facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 25 น้ำตาลที่โปรยวันนี้ ทุกคนต่างกินอย่างมีความสุข / บทที่ 26 จุ๊บๆ รักคุณที่สุดเลย

ชื่อตอน : บทที่ 25 น้ำตาลที่โปรยวันนี้ ทุกคนต่างกินอย่างมีความสุข / บทที่ 26 จุ๊บๆ รักคุณที่สุดเลย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 25 น้ำตาลที่โปรยวันนี้ ทุกคนต่างกินอย่างมีความสุข / บทที่ 26 จุ๊บๆ รักคุณที่สุดเลย
แบบอักษร

บทที่ 25 น้ำตาลที่โปรยวันนี้ ทุกคนต่างกินอย่างมีความสุข 

นะ...นี่เป็นไปได้อย่างไร! 

สวี่อี้จ้องข้อความนั้น สีหน้าท่าทางตกใจราวกับเห็นผี 

ในสมองของเขามีกลอนรักเลี่ยนจนอยากอ้วกพวกนั้นย้อนซ้ำไปซ้ำมา 

“นี่มัน...” สวี่อี้ตกใจจนพูดไม่ออก 

อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ทำให้คนเชื่อได้ยากจริงๆ! 

จดหมายรักของเยี่ยหวันหวั่นฉบับนี้ ไม่ได้เขียนให้คนอื่น แต่เขียนให้กับเจ้านายของเขา? 

ความผิดปกติของสวี่อี้ดึงความสนใจของซือเยี่ยหาน น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบแห้งเอ่ยสั่ง “หยิบมา” 

สายตาเย็นเยือกของซือเยี่ยหานมองมา สวี่อี้ไม่กล้าชักช้า สองมือประคองโทรศัพท์รีบยื่นส่งให้ 

นิ้วมือชายหนุ่มที่จับโทรศัพท์กระชับขึ้น หยุดชะงักครู่หนึ่ง ก่อนที่ในที่สุดจะอ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอแตกยับ 

ในข้อความมีภาพถ่ายรูปหนึ่ง ภาพที่ถ่ายมาคือจดหมายรักฉบับเมื่อครู่ที่เผาทำลายอวัยวะภายในของเขาจนเป็นเถ้าถ่าน  

ดวงตาของชายหนุ่มหรี่เล็กลงอย่างอันตราย และเวลานี้เอง หางตาของเขาบังเอิญกวาดไปเห็นชื่อด้านบนเข้า...หวันหวั่น! 

หวัน...หวั่น... 

นี่เป็นข้อความของเยี่ยหวันหวั่น? 

จิตใต้สำนึกสั่งให้เลื่อนนิ้วไถหน้าจอลงอีก พบว่าไม่ใช่เพียงจดหมายรักเท่านั้น ด้านล่างของจดหมายรักยังมีอีโมจิหัวใจหวานซึ้งอีกหนึ่งดวง 

หลักฐานฉบับนั้นที่ประกาศว่าเธอทรยศหักหลังตนอีกครั้ง จดหมายรักที่เขียนให้กับกู้เยว่เจ๋อ... 

คือ...จดหมายที่เขียนให้เขา! 

ยอมเป็นคอเสื้อของคุณ จะได้ห้อมล้อมอยู่กับกลิ่นหอมที่คอ ยอมเป็นเข็มขัดประดับบนเสื้อ จะได้โอบรัดเอวไว้แน่น ยอมเป็นน้ำมันชุ่มชื้นบนเส้นผม แปรงเส้นผมสลวยสยายลงปลายไหล่... 

ในขณะที่สีหน้าของชายหนุ่มว่างเปล่า ก็มีข้อความอีกฉบับส่งต่อมา [คุณชายเก้าคะ~ ทำไมไม่ตอบฉันเลย? ฉันเขียนได้ดีไหม~ ให้รางวัลหน่อย ชมหน่อย ส่งจุ๊บหน่อย~] 

เหล่าคนใช้เดิมทีพากันแอบหลบมุมตัวสั่นเทา เวลานี้ต่างมองหน้ากันไปมา ไม่เข้าใจว่าทำไมวินาทีก่อนหน้านี้นายท่านของพวกเขายังมีท่าทีโกรธเหมือนอยากทำลายโลกให้สิ้น แต่วินาทีถัดมากลับสงบนิ่งลงได้ หนำซ้ำยังจ้องมองโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ราวกับว่ามันจะออกดอกผลิใบได้ 

สวี่อี้ก็เดาไม่ถูกว่าท่าทางแบบนี้ของซือเยี่ยหานคืออะไรกันแน่ จึงถามหยั่งเชิงไปอย่างระแวดระวัง “คุณชายเก้าครับ คุณ...” 

ซือเยี่ยหาน “เงียบ” 

สวี่อี้พลันไม่กล้าพูดอะไรอีก 

แต่หลังจากซือเยี่ยหานพูดจบ ก็จ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าจริงจัง นิ้วมือเรียวยาวจิ้มไปบนหน้าจอ 

คงเป็นเพราะหน้าจอแตก การรับรู้สัมผัสจึงไม่ไวเท่าไร ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย 

สวี่อี้อยากรู้เหลือเกิน จึงอดไม่ได้แอบชำเลืองมองไป 

จากนั้น ดวงตาสุนับรับใช้ของเขาแทบบอด... 

เยี่ยหวันหวั่นส่งข้อความหวานหยาดเยิ้มจนไม่อาจทนอ่านต่อได้มาอีก และนายท่านของเขากลับใช้หน้าจอแตกยับพิมพ์ตอบไปว่า [ดี] 

สวี่อี้จ้องคำว่า ‘ดี’ นั่นอย่างตกตะลึง 

ไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า นายท่านรู้สึกว่ากลอนบทนั้นของเยี่ยหวันหวั่นเขียนได้ดีจริงเหรอ? 

ขณะกำลังอึ้ง ข้างหูมีเสียงของชายหนุ่มดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่กลับมาชัดเจนและเย็นชาเช่นเดิม “ให้พวกเขากลับมา” 

สีหน้าของเขาอบอุ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนในพริบตา สายตาจดจ้องกลอนบทนั้น มองทุกตัวอักษรซ้ำไปมา อารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด 

“อ่า..ครับ!” สวี่อี้รีบรับคำ โทรศัพท์เรียกคนที่ส่งไปจับตัวเยี่ยหวันหวั่นที่โรงเรียนเมื่อครู่กลับมาให้หมด 

พายุโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง สลายหายไปแบบนี้จริงๆ เหรอ!? 

 

 

บทที่ 26 จุ๊บๆ รักคุณที่สุดเลย 

ที่หอพัก 

 [คุณชายเก้า~ ทำไมไม่ตอบฉันเลย? ฉันเขียนได้ดีไหม~ ให้รางวัลหน่อย ชมหน่อย ส่งจุ๊บหน่อย~] 

เยี่ยหวันหวั่นส่งข้อความไปแล้ว เห็นทางนั้นเงียบไม่มีการตอบกลับ เพื่อความปลอดภัย จึงส่งข้อความนี้ตามไปอีก 

ความจริงแล้วในใจเธอกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย เพราะไม่มั่นใจว่าซือเยี่ยหานจะหลงกลลูกไม้นี้หรือไม่ 

อีกอย่างกลอนบทนั้น ความจริงเป็นบทกลอนที่ฝ่ายชายต้องเขียนให้สาวงามที่ตนชอบ 

โดนผู้หญิงสารภาพรักได้เลี่ยนแบบนี้ ไม่รู้ว่าคนบ้าบางคนจะโกรธไหม? 

ชาติก่อน เธอถูกคนที่ซือเยี่ยหานส่งมาจับตัวจากโรงเรียนไปกลางดึก สร้างความวุ่นวายไปทั้งโรงเรียน มีข่าวลือเรื่องของเธอต่างๆ นานากระจายไปทั่ว บ้างก็บอกว่าเธอมีนักธุรกิจร่ำรวยเลี้ยงดู เป็นเพราะหนีออกมาจึงถูกจับตัวกลับไป บ้างก็ลือกันว่าครอบครัวเธอไปกู้เงินดอกสูง อีกฝ่ายต้องการจับตัวเธอไปขายยังสถานที่แบบนั้น... 

แม้ว่าข่าวลือจะไม่มีมูลความจริง แต่เสียงปากของคนจำนวนมาก ย่อมทำให้ผิดกลายเป็นถูกได้ 

นึกย้อนถึงทุกสิ่งที่ผ่านมา เยี่ยหวันหวั่นหนาวสะท้านไปทั้งตัว... 

เวลานี้ โทรศัพท์ในมือพลันสั่นครืดๆ... 

เยี่ยหวันหวั่นสะดุ้งเล็กน้อย ค่อยๆ มองไปที่กล่องรับข้อความใหม่... 

ซือเยี่ยหานตอบกลับเธอมาคำเดียวว่า “ดี” 

เยี่ยหวันหวั่นจ้องไปที่คำว่า “ดี” นั้น ตะลึงค้างไปทันที พูดง่ายแบบนี้เลยเหรอ? 

ซือเยี่ยหาน...กับคนที่เธอรู้จักในชาติก่อน...ดูจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรนะ... 

เยี่ยหวันหวั่นเอามือเท้าคาง พลางเคาะแก้มเบาๆ จากนั้นก็แก้ไขข้อความบรรทัดหนึ่งก่อนจะกดส่งออกไป [จุ๊บๆ รักคุณที่สุดเลย~ อีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะสอบแล้ว เค้ากำลังตั้งใจทบทวนบทเรียน ช่วงนี้ก็เลยส่งข้อความหาคุณไม่ได้ จำไว้ว่าต้องคิดถึงฉันทุกวันนะ~] 

เยี่ยหวันหวั่นเพิ่งจะส่งข้อความนั้นได้ไม่ถึงวินาที อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาทันที [อืม] 

จ้องมองคำว่า ‘อืม’ ที่ตรงไปตรงมายิ่งกว่าสิ่งใด เยี่ยหวันหวั่นกะพริบตาอย่างอึ้งทึ่งอีกครั้ง 

นี่...แบบนี้ก็ได้เหรอ? 

เมื่อครู่เธอบอกว่าจะไม่ได้ติดต่อเขาหนึ่งสัปดาห์นะ! แบบนี้ก็ตกลงแล้ว? 

ตีเธอให้ตายก็คิดไม่ถึง...แค่ออดอ้อนเล็กน้อย ก็ได้ผลแบบนี้จริงเหรอ... 

เยี่ยหวันหวั่นนิ่งอึ้งไปสามวินาที แล้วเอาหน้าผากโขกกับโต๊ะ แทบอยากจะโขกตัวเองให้ตายไปเลย หากรู้แต่แรกว่าซือเยี่ยหานกล่อมง่ายขนาดนี้ ทำไมชาติก่อนเธอต้องทนทุกข์ทรมานมากมายขนาดนั้นด้วย 

ดี เมื่อค้นพบอาวุธลับที่จะใช้ต่อกรกับอสูรร้ายแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องดี 

ต่อมา เมื่อจัดการกับซือเยี่ยหานได้แล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็ไม่มีสิ่งรบกวบใจอีก มุ่งความสนใจเข้าไปในทะเลหนังสือ เริ่มต้นการทบทวนหนังสืออย่างจริงจัง 

เพียงพริบตาวันเวลาก็ผ่านไปแล้วเจ็ดวัน 

เจ็ดวันนี้ แต่ละวันเยี่ยหวันหวั่นได้นอนเพียงสามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น เพราะต้องอ่านทบทวนเนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่มอสี่ถึงมอหก 

ตอนนี้เธอสัมผัสได้แล้วว่าการนอนไม่พอมันทรมานมากเพียงใด รอให้สอบเสร็จก่อนเถอะ เธอจะนอนให้ลืมวันลืมคืนไปเลย 

วิชาที่ต้องสอบในวันแรกคือสังคมและภาษาจีน เยี่ยหวันหวั่นเดินล่องลอยเข้าห้องเรียนมาราวกับวิญญาณ 

ในห้องเรียนเดิมทีมีเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่บ้าง แต่วินาทีที่เยี่ยหวันหวั่นปรากฏตัว บรรยากาศในห้องพลันเงียบลงคล้ายกับถูกกลืนเสียง 

วันนี้เยี่ยหวันหวั่นไม่ได้ใส่วิกผมสีเขียว แต่งหน้าลวกๆ พอเป็นพิธี แต่เพราะตลอดเจ็ดคืนที่เธอนอนดึกเพื่อทบทวนหนังสือ รอยคล้ำใต้ตาวงใหญ่จึงดูน่ากลัวยิ่งกว่าการแต่งหน้าสไตล์สโมกกี้อายอีก ผมยุ่งเหยิงยาวถึงเอวมีระดับความน่าสยองขวัญไม่น้อยไปกว่าวิกสีเขียวนั้นเลย... 

ชายหนุ่มที่นอนฟุบหลับอยู่กับโต๊ะเหมือนเคย เมื่อได้ยินเสียงเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ข้างกาย จึงลืมตาขึ้นมาอย่างหงุดหงิด 

วินาทีต่อมา เขาตกใจจนผงะถอยไปก้าวหนึ่ง เสียงเก้าอี้เสียดสีกับพื้นดังเอี๊ยดบาดแก้วหู 

ชายหนุ่มจ้องมอง ‘ซาดาโกะ’ ข้างกาย มีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผาก ก่อนสบถเสียงเบาด้วยใบหน้าผวา “Shit!” 

ความคิดเห็น