facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 29 คุยโม้จนตัวแตก / บทที่ 30 ที่หนึ่งของระดับชั้น

ชื่อตอน : บทที่ 29 คุยโม้จนตัวแตก / บทที่ 30 ที่หนึ่งของระดับชั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 29 คุยโม้จนตัวแตก / บทที่ 30 ที่หนึ่งของระดับชั้น
แบบอักษร

บทที่ 29 คุยโม้จนตัวแตก 

ท่ามกลางเสียงหัวเราะครื้นเครง สีหน้าของเหลียงลี่หวากลับยิ่งตึงเครียด “เยี่ยหวันหวั่น เธอเลิกพูดจาเล่นลิ้นกับฉันที่นี่สักที ตอนนี้กลัวแล้วสินะ เสียใจขึ้นมาแล้วสิ มันสายเกินไปแล้ว! ชิงเหอเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงมาร้อยปี มีลูกศิษย์ของชิงเหอคนไหนบ้างที่จบไปแล้วไม่ได้โดดเด่นในกลุ่มคนหรือเป็นเสาหลักของสังคม ส่วนเศษขยะมดปลวกของสังคมอย่างเธอ มีแต่จะสร้างความอัปยศให้กับชิงเหอ 

หากว่าเธอยังมีความละอายใจเหลืออยู่บ้าง ก็รีบเก็บข้าวของออกไปซะ อย่ามาก่อกวนปั่นป่วนอีกเลย หรือว่าเธออยากให้ฉันโทรเรียกพ่อแม่ที่ตัดขาดความสัมพันธ์กับเธอโดยสิ้นเชิงมาพาตัวออกไปจากโรงเรียน?” 

ตอนที่พูดถึงพ่อแม่ของเยี่ยหวันหวั่น เหลียงลี่หวาตั้งใจลากเสียงยาว ใบหน้าเปี่ยมด้วยการเย้ยหยันและความรังเกียจ 

เมื่อได้ยินว่า ‘ตัดขาดความสัมพันธ์โดยสิ้นเชิง’ รูม่านตาของเยี่ยหวันหวั่นหดลงทันที 

นี่เป็นเรื่องที่เธอหลบเลี่ยงไม่กล้าเผชิญหน้าที่สุดตั้งแต่ได้เกิดใหม่มา 

ชาติก่อน เธอโยนความผิดเรื่องที่ตนเองไม่อาจใช้ชีวิตกับกู้เยว่เจ๋อให้พ่อกับแม่ทั้งหมด ทะเลาะกับพวกเขาไม่ว่างเว้น พูดวาจาล่วงเกินไปนับครั้งไม่ถ้วน ทำเรื่องร้ายแรงทำร้ายจิตใจพวกเขาสารพัด สุดท้ายประกาศตัดขาดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิงกับพวกเขา ไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้ามายุ่งวุ่นวายกับตนไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม ทำเช่นนี้เพราะเธออยากจะกำจัด ‘จุดด่าง’ ทั้งหมดบนตัว เพื่อที่จะให้กู้เยว่เจ๋อมองเธอสักครั้ง... 

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า พ่อแม่ที่ช่วยปกปิดความจริงให้กับเธอไม่น้อย ต้องแบกรับภัยพิบัติไปมากมายเท่าไร... 

หลังจากได้เกิดใหม่ คนที่เธออยากไปพบหน้าให้เร็วที่สุด ก็คือพ่อแม่และพี่ชาย 

แต่ว่าเธอไม่กล้า และเธอทำไม่ได้ด้วย 

เธอในตอนนี้ไม่มีคุณสมบัตินั้น และก็ไม่มีหน้าไปพบพวกเขา 

เห็นเยี่ยหวันหวั่นยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น ยังคงนิ่งไม่ขยับตัว เหลียงลี่หวาตบโต๊ะด้วยความโมโหสุดขีด “เยี่ยหวันหวั่น! เธอเลิกท้าทายขีดความอดทนของฉันสักที!” 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ เอ่ยยืนกรานโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “อาจารย์คะ หนูก็แค่เสนอคำขอที่ชอบธรรมเท่านั้น” 

เหลียงลี่หวาสูดลมหายใจลึก พยายามข่มเพลิงโกรธเอาไว้ เอ่ยไปว่า “ได้! จะดูคะแนนของเธอใช่ไหม ฉันจะหากระดาษคำตอบของเธอตอนนี้เลย ฉันว่าเธอคงเป็นพวกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา” 

นักเรียนด้านล่างเห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็หมดคำจะพูด... 

“ยัยตัวประหลาดนี่มีปัญหาที่สมองหรือเปล่า ตัวเองสอบได้กี่คะแนนไม่ใช่ว่ารู้อยู่แก่ใจดีหรอกเหรอ?” 

“อยากจะสร้างความอัปยศให้ตัวเองอีก” 

“เรียกร้องความสนใจล่ะมั้ง! ตัวประหลาดมักจะทำเรื่องประหลาดไง” 

…… 

เมื่อเช้าเหลียงลี่หวาเตรียมจะแจกกระดาษคำตอบทุกวิชาให้กับนักเรียนทุกคน ดังนั้นตอนนี้กระดาษคำตอบทั้งหมดจึงถูกยกมาหมดแล้ว 

กระดาษคำตอบแรกที่เธอหยิบมาคือวิชาคณิตศาสตร์ 

หลังจากพลิกหากระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ของเยี่ยหวันหวั่นเจอ เหลียงลี่หวาพลันมีใบหน้ายิ้มเย็น หยิบกระดาษคำตอบขึ้นมาเปิดต่อหน้านักเรียนทุกคน “คณิตศาสตร์ 0 คะแนน เยี่ยหวันหวั่น นี่เป็นคะแนนสอบที่เธออยากให้ฉันดูมากอย่างนั้นเหรอ? ยังจะได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนอีกไหม?” 

กระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ของเยี่ยหวันหวั่นว่างเปล่า นอกจากเขียนชื่อแล้ว ก็ไม่มีคำตอบเลยสักข้อ บนช่องใส่คะแนนมีเลขศูนย์ตัวโตเขียนไว้บาดตาเป็นพิเศษ 

“ฮ่ะฮ่าฮ่า ยัยประหลาดนั่นได้ 0 คะแนนจริงๆ ด้วย” 

“ตบหน้าได้เสียงดังมาก วิชาเลขยังได้ 0 คะแนนแล้วจะสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนยังไงกัน? คุยโม้จนตัวแตกเลยสิท่า!” 

“ที่หนึ่ง สอบได้ที่หนึ่งจากอันดับสุดท้ายล่ะสิไม่ว่า” 

เยี่ยหวันหวั่นยังคงเอ่ยหน้าตาเฉย เหมือนกับไม่ได้ยินถ้อยคำเสียดสีจากคนโดยรอบ “ยังมีวิชาภาษาจีน สังคม และภาษาอังกฤษ” 

เธอจำได้ว่าข้อสอบวิชาเลขครั้งนี้ยากถึงระดับพิสดาร คะแนนของทุกคนต่ำหมด โดยทั่วไปไม่สามารถฉุดคะแนนได้มากขนาดนั้น ดังนั้นหากว่าวิชาอื่นๆ เธอสอบได้คะแนนสูงมาก ต่อให้จะได้ศูนย์วิชาเลข ถึงจะคว้าที่หนึ่งของโรงเรียนไม่ได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน 

 

 

บทที่ 30 ที่หนึ่งของระดับชั้น 

เสียเวลามากมายกับนักเรียนที่สมองมีปัญหาคนเดียว ความอดทนของเหลียงลี่หวาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว 

เธอหากระดาษคำตอบวิชาภาษาจีนของเยี่ยหวันหวั่นออกมา 

จากนั้น หลังจากเธอเห็นคะแนนภาษาจีนของเยี่ยหวันหวั่นชัดเจนแล้ว ถึงกับชะงักอึ้งไปเลย “ภาษาจีน...142 คะแนน...” 

เมื่อนักเรียนที่อยู่ด้านล่างได้ยินคำพูดของเหลียงลี่หวาต่างก็มองหน้ากันไปมา 

“เมื่อกี้อาจารย์พูดอะไรนะ? 142 คะแนนมันเรื่องบ้าอะไรกัน?” 

“ดูผิดหรือเปล่า?” 

“เอ๋ 0 คะแนนกับ 142 คะแนน จะดูผิดได้เหรอ?” 

เหลียงลี่หวานึกว่าตนเองหยิบกระดาษคำตอบผิดไป จึงไปดูที่ช่องเขียนชื่ออีกครั้ง แต่ว่าไม่ผิดอัน ช่องเขียนชื่อด้านบนเป็นชื่อของเยี่ยหวันหวั่นจริงๆ 

สอบภาษาจีนได้ 142 คะแนนหมายความว่าอะไร? คะแนนเต็มของวิชาภาษาจีนคือ 150 คะแนน ต่อให้เป็นตัวท็อปที่มีคะแนนวิชาภาษาจีนดีมากมาตลอด ก็มีน้อยคนที่จะสอบได้เกิน 140 คะแนนขึ้นไป 

เหลียงลี่หวาอดสงสัยไม่ได้ เปิดดูคะแนนวิชาสังคมของเยี่ยหวันหวั่นเป็นลำดับถัดมา 

วิชาสังคมก็ยิ่งเกินความจริงไปแล้ว คะแนนเต็ม 300 เยี่ยหวันหวั่นสอบได้ 296 คะแนน! 

เหลือวิชาสุดท้ายคือภาษาอังกฤษ 

หลังจากได้เห็นคะแนนวิชาภาษาอังกฤษของเยี่ยหวันหวั่นแล้ว เหลียงลี่หวาถึงกลับยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น พูดอะไรไม่ออกเลยสักคำ 

“ภาษาอังกฤษ 150 คะแนน...เป็นไปได้อย่างไร!” 

เธอสอนวิชาภาษาอังกฤษ และครั้งนี้เธอเป็นคนตรวจข้อสอบภาษาอังกฤษของห้อง  A เธอยังไม่เห็นใครได้คะแนนเต็มเลยสักคน คะแนนสูงสุดอยู่ที่ 148 คะแนน ใบคะแนนของเยี่ยหวันหวั่นเขียนไว้ชัดเจนว่าได้คะแนนเต็มจริงหรือ? 

เหลียงลี่หวาวุ่นวายอยู่อีกครู่หนึ่ง เพื่อหาตารางอันดับรายชื่อที่แนบไว้แผ่นท้ายสุดออกมา เห็นเพียงบรรทัดแรกของตารางจัดอันดับ เป็นชื่อของเยี่ยหวันหวั่นจริงๆ 

อันดับระดับชั้นของเยี่ยหวันหวั่นได้ที่หนึ่งจริงๆ! 

“อาจารย์เหลียงคะ ขอถามว่าหนูได้อันดับที่เท่าไร?” สาวน้อยที่อยู่แถวสุดท้ายเอ่ยถามด้วยสายตาเย็นชา 

เหลียงลี่หวากำตารางอันดับรายชื่อแผ่นบางนั้นไว้แน่น หน้าเครียดลงไปทุกที สุดท้ายก็ระเบิดความโมโหออกมา “เหอะ เยี่ยหวันหวั่น! เธอมีความสามารถจริงๆ เลยนะ ถึงได้กล้าทุจริตการสอบ” 

เหมือนกับคาดเดาปฏิกิริยาของเหลียงลี่หวาได้แต่แรก เยี่ยหวันหวั่นถามไปอย่างไม่รีบร้อน “อาจารย์มีหลักฐานอะไรมาบอกว่าหนูทุจริตการสอบคะ?” 

เหลียงลี่หวามีสีหน้าไม่พอใจอย่างที่สุด แผดเสียงดัง “ฮึ เธอไม่ได้ทุจริตการสอบ? เธอไม่ได้ทุจริตแล้วจะสอบภาษาจีนได้ 142 คะแนน สอบสังคมได้ 296 คะแนน สอบอังกฤษได้ 150 คะแนน ได้อันดับหนึ่งของระดับชั้นเรียนอย่างนั้นเหรอ!?” 

ได้ยินคำพูดของเหลียงลี่หวาแล้ว ทั่วทั้งห้องต่างเสียงดังอลหม่านทันที 

“หา! อะไรนะ? คะแนนสูงขนาดนี้เลย?” 

“ได้ที่หนึ่งของระดับชั้นเลยเหรอ? เยี่ยหวันหวั่นเนี่ยนะ? เป็นไปได้ยังไง!” 

“ต้องทุจริตการสอบแน่นอน!” 

“อาจารย์บอกว่าหนูทุจริตการสอบ มีหลักฐานไหมคะ?” เยี่ยหวันหวั่นเอ่ยถาม 

เหลียงลี่หวาใบหน้ามีรอยยิ้มเย็นชา “ขนาดนี้แล้วยังต้องใช้หลักฐาน! เยี่ยหวันหวั่น เธอคิดว่าคนอื่นโง่หรือไง?” 

“งั้นขอถามหน่อยค่ะ นอกจากคะแนนคณิตศาตร์แล้ว วิชาที่เหลือยังมีนักเรียนคนอื่นสอบได้คะแนนสูงแบบนี้ไหม? หากว่ามีหนูที่คะแนนสูงอยู่คนเดียว ขอถามว่าหนูทุจริตการสอบอย่างไร?” เยี่ยหวันหวั่นถามกลับไป 

ในขณะที่ในห้องเรียนมีเสียงถกเถียงดังอลหม่าน จ้าวซิงโจวอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ก็บังเอิญเดินผ่านมาพอดี 

เห็นเพียงจ้าวซิงโจวลากรองเท้าแตะ หาวหวอดอย่างเกียจคร้าน เมื่อได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวายจากในห้องเรียน จึงเดินโซเซเข้ามา “อาจารย์เหลียง เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกเหรอครับ? ถึงได้โมโหใหญ่โตตั้งแต่เช้าแบบนี้?” 

เหลียงลี่หวาเห็นสภาพสกปรกไม่เป็นระเบียบของอีกฝ่าย ก็พลันขมวดคิ้ว “อาจารย์จ้าว ที่นี่คือโรงเรียน คุณช่วยระวังภาพลักษณ์สักหน่อยเถอะค่ะ” 

จ้าวซิงโจวหาวนอนหวอดใหญ่ “ตอนเช้าไม่มีคาบสอนของผม...” 

แม้ว่าจะเหลียงลี่หวาทนดูสภาพของเขาไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก จ้าวซิงโจวคนนี้ถึงจะไม่สนใจเรื่องแต่งเนื้อแต่งตัว แต่คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของห้อง F กลับโดดเด่นที่สุดของโรงเรียน แม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับการแต่งตัวของเขาเลย 

ความคิดเห็น