facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 39 พูดต่อสิ / บทที่ 40 จุ๊บสองที

ชื่อตอน : บทที่ 39 พูดต่อสิ / บทที่ 40 จุ๊บสองที

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 39 พูดต่อสิ / บทที่ 40 จุ๊บสองที
แบบอักษร

บทที่ 39 พูดต่อสิ 

เตียงน้อยของเธอปูผ้าปูเตียงลายเชยๆ สีฟ้าขาวของโรงเรียน เธอไม่ชอบผ้าห่มของโรงเรียนเพราะห่มไม่สบาย ต่อมาเลยไปซื้อจากตลาดเล็กๆ หน้าประตูโรงเรียนเองมาหนึ่งผืนซึ่งอุ่นกว่ามาก และลายดอกโบตั๋นสีแดงสดขนาดใหญ่แต่ละดอกนั้นช่างแทงตาเหลือเกิน 

และตอนนี้ซือเยี่ยหานกำลังนอนอยู่บนเตียงที่ไม่เข้ากับเขาอย่างสุดโต่งและห่มผ้าห่มลายดอกโบตั๋นผืนนั้น 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกว่าผ้าห่มลายดอกโบตั๋นแสนเชยผืนนั้นในเวลานี้ดูมีราคาขึ้นมาอย่างประหลาด 

“คือว่า...คุณจะนอนที่หอพักของฉันเหรอคะ?” 

“มานี่” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบ ไม่อนุญาตให้เอ่ยปากถามสงสัย 

“อื้อ” เยี่ยหวันหวั่นกลืนน้ำลาย เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย 

จากนั้น ก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของเขา นอนด้วยกัน 

เยี่ยหวันหวั่นนิ่งอึ้ง 

ตัวเองนอนก็ช่างเถอะ ยังจะต้องลากเธอมานอนด้วยกันคืออะไร! 

นอกประตูมีเสียงหัวเราะพูดคุยและเสียงเดินไปมาของเหล่าเด็กสาวอยู่ตลอด ใจของเยี่ยหวันหวั่นตกไปอยู่ตาตุ่มแล้ว รีบลองเอ่ยโน้มน้าว “คือว่า เตียงของฉันที่นี่แข็งมาก นอนไม่สบายจริงๆ! ถ้าหากคุณง่วงแล้วละก็ กลับไปนอนดีไหมคะ?” 

ชายหนุ่มกอดเธอไว้ในอ้อมแขนราวกับกำลังกอดหมอนข้าง “สบาย” 

ใบหน้าของเยี่ยหวันหวั่นเปลี่ยนเป็นมืดคล้ำ เขากำลังพูดถึงเตียง หรือพูดถึงเธอกันแน่? 

“คุณชายเก้า คุณไม่กลับไปนอนจริงเหรอ? คุณฟังดูสิที่นี่เสียงดังหนวกหู เตียงก็เล็ก ไม่พอขาคุณด้วยซ้ำ อีกทั้งคุณหมอโม่ไม่อยู่คุณก็นอนไม่หลับ แล้วก็...” 

เยี่ยหวันหวั่นพูดคนเดียวอยู่นานสองนาน สุดท้ายคนบางคนก็ไม่มีทีท่าว่าจะกลับไป 

ในที่สุดเยี่ยหวันหวั่นก็หยุดพูดอย่างจนใจ 

แต่ว่าพอเธอไม่พูด คนบางคนก็ลืมตาขึ้นมา ส่งเสียงแหบต่ำร้องขอ “พูดมาสิ” 

เยี่ยหวันหวั่นไม่ทันเข้าใจความหมาย “ฮะ?” 

ซือเยี่ยหาน “พูดต่อไปสิ” 

เยี่ยหวันหวั่นทำตัวไม่ถูก 

อย่าได้ปรนนิบัติยากนักจะได้ไหม จะนอนยังต้องให้เธอกล่อมอยู่ข้างกายด้วยเหรอ? 

เยี่ยหวันหวั่นคิดอยากจะถีบผ้าห่มออกไปที่พื้น แน่นอนว่า เธอไม่มีความกล้าแบบนั้นจึงพยักหน้าอู้อี้ “อ้อ...” 

แต่ว่า พูด เธอจะพูดอะไรล่ะ? 

“เอ่อ ฉันท่องค่าพายให้คุณฟังได้ไหม?” เยี่ยหวันหวั่นลองเอ่ยปากถาม 

“อื้อ” คนบางคนพยักหน้า แสดงความไม่เรื่องมาก 

ทำให้เยี่ยหวันหวั่นทำได้เพียงเริ่มท่อง “3.1415926535789…” 

ค่าพายเป็นตัวเลขจำนวนนับไม่ถ้วน ว่ากันว่ามนุษย์สามารถท่องติดต่อกันยาวนานสิบกว่าชั่วโมงจนถึงตำแหน่งที่หนึ่งแสน 

เยี่ยหวันหวั่นก็ไม่เคยจดบันทึกมาก่อนว่าตัวเองท่องได้ถึงตำแหน่งที่เท่าไรกันแน่ อย่างไรซะซือเยี่ยหานไม่พูดว่าหยุด ก็ทำได้แค่ท่องต่อไป 

ผู้ชายที่นอนอยู่ข้างกายเธอช่างหล่อเสียจนสามารถทำให้ท้องฟ้าของชิงเหอสว่างราวกับตอนกลางวัน ผมสีดำราวกับถูกย้อมด้วยสีของราตรี อวัยวะทั้งห้าบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างเห็นได้ชัด ผิวที่สมบูรณ์แบบไม่มีรอยตำหนิแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางที่ดูเฉยชาทว่าดูดีอย่างที่สุด แม้แต่เส้นผมเส้นเดียวยังเห็นได้ชัดถึงความลำเอียงของผู้สร้าง โดยเฉพาะในเวลานี้เขาปลดกระดุมปกเสื้อให้ปล่อยออก เผยให้เห็นไหปราร้าวับๆ แวมๆ... 

หลังจากที่ไม่น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว เยี่ยหวันหวั่นพบว่า การนอนอยู่ข้างสินค้าชั้นยอดแบบนี้ เป็นการโดนลงโทษรูปแบบหนึ่ง 

เยี่ยหวันหวั่นไม่รู้ว่าตัวเองท่องอยู่นานเท่าไร ท่องจนสุดท้าย ก็ท่องจนตัวเองง่วง สะลึมสะลือไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่ตอนไหน 

สุดท้าย เธอถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยเสียงเคาะประตู 

“ก๊อกๆๆ” เสียงเคาะประตูเป็นเสียงที่ดังขึ้นอย่างฉับพลันมากในห้องที่เงียบสงบ 

ว่าแล้วไง! กลัวอะไรก็เจออะไรจริงๆ! 

ผู้ชายข้างกายเหมือนว่ากำลังหลับลึก หลังจากที่ถูกเสียงเคาะประตูรบกวน คิ้วน่ามองนั้นพลันขมวดมุ่น มีเมฆดำทมึนลอยอยู่ 

เยี่ยหวันหวั่นประหลาดใจเล็กน้อย ซือเยี่ยหานหลับอีกแล้วเหรอ? 

ไม่ได้บอกว่าเขานอนยาก จะนอนทุกครั้งต้องมีคุณหมอโม่สะกดให้นอนหลับไม่ใช่เหรอ? 

แต่ว่าตอนนี้เธอไม่มีเวลามาคิดอะไรมากมายขนาดนั้นแล้ว จึงรีบผลักคนข้างๆ เบาๆ “ซือเยี่ยหาน! ตื่นสิ!” 

 

 

บทที่ 40 จุ๊บสองที 

แน่นอนเธอรู้ว่าอารมณ์ตื่นนอนของซือเยี่ยหานน่ากลัวแค่ไหน แต่ตอนนี้เธอสนใจอะไรมากไม่ได้แล้ว 

“ซือเยี่ยหาน มีคนมา คุณหลบไปก่อนดีไหม?” 

เป็นอย่างที่คิด เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ การแสดงออกของปีศาจร้ายบางตัวก็น่ากลัวขนาดที่ว่าทำลายโลกทั้งใบให้พินาศลงได้ 

เยี่ยหวันหวั่นสิบนิ้วพนมมือ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความอ้อนวอน “ขอร้องล่ะนะ!” 

สีหน้าของคนบางคนยังคงมีอารมณ์เหมือนพายุโหมกระหน่ำ มีเมฆดำแผ่เต็มท้องฟ้า 

เยี่ยหวันหวั่นเอนกายเข้าไปจุมพิตบนริมฝีปากของชายหนุ่มอีกครั้ง “ได้ไหมคะ?” 

สาวน้อยน้ำตาซึมเปียก น้ำเสียงทั้งออดอ้อนและอ่อนหวาน ทำให้หัวใจละลายไปได้เลย 

ความโมโหของซือเยี่ยหานเหมือนว่าจะมลายหายไปอย่างหมดจดในชั่วพริบตา เพียงแต่ใบหน้าของเขายังคงมีน้ำแข็งหมื่นลี้เกาะกุมอยู่เช่นเคย 

เหอะ สาวน้อยคนนี้ เธอคิดว่าเขากล่อมง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ? 

เห็นซือเยี่ยหานยังคงทำหน้าเย็นชาไม่เดือดร้อนแต่อย่างใด เยี่ยหวันหวั่นก็ร้อนใจอย่างที่สุด เอนกายเข้าไปจุมพิตอีกครั้ง “ขอร้องคุณล่ะนะ” 

ซือเยี่ยหานบอก “ได้” 

เยี่ยหวันหวั่นใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี “ขอบคุณนะ คุณไปหลบในห้องน้ำก่อนเถอะ ฉันจัดการทางนี้ครู่เดียว” 

อืม...หากว่าใช้จุ๊บเดียวแก้ปัญหาไม่ได้ เช่นนั้นก็สองจุ๊บ 

รอให้ซือเยี่ยหานไปซ่อนตัวแล้ว เยี่ยหวันหวั่นถึงไปเปิดประตู 

ทำเธอตกใจแทบแย่ นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจหอเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเฉินเมิ่งฉี... 

ได้เห็นสภาพของเยี่ยหวันหวั่นในเวลานี้ เฉินเมิ่งฉีที่อยู่หน้าประตูก็ชะงักไปชั่วขณะ 

เห็นเพียงสาวน้อยไร้การแต่งหน้า สวมชุดนอนธรรมดา ทว่ากลับดูอ่อนโยนดั่งดอกบัวที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ สวยงามจนไม่อาจละสายตาได้ 

แม้เธอจะรู้อยู่แต่แรกแล้วว่ารูปร่างของเยี่ยหวันหวั่นเมื่อผอมลงหน่อยจะดูดีมาก แต่เพราะนานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นรูปร่างหน้าตาดั่งเดิมของเยี่ยหวันหวั่น เวลานี้ได้มาเห็นกระทันหัน จึงตกตะลึงไปเลย 

เธอเองก็เป็นที่รู้จักไปทั่วในนามของสาวสวย ทั้งยังเป็นดาวของห้อง A แต่เวลานี้เมื่อเธอมายืนอยู่ตรงหน้าของเยี่ยหวันหวั่น ต่อให้เธอจะตั้งใจแต่งหน้าเต็มที่ ก็ยังสวยได้เพียงหนึ่งในสิบของเยี่ยหวันหวั่นที่ใบหน้าไร้การแต่งแต้ม สวมชุดนอนธรรมดาก็เท่านั้น 

สีหน้าของเฉินเมิ่งฉีเปลี่ยนไม่หยุด การแสดงออกทางสีหน้าแทบจะอดกลั้นไว้ไม่ไหว พยายามทำน้ำเสียงให้ดูใกล้ชิดอ่อนหวานเหมือนปกติ “หวันหวั่น ทำไมตั้งนานกว่าจะมาเปิดประตู?” 

“ฉันหลับอยู่” เยี่ยหวันหวั่นตอบไปส่งๆ 

“แต่ว่าตอนนี้เพิ่งจะสองทุ่มกว่า เธอนอนเร็วขนาดนี้เลยเหรอ” เฉินเมิ่งฉีเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ 

“ดึกป่านนี้ มาหาฉันมีเรื่องอะไรเหรอ?” เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยถาม 

“มาหาเธอแน่นอนว่าต้องมาคุยเล่นน่ะสิ อย่ามัวยืนเกาะประตูเลย พวกเราเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” เฉินเมิ่งฉีไม่ถือว่าตัวเองเป็นคนนอก จึงเดินตรงเข้าไปข้างในทันที 

เยี่ยหวันหวั่นขมวดคิ้ว เธอในชาติก่อนปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้เฉินเมิ่งฉีมาคุยกับเธอ ทุกครั้งเธอจะลากเฉินเมิ่งฉีมาคุยด้วยจนถึงดึกดื่นค่อนคืน แต่ว่าบัดนี้เธอไม่มีความสนใจนั้นเลย 

เพียงแต่ เธอชำเลืองมองไปทางห้องน้ำ สุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามให้เฉินเมิ่งฉีเข้ามา 

หลังจากเข้ามาแล้ว เฉินเมิ่งฉีก็รีบจ้องเธอด้วยสีหน้าจริงจังแล้วเอ่ยพูด “หวันหวั่น เธอไม่ระวังเลยนะ ทำไมถึงไปเปิดประตูด้วยหน้าสดไร้เครื่องสำอางแบบนี้ล่ะ หากว่าคนนอกประตูไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคนอื่นล่ะ? หากให้คนอื่นเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเธอก็จะแย่เอานะ หูตาของซือเยี่ยหานมีอยู่ทุกที่ แม้จะอยู่ในโรงเรียนก็ไม่ควรชะล่าใจ” 

ความคิดเห็น