facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 21 แค่ผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม / บทที่ 22 เรียนกากไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น

ชื่อตอน : บทที่ 21 แค่ผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม / บทที่ 22 เรียนกากไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 21 แค่ผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม / บทที่ 22 เรียนกากไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น
แบบอักษร

บทที่ 21 แค่ผ่านตาก็จำได้ไม่ลืม 

เยี่ยหวันหวั่นยืนนิ่งอยู่กับที่ ดูไปแล้วใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ 

มีเพียงซือเซี่ยที่อยู่ใกล้เธอที่สุดสังเกตได้ พริบตาที่เหลียงลี่หวากล่าวถึงพ่อแม่ของเยี่ยหวันหวั่น นัยน์ตาที่ขลาดกลัวมึนงงมาตลอดคู่นั้นเหมือนกับน้ำแข็งถูกทลาย แผ่รังสีเยียบเย็นที่น่ากลัวออกมา 

ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สายตาฉายประกายสงสัย ภาพลวงตาเหรอ? ยัยตัวประหลาดจะมีสายตาแบบนี้ได้อย่างไร... 

หลังจากเงียบอยู่ชั่วครู่ เยี่ยหวันหวั่นก็พูดอย่างไม่รีบร้อน “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง พ่อแม่เป็นแบบไหนก็จะสั่งสอนลูกออกมาให้เป็นแบบนั้น...ถ้าอย่างนั้นหนูพูดได้เหมือนกันไหมคะ อาจารย์เป็นแบบไหนก็จะสั่งสอนลูกศิษย์ให้เป็นแบบนั้น? ห้อง F เป็นห้องที่คะแนนแย่ที่สุดของทั้งโรงเรียน ไม่ทราบว่าอาจารย์เหลียงมีความคิดเห็นยังไงคะ?” 

“เธอ...เธอกล้านักนะ!” เหลียงลี่หวาโกรธจนน้ำเสียงแตกพร่า 

ยัยเด็กสมควรตายนี่ กล้าพูดกระทบกระเทียบระดับการสอนของเธอ! 

เรื่องที่ห้อง F ทำคะแนนได้แย่ที่สุดท่ามกลางหลายๆ ชั้นเรียน เป็นเรื่องที่ทิ่มแทงใจเธอมาตลอด 

ในห้องเรียน นักเรียนทุกคนต่างตะลึงไปตามๆ กัน 

แม่เจ้า... 

เยี่ยหวันหวั่นคนนี้ กล้าเถียงกับอาจารย์ประจำชั้นครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้เลย... 

นี่ยังใช่เยี่ยหวันหวั่นคนที่ไม่ว่าโดนด่าอย่างไร ก็ไม่โต้ตอบสักคำคนนั้นอยู่หรือเปล่า? 

เหลียงลี่หวาแค่นหัวเราะ “เยี่ยหวันหวั่น เธอคิดว่าฉันทำอะไรเธอไม่ได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ? ฉันทำให้เธอออกไปจากประตูโรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอตอนนี้ได้เลย!” 

เยี่ยหวันหวั่นมองเหลียงลี่หวาด้วยท่าทางเหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “จะได้ยังไงล่ะคะ อาจารย์เหลียงเก่งกาจขนาดนี้ จะทำอะไรนักเรียนอย่างหนูไม่ได้ได้ยังไงกัน?” 

เยี่ยหวันหวั่นตั้งใจเน้นเสียงที่คำว่า ‘เก่งกาจขนาดนี้’ เพื่อย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาระหว่างเหลียงลี่หวากับผู้บริหารโรงเรียน 

เป็นไปตามคาด สีหน้าเหลียงลี่หวาเปลี่ยนไปโดยพลัน 

แม้ว่าเยี่ยหวันหวั่นจะไม่มีหลักฐาน และก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเธอ แต่หากปล่อยให้พูดจาเหลวไหลต่อหน้าสาธารณชน ถ้ามีคนสนใจไปสืบหาความจริงคงเป็นเรื่องเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อภรรยาของคนคนนั้นก็เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนด้วย... 

ยัยเด็กสมควรตายนี่ กล้าขู่เธออย่างนั้นเหรอ! 

“กริ๊ง~!” 

เวลานี้เอง เสียงออดเข้าเรียนอย่างเป็นทางการดังขึ้นมา ทำลายสถานการณ์ที่ไม่มีใครยอมใครลง 

เหลียงลี่หวาทำหน้านิ่งพลางกล่าวอย่างโมโห “อีกหนึ่งอาทิตย์จะมีการสอบแล้ว เพราะเธอคนเดียว เกือบทำให้เพื่อนทั้งห้องต้องเข้าเรียนช้า! เยี่ยหวันหวั่น แล้วฉันจะกลับมาคิดบัญชีกับเธอ” 

ช่างเถอะ อย่างไรอีกไม่กี่วันยัยเด็กสมควรตายนี่ก็จะไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องเถียงกับเธอให้เรื่องราวใหญ่โต 

“ทุกคนเปิดหนังสือเรียนไปที่หน้าเจ็ดสิบสอง” 

เมื่อไม่มีละครสนุกๆ ให้ดูแล้ว บรรดานักเรียนด้านล่างต่างถอนหายใจผิดหวัง 

วันเวลาของชั้นมัธยมปีที่หกถูกใช้ไปในการสอบย่อยการสอบใหญ่อย่างไม่รู้จบ การสอบเสมือนจริงครั้งนี้ถือเป็นการสอบที่สำคัญครั้งหนึ่ง และจะมีการจัดอันดับที่นั่งใหม่ตามอันดับรายชื่อของคะแนนด้วย 

เยี่ยหวันหวั่นกวาดตาอ่านเนื้อหาของหนังสือเรียนคร่าวๆ จากนั้นก็หลับตาลง 

วินาทีต่อมา เหมือนกับว่าเนื้อหาที่เธออ่านผ่านประทับอยู่หัวอย่างชัดเจน 

ความจริงแล้ว เธอมีความจำที่ดีมาก 

ความรู้ในตำราเรียน ขอแค่เธออ่านเพียงรอบเดียว แม้จะไม่ได้ผ่านสมองทั้งหมด เธอก็จดจำได้ไม่ตกหล่นแม้เพียงตัวเดียว 

น่าเสียดาย ชาติที่แล้วเรื่องคะแนนและอันดับไม่ได้มีความหมายใดๆ กับเยี่ยหวันหวั่นเลย ความสนใจของเธอไม่เคยอยู่กับการเรียน 

หากอยากให้ทางโรงเรียนยกเลิกการตัดสินใจเรื่องไล่ออก การสอบครั้งนี้คือเรื่องสำคัญ 

เวลาทบทวนบทเรียนหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่าเร่งรีบไปหน่อย แต่ก็เพียงพอจะรับมือกับการทดสอบครั้งนี้แล้ว 

 

 

บทที่ 22 เรียนกากไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น 

คิดถึงตรงนี้ เยี่ยหวันหวั่นก็ไม่คิดฟุ้งซ่านอะไรอีก เริ่มพลิกหนังสือเรียนอ่านทบทวน 

ชายหนุ่มด้านข้างที่ฟุบตัวหลับบนโต๊ะได้ยินเสียงรบกวนจากการพลิกหน้ากระดาษ จึงคิ้วขมวดพลางหันมองข้างกาย 

ผลคือเมื่อเงยหน้าขึ้นมา กลับเห็นเยี่ยหวันหวั่นอ่านหนังสืออยู่จริงๆ 

ผู้หญิงคนนี้...ถูกกระตุ้นจนนิสัยเปลี่ยนเหรอ? 

เขากำลังคิดอยู่เช่นนี้ แต่เมื่อได้เห็นท่าทางของเยี่ยหวันหวั่นอย่างชัดเจนแล้ว ชายหนุ่มมีสีหน้าโมโหทันที 

เพราะเยี่ยหวันหวั่นพลิกหน้ากระดาษได้ไวกว่าความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้าของวันนี้อีก 

นี่มันอ่านหนังสือที่ไหนกันล่ะ? 

หากไม่ใช่กำลังอ่านหนังสือ แล้วเธอกำลังทำอะไร? ว่างมากก็เลยพลิกหน้ากระดาษเล่นอย่างนั้นเหรอ? 

“หนวกหูจะตายอยู่แล้ว” ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ 

เยี่ยหวันหวั่นทำหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย หมอนี่ คิดจะหาเรื่องกันใช่ไหม! 

เชื่อหรือเปล่าว่าฉันใช้สถานะบดขยี้นายให้ตายได้! 

หากไล่ตามลำดับศักดิ์แล้ว เขาต้องเรียกเธอว่า ‘สะใภ้เก้า’ อย่างเคารพนอบน้อมด้วยซ้ำ 

ชาติก่อนเธอเพิ่งมารู้ทีหลัง ซือเซี่ยหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอแท้จริงแล้วเป็นหลานชายของซือเยี่ยหาน 

เยี่ยหวันหวั่นหัวคิ้วกระตุก “เฮอะ รำคาญว่าหนวกหู? เก่งนักก็สอบไปนั่งข้างหน้าให้ได้สิ ผู้แข็งแกร่งที่สุดคือผู้อยู่รอด ผู้แข็งแกร่งถึงจะได้รับความเคารพ เรียนกากไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็น!” 

ชายหนุ่มสำลักจนพูดอะไรไม่ออก แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ 

เมื่อครู่นี้เขาโดนคนได้ที่โหล่ของโรงเรียนพูดเสียดสีอย่างนั้นเหรอ? 

หึ ดีมาก 

การสอบในครั้งนี้ เขาจะทำให้เธอรู้ว่าผู้แข็งแกร่งที่สุดคือผู้อยู่รอด ผู้แข็งแกร่งถึงจะได้รับความเคารพมันคืออะไรกันแน่! 

เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น เวลาหนึ่งวันได้ผ่านไปเร็วเหลือเกิน 

โดดเรียนเป็นเวลาที่แสนสบาย แต่ทบทวนบทเรียนร้อนทรมานเหมือนเมรุเผาศพ 

ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา เยี่ยหวันหวั่นเห็นคนเป็นภาพซ้อนหมดแล้ว บนภาพซ้อนยังมีตัวหนังสือเบียดกันแน่น 

เจ็ดวันข้างหน้า โรงเรียนจะหยุดให้ทุกคนตั้งใจทบทวนบทเรียนเพื่อการสอบที่จะมาถึง 

โรงเรียนมัธยมปลายชิงเหอเป็นโรงเรียนแบบปิด จึงกำหนดให้นักเรียนทุกคนต้องพักที่โรงเรียน นอกเสียจากจะมีเรื่องด่วนเป็นกรณีพิเศษ 

ช่วงหลายวันแห่งการทบทวนบทเรียนนี้ ทุกคนสามารถทบทวนอยู่ในหอพักตัวเอง หรือจะไปห้องเรียนก็ได้ 

หลังจากเลิกเรียน พวกนักเรียนทยอยกลับหอพัก เยี่ยหวันหวั่นเองก็ลากกระเป๋าสัมภาระเดินไปที่ตึกหอพักเหมือนกัน 

หอพักของโรงเรียนเป็นห้องพักรวมสี่คน แต่เธอถูกเพื่อนร่วมห้องปฏิเสธไม่อยู่ร่วมกัน จึงถูกจัดให้พักห้องเดี่ยว 

อีกทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซือเยี่ยหานที่ไม่อาจให้คนรู้ได้ การพักห้องเดี่ยวกลับเป็นเรื่องดีสำหรับเธอ 

นิ้วมือขาวเรียวยาวค่อยๆ ผลักประตูห้องพักเปิดออก บรรยากาศอันคุ้นเคยปะทะเข้ามา 

ห้องพักเดี่ยวห้องนี้แม้จะมีพื้นที่ไม่กว้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับเธอที่พักคนเดียว เทียบกับสวนจิ่นหยวนอันกว้างใหญ่จนน่ากลัวแล้ว ที่นี่ให้ความรู้สึกปลอดภัยกับเธอมากกว่า 

อีกทั้ง ชิงเหอมีนักธุรกิจร่ำรวยและศิษย์เก่านับจำนวนไม่ถ้วนมาลงทุน สภาพของหอพักจึงดีมาก ไม่เพียงมีเครื่องปรับอากาศ ยังมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาในตัว 

เยี่ยหวันหวั่นวางสัมภาระลง นำสิ่งของจัดวางไปยังที่เดิม 

หลังจากจัดเก็บทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กำลังเตรียมจะนั่งทบทวนบทเรียนต่อ เสียงเคาะประตูพลันดังขึ้น 

พอเปิดประตูออกไป เห็นเฉินเมิ่งฉีในชุดกระโปรงลูกไม้สีชมพูอ่อนยืนน่ารักอยู่หน้าห้อง 

เมื่อหญิงสาวเห็นเยี่ยหวันหวั่นสีหน้าก็ตื่นเต้น นัยน์ตาเปล่งประกาย “หวันหวั่น ในที่สุดก็ได้พบเธอสักที ฉันเป็นห่วงแทบแย่ เห็นเธอไม่เป็นอะไร ดีจังเลย!” 

เห็นท่าทางเป็นห่วงเป็นใยที่สุดของเฉินเมิ่งฉี เยี่ยหวันหวั่นอดถอนใจข้างในไม่ได้ ไม่แปลกเลยที่ในอนาคตเฉินเมิ่งฉีจะโด่งดังในวงการบันเทิงขนาดนั้น การแสดงนี่ไม่ต้องพูดถึงจริงๆ 

เยี่ยหวันหวั่นนั่งลงหน้าโต๊ะหนังสือ เนื่องจากถูกรบกวน สีหน้าจึงเผยอาการหงุดหงิดอยู่บ้าง “มีอะไรเหรอ? ไม่ว่าเธอจะมีเรื่องอะไร อีกเจ็ดวันค่อยมาหาฉันเถอะ ตอนนี้ฉันไม่มีเวลา” 

เฉินเมิ่งฉีคิดว่าเธออารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะทะเลาะกับกู้เยว่เจ๋อ จึงเอ่ยโน้มน้าวเสียงอ่อนโยน “คุณชายกู้คงจะเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซือเยี่ยหาน แต่เป็นเพราะเขารักมากเลยโมโหมาก ในใจของเขายังมีเธออยู่นะ ไม่เช่นนั้นครั้งนี้เขาคงไม่ไปช่วยเธอหรอก ขอแค่เธอไปหาเขา แล้วอธิบายเรื่องเข้าใจผิดให้ชัดเจนก็พอแล้ว” 

เยี่ยหวันหวั่นไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับเพื่อนสนิทที่แสดงได้ดีเยี่ยมคนนี้ เวลานี้เธอพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่หนังสือ 

เห็นเยี่ยหวันหวั่นหงุดหงิดจนพลิกหน้ากระดาษไม่หยุด คาดว่าอารมณ์ยังไม่ดีขึ้น เฉินเมิ่งฉีจึงไม่พูดโน้มน้าวอีก 

“งั้นหวันหวั่น ฉันไปก่อนนะ ใกล้สอบแล้ว ฉันก็ต้องรีบทบทวนบทเรียน พ่อฉันบอกว่าถ้าครั้งนี้รักษาสามอันดับแรกของชั้นเรียนได้จะซื้อมือถือใหม่ให้ ถ้าเธอมีเรื่องอะไร จำไว้ว่าต้องมาหาฉันนะ!” 

“ฉันรู้แล้ว” เยี่ยหวันหวั่นตอบโดยไม่เงยหน้า 

เฉินเมิ่งฉีขมวดคิ้วเบาๆ ไม่ค่อยชินกับท่าทางเย็นชาของเยี่ยหวันหวั่นเท่าไร 

ตอนกำลังจะจากไป หางตาเธอเหลือบเห็นมุมหนึ่งบนโต๊ะเรียนของเยี่ยหวันหวั่นมีอะไรโดดเด่นสะดุดตา นั่นคือจดหมายรักฉบับหนึ่ง 

ความคิดเห็น