะคอกถามเสียงดัง พร้อมกับเดินเข้าไปกระชากเสื้อธนาคิมขึ้นมาด้วยความโกรธ

"ไม่ใช่เรื่องของมึง อย่าเสือก!" ตะคอกกลับพร้อมกับต่อยหน้าเจมส์เข้าอย่างจัง แต่เพราะเจมส์เป็นนักมวยจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บกับหมัดของอีกฝ่ายเท่าไหร่ เขาหันมาหาธนาคิมด้วยความโกรธแล้วรัวหมัดใส่ธนาคิมเป็นชุด

 

'ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ...

"คิดจะทำร้ายเพื่อนกูเหรอห้ะ" ถามรอดไรฟันพร้อมกับเหวี่ยงหมัดใส่ช่องท้องอีกฝ่ายเข้าอย่างจริง ทำให้ธนาคิมถึงกับจุกจนล้มลงไปกองกับพื้น

"อึก..."

"มึงกล้ามากนะที่มาทำเพื่อนกูแบบนี้" เดินเข้าไปเพื่อจะเตะซ้ำ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับข้อเท้าแล้วเหวี่ยงจนล้มลงไป

ตึก!!

 

แล้วธนาคิมก็อาศัยช่วงที่เจมส์ล้มวิ่งหนีออกไปจากบ้านทันที เจมส์รีบวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทันเพราะมันขับรถหนีไปแล้ว

 

"โธ่เอ้ย! ฝากไว้ก่อนนะมึง" เจมส์สบถออกมาอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะเดินกลับไปดูเพื่อนที่นอนสลบอยู่

 

"ธัน! ไอ้ธัน! ตื่น!" เขาตบหน้าเพื่อนเบาๆเพื่อเรียกสติ แต่ธันวาก็ไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวเลย เขาจึงแบกอีกฝ่ายขึ้นรถแล้วพาไปส่งโรงพยาบาล จึงทำให้รู้ว่าเพื่อนของตนโดนยาสลบ แต่ยังดีที่ได้รับในปริมาณที่ไม่มากเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่รอดแน่

 

"เกิดอะไรขึ้นวะ กูมาอยู่นี่ได้ไง" เมื่อฟื้นขึ้นมา ธันวาเอ่ยถามเจมส์ทันที เขารู้สึกปวดหัวจนยกศีรษะแทบไม่ขึ้น พร้อมกับหันไปมองรอบๆด้วยอาการมึนงง

"มึงโดนวางยา" เจมส์ตอบสั้นๆ พร้อมกับเข้าไปพยุงให้เพื่อนนั่ง

"ห้ะ มึงว่าไงนะ" ธันวาถามออกมาด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

"คืองี้..." แล้วเจมส์ก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ธันวาฟัง เจ้าตัวดูเจ็บปวดไม่น้อยที่โดนหญิงสาวที่ตนรักหลอก และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอเห็นเงินดีกว่าชีวิตของเขา และที่เขาแค้นที่สุดคงจะเป็นธนาคิม เพื่อนร่วมห้องที่ไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ แต่ทำไมมันต้องมาทำร้ายเขาแบบนี้ด้วย เขาได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองในใจ เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแค้นอะไรเขานักหนา ถึงขั้นคิดจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับเขาได้

 

 

"มึงไม่ได้โทรบอกพ่อแม่กูใช่มั้ย" ธันวาเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล เพราะเขาไม่อยากให้พ่อแม่รู้เรื่องนี้ มันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ถ้าพวกท่านรู้ว่าเขาโดนทำร้ายแบบนี้

"อืม กูรอมึงฟื้นอ่ะ ถ้าอยากบอกมึงก็บอกเองไง" เจมส์บอกเพื่อนอย่างเข้าใจ เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนรักครอบครัวมากแค่ไหน

"ดีแล้ว มึงอย่าบอกเรื่องนี้กับใครนะ เดี๋ยวกูจะจัดการพวกแม่งเอง" ใบหน้าหล่อที่มีรอยฟกช้ำบอกออกมาอย่างเคียดแค้น เพราะหลังจากออกจากโรงพยาบาล เขาคิดจะจัดการพวกมันด้วยตัวเอง

"อืม มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ" เจมส์ตอบพร้อมกับพยักหน้ารับ

"ขอบใจมึงมากนะเจมส์ กูจะไม่ลืมบุญคุณครั้งนี้ของมึงเลย" ธันวามองเพื่อนด้วยแววตาซาบซึ้ง เพราะถ้าไม่ได้เพื่อนคนนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไง

"ไม่เป็นไรหรอก มึงเพื่อนกูนิ" เจมส์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทำให้ธันวายิ้มและรู้สึกซึ้งกับคำพูดของมัน เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยได้รับความจริงใจจากใครแบบนี้เลย มีแต่เจมส์นี่แหละที่คบเขาด้วยความจริงใจ ไม่ใช่คบเพราะเขารวยแบบคนอื่น

"อืม"

 

 

หลังจากนอนโรงพยาบาลหนึ่งคืนธันวาก็กลับมาเรียนตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือใบหน้าหล่อที่มีรอยฟกช้ำจนทุกคนสงสัย เขาก็แค่ตอบไปว่าซ่อมมวยกับเจมส์จนโดนต่อยก็เท่านั้น ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะทั้งคู่สนิทกัน และมักจะซ่อมมวยจนได้แผลเป็นประจำอยู่แล้ว

เขาตามหาตัวมายด์กับธนาคิมเพื่อจะเอาเรื่อง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะคนทั้งคู่ได้ชิงลาออกออกไปก่อนแล้ว เขาจึงได้แต่เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าทั้งคู่หายหัวไปอยู่ส่วนไหนของโลก แถมยังไม่มีหลักฐานเอาผิดพวกมันได้อีก เขาจึงปล่อยให้เรื่องนี้กลายเป็นบทเรียนชีวิต แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยคิดจะคบผู้หญิงคนไหนอีก เพราะทุกคนที่เข้าหาเขาก็หวังเพียงเงินของเขาเท่านั้น ไม่มีใครจริงใจและรักเขาจริงๆสักคน

 

 

 

ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน

"แล้วมึงจะเอายังไงต่อ" เจมส์ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนแค้นผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน

"รอดูไปก่อน ถ้ามันยังมายุ่งกับคนของกู กูจะไม่ปล่อยมันไปเป็นครั้งที่สองแน่" เสียงทุ้มต่ำบอกออกมาอย่างแข็งกร้าว พร้อมกับนัยน์ตาคมที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

 

'เอาสิ ถ้ามึงอยากลองของ กูก็พร้อมจะจัดให้'

 

 

To be continued...

 

มาแล้ว...เปิดปมคุณพี่ธันแล้วอิอิ ชอบไม่ชอบฝากคอมเมนต์หน่อยนะคะ อิอิ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามมากๆค่ะ รักทุกคนเลยน้ะ ปมจะค่อยๆเฉลยทีละปมน้ะ ต้องมาลุ้นว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น พี่ธันจะจัดการกับคุณคิมยังไงมาลุ้นกันค่ะ 😏

 

ความคิดเห็น