facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 13 มั่นใจนะว่าไม่ชอบแตงหวาน? / บทที่ 14 โตมาน่าเกลียดแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 13 มั่นใจนะว่าไม่ชอบแตงหวาน? / บทที่ 14 โตมาน่าเกลียดแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 มั่นใจนะว่าไม่ชอบแตงหวาน? / บทที่ 14 โตมาน่าเกลียดแล้ว
แบบอักษร

บทที่ 13 มั่นใจนะว่าไม่ชอบแตงหวาน? 

นี่เป็นครั้งแรกที่เยี่ยหวันหวั่นเข้าห้องซือเยี่ยหาน 

เมื่อเหยียบเข้ามาก็รู้สึกถึงความกดดันรุนแรง 

การตกแต่งสีภายในห้องอึมครึมผิดปกติ จุดที่โดดเด่นสะดุดตามีลำโพงคุณภาพสูงวางอยู่ กำลังส่งเสียงเพลงสะกดจิตให้นอนหลับอันเบาสบาย ม่านปิดสนิทอย่างแน่นหนา ไม่เหลือช่องว่างแม้แต่น้อย ทั่วทั้งห้องปิดสนิทโดยสมบูรณ์ 

สิ่งที่มีเยอะที่สุดในห้องก็คือเหล้า ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้เก็บเหล้าขนาดใหญ่ ทั้งแถวเป็นเหล้านำเข้าหลากหลายชนิดของแบรนด์ต่างๆ 

นอกจากซือเยี่ยหานแล้ว ในห้องยังมีอีกคนหนึ่ง 

โม่เสวียน นักสะกดจิตบำบัดของซือเยี่ยหาน 

ดูท่าเมื่อครู่ซือเยี่ยหานคงจะกำลังเตรียมตัวเข้านอน 

เอ่อ แค่จะนอน ยังยุ่งยากน่าดูทีเดียว... 

เหตุที่เมื่อวานเขานอนหลับได้อย่างราบรื่นมาก คงเป็นเพราะไม่ได้นอนมาสามวันอย่างนั้นสินะ? 

เมื่อนักสะกดจิตบำบัดโม่เสวียนเห็นเยี่ยหวันหวั่นในสภาพไร้เครื่องสำอาง ดวงตาเผยความแปลกใจอย่างชัดเจน ทว่าก็กลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว 

เมื่อเห็นเธอมา เขาก็ขอตัวออกไปก่อนแล้ว 

ภายใต้แสงไฟสีเหลืองนวลเหนือศีรษะ ซือเยี่ยหานเดินไปนั่งลงบนเคาน์เตอร์บาร์ เทเหล้าแก้วหนึ่ง “พูดมาสิ” 

เยี่ยหวันหวั่นกลั่นกรองบทพูดไว้นานแล้ว เวลานี้จึงไม่ลังเล พูดออกไปตรงๆ “ฉันอยากคุยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน!” 

“ความสัมพันธ์ระหว่างเรา?” ชายหนุ่มหรี่ตาขมวดคิ้ว 

เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า เปิดปากเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ใช่... ซือเยี่ยหาน คุณคิดว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเราคืออะไร?” 

ซือเยี่ยหานเอ่ยตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยว่า “เธอเป็นของฉัน” 

เยี่ยหวันหวั่น “...” 

คำตอบแบบนี้ เป็นคำตอบที่เยี่ยหวันหวั่นไม่อาจคุ้นเคยไปมากกว่านี้อีกแล้วจริงๆ 

เหมือนกับที่เธอเคยถามเขาว่า ทำไมคนคนนั้นต้องเป็นเธอ แล้วเขาตอบว่า ‘เพราะมีแค่เธอเท่านั้น’ 

ทั้งหมดล้วนเป็นคำตอบที่เธอไม่อาจเข้าใจได้ 

เยี่ยหวันหวั่นฝืนตัวเองให้มองข้ามคำตอบของชายหนุ่ม พูดต่อไปว่า “ซือเยี่ยหาน ฉันไม่เข้าใจมาตลอดว่าทำไมคุณถึงชอบฉัน ด้วยฐานะของคุณ อยากได้ผู้หญิงแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ต่อให้คุณชอบแบบอวบอ้วน หรือชอบผู้หญิงสุดโต่ง ก็มีคนนับไม่ถ้วนยินดีสนองรสนิยมของคุณ 

ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร ในเมื่อจุดนี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกเรามาลองเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างกันสักหน่อยได้ไหม? 

คุณเอาแต่โมโห และฉันก็เอาแต่ต่อต้าน นั่นเป็นเพราะไม่ว่าใครก็ทนให้คนอื่นมาบงการชีวิตไม่ได้ คุณยิ่งคิดจะควบคุมฉัน บีบบังคับฉัน มีแต่จะทำให้ฉันยิ่งอยากหนีไป คำโบราณว่าไว้ว่า ‘แตงที่ฝืนเด็ดจากต้นย่อมไม่หวาน’ เชื่อว่าคุณก็คงเข้าใจหลักการนี้เหมือนกัน!” 

ซือเยี่ยหานฟังหญิงสาวพูดยาวเหยียดจนจบอย่างเงียบๆ จากนั้นเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่งด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ “ใครบอกว่าฉันชอบแตงหวาน?” 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกหมดคำพูด 

หมดหนทางที่จะคุยกันดีๆ ได้แล้ว! 

ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้ว ความหมายของซือเยี่ยหานคือ ขอแค่เธอเป็น ‘ของ’ ของเขาก็พอ ส่วนเรื่องที่เธอจะสมยอมเป็น ‘ของ’ ชิ้นนั้นหรือไม่มันไม่สำคัญ 

เมื่อคุยมาถึงตรงนี้ ก็ไม่อาจคุยต่อไปได้อีก 

คนคนนี้ครู่เดียวก็ทำให้บทสนทนาไปต่อไม่ได้แล้ว! 

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า... 

ไม่รู้ว่าเงียบอยู่นานเท่าไร เยี่ยหวันหวั่นพลันลุกขึ้น เดินเข้าหาชายหนุ่มทีละก้าว 

ซือเยี่ยหานไม่พูดสิ่งใด เพียงแต่มองเธอเข้ามาใกล้นิ่งๆ 

ในที่สุด เยี่ยหวันหวั่นเดินไปหยุดยืนตรงหน้าชายหนุ่ม วินาทีถัดมาก็โค้งกายลงอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากอ่อนนุ่มแตะลงบนริมฝีปากเย็นเยียบของเขา 

“คุณ...มั่นใจเหรอ?” 

เสียงนุ่มนวลอ่อนหวานของหญิงสาวพร้อมด้วยเสน่ห์ที่ไม่ปรุงแต่ง แนบชิดกับริมฝีปากเขา “มั่นใจเหรอ...ว่าไม่ชอบแตงหวาน?”  

 

 

บทที่ 14 โตมาน่าเกลียดแล้ว 

พริบตาที่ริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของหญิงสาวแตะลงมา รูม่านตาของซือเยี่ยหานหดตัวฉับพลัน 

นัยน์ตาคู่นั้นมืดมิดยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับสามารถดูดวิญญาณของคนเข้าไปได้ 

ขณะจดจ้องสายตาเร่าร้อนของเขา เยี่ยหวันหวั่นถอยไปอยู่ในระยะห่างที่ปลอดภัย ฝืนพูดต่อไปว่า “ที่... ที่จริง... ฉันแค่หวังว่าจะเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป ใช้ชีวิต เรียนหนังสือ มีความรัก... 

ฉันรับรองว่าฉันจะไม่ทะเลาะกับคุณอีก คุณก็อย่าบังคับฉันให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ อย่าเอาแต่โมโหหรือน่ากลัวขนาดนั้นได้ไหม? 

กู้เยว่เจ๋อนั่น ก่อนหน้านี้สมองฉันคงโดนประตูหนีบเข้าให้ ถึงได้เอาแต่คิดถึงผู้ชายไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง ตอนนี้ฉันคิดได้แล้ว 

ฉันคิดว่า ด้วยฐานะหน้าตาของคุณชายเก้าอย่างคุณ ขอแค่พวกเรากลับไปพูดคุยกันปกติ พอเวลานานไป ฉันจะต้องเติบโตเป็นแตงหวานได้แน่นอน! 

อันที่จริง...แตงหวานมันอร่อยจริงๆ นะ ฉันคิดว่าคุณน่าจะลองดูสักหน่อย ไม่เคยลองจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ชอบ ใช่ไหมล่ะ? 

แหะๆ เพราะฉะนั้น จะให้โอกาสฉันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ? ครั้งนี้ฉันรับรองว่าจะพยายามเติบโตอย่างดี จะต้องรากตรงต้นกล้าแดง! ดีไหม?” 

เยี่ยหวันหวั่นพูดจนคอแหบคอแห้ง จากนั้นก็รอคอยคำตอบของเขาอย่างตื่นเต้น 

สายตาซือเยี่ยหานหยุดอยู่ที่ริมฝีปากของหญิงสาว หยุดอยู่ที่สายตาซึ่งหวาดกลัวอย่างชัดเจน ทว่ายังฝืนสบตาตรงๆ เขามองอยู่เนิ่นนาน 

สายตานั้นราวกับสามารถทะลวงผ่านจิตวิญญาณได้ ทำให้คนสั่นเทาด้วยความกลัว 

เยี่ยหวันหวั่นไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรกันแน่ ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานราวหลายศตวรรษ ในที่สุดก็ได้ยินเสียงของชายหนุ่มแว่วเข้าหูมา “ได้” 

เยี่ยหวันหวั่นอึ้งจนนิ่งอยู่กับที่ น่าเหลือเชื่อจริงๆ 

ซือเยี่ยหานตกลงแล้ว คาดไม่ถึงว่าเขาจะตกลง!? 

“คุณ...คุณตกลงแล้วนะ!” ดวงตาของเยี่ยหวันหวั่นเป็นประกายสดใส ลองเชิงถามอย่างระแวดระวัง “ถ้าอย่างนั้น... ถ้าอย่างนั้นฉันกลับไปเรียนที่โรงเรียนได้ไหม?” 

ซือเยี่ยหานมองดวงตาสดใสของเธอ ใบหน้าเย่อหยิ่งเย็นชาพลันอ่อนโยนลงหลายส่วน “ได้” 

เยี่ยหวันหวั่นพลันโผเข้าไปหอมแก้มซือเยี่ยหานด้วยความดีใจ “ขอบคุณค่ะ!” 

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอลองพูดคุยกับซือเยี่ยหาน เธอถึงขั้นเตรียมใจที่จะล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนเอาไว้แล้ว อย่างไรซะโรงเรียนของเธอก็เป็นโรงเรียนประจำ อนุญาตให้เธอไปโรงเรียน หมายความว่ายอมปล่อยเธอออกจากกรงนั่นเอง 

แต่เธอกลับทำสำเร็จแล้ว 

ทำไมชาติก่อนเธอถึงไม่เคยคิดจะพูดกับซือเยี่ยหานดีๆ นะ? 

หากตอนนั้นเธอลองปรับเปลี่ยน ผลลัพธ์จะต่างออกไปหรือเปล่า... 

“ถ้าอย่างนั้นฉันไปเก็บของก่อนนะ! ถ้าว่างฉันจะกลับสวนจิ่นหยวนมาดูแลสวนผัก!” เยี่ยหวันหวั่นกระโดดโลดเต้นกลับห้องไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ 

ทางด้านหลัง สายตาของซือเยี่ยหานมองตามทิศทางที่หญิงสาวเดินออกไป พลางยกมือขึ้นสัมผัสบริเวณที่ถูกหอมเมื่อครู่... 

หลังจากกลับถึงห้อง 

เยี่ยหวันหวั่นรีบเก็บหนังสือเรียนและสัมภาระของตัวเอง 

ไม่นึกเลยว่าจะสำเร็จแล้ว อย่างกับฝันไปเลย! 

เวลานี้เอง มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชื่อผู้โทรเข้ามาคือเฉินเมิ่งฉี 

มุมปากของเยี่ยหวันหวั่นหยักโค้งยิ้มหยัน ยกมือขึ้นรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล?” 

ทันทีที่รับโทรศัพท์ เสียงร้อนใจของเฉินเมิ่งฉีก็ดังออกมา “หวันหวั่น ฉันโทรหาเธอทำไมไม่มีใครรับเลย? เธอเป็นอะไรไป? ทำไมไม่หนีไปกับคุณชายกู้? เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันต้องกล่อมคุณชายกู้ขนาดไหนเขาถึงจะยอมช่วย!” 

เยี่ยหวันหวั่นตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “คุยในโทรศัพท์มันไม่ชัดเจน รอพรุ่งนี้ฉันกลับโรงเรียนแล้วค่อยว่ากันนะ” 

เฉินเมิ่งฉีได้ยินแล้วสีหน้าพลันเปลี่ยนไป “กลับโรงเรียน? คุณซือเขา...ไม่ได้ทำอะไรเธอเหรอ? อีกทั้งยังปล่อยเธอกลับโรงเรียนด้วย?” 

เห็นกับตาตัวเองว่าเยี่ยหวันหวั่นจะหนีไปกับกู้เยว่เจ๋อแล้ว ทำไมซือเยี่ยหานถึงปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้?  

ความคิดเห็น