facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 31 ดูสิว่าเธอจะจัดการยังไง / บทที่ 32 เธอฝันไปสิ

ชื่อตอน : บทที่ 31 ดูสิว่าเธอจะจัดการยังไง / บทที่ 32 เธอฝันไปสิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 31 ดูสิว่าเธอจะจัดการยังไง / บทที่ 32 เธอฝันไปสิ
แบบอักษร

บทที่ 31 ดูสิว่าเธอจะจัดการยังไง 

“ฉันจะเป็นอะไรได้! นักเรียนคนนี้ชักเหลวไหลเกินไปแล้ว!” เหลียงลี่หวาพูดด้วยความโมโหพลางจ้องเยี่ยหวันหวั่น 

“เฮ้อ เยี่ยหวันหวั่น เป็นเธออีกแล้วเหรอ...” จ้าวซิงโจวมองเด็กผู้หญิงในมุมหนึ่งอย่างจนปัญญาเช่นเดียวกัน เขาอยากให้เรื่องจบลงด้วยดี จึงเอ่ยว่า “อาจารย์เหลียง คุณก็อย่าโมโหมากไปเลย เด็กคนนี้มีส่วนผิดก็จริง แต่เด็กในวัยนี้แต่งตัวแหวกแนวไปบ้างก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้” 

เหลียงลี่หวาพูดด้วยสีหน้าจริงจังผิดปกติ “อาจารย์จ้าว! นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการแต่งตัวของเธอ! เกรงว่าตอนนี้จะเป็นปัญหาใหญ่! ข้อสอบครั้งนี้ของพวกเราหลุดออกไป! เด็กคนนี้ช่างกล้าจริงๆ ไม่รู้ว่าไปเอาหัวข้อการสอบครั้งนี้มาจากที่ไหน!” 

จ้าวซิงโจวตกใจ เอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “อาจารย์เหลียง! คำแบบนี้จะพูดมั่วซั่วไม่ได้นะ ข้อสอบของพวกเราทุกครั้งล้วนเป็นความลับ จะหลุดออกไปได้ยังไง? อีกอย่าง ถ้าข้อสอบหลุดออกไปแล้ว วิชาคณิตศาสตร์เธอจะสอบได้ 0 คะแนนเหรอ? ตรรกะนี้ไม่ถูกต้องละมั้ง?” 

เหลียงลี่หวาแค่นเสียงหัวเราะทีหนึ่ง แล้วส่งกระดาษคำตอบทั้งหมดของเยี่ยหวันหวั่นกับอันดับรายชื่อให้จ้าวซิงโจว “อาจารย์จ้าว คุณดูสิ่งนี้ก็จะรู้เอง!” 

จ้าวซิงโจวรับไปแล้วพลิกดูอย่างรวดเร็วรอบหนึ่ง ใบหน้าพลันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “โอ้โห! นักเรียนเยี่ยหวันหวั่น เรื่องนี้เธอทำไม่ถูกนะ! สอบได้คะแนนสูงทุกวิชา มีแต่วิชาเลขของฉันที่ได้ 0 หมายความว่ายังไง?” 

เดิมทีเขาคิดว่าสอบได้ 0 คะแนนทุกวิชา ใครจะรู้ว่านอกจากวิชาเลขที่ได้ 0 คาดไม่ถึงว่าวิชาอื่นเยี่ยหวันหวั่นล้วนสอบได้คะแนนสูงลิบลิ่ว ทั้งยังเป็นที่หนึ่งในอันดับรายชื่อระดับชั้น! 

ขณะสอบเลขได้ 0 คะแนนยังเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นได้ ความหมายที่แฝงอยู่ก็คือ เก่งมากแล้ว 

ได้ยินน้ำเสียงของจ้าวซิงโจว สีหน้าเหลียงลี่หวายิ่งเครียดคล้ำ “อาจารย์จ้าว ตอนนี้เชื่อแล้วใช่ไหม!” 

จ้าวซิงโจวลูบคาง ไม่พูดอะไร 

คะแนนอย่างนี้สำหรับเยี่ยหวันหวั่นที่ได้ที่โหล่ในการสอบทุกครั้ง ทำให้คนอื่นเชื่อได้ยากจริงๆ 

“หนังสือแจ้งไล่ออกก็ออกมาแล้ว คิดไม่ถึงว่ายังกล้าก่อเรื่องนี้ขึ้นอีก ขืนนักเรียนแบบนี้ยังอยู่ที่ชิงเหอต่อไป มีแต่จะทำให้ชิงเหอเสื่อมทราม!” สายตาเหลียงลี่หวาพุ่งไปทางเยี่ยหวันหวั่นที่อยู่แถวท้ายสุดอย่างดุดัน “เยี่ยหวันหวั่น! ยังไม่รีบออกมาอีก! ไปฝ่ายปกครองกับฉันเดี๋ยวนี้! ฉันบอกเธอไว้เลยนะ ตอนนี้ไม่ใช่ปัญหาที่แค่ไล่ออกก็จบอีกแล้ว!” 

ข้อสอบหลุด เรื่องแบบนี้คนที่เกี่ยวข้องด้วยเป็นเรื่องใหญ่แล้ว! 

“แม่เจ้า! ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย! ยัยตัวประหลาดนี่มีความสามารถเหมือนกันนะเนี่ย! คิดไม่ถึงว่าจะหาข้อสอบมาได้!” 

“ได้ข้อสอบมากลับเก็บไว้คนเดียว! สมน้ำหน้า!” 

“ยัยโง่ ไม่รู้จักทำผิดให้มันเยอะๆ หน่อย ทำซะชัดเจนขนาดนี้ กลัวว่าคนเขาจะไม่รู้หรือไง?” 

“ครั้งนี้ยัยตัวประหลาดแย่แน่!” 

...... 

ณ มุมติดหน้าต่างแถวสุดท้ายหลังห้อง ชายหนุ่มเอาหนังสือที่ปิดอยู่บนหน้าออก ขมวดคิ้วมองไปทางหญิงสาวข้างกาย 

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ใบหน้าของเธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด สีหน้ากลับนิ่งเรียบราวกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนที่บ้าน กระทั่งในสายตาที่มองเหลียงลี่หวายังแฝงความเย้ยหยันอยู่บางเบา 

ทุกคนกำลังพูดว่าเยี่ยหวันหวั่นเป็นคนโง่ เขาก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้โง่จริงๆ 

หากได้ข้อสอบมาจริง ทำให้แนบเนียนสักหน่อย ก็จะไม่ถูกจับได้อย่างแน่นอน 

“ยัยโง่ ดูซิว่าครั้งนี้เธอจะจัดการยังไง!” 

เยี่ยหวันหวั่นได้ยินถ้อยคำดูถูกจากผู้ชายข้างๆ นัยน์ตาแพรวพราวเหมือนดวงดาวปรายมองอย่างเหนื่อยหน่ายไปทางเขา “ไม่ต้องรบกวนให้นายเป็นห่วงหรอก ครั้งนี้คะแนนของฉันเล่นงานนายกระจุย!” 

ซือเซี่ยใจลอยเพราะดวงตาพร่างพราวราวดวงดาวคู่นั้นไปแวบหนึ่ง หลังจากที่รู้สึกตัวว่าเธอพูดอะไร ก็พลันไร้คำจะพูด 

 

 

บทที่ 32 เธอฝันไปสิ 

ฝ่ายปกครอง 

อาจารย์ทุกคนที่รับหน้าที่สอนหนังสือห้อง F กำลังตกตะลึง และเวลานี้กำลังล้อมวิเคราะห์กระดาษคำตอบของเยี่ยหวันหวั่นด้วยกัน ด้านนอกมีนักเรียนที่มามุงดูเรื่องสนุก 

หนึ่งในกลุ่มอาจารย์เอ่ยขึ้นว่า “แม้ว่าครั้งนี้วิชาสังคมศาสตร์จะออกข้อสอบแบบสับขาหลอกเยอะมาก แต่ว่าก็ไม่ได้หลุดไปจากขอบเขตของเนื้อหา ล้วนเป็นหัวข้อที่พวกเราเคยทบทวนทั้งหมด นักเรียนหัวกะทิของชิงเหอเรามีตั้งมากมาย คนที่สอบได้เกิน 290 คะแนนไม่ได้มีแค่เยี่ยหวันหวั่นคนเดียว แต่ประเด็นสำคัญคือ...คะแนนแบบนี้ เป็นเยี่ยหวันหวั่นที่สอบได้อย่างนั้นเหรอ?” 

“แล้วก็ คะแนนวิชาภาษาจีนสูงขนาดนี้ ยังไงก็อธิบายไม่ได้ใช่ไหม? ต่อให้การเขียนจะบังเอิญเข้าตาอาจารย์ เรื่องการอ่านทำความเข้าใจมีที่ไหนที่ไม่หักสักคะแนนเดียว?” อาจารย์อีกคนหนึ่งก็เอ่ยตั้งข้อสงสัยออกมา 

น้ำเสียงของอาจารย์เฝิงรุ่ยอันในเวลานี้ก็เคลือบแคลงความสงสัยบ้างแล้ว “เยี่ยหวันหวั่น เมื่อกี้ฉันดูกระดาษคำตอบของเธออย่างละเอียดแล้ว พบว่าคำตอบของคำถามหัวข้อการอ่านทำความเข้าใจข้อแรกตรงกับคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ตกไปสักคำอย่างคาดไม่ถึง จุดนี้เธออธิบายสักหน่อยได้ไหม?” 

“ข้อนี้หนูเคยอ่านมาก่อนค่ะ ท่องจำได้ก็แค่นั้น ข้อนี้มาจากคำถามข้อสองของหัวข้อการอ่านทำความเข้าใจในข้อสอบมัธยมปลายปีสามที่หกโรงเรียนพันธมิตร เมือง A ออกร่วมกันในปี XX ” เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว 

คาดไม่ถึงว่าจะได้ยินเยี่ยหวันหวั่นบอกที่มาของคำถามข้อนั้น ดวงตาของเฝิงรุ่ยอันเป็นประกาย “ถูกต้อง คำถามข้อนี้มาจากที่นี่จริงๆ เพราะคำถามข้อนี้ยากเกินไป ตอนนั้นฉันและอาจารย์คนอื่นๆ ไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนจะทำได้ แต่ว่าคำถามการอ่านทำความเข้าใจออกได้ดีมากจริงๆ ครั้งนี้ก็เลยเลือกคำถามข้อนี้ออกมา คาดไม่ถึงว่าเด็กอย่างเธอจะเคยทำข้อสอบชุดนี้ด้วย?” 

เรื่องการอ่านทำความใจนี้ สิ่งที่พวกเขาสอนคือวิธีการแก้โจทย์ ไม่มีทางให้นักเรียนไปท่องหัวข้อ ในเมื่อถึงเวลาสอบเข้ามหาวิยาลัยไม่มีทางที่จะออกคำถามเดิมอย่างแน่นอน  

ผลลัพธ์คือเยี่ยหวันหวั่นดันท่องจำคำตอบของการอ่านทำความเข้าใจ 

จ้าวซิงโจวหาวหวอดอย่างเกียจคร้าน ยกมือพูดแทรกขึ้นมา “ฉันยังมีคำถาม ในเมื่อข้อสอบหลุดออกไปแล้ว ทำไมมีแต่วิชาคณิตศาสตร์ของฉันที่ได้ศูนย์คะแนน?” 

เหลียงลี่หวาเอ่ยอย่างรำคาญใจ “คิดว่าไม่ได้ข้อสอบของวิชาคณิตศาสตร์ไปน่ะสิ ไม่อย่างนั้นคนธรรมดาที่ไหนจะท่องคำตอบของการอ่านทำความเข้าใจ อีกทั้งยังเป็นข้อสอบที่อาจารย์ไม่ได้คาดหวังให้นักเรียนทำได้ด้วยซ้ำ สรุปปัญหาตอนนี้ก็คือเธอทุจริตการสอบ เรื่องนี้จะดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด!” 

หลิวเหวินป๋อ อาจารย์ฝ่ายปกครองที่อยู่ด้านข้างมองเด็กสาวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยถามเสียงเครียด “เยี่ยหวันหวั่น เธอได้ข้อสอบมาจากที่ไหน?” 

ใบหน้าเยี่ยหวันหวั่นเรียบเฉย “ได้มาตอนแจกข้อสอบค่ะ” 

เหลียงลี่หวาพลันเอ่ยด้วยความโมโห “พวกคุณดูสิ จนตอนนี้แล้วยังไม่ยอมพูดความจริง!” 

สายตาเย็นชาของเยี่ยหวันหวั่นมองไปทางเหลียงลี่หวา “อาจารย์เหลียง อาจารย์เอาแต่พูดว่าหนูทุจริตการสอบ รบกวนอาจารย์แสดงหลักฐานที่หนูทุจริตออกมา ถ้าหากมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหนูได้ข้อสอบก่อนการสอบ หนูจะออกจากชิงเหอทันที ถ้าหากว่าไม่มีหลักฐาน หวังว่าทางโรงเรียนจะยกเลิกมติที่จะไล่หนูออกจากโรงเรียน และขอเชิญอาจารย์ขอโทษหนูต่อหน้าเพื่อนนักเรียนทั้งห้องด้วยค่ะ” 

เหลียงลี่หวาพลันยิ้มเย็น “เธอฝันไปสิ!” 

จ้าวซิงโจวมองหาเก้าอี้ตัวหนึ่ง หยอดก้นนั่งลง โบกมือพลางกล่าวว่า “พูดมาเยอะแยะขนาดนี้ อยากรู้ว่าคะแนนของเด็กคนนี้เป็นความจริงหรือเปล่า ให้เธอสอบอีกครั้งก็รู้แล้วไม่ใช่เหรอครับ? มีข้อสอบชุดที่สองไว้สำรองอีกชุดไม่ใช่เหรอครับ? นำมาให้เธอสอบใหม่ที่นี่ตอนนี้เลยสิครับ!” 

สอบใหม่? 

เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวซิงโจว อาจารย์ทุกคนพลันเงียบเสียงลง 

ตอนนี้เยี่ยหวันหวั่นยืนกระต่ายขาเดียวไม่ยอมรับ หากอยากจะรู้ความจริงใช้ชัดเจน ก็มีแค่วิธีนี้แล้ว 

“ผมไม่คัดค้าน” อาจารย์ภาษาจีนพยักหน้า เขาเองก็สงสัยมากว่าเยี่ยหวันหวั่นพูดจริงหรือโกหกกันแน่ 

อาจารย์คนอื่นๆ เห็นสถานการณ์เช่นนี้ มองหน้ากันไปมา สุดท้ายก็แสดงออกว่าเห็นด้วยกันทุกคน 

ความคิดเห็น