facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 27 ฉันขอยอมแพ้ / บทที่ 28 ถ้าเกิดฉันสอบได้ที่หนึ่ง

ชื่อตอน : บทที่ 27 ฉันขอยอมแพ้ / บทที่ 28 ถ้าเกิดฉันสอบได้ที่หนึ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 27 ฉันขอยอมแพ้ / บทที่ 28 ถ้าเกิดฉันสอบได้ที่หนึ่ง
แบบอักษร

บทที่ 27 ฉันขอยอมแพ้ 

ยัยผู้หญิงสมควรตายคนนี้ ใบหน้าแบบนั้นเดิมทีก็น่ากลัวมากพออยู่แล้ว วันนี้ยังจะแต่งชุดขาวทั้งตัวอีก กลางวันแสกๆ ยังทำให้คนตกใจแทบตายได้แบบนี้ 

สำหรับคนหน้าตาดีอย่างเขา ใบหน้าแบบนี้ของเยี่ยหวันหวั่นเรียกว่าถึงขั้นเอาชีวิตได้เลย 

เพราะความทรงจำช่วงหนึ่งในวัยเด็ก เขามีปมรุนแรงเรื่องหน้าตาดี มักจะมีความรู้สึกใกล้ชิดอย่างเป็นธรรมชาติกับคนที่หน้าตาดี 

ตั้งแต่เล็กจนโตเขาจะพูดคุยกับคนหน้าตาดี ฟังแต่คนหน้าตาดี เวลาสาวใช้ที่หน้าตาดีป้อนข้าวให้ เขาจะกินได้หลายคำ 

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทางบ้านเปลี่ยนมารับสาวใช้หน้าตาไม่ค่อยดีคนหนึ่ง เขาไม่ยอมกินข้าวสักคำ เกือบทำให้ตัวเองอดอาหารจนตายแล้ว 

ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าการได้เห็นหน้าของเยี่ยหวันหวั่นแบบนั้นทุกวัน สำหรับเขาแล้วเป็นความทุกข์มากแค่ไหน 

แต่เวลาที่เยี่ยหวันหวั่นเห็นซือเซี่ย กลับรู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ 

เธออุดอู้อยู่ในหอพักเพื่ออ่านหนังสือมาเจ็ดวันเจ็ดคืน ตาล้าแทบจะบอดอยู่แล้ว 

เวลาที่เด็กคนนี้ไม่พูดจา ใบหน้าที่ถ่ายทอดพันธุกรรมดีจากตระกูลซือมาช่างเจริญตามาก 

เยี่ยหวันหวั่นยกมุมปากให้เขา “ไม่คิดเลยว่าคุณชายแห่งชิงเหอของพวกเรากลัวผีด้วย?” 

ท่าทางที่ยิ้มขึ้นมายิ่งดูน่ากลัว... 

ซือเซี่ยสูดลมหายใจเข้าลึก เบนสายตาไปทางอื่นเพราะเกินกว่าจะทนดูได้ ก่อนแค่นเสียงเย็นชา “ก็รู้ตัวเองดีนี่ เธอรู้ด้วยเหรอว่าเธอเหมือนผี?” 

ครั้งนี้ไม่ว่าจะอย่างไรเขาต้องสอบให้ได้อันดับที่ห่างจากเธอไกลๆ! 

สถานที่ผีๆ แบบนี้ ต่อให้อีกแค่วันเดียวเขาก็ทนอยู่ไม่ไหวแล้ว! 

เสียงออดดังขึ้น อาจารย์คุมสอบเริ่มแจกข้อสอบ 

ช่วงเช้าของวันแรกเป็นการสอบวิชาสังคม เยี่ยหวันหวั่นมองดูข้อสอบตั้งแต่ช่วงหัวกระดาษไปถึงท้ายกระดาษ จากนั้นเริ่มตอบคำถาม 

หางตาของซือเซี่ยเหลือบไปเห็นว่าเยี่ยหวันหวั่นหยิบปากกาขึ้นมาทำข้อสอบจริงๆ นัยน์ตาก็ฉายแววประหลาดใจ 

ทุกคนต่างรู้กันว่าทุกครั้งเยี่ยหวันหวั่นจะส่งกระดาษเปล่า 

ขณะที่กำลังตกตะลึงอยู่นั้น เมื่อเห็นชัดเจนว่าเยี่ยหวันหวั่นทำข้อสอบอย่างไร ชายหนุ่มมุมปากกระตุกโดยพลัน 

เธอกำลังตอบคำถามที่ไหนกัน เธอกำลังตอบมั่วต่างหาก 

เขียนตอบ ABCD เร็วอย่างกับเหาะ คาดว่าคงไม่ได้อ่านโจทย์ด้วยซ้ำ เป็นการพึ่งดวงชัดๆ  

ชายหนุ่มแอบแขวะไปคำหนึ่ง ‘ยัยโง่’ 

หากคิดอยากจะพึ่งดวง สู้ตอบ B ไปทั้งหมดยังจะมีโอกาสตอบถูกมากกว่า หากโชคไม่ดี การมั่วคำตอบแบบนี้จะยิ่งเป็นการเลี่ยงคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมดเสียอีก 

ซือเซี่ยไม่สนใจยัยโง่ไม่น่ามองที่อยู่ข้างๆ อีก เขาเริ่มมาตั้งใจทำข้อสอบของตัวเอง 

เวลาในการสอบวิชาสังคมคือหนึ่งร้อยห้าสิบนาที เป็นการสอบตลอดทั้งช่วงเช้า ตามมาด้วยช่วงบ่ายที่เป็นการสอบวิชาภาษาอังกฤษ 

ช่วงเช้าของวันที่สองเป็นการสอบวิชาภาษาจีน ช่วงบ่ายเป็นการสอบวิชาสุดท้ายคือคณิตศาสตร์ 

เยี่ยหวันหวั่นจ้องข้อสอบคณิตศาสตร์ มองแล้วมองอีก โจทย์ฟังก์ชัน พีชคณิต เรขาคณิตเหล่านั้น เป็นเหมือนไวรัสที่กวนสมองของเธอจนเกือบกลายเป็นควันอยู่แล้ว 

เยี่ยหวันหวั่นเวียนหัว ตาลายเห็นดวงดาว เธอพยายามฝืนตัวเองอยู่สามวินาที ก็ตัดสินใจฟุบศีรษะลงกับข้อสอบและผล็อยหลับไป 

ทำไมโลกใบนี้ต้องมีวิชาคณิตศาสตร์ที่น่ากลัวแบบนี้อยู่ด้วย! 

แม้ว่าเธอจะเป็นคนความจำดี แต่ช่วงเวลาเจ็ดวัน การอ่านหนังสือเรียนตลอดสามปีจนจบเล่มได้ก็เป็นเวลาที่กระชั้นพอควรแล้ว คิดจะทบทวนวิชาคณิตศาสตร์ในช่วงเวลาสั้นๆ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้จริงๆ ดังนั้นเธอจึงเลือกทิ้งวิชานี้ไปเลย 

เสียงออดหมดเวลาดังขึ้น การสอบวิชาสุดท้ายผ่านพ้นไปแล้ว 

ซือเซี่ยเหลือบมองด้านข้างทีหนึ่ง พบว่าคนบางคนใช้กระดาษคำตอบวิชาคณิตศาสตร์ที่ว่างเปล่ามาหนุนแทนหมอน นอนหลับไม่สนใจฟ้าดินไปนานแล้ว 

เขายังคิดไปว่าเธอเริ่มทำข้อสอบมากน้อยก็เพราะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง สันดอนขุดได้ สันดานขุดไม่ได้จริงๆ!  

หลังจากส่งกระดาษคำตอบ นักเรียนทุกคนต่างรู้สึกโล่งตัวเบา 

“ในที่สุดก็สอบเสร็จสักที ปลดปล่อยได้แล้ว!” 

“ที่สำคัญคือในที่สุดเทพบุตรจะกลับไปนั่งตำแหน่งเดิมได้แล้ว เยี่ยหวันหวั่นยัยตัวประหลาดนับวันยิ่งอัปลักษณ์จนน่าตกใจ ซือเยี่ยโชคร้ายสุดๆ เมื่อเช้าตกใจจนหน้าซีดไปหมดเลย!” 

“อาศัยความสามารถสอบได้ที่โหล่ไม่ใช่เหรอ? ดูสิว่ารอบนี้ยังจะตามติดซือเซี่ยไม่ยอมปล่อยได้อีกไหม!” 

“พวกเธอคิดมากเกินไปแล้ว ไม่ต้องรอให้คะแนนออกเธอก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นเพราะพวกอาจารย์มัวแต่ยุ่งอยู่กับการสอบ ไม่มีเวลามาสนใจ ตอนนี้การสอบจบลงแล้ว จะไม่มาจัดการเธอได้เหรอ?” 

“น่าเสียดายที่กำจัดเธอไปก่อนการสอบไม่ได้ ครั้งนี้คะแนนเฉลี่ยของห้องเราต้องถูกนางฉุดให้ต่ำลงอีกแน่เลย” 

 

 

บทที่ 28 ถ้าเกิดฉันสอบได้ที่หนึ่ง 

หลังจากการสอบเสร็จสิ้นลง เหล่าอาจารย์ตรวจข้อสอบตลอดทั้งคืน 

เนื่องจากเป็นการทดสอบก่อนสอบจริง ดังนั้นกระบวนการตรวจจึงยึดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นพื้นฐาน เวลาตรวจข้อสอบชื่อของนักเรียนจะถูกปิดผนึกไว้ ข้อสอบที่อาจารย์ได้ตรวจก็ไม่ใช่ข้อสอบของนักเรียนห้องตนเอง ต้องรอจนกว่าการตรวจข้อสอบจะแล้วเสร็จ จึงจะแกะเส้นปิดผนึกเพื่อรวมคะแนนและจัดอันดับ 

คืนนี้ถูกกำหนดให้เป็นคืนที่นอนไม่หลับ ทุกคนต่างกำลังเครียดกับคำตอบ และการคำนวณคะแนน 

ส่วนเยี่ยหวันหวั่น เมื่อส่งกระดาษคำตอบแล้วก็เดินกระง่อนกระแง่นกลับหอพักไปหลับชดเชย 

เช้าวันถัดมา 

เหลียงลี่หวาเดินยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าห้องเรียนมา 

เมื่อเช้าเธอยังไม่ทันดูผลคะแนนของนักเรียน ก็รีบไปที่ฝ่ายปกครองทันที หนังสือเชิญออกของเยี่ยหวันหวั่นในที่สุดก็ออกมาแล้ว 

“ทุกคนเงียบหน่อย! ตอนนี้คะแนนสอบและอันดับรายชื่อออกมาแล้ว แต่ว่าก่อนจะประกาศผลคะแนน อาจารย์ต้องจัดการเรื่องหนึ่งก่อน” 

พอได้ยินคำพูดนี้ สายตาของนักเรียนทั้งห้องต่างหันมองไปทางแถวหลังสุดด้วยความตื่นเต้น 

เป็นอย่างที่คิด เหลียงลี่หวาพูดพลางหยิบหนังสือแจ้งฉบับหนึ่งออกมากางบนแท่นโพเดียม “อาจารย์คิดว่าหลายคนคงจะทราบเรื่องนี้แล้ว เยี่ยหวันหวั่นนักเรียนของห้องเรา เนื่องจากทำผิดกฎระเบียบของโรงเรียนหลายครั้ง ความประพฤติไม่ดี ถูกอบรมหลายครั้งก็ยังไม่ปรับปรุงแก้ไข สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของโรงเรียนมัธยมชิงเหออย่างร้ายแรง จากการพิจารณาของโรงเรียน จึงจัดการโดยขอเชิญให้ออก” 

นักเรียนด้านล่างแท่นส่งเสียงร้องยินดีขึ้นมาทันที โดยเฉพาะพวกนักเรียนหญิง 

“ฮ่าๆๆ ฉันบอกแล้ว! ไม่ต้องรอให้คะแนนออกมา ยัยตัวประหลาดนั่นจะต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนแน่” 

“ในที่สุดก็ไม่ต้องเห็นใบหน้าน่ากลัวนั่นอีกแล้ว!” 

เหลียงลี่หวาเหล่มองไปยังเยี่ยหวันหวั่นด้วยความหงุดหงิด “มีผลบังคับใช้วันนี้ ตอนนี้เชิญเธอเก็บข้าวของออกไปได้แล้ว” 

ภายใต้สายตามีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นของทุกคน เยี่ยหวันหวั่นยังคงนิ่งไม่ขยับ ไม่มีทีท่าจะออกไปแต่อย่างใด เพียงหยักมุมปากขึ้นเบาๆ เหลือบมองคนตรงแท่นพูดด้วยสีหน้าเกียจคร้าน 

สายตาเย้ยหยันและสีหน้านิ่งจนแทบจะเป็นการยั่วยุของเธอ ทำให้เหลียงลี่หวาโมโหมาก “เยี่ยหวันหวั่น! ตอนนี้เธอยังมีปัญหาอะไร? ไม่ได้ต้องการเห็นหนังสือแจ้งพร้อมประทับตราจากทางโรงเรียนเหรอ? มีหนังสือแจ้งมาให้เธอแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบของทางโรงเรียน เดี๋ยวเธอจะมาหาว่าทั้งโรงเรียนมีฉันออกความเห็นได้คนเดียว” 

นัยน์ตาเย็นชาของเยี่ยหวันหวั่นกระตุกเล็กน้อย ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน แล้วพูด “ค่ะ ในเมื่ออาจารย์พูดเรื่องกฎระเบียบกับหนู ถ้างั้นหนูก็ขอพูดเรื่องกฎระเบียบกับอาจารย์เหมือนกัน เหมือนหนูจะจำได้ว่า ในกฎระเบียบมีหมายเหตุอยู่ข้อหนึ่ง หากมีการสำนึกผิดอย่างมีนัยสำคัญ สามารถได้รับการยกเว้นจากการลงโทษอย่างเหมาะสม ให้โอกาสนักเรียนแก้ตัวใหม่อีกครั้ง” 

เหลียงลี่หวาหัวเราะเสียงเย็นชา “มีหมายเหตุข้อนี้แล้วยังไงเหรอ? ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอเลย เธอดูสภาพตัวเองเหมือนคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงก่อนเถอะ ดูเหมือนคนที่มีท่าทีสำนึกผิดสักครึ่งหนึ่งไหม?” 

เยี่ยหวันหวั่นคิ้วกระตุก กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ค่ะ หนูหน้าตาอัปลักษณ์แล้วทำไม? หรือว่าการที่มีหน้าตาอัปลักษณ์เป็นความผิดของหนู? การตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่คนเป็นอาจารย์ควรทำอย่างนั้นเหรอคะ? ดังนั้นหนูคิดว่า ขอให้อาจารย์ดูคะแนนของหนูก่อนแล้วค่อยพูดจะดีกว่า ถ้าเกิดครั้งนี้หนูสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนขึ้นมาล่ะ?” 

เหลียงลี่หวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความโมโห นักเรียนคนอื่นๆ ก็หัวเราะอย่างครื้นเครง 

“ฮ่ะๆๆ สุดยอด! เยี่ยหวันหวั่นยัยตัวประหลาดนั่น เมื่อกี้นี้พูดว่าอะไรนะ? เธอสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนเหรอ? ใครเอาความกล้าให้เธอถึงพูดแบบนี้ออกมาได้” 

“เธออย่าโง่ไปหน่อยเลย! หากเธอสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียนจริง ฉันจะไปกินขี้ให้ดู!” 

“ฮ่าๆ ถ้างั้นเกรงว่านายคงต้องไปกินขี้แล้วละ เพราะอันดับสุดท้ายก็คือที่หนึ่งของที่โหล่ไง!” 

ความคิดเห็น