facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 33 เพราะว่าหนูเป็นอัจฉริยะ / บทที่ 34 เจอกันใหม่กับผีน่ะสิ!

ชื่อตอน : บทที่ 33 เพราะว่าหนูเป็นอัจฉริยะ / บทที่ 34 เจอกันใหม่กับผีน่ะสิ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33 เพราะว่าหนูเป็นอัจฉริยะ / บทที่ 34 เจอกันใหม่กับผีน่ะสิ!
แบบอักษร

บทที่ 33 เพราะว่าหนูเป็นอัจฉริยะ 

“เยี่ยหวันหวั่น เป็นเพราะเธอคนเดียว ทำให้อาจารย์ตั้งกี่คนต้องเสียแรงเสียเวลาอันมีค่า เธอยอมรับออกมาตอนนี้ยังทันนะ อย่าคอยจนถึงเวลาแล้วทำให้ตัวเองขายหน้า เธอกำลังทำให้ห้อง F ของเราขายขี้หน้าหมดแล้ว” เหลียงลี่หวาเอ่ยเสียงกร้าว 

เยี่ยหวันหวั่นยิ้มเล็กน้อย “อาจารย์เหลียง คนที่สงสัยหนูคืออาจารย์ คนที่ทำให้เรื่องวุ่นวายจนต้องเรียกคนมามากมายก็คืออาจารย์ ต่อให้เสียเวลา ก็เป็นอาจารย์ที่กำลังทำให้ทุกคนเสียเวลาล่ะมั้งคะ?” 

“เธอ...” 

ไม่ทันที่เหลียงลี่หวาจะเอ่ยปากตอบโต้ เยี่ยหวันหวั่นมองไปทางอาจารย์คนอื่นๆ แล้วพูดขึ้นว่า “อาจารย์ทุกท่าน ไม่ต้องยุ่งยากไปเอาข้อสอบสำรองหรอกค่ะ เดี๋ยวอาจารย์เหลียงจะพูดได้ว่าหนูเก่งกาจจนได้ข้อสอบมาอีก หนูกลัวว่าให้กระโดดแม่น้ำฮวงโหไปแล้วก็ยังล้างมลทินให้ตัวเองไม่ได้ สู้ให้อาจารย์ทุกคนคิดคำถามที่นี่คนละห้าคำถาม รวมกันทั้งหมดยี่สิบห้าข้อ หากผิดไปแม้แต่ข้อเดียว อย่างนั้นก็ถือว่าหนูทุจริต!” 

ถ้าหากเธอสอบใหม่ละก็ เรื่องการจัดอันดับก็จะไม่ชัดเจนไปด้วย ไม่สู้เธอพิสูจน์ว่าคะแนนของเธอเป็นของจริงไปเลยซะดีกว่า 

จ้าวซิงโจวที่อยู่ด้านข้างลูบคางเล็กน้อย “นี่ นักเรียนเยี่ย วิชาคำนวณของเธอน่ากังวลนะ...วิชาภาษาจีน วิชาคณิต วิชาสังคม การเมือง ประวัติศาสตร์ น่าจะเป็นสามสิบข้อไม่ใช่เหรอ?” 

สีหน้าเยี่ยหวันหวั่นเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ไม่นับวิชาคณิตศาสตร์ค่ะ” 

จ้าวซิงโจวเลิกคิ้ว “ทำไมไม่นับวิชาคณิตศาสตร์ล่ะ” 

เยี่ยหวันหวั่นตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เพราะว่าหนูไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์” 

จ้าวซิงโจวพลันกุมหัวใจ ทำท่าเหมือนมีลูกธนูปักลงกลางใจ เอ่ยด้วยสีหน้าน้อยใจ “ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นสิ คณิตศาสตร์มันทำไมเหรอ วิชาคณิตศาสตร์ของฉันสนุกที่สุดแท้ๆ...” 

เยี่ยหวันหวั่น “...” เป็นวิชาที่ทรมานใจที่สุดละสิไม่ว่า 

อาจารย์ทั้งหลายปรึกษากันนิดหน่อย สุดท้ายแล้วคิดเห็นตรงกันว่าข้อเสนอของเยี่ยหวันหวั่นยุติธรรมที่สุด และประหยัดเวลา 

อาจารย์หลายๆ คนที่อยู่ตรงนั้นออกข้อสอบมาคนละห้าข้อ 

ข้อสอบยี่สิบห้าข้อก็ถูกพิมพ์ออกมาอย่างรวดเร็ว แบ่งเป็นข้อสอบเล็กๆ ห้าแผ่น 

จ้าวซิงโจวไม่ยอมตัดใจ ออกข้อสอบมาห้าข้อด้วยเหมือนกัน มองเยี่ยหวันหวั่นอย่างคาดหวัง  

หัวหน้าหลิวมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารำคาญใจ “เริ่มกันเถอะ ให้เวลาเธอครึ่งชั่วโมงพอไหม?” 

“พอค่ะ” เยี่ยหวันหวั่นไม่ขัดข้อง นั่งลงและเริ่มทำข้อสอบ 

อาจารย์ทั้งหลายล้วนนั่งบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล จิบชาไปพลางๆ ระหว่างรอ 

เหลียงลี่หวามองเยี่ยหวันหวั่นที่เริ่มทำข้อสอบอย่างตั้งใจ ใบหน้าเผยความเย้ยหยัน เธออยากจะเห็นนักว่ายัยเด็กสมควรตายนี่จะโกหกไปได้สักกี่น้ำ 

เยี่ยหวันหวั่นเริ่มจากกวาดสายตามองคำถามทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นจึงเริ่มลงมือเขียน 

เพื่อหลีกเลี่ยงคะแนนจากความดวงดี จึงไม่มีข้อสอบปรนัย โดยมากล้วนเป็นข้อสอบอัตนัย ทั้งสิ้น 

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ทำข้อสอบทั้งหมดเสร็จสิ้น 

อาจารย์ทั้งหลายรีบมามุงดู ตรวจทานอย่างรวดเร็ว ผลสุดท้ายคือ...ถูกต้องทั้งหมด! 

นอกจากวิชาคณิตศาสตร์ ที่ไม่ได้ทำสักข้อเหมือนเดิม 

เพื่อที่จะสามารถทดสอบคะแนนที่แท้จริงของเยี่ยหวันหวั่น ความยากของคำถามห้าข้อจึงไม่น้อยไปกว่าข้อสอบเสมือนจริงในครั้งนี้ คาดไม่ถึงว่าผลสุดท้ายเด็กคนนี้จะตอบถูกทั้งหมดโดยไม่ตกหล่นสักข้อ 

หลังจากเหลียงลี่หวาตรวจทานคำตอบข้อสอบภาษาอังกฤษข้อสุดท้ายเสร็จ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง “นี่มันเป็นไปไม่ได้! เยี่ยหวันหวั่นเป็นที่โหล่มาตลอด! คะแนนจะดีขึ้นขนาดนี้ในชั่วข้ามคืนได้ยังไง!” 

เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย “จะอะไรถ้าไม่ใช่เพราะหนูเป็นอัจฉริยะ?” 

“พรืด...” จ้าวซิงโจวที่เดิมทีกำลังรู้สึกหงุดหงิดใจได้ยินคำพูดของเยี่ยหวันหวั่นพลันหลุดหัวเราะออกมา “คิดว่าเด็กคนนี้ทำได้มาตั้งนานแล้ว ตั้งใจส่งกระดาษคำตอบเปล่าล่ะสิ? เด็กวัยต่อต้าน เข้าใจได้น่า! สรุปตอนนี้ความจริงกระจ่างแล้ว ชิงเหอของเรามีนักเรียนที่คะแนนดีโดดเด่นเพิ่มขึ้นอีกคน นี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอ?” 

จ้าวซิงโจวพูดถึงตรงนี้ ทำสีหน้าเต็มไปด้วยความน้อยใจมองไปทางเยี่ยหวันหวั่น “แต่ว่า นักเรียนเยี่ยหวันหวั่น เธอไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ขนาดนี้ ทำให้อาจารย์เสียใจจริงๆ ! พวกเรามาคุยกันหน่อยได้ไหม ต่อไปฝนตกให้ทั่วฟ้าได้ไหม?”  

“ขอโทษค่ะอาจารย์ วิชาคณิตศาสตร์ทำไม่ได้” 

“...” 

เยี่ยหวันหวั่นมองหลิวเหวินป๋อแล้วพูดสิ่งที่เธอกังวลที่สุดออกมา “ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ใหญ่หลิวคะ เรื่องหนังสือแจ้งการไล่ออกของหนู?” 

หลิวเหวินป๋อได้รับสายตาเตือนอย่างโกรธเกรี้ยวของเหลียงลี่หวา ใบหน้าดูไม่ได้อย่างมาก แต่ขณะนี้มีอาจารย์หลายคนอยู่ที่นี่ เขาก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน 

ท้ายที่สุด หลิวเหวินป๋อทำได้แค่เอ่ยอย่างเป็นกลางด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ตามกฎของโรงเรียน คะแนนในการสอบครั้งนี้ของเธอโดดเด่น มติการไล่ออกสามารถหยุดไปก่อนชั่วคราว คอยดูอีกสักระยะก่อน ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าเธอกลับตัวแล้วจริง ย่อมเพิกถอนมติการไล่ออก!” 

 

 

บทที่ 34 เจอกันใหม่กับผีน่ะสิ! 

กว่าจะจับยัยเด็กนี่ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คาดไม่ถึงว่าจะพังลงเช่นนี้? 

เหลียงลี่หวาจะยอมได้อย่างไรแต่ว่าตอนนี้อาจาร์ยทุกคนได้เห็นและพิสูจน์แล้วว่าคะแนนสอบของเยี่ยหวันหวั่นเป็นของจริง เธอเองก็เข้าใจความสำคัญของคะแนนที่มีต่อโรงเรียน 

สมควรตายนัก! ครั้งนี้ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ไม่มีทางไล่เด็กคนนี้ไปได้แล้ว! 

“ถ้าอย่างนั้นหนูอยากให้อาจารย์เหลียงขอโทษหนูไม่ใช่สิ่งที่ทำเกินไปใช่ไหมคะ?” เยี่ยหวันหวั่นไม่คิดจะยอมให้เรื่องจบง่ายๆ หรอก 

“ฉันไม่มีทางขอโทษเป็นอันขาด!” เหลียงลี่หวาถลึงตาใส่เยี่ยหวันหวั่นอย่างดุดัน โมโหเสียจนทรวงอกขยับขึ้นลงอย่างแรง 

หลิวเหวินป๋อกระแอมครั้งหนึ่ง เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ “นักเรียนเยี่ยหวันหวั่น อาจาร์ยเหลียงเขาก็ทำเพื่อความถูกต้องยุติธรรมและระเบียบข้อบังคับของการสอบ ถึงได้ตั้งข้อสงสัยขึ้นมาอย่างสมเหตุสมผล เธอจะให้อาจารย์ดูไม่ดีได้อย่างไร?” 

“อาจารย์เหลียงใส่ร้ายหนูต่อหน้าเพื่อนนักเรียนทั้งหมดโดยไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัด เหยียดหยามความเป็นมนุษย์ของหนู หรือว่าคนที่ดูไม่ดีควรจะเป็นหนูอย่างนั้นเหรอคะ?” 

“เดี๋ยวให้อาจารย์เหลียงพูดกับทุกคนในห้องให้ชัดเจน คืนความบริสุทธิ์ให้เธอก็พอแล้ว เรื่องนี้เอาตามนี้แหละ!” คาดไม่ถึงว่าหลิวเหวินป๋อจะปัดคำขอการขอโทษของเยี่ยหวันหวั่นแบบนี้ 

เยี่ยหวันหวั่นยิ้มเย็นมองผู้ชายที่อยู่ตรงข้าม และมองไปที่เหลียงลี่หวา พลันเอ่ยขึ้นช้าๆ “เมื่อหลายเดือนก่อน ในค่ำคืนที่มืดมิดลมพัดโกรก หนูเดินผ่านสวนต้นไม้เล็กๆ ของโรงเรียน เหมือนว่าจะเห็นอาจารย์เหลียง อ้อ ใช่แล้ว นอกจากอาจารย์เหลียงแล้วยังมีหลิว...” 

ฟังมาถึงตรงนี้ สีหน้าเหลียงลี่หวาเปลี่ยนไปทันที รีบตัดบทเธอ “พอได้แล้ว ฉันรับปากว่าจะขอโทษ! เธอยังมีเรื่องอะไรอีกก็มาหาฉันเป็นการส่วนตัวเถอะ อย่าเสียเวลาอาจารย์คนอื่นๆ อีกเลย”  

เหลียงลี่หวาคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า เยี่ยหวันหวั่นที่ไม่เคยปริปากบ่นขี้ขลาดตาขาวจะกล้ามากขนาดนี้ คาดไม่ถึงว่าจะเอาเรื่องนี้มาขู่เธอ! 

เยี่ยหวันหวั่นย่อมรู้ดีว่าเหลียงลี่หวากำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนี้รังแกเธอตามใจชอบเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะ 

เชื่อว่ามีเรื่องนี้เป็นจุดอ่อน อย่างไรเหลียงลี่หวาก็ต้องยั้งมือไว้บ้าง 

หลิวเหวินป๋อก็ปาดเหงื่อ ท่าทีเปลี่ยนไปทันตาเห็น เอ่ยอย่างอ่อนโยน “นักเรียนเยี่ยหวันหวั่น อาจารย์เหลียงรับปากว่าจะขอโทษแล้ว ตอนนี้เธอพอใจแล้วใช่หรือไม่ เพียงแต่เรื่องมติการไล่ออก ตามกฏแล้วให้โอกาสเธอได้ก็จริง แต่การสังเกตการณ์ก็เป็นเรื่องจำเป็น หากเธอก่อเรื่องขึ้นในช่วงสังเกตการณ์นี้ กลัวว่าแม้แต่ฉันกับอาจารย์เหลียงก็ช่วยเธอไม่ได้ หวังว่าเธอจะเข้าใจในจุดนี้นะ” 

“ทราบแล้วค่ะ” เยี่ยหวันหวั่นเห็นคนดีด้วยเธอก็รับไว้ 

... 

ไม่นาน เหลียงลี่หวาทำหน้าบึ้งกลับมาถึงชั้นเรียน เยี่ยหวันหวั่นก็เดินตามกลับมาอยู่ข้างหลัง 

ในห้องเรียนพลัดเงียบสงัด สายตาทั้งหมดจับจ้องมาที่ตัวของเยี่ยหวันหวั่นอย่างอยากรู้อยากเห็น 

เหลียงลี่หวาโมโหเสียจนเล็บจะจิกมือของเธอจนทะลุแล้ว แต่กลับทำได้แค่พูดขึ้นทีละคำว่า “นักเรียนทุกคน เมื่อครู่อาจารย์ทั้งหลายได้ทำการรวบรวมข้อสอบให้เยี่ยหวันหวั่นสอบใหม่อีกครั้งต่อหน้าเพื่อพิสูจน์แล้ว คะแนนสอบของเยี่ยหวันหวั่นเป็นของจริง เธอได้ที่หนึ่งของห้องจริง ก่อนหน้านี้อาจารย์ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี เรื่องนี้ อาจารย์ขอกล่าวขอโทษนักเรียนเยี่ยหวันหวั่นตรงนี้ด้วย” 

เยี่ยหวันหวั่นทำท่าทางไม่ใส่ใจ “ไม่เป็นไรค่ะ หวังว่าครั้งหน้าอาจารย์เหลียงอย่าได้ตัดสินคนจากภายนอกแบบนี้อีกนะคะ” 

พริบตาที่กล่าวจบห้อง F ก็เกิดความวุ่นวายขึ้น 

ในเมื่อบ๊วยของห้องกลับกลายเป็นที่หนึ่งของทั้งห้องอย่างกะทันหัน ไม่ว่าอย่างไรก็น่าตกใจเกินไป 

“เยี่ยหวันหวั่นเป็นที่หนึ่งของห้องจริงๆ อย่างกับเห็นผีแหนะ” 

“ฮ่าฮ่าฮ่า เมื่อกี้ใครพูดว่าถ้าเยี่ยหวันหวั่นสอบได้ที่หนึ่งของห้องจะไปกินขี้นะ? เมื่อกี้เธอพูดใช่ไหม?” 

“ไอ้บ้า! เธอสิกินขี้!” 

“ก็แค่คะแนนดีนิดหน่อยเอง มีอะไรยอดเยี่ยมนักหนา น่าเกลียดขนาดนี้ ถ้าคะแนนไม่ดีสักหน่อยเขาก็อย่ามีชีวิตอยู่อีกเลย” 

“ยังคิดว่าในที่สุดก็ไม่ต้องเจอยัยตัวประหลาดนี่แล้ว คิดไม่ถึงว่าตอนนี้ยังต้องทนต่อไปอีก” 

... 

เหลียงลี่หวาพยายามกลั้นความโกรธนี้ลงไปอย่างมาก แล้วเอ่ยต่อไปว่า “อันดับรายชื่อได้แจกให้พวกเธอทุกคนแล้ว ตอนนี้ทุกคนเปลี่ยนที่นั่งของตัวเองตามอันดับรายชื่อครั้งนี้ได้แล้ว” 

ทันทีที่ได้ยินว่าต้องเปลี่ยนที่นั่ง ในห้องเรียนพลันเต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ มีคนชอบก็มีคนเกลียด 

ในที่สุดเธอก็แก้ไขด่านที่ยากด่านหนึ่งได้แล้ว อารมณ์ของเยี่ยหวันหวั่นดีไม่น้อย เก็บข้าวของตัวเองช้าๆ พลางโบกมือให้เพื่อนร่วมโต๊ะ “ไว้เจอกันใหม่นะ ซือเซี่ย ยินดีด้วย ในที่สุดก็ไม่ต้องเห็นใบหน้านี้ของฉันแล้ว” 

มือของหนุ่มน้อยกำอันดับรายชื่อ เส้นเลือดสีเขียวใต้ผิวหนังเต้นอย่างรุนแรง เจอกันใหม่กับผีน่ะสิ! 

หลังจากผ่านไปสิบกว่านาที ทุกคนก็ได้ขมักเขม่นปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่นั่งกันใหม่เสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว 

จากนั้น สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่สองตำแหน่งของกลุ่มที่หนึ่งแถวแรกแปลกประหลาด 

ตำแหน่งด้านซ้ายของแถวแรก เยี่ยหวันหวั่น 

ตำแหน่งด้านขวาของแถวแรก ซือเซี่ย... 

ความคิดเห็น