facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 23 จดหมายรักของซือเยี่ยหาน / บทที่ 24 เลี่ยนจนน่าพะอืดพะอม

ชื่อตอน : บทที่ 23 จดหมายรักของซือเยี่ยหาน / บทที่ 24 เลี่ยนจนน่าพะอืดพะอม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23 จดหมายรักของซือเยี่ยหาน / บทที่ 24 เลี่ยนจนน่าพะอืดพะอม
แบบอักษร

บทที่ 23 จดหมายรักของซือเยี่ยหาน 

เฉินเมิ่งฉีพลันยิ้มเย็นชาในใจ 

ยังหลงคิดจริงๆ ว่าครั้งนี้เยี่ยหวันหวั่นจะหยิ่งในศักดิ์ศรีหน่อย! 

ที่แท้ก็ยังเป็นกระดูกราคาถูกอยู่ดี! 

แสร้งทำเป็นจริงจังอะไรกัน? 

เฉินเมิ่งฉีแววตาเป็นประกาย เธอเดินไปข้างหลังเยี่ยหวันหวั่น แอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปอีกฝ่ายไปรูปหนึ่ง จากนั้นถอยออกไปเงียบๆ 

เมื่อกลับมาถึงหอพักแล้ว แน่นอนว่าเฉินเมิ่งฉีไม่ได้ทบทวนบทเรียน แต่รีบส่งข่าวให้ซือเยี่ยหานทันที 

ซือเยี่ยหานเป็นใคร เขาคือทายาทตระกูลซืออันดับหนึ่งของประเทศ Z เป็นอะไรที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนธรรมดา อย่างพวกเขา 

แต่กับเธอ ไม่เพียงมีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของซือเยี่ยหาน แต่ยังเข้าออกสวนจิ่นหยวนที่รู้จักกันในนามวังแห่งเมืองหลวงได้ทุกเมื่ออีก 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จินตนาการว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นนายหญิงของสวนจิ่นหยวน จินตนาการว่าทุกคนต่างรับรู้ความสัมพันธ์ของตนเองกับซือเยี่ยหาน เธอก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น 

แม้แต่คนซื่อบื้ออย่างเยี่ยหวันหวั่นยังครองใจซือเยี่ยหานได้ แล้วทำไมเธอจะทำไม่ได้ 

ถึงอย่างไรผู้ชายคนนั้นก็ปฏิบัติต่อเธอไม่เหมือนคนอื่น ไม่เพียงให้เข้านอกออกในสวนจิ่นหยวนได้ตลอดเวลา ยังให้เบอร์ส่วนตัวกับเธออีก อีกทั้งเวลาที่เธอเจอปัญหาก็ให้ความช่วยเหลือ 

เฉินเมิ่งฉีแก้มแดงระเรื่อ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความหวานและความมั่นใจ ขอเพียงเธอพยายามมากกว่านี้อีกสักหน่อย ไม่ช้าไม่เร็วผู้ชายคนนั้นก็ต้องเป็นของเธอ 

[คุณซือคะ ได้ยินว่าคุณทะเลาะกับหวันหวั่น คุณโอเคใช่ไหม? คุณไม่ต้องเป็นห่วงหวันหวั่นนะ เมื่อครู่ฉันไปเยี่ยมเธอมาแล้ว หวันหวั่นเธอสบายดี] 

ข้อความนี้ประกอบรูปถ่ายอีกหนึ่งรูป ซึ่งก็คือรูปที่เธอแอบถ่ายมาเมื่อครู่ ในรูปเห็นจดหมายรักอย่างชัดเจน 

ดูจากความช่างสังเกตของซือเยี่ยหานแล้ว จะต้องเห็นแน่ว่าเป็นจดหมายรักของกู้เยว่เจ๋อ! 

ต้องรู้ว่า เยี่ยหวันหวั่นกำลังตามติดต่อกู้เยว่เจ๋อไม่เลิก 

ตอนนี้เธอต้องทำให้ซือเยี่ยหานเกลียดชังเยี่ยหวันหวั่นให้ถึงที่สุด จนไม่มีโอกาสเปลี่ยนใจใหม่ได้ 

เวลานี้ ในหอพักของเยี่ยหวันหวั่น 

หลังจากเฉินเมิ่งฉีจากไปแล้ว เดิมทีเยี่ยหวันหวั่นกำลังจะอ่านหนังสือต่อ ทว่าเธอรู้สึกเหมือนตัวเองตกหล่นอะไรไป 

สัญชาตญาณของเธอสั่งให้หันมองที่มุมโต๊ะหนังสือตัวเอง 

เป็นอย่างที่คิด เห็นเพียงจดหมายรักฉบับหนึ่งอยู่ที่มุมโต๊ะ เป็นจดหมายรักที่ก่อนหน้านี้เธอเขียนให้กู้เยว่เจ๋อ แต่ว่ายังเขียนไม่ทันเสร็จ จึงยังไม่ทันได้ส่งไป 

ฮู่! เกือบลืมของสิ่งนี้ไปเลย 

เธอจำได้ว่าชาติก่อนเฉินเมิ่งฉีเอาจดหมายรักฉบับนี้ไปเป็นผลงาน ตอนนั้นความสัมพันธ์ของเธอกับซือเยี่ยหานกำลังเป็นช่วงที่แย่ที่สุด จดหมายรักนี่เป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย 

ชาติก่อนเธอดื้อดึงยอมตายกว่าจะได้กลับมาโรงเรียน ผลคือเพิ่งกลับมาได้ไม่นาน ซือเยี่ยหานก็ใช้อำนาจน่าเกรงขามสั่งคนมาจับตัวเธอกลับไป ตอนนั้นเกิดความโกลาหลใหญ่โตในโรงเรียน ผู้คนพูดว่าเธอถูกพวกปล่อยเงินกู้จับตัวไป บ้างก็ลือกันว่าเธอถูกจับตัวไปขายบริการ... 

ในชาตินี้แม้ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร แต่ผลลัพธ์คงไม่ได้ดีไปกว่าชาติที่แล้วแน่นอน อย่างไรเธอก็เพิ่งสาบานกับซือเยี่ยหานว่าจะซื่อสัตย์กับเขา 

หากเขาคิดว่าตนเองหลอกลวงแล้วละก็ ผลที่ตามมาเธอไม่กล้าจะคิดเลย 

เมื่อคิดเช่นนี้ เยี่ยหวันหวั่นจึงหยิบจดหมายรักฉบับนั้นมา ขยับปากกาขีดเขียน มุมปากค่อยๆ หยักยิ้ม 

โชคดีที่จดหมายฉบับนี้เป็นเพียงร่างจดหมาย ยังไม่ได้ระบุว่าเขียนให้ใคร 

ดังนั้น ทำไมมันจะเป็นจดหมายรักที่เขียนให้ซือเยี่ยหานไม่ได้ล่ะ? 

เยี่ยหวันหวั่นหยิบโทรศัพท์ออกมา ถ่ายจดหมายรักฉบับนั้น แล้วกดส่งให้ซือเยี่ยหานพร้อมกับอีโมจิรูปหัวใจ 

 

 

บทที่ 24 เลี่ยนจนน่าพะอืดพะอม 

หลังจากส่งข้อความแล้ว เยี่ยหวันหวั่นก็ไม่สนใจเรื่องจดหมายรักอีก ตั้งใจอ่านหนังสือต่อแข่งกับทุกนาที 

แต่ที่สวนจิ่นหยวนในเวลานี้ บรรยากาศเหมือนโลกกลับตาลปัตร ผู้คนโกลาหลวุ่นวาย... 

ชายหนุ่มบนโซฟามีดวงตาสีน้ำหมึกดั่งค่ำคืนในฤดูหนาว ความรู้สึกกดดันรุนแรงโจมตีอย่างบ้าคลั่งในพื้นที่กว้างใหญ่ 

เหล่าคนใช้ในบ้านต่างหลบมุมตัวสั่นเทา ไม่กล้าแม้จะหายใจเสียงดัง 

สวี่อี้แผ่นหลังเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเย็น ยืนกระดูกสันหลังแข็งทื่ออยู่ข้างชายหนุ่ม แววตาสั่นไหวเหลือบมองโทรศัพท์หน้าจอแตกยับที่กองอยู่กับพื้นเครื่องนั้น สีหน้ามีแต่ความสิ้นหวัง 

โทรศัพท์คุณภาพดีมาก หน้าจอถูกปาแตกแล้วก็ยังทนทาน ยังคงแสดงภาพจดหมายรักที่ถูกซูมใกล้ได้อย่างชัดเจน 

น่าตายนัก เขาคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ 

ผู้หญิงคนนั้นรักเจ้าคนสกุลกู้นั่นหมดหัวใจจริงๆ แม้โดนทิ้งโดนถอนหมั้นก็ไม่สนใจ ยังคงตามติดอยู่เช่นเดิม แล้วจะมาเปลี่ยนนิสัยปุบปับ คิดจะใช้ชีวิตดีๆ กับนายท่านได้อย่างไร? 

แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเท้าหน้าเพิ่งหลอกนายท่าน เท้าหลังก็รีบวิ่งตามกู้เยว่เจ๋อไปอีกหรอกเหรอ 

ทั้งยังเขียนจดหมายรักเลี่ยนจนน่าพะอืดพะอมแบบนี้! 

ไร้ยางอายเกินไปแล้ว! 

ข้อความในจดหมายรักเป็นกลอนบทหนึ่ง เมื่อถอดความหมายออกมาแล้วมีเนื้อหาประมาณว่ายินดีเป็นปกคอเสื้อ เพื่อรับรู้กลิ่นหอมของคุณ ยินดีเป็นเข็มขัดบนเสื้อคลุม จะได้โอบกอดเอวคุณไว้ ยินดีเป็นน้ำมันชโลมบนเส้นผม ให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผมดกดำของคุณ... 

เป็นบทกลอนที่อนาจารเหลือเกิน! 

ถึงว่านายท่านถึงได้โกรธได้ขนาดนี้! 

แต่ว่าก็แค่ผู้หญิงคนเดียว ในเมื่อไม่เชื่อฟัง ก็คิดซะว่าเป็นสิ่งของเลี้ยงไว้ในคฤหาสน์ก็พอแล้ว ทำไมต้องตามใจเธอขนาดนี้ด้วย 

นายท่านก็เลอะเลือนไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นพูดดีด้วยไม่กี่คำก็หลงเชื่อ 

เวลานี้ สีหน้าของชายหนุ่มลึกล้ำราวกับน้ำ อสูรร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัวกระโจนออกมาจากกรง กำลังเลียกรงเล็บแหลมคม รัศมีกระหายเลือดแผ่ซ่าน 

หวันหวั่น... 

ฉันเคยบอกเธอแล้ว... 

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอ... 

ครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเชื่อเธอ... 

“จับตัวกลับมา” เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งของชายหนุ่มบนโซฟาดังขึ้น 

สวี่อี้ตกใจตัวสั่นกับสีหน้าเย็นเยียบของเขา รีบเอ่ยว่า “ครับ! ผมจะส่งคนไปเดี๋ยวนี้!” 

ทันใดนั้น รถสีดำเป็นแถวก็แล่นออกจากสวนจิ่นหยวนหายไปในราตรีกาลอย่างเงียบๆ 

ในห้องรับแขก คนใช้ทุกคนต่างเงียบเป็นจักจั่นหน้าหนาว ในใจเต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

ตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในสวนจิ่นหยวน พวกเขาก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขสักวัน ทั้งสวนจิ่นหยวนถูกเธอสร้างความวุ่นวายจนบรรยากาศอึมครึม 

สวี่อี้ทอดมองไปนอกหน้าต่าง เห็นสีท้องฟ้าราตรีเข้มจนแยกกันไม่ออก ในใจก็รู้สึกหดหู่อึมครึม ถัดไปรอพวกเขากลับมาแล้ว เกรงว่าต้องมีพายุฝนโหมกระหน่ำอีก... 

หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นถูกจับตัวมา ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป 

ถึงตอนนั้นคนที่ต้องน่าเวทนาที่สุด และโชคร้ายที่สุด คงไม่พ้นลูกน้องอย่างพวกเขา... 

“กริ๊ง...” 

เวลานี้เอง โทรศัพท์ที่แตกยับอยู่บนพื้นพลันมีเสียงดังขึ้น ไฟหน้าจอสว่างขึ้นมา 

จิตใต้สำนึกสวี่อี้สั่งให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หัวคิ้วพลันขมวด 

ทำไมถึงได้เป็นจดหมายรักฉบับนั้นอีก?  

อีกทั้งครั้งนี้ยังเป็นรูปจดหมายรักเพียงอย่างเดียวอีกด้วย 

สวี่อี้กำลังหาพิรุธ สายตาพลันเหลือบไปเห็นช่องผู้ส่ง ทันทีที่เห็นก็ตะลึงไปเลย ผู้ส่งข้อความนี้มาไม่ใช่เฉินเมิ่งฉี แต่เป็น...แต่เป็นเยี่ยหวันหวั่น! 

นี่...นี่มันหมายความว่ายังไง? 

หรือว่าจดหมายรักที่เลี่ยนจนสะอิดสะเอียนฉบับนั้นไม่ได้เขียนให้กับกู้เยว่เจ๋อ แต่เยี่ยหวันหวั่นเขียนให้...เขียนให้นายท่าน!? 

พระเจ้าช่วย! 

ความคิดเห็น