facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 11 ทำให้พวกคุณตกใจหรือเปล่า / บทที่ 12 เธอต้องทนหิวอย่างนั้นเหรอ?

ชื่อตอน : บทที่ 11 ทำให้พวกคุณตกใจหรือเปล่า / บทที่ 12 เธอต้องทนหิวอย่างนั้นเหรอ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 ทำให้พวกคุณตกใจหรือเปล่า / บทที่ 12 เธอต้องทนหิวอย่างนั้นเหรอ?
แบบอักษร

บทที่ 11 ทำให้พวกคุณตกใจหรือเปล่า 

เพียงชั่วพริบตา บรรยากาศในห้องค่อยๆ หยุดชะงัก เหมือนสถานการณ์ของเธอกับซือเยี่ยหานจะกลับไปเป็นเหมือนก่อนเธอจะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง 

บุคคลตรงหน้าและความน่าเกรงขามแต่กำเนิดเริ่มรุกล้ำร่างกายเธอ 

โชคดีที่เวลานี้ มีเสียงฝีเท้าแว่วมาจากด้านนอก ทำลายบรรยากาศอึมครึมลง 

สวี่อี้พาพวกคนสวน นักจัดดอกไม้ คนงานก่อสร้างและอื่นๆ เดินเข้ามาในห้องรับแขก “คุณชายเก้าครับ เรื่องการซ่อมแซมสวน...เอ่อ...” 

สวี่อี้พูดได้เพียงครึ่งเดียวก็พลันหยุดชะงัก เมื่อเห็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของซือเยี่ยหาน คนรับใช้ด้านหลังเขาก็มองหน้ากันไปมา 

ไม่เพียงแปลกใจกับหน้าตาสะสวยของผู้หญิงคนนี้ ทว่าทุกคนรู้ดี เจ้านายเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรง ยิ่งกับผู้หญิงด้วยแล้วใหญ่ เขารังเกียจถึงขีดสุด ผู้หญิงที่ปรากฏตัวในรัศมีสามก้าวของเจ้านายได้มีเพียงเยี่ยหวันหวั่น ผู้หญิงคนอื่นต่อให้สวยปานนางสวรรค์ก็เข้าใกล้ไม่ได้ 

เพราะฉะนั้นแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน? 

เยี่ยหวันหวั่นมองสวี่อี้ แล้วมองคนรับใช้เหล่านั้น กัดเกี๊ยวกุ้งไปหนึ่งคำ ก่อนเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด “คือว่า วันนี้ฉันลืมแต่งหน้า ฉันทำให้พวกคุณตกใจหรือเปล่า?” 

เยี่ย...เยี่ยหวันหวั่น! 

เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยนี้แล้ว ทุกคนตกใจจนงงงวย ไม่เว้นแม้แต่สวี่อี้ด้วย 

ผู้หญิงอัปลักษณ์คนนั้นแม้ดูน่าเวทนาเกินจะมอง แต่กลับมีเสียงที่ไพเราะนุ่มนวล ราวกับสายน้ำที่ใสสะอาดของเจียงหนาน 

แต่ว่าเสียงน่าฟังเช่นนี้ กลับทำให้พวกเขาได้ยินแล้วรังเกียจโดยอัตโนมัติ ถึงอย่างไรตั้งแต่ที่ผู้หญิงคนนี้มาอยู่ที่สวนจิ่นหยวน พวกเขาที่เป็นคนรับใช้เหล่านี้ก็พลอยรับเคราะห์ไปด้วยไม่น้อยเลย 

คาดไม่ถึงว่าผู้หญิงหน้าสดแต่ยังสวยราวบุปผาอิ่มน้ำที่นั่งอยู่ข้างเจ้านายในตอนนี้จะเป็นเยี่ยหวันหวั่น? 

 เมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับของทุกคน เยี่ยหวันหวั่นทำท่าคิดหนัก “การแต่งตัวของฉันเมื่อก่อนดูดีกว่าจริงๆ สินะ? ฉันจำได้ว่าตอนย้อมผมสีเขียว พวกคุณตกตะลึงในความสวยของฉันไปเลย ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันเปลี่ยนกลับไปย้อมเหมือนเดิมดีไหม?” 

ตกตะลึงในความสวยที่ไหนกัน พวกเราตกใจจนขนหัวลุกชัดๆ! 

ในที่สุดสวี่อี้ก็ได้สติ ส่ายศีรษะเหมือนกลองป๋องแป๋ง “ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ คุณหนูทำแบบนี้สวยมากเลยครับ” 

อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า เยี่ยหวันหวั่นที่ไม่แต่งหน้าแต่งตัวจะเป็นแบบนี้ 

เพราะฉะนั้นคุณหนูเยี่ยตรงหน้าคนนี้ ตลอดมาไม่ใช่ปัญหาเรื่องรสนิยม แต่เป็นปัญหาที่สมองอย่างนั้นเหรอ? 

สายตาของเจ้านายก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว มองทะลุเครื่องสำอางที่หนากว่ากำแพงจนเห็นหน้าตาที่แท้จริงของเธอได้อย่างไร? 

ถ้าหากเยี่ยหวันหวั่นรู้ความคิดของสวี่อี้ในเวลานี้ คงจะบอกเขาว่า เจ้านายของนายไม่ต้องมองทะลุ ‘กำแพง’ เพราะเขาชอบ ‘กำแพง’ นั้นมากๆ! 

“พวกคุณจะมาคุยเรื่องซ่อมแซมสวนเหรอ?” เยี่ยหวันหวั่นถาม 

สวี่อี้ผงกหัวรับ “ใช่ครับ” 

เยี่ยหวันหวั่นถามลองเชิงทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้นฉันขอเสนอความคิดเห็นได้ไหม?” 

คิดว่าเธอยังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน ทำไมไม่ทำให้ทุกอย่างที่นี่เป็นไปตามใจของเธอ ให้ตัวเองอยู่อย่างสบายอีกหน่อยล่ะ? 

ไปโรงเรียนไม่ได้ แต่เรื่องนี้คงได้ใช่ไหม? 

เธอจำได้ว่า นอกจากเรื่องออกจากที่นี่แล้ว ซือเยี่ยหานมักจะยอมทำตามความต้องการของเธอเสมอ ไม่ว่าจะเกินเลยขนาดไหนก็ตาม 

เมื่อสวี่อี้ได้ยินความต้องการของเยี่ยหวันหวั่น ก็พลันอยากตายขึ้นมา รีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางซือเยี่ยหาน หวังว่าเขาจะช่วยตัดสินให้  

คุณชายเก้า! ขอร้องล่ะ อย่าให้เธอเข้าไปเหยียบสวนอีกเลย! 

ซือเยี่ยหานตอบเยี่ยหวันหวั่นสองคำ “ตามใจเธอ” 

สวี่อี้ “...” 

เอาเถอะ เขารู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ 

สวี่อี้ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตาชีวิต “คุณหนู อยากจะเสนอความคิดเห็นอะไรเหรอครับ?” 

เยี่ยหวันหวั่นคิดอย่างละเอียด “ฉันไม่ชอบกุหลาบกับลาเวนเดอร์อะไรหรอก เปลี่ยนสวนดอกไม้ตรงนั้นไปปลูกดอกทานตะวันแทนได้ไหม?” 

สวี่อี้แปลกใจ อดไม่ได้เอ่ยถามว่า “คุณหนูชอบดอกทานตะวันเหรอครับ?” 

เทียบกับความต้องการอยาก ‘เผาดอกไม้พวกนั้น’ หรือ ‘ถอนออกให้หมด’ แล้ว ความต้องการข้อนี้ของเยี่ยหวันหวั่นปกติเกินไป 

เยี่ยหวันหวั่นนิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนตอบ “เฉยๆ นะ” 

สวี่อี้เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นทำไม...” 

ดวงตาของเธอเป็นประกาย “เพราะว่าต่อไปเอาเม็ดมันมาผัดกินได้น่ะสิ!” 

สวี่อี้ “เอ่อ...” 

ซือเยี่ยหานนิ่งเงียบ 

เยี่ยหวันหวั่นชี้ไปยังที่ไกลๆ อีก “แล้วก็บ่อน้ำตรงนั้น อย่าเลี้ยงปลาคาร์ฟแพงๆ อีกเลย หยิ่งแล้วยังกินไม่ได้อีก เลี้ยงพวกปลากินพืช ปลาทอง กุ้ง...ซุ้มดอกไม้ก็เปลี่ยนเป็นซุ้มเถาองุ่นเถอะ...ที่จริงปลูกมันหวานด้วยสักนิดก็ได้...” 

 

 

บทที่ 12 เธอต้องทนหิวอย่างนั้นเหรอ? 

“แล้วก็สนามหญ้าฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ไหม้ไปหมดแล้ว ไม่สู้ถือโอกาสเอาหญ้าที่ถูกเผาพวกนี้มาทำเป็นปุ๋ยซะ แล้วเอามาปลูกผักกาดขาวดีกว่า?” 

ผัก...กาดขาวงั้นเหรอ? 

เห็นอาการตาโตอ้าปากค้างของสวี่อี้ อีกทั้งใบหน้าที่ยากจะคาดเดาอารมณ์ของซือเยี่ยหาน เสียงของเยี่ยหวันหวั่นจึงเบาลงเล็กน้อย ถามอย่างไม่แน่ใจว่า “เป็นอะไรไป?” 

นิ้วเรียวยาวของซือเยี่ยหานเคาะเบาๆ บนถ้วยเซรามิก ช้อนตาขึ้นมาเล็กน้อย “ปกติอยู่บ้านฉัน เธอต้องทนหิวงั้นเหรอ?” 

เยี่ยหวันหวั่นอึ้งไปเล็กน้อย “อ่อ...เปล่า...” 

ตั้งแต่เด็กเธอไม่เคยต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน ไม่เคยต้องทนหิวหรืออดอยาก ยิ่งอยู่บ้านของซือเยี่ยหานด้วยแล้วยิ่งเป็นไปไม่ได้ พ่อครัวที่สวนจิ่นหยวนผลัดเปลี่ยนอาหารหลากหลายรูปแบบทุกวัน เพื่อให้เธอกินได้มากขึ้นอีกสักหน่อย เพราะหากเธอกินได้น้อยกว่ากฎที่ซือเยี่ยหานตั้งไว้ พ่อครัวพวกนั้นจะถูกไล่ออก  

แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป ถึงได้มีนิสัยชอบกักตุนอาหารเหมือนหนูแฮมสเตอร์ ยิ่งรอบกายมีอาหารมากเท่าไร เธอก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากเท่านั้น 

เพียงแต่ชาติก่อนถูกซือเยี่ยหานกักขังเอาไว้ สุขภาพจิตซึมเศร้าไม่มั่นคง ความอยากอาหารจึงค่อยๆ หายไป 

ได้เกิดใหม่ทั้งที นอกจากจะต้องสวยแล้ว เรื่องของอร่อยย่อมขาดไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นจะเสียเปล่าที่ได้มาเกิดใหม่อีกครั้ง 

หลังจากนั้นไม่นาน ซือเยี่ยหานปรายตามองสวี่อี้ “ทำตามนั้น” 

สวี่อี้หน้าซีดรับคำ “ครับ” 

เขาช่างไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ ถึงได้หลงคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเปลี่ยนนิสัยแล้ว 

คาดไม่ถึงว่าเธอต้องการจะเปลี่ยนสวนในคฤหาสถ์ส่วนตัวอันดับต้นๆ เป็นสวนผัก เสียสติไปแล้วจริงๆ... 

เยี่ยหวันหวั่นเมื่อได้ยินว่าซือเยี่ยหานยอมตกลง ก็พลันรู้สึกเบิกบานใจ เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เยี่ยมไปเลย แบบนี้พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ก็จะมีของอร่อยเยอะแยะเลย!”  

พอถึงฤดูใบไม้ร่วง... 

ได้ยินสี่คำนี้ อารมณ์ของซือเยี่ยหานเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีสิ่งผิดปกติบางอย่างวาบผ่านสายตา 

เยี่ยหวันหวั่นคนก่อนคิดแต่จะหนีไปจากเขา จะมีแก่ใจคิดถึงอนาคตได้อย่างไร? 

ตลอดทั้งวัน เยี่ยหวันหวั่นปรึกษากับสวี่อี้ว่าจะปลูกอะไรตรงไหนอย่างละเอียด และคอยสั่งการให้คนทำนั่นนี่ 

จนถึงพลบค่ำ สวนจิ่นหยวนที่ถูกเยี่ยหวันหวั่นเผาทำลายไปก่อนหน้านี้ก็พลิกโฉมใหม่ 

ฝั่งตะวันออกปลูกผักกาดขาว ฝั่งตะวันตกปลูกดอกทานตะวัน ด้านข้างกำแพงมีรั้วองุ่นที่ปักขึ้นใหม่ ดอกไม้ใบหญ้าราคาแพงถูกแทนที่ด้วยผักผลไม้ ในบ่อน้ำที่เปลี่ยนน้ำแล้วมีปลากินพืชตัวอ้วนพีและกุ้งมีชีวิตแหวกว่ายอย่างมีความสุข... 

สวนจิ่นหยวนที่มีดอกไม้ใบหญ้ามูลค่ามหาศาลทุกตารางนิ้ว แม้แต่คนรับใช้จะเหยียบลงไปยังต้องระวัง ไม่เช่นนั้นอาจเหยียบเงินหนึ่งแสนให้หายวับไปได้ ตอนนี้กลายมาเป็นเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นสวนผักไปแล้ว แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างคาดไม่ถึง 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออกกำลังมากขึ้นหรือเปล่า ความอยากอาหารของเยี่ยหวันหวั่นจึงดีขึ้น กินอาหารเย็นเข้าไปไม่น้อย 

หลังจากอิ่มหนำสำราญและสะสมพลังเต็มที่แล้ว เธอจึงเริ่มตรึกตรองปัญหาเมื่อตอนกลางวันอีกครั้ง 

ปัญหาไม่ใช่แค่เพียงการไปเรียน แก่นปัญหาที่แท้จริงคือสถานะความสัมพันธ์ของเธอกับซือเยี่ยหานในเวลานี้  

จะต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมด เธอต้องไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง 

ห้องของซือเยี่ยหานอยู่ที่ชั้นบนสุด เป็นสถานที่ที่เธอในชาติก่อนไม่มีวันเหยียบเข้ามาด้วยตนเอง 

“ก๊อกๆๆ...” 

เยี่ยหวันหวั่นยืนอยู่หน้าประตูอย่างตื่นเต้น สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเคาะประตู 

“แกร๊ก” เสียงประตูเปิดออก ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือดวงตาเยียบเย็นราวน้ำแข็งคู่หนึ่ง 

“คือว่า ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหน่อย ตอนนี้คุณสะดวกไหม?” 

ชายหนุ่มเหมือนคาดไว้แล้วว่าเธอจะมา ใบหน้าไม่แสดงความแปลกใจแม้แต่น้อย หันกายเดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่พูดอะไร เป็นสัญญาณว่าตกลง 

เยี่ยหวันหวั่นรีบก้าวเท้าตาม 

ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้จะต้องจัดการผู้ชายคนนี้ให้ได้! 

ความคิดเห็น