facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 9 เธอไปศัลยกรรมมาเหรอ? / บทที่ 10 เกือบน่าเกลียดไปตลอดชีวิตแล้ว

ชื่อตอน : บทที่ 9 เธอไปศัลยกรรมมาเหรอ? / บทที่ 10 เกือบน่าเกลียดไปตลอดชีวิตแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 เธอไปศัลยกรรมมาเหรอ? / บทที่ 10 เกือบน่าเกลียดไปตลอดชีวิตแล้ว
แบบอักษร

บทที่ 9 เธอไปศัลยกรรมมาเหรอ? 

ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้แล้ว หลินเชวียทำหน้าเหมือนกับเห็นผี ลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาเก้าอี้ด้านหลังหงายคว่ำไป 

“แม่เจ้า! เยี่ย...เยี่ยหวันหวั่น!” 

เป็นไปได้อย่างไร? 

“เธอไปศัลยกรรมมาเหรอ!?” หลินเชวียตกตะลึงอ้าปากค้าง 

แต่ว่า ไม่ถูกต้องสิ ศัลยกรรมอะไรจะเร็วขนาดนี้ เจอเธอเมื่อสองสามวันก่อนยังมีสภาพเหมือนผีอยู่เลย 

เยี่ยหวันหวั่นโมโหจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว “นายสิศัลยกรรม! ฉันหน้าตาแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร! อีกอย่าง ฉันอ้วนตรงไหนนายพูดมาให้ชัดๆ ซิ” 

สีหน้าว่างเปล่าเกียจคร้านแบบคงเส้นคงวาของซือเยี่ยหานเผยความฉงนขึ้นมาครู่หนึ่ง 

เวลานี้นัยน์ตาของหญิงสาวราวกับมีเปลวไฟสองดวงกำลังเผาไหม้ โหมกระพืออยู่นาน 

ทันใดนั้นเยี่ยหวันหวั่นที่กำลังเดือดดาลก็สัมผัสได้ถึงฝ่ามือเย็นเฉียบซึ่งวางอยู่กลางศีรษะ ลูบปลอบโยนเบาๆ เหมือนปลอบใจอสูรน้อยที่โกรธจนพองขน 

ในเวลาเดียวกันนี้ น้ำเสียงไพเราะดังข้างหูของเธอช้าๆ “ไม่อ้วน” 

เยี่ยหวันหวั่นชะงักทันที หันมองซือเยี่ยหานด้วยความประหลาดใจ 

เธอเสียสติไปแล้วหรือเปล่า? ถึงได้รู้สึกว่าซือเยี่ยหานในตอนนี้...อ่อนโยน... 

เยี่ยหวันหวั่นเรียกสติกลับคืนมาได้ ถึงพบว่าตัวเองออกจะตื่นเต้นเกินเหตุ จึงบ่นพึมพำอย่างคับข้องใจ “ตอนนี้ฉันไม่ได้อ้วนสักหน่อย...” 

ซือเยี่ยหานบอก “เมื่อก่อนก็ไม่อ้วน” 

หลินเชวียที่อยู่ด้านข้างกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังทันที “พี่เก้า กรุณาคำนึงถึงมโนธรรมของตัวเองแล้วพูดอีกครั้งซิ!” 

เยี่ยหวันหวั่นโมโหจนกัดฟันกรอด 

ซือเยี่ยหานเบนสายตาอย่างไม่รีบร้อนมองมาทางหลินเชวียแวบหนึ่ง “ที่ดินฝั่งตะวันออกผืนนั้น ฉันยกให้หย่วนต๋าแล้ว” 

หลินเชวียงงเป็นไก่ตาแตก “อะไรนะ? อย่าเล่นแบบนี้สิพี่เก้า รับปากว่าจะให้ฉันแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยกให้บริษัทอื่นแล้วล่ะ สรุปว่าพี่ยกให้หย่วนต๋าไปแล้ว หรือเพิ่งตัดสินใจยกให้เมื่อกี้นี้?” 

ซือเยี่ยหานตอบ “เมื่อกี้” 

หลินเชวีย “...!!” 

แม่เจ้าโว้ย! เป็นเพราะเมื่อครู่เขาบอกว่าเยี่ยหวันหวั่นอ้วน? 

“นะ...นายมันเผด็จการ!” หลินเชวียโมโหแทบตาย 

เห็นแต่ซือเยี่ยหานไม่เพียงไม่คัดค้าน เหมือนยอมรับฉายานี้ด้วยซ้ำ และเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ “นายควรกลับไปได้แล้ว เกะกะ” 

ไม่ใช่แค่เผด็จการ ยังเห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อนด้วย ถึงกับรังเกียจว่าเขาอยู่แล้วเกะกะ 

หลินเชวียใจสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย วิ่งออกไปพร้อมหยาดน้ำตา 

หลังจากหลินเชวียกลับไปแล้ว ภายในห้องรับแขกก็เหลือเยี่ยหวันหวั่นและซือเยี่ยหานแค่สองคน 

เมื่อครู่มีหลินเชวียอยู่ด้วยยังรู้สึกดี แต่พอหลินเชวียกลับไปแล้ว เยี่ยหวันหวั่นที่เดิมทีผ่อนคลายพลันเครียดขึ้นมาทันใด ตัวตนของผู้ชายข้างๆ พลันขยายใหญ่อย่างไร้ขอบเขต 

“กินเยอะๆ หน่อย” 

ในจานมีเสี่ยวหลงเปาสินค้าที่มีจำกัดของร้านอาหารเช้าที่เธอชอบกินที่สุดเพิ่มมาชิ้นหนึ่ง 

ความรู้สึกในใจเยี่ยหวันหวั่นสับสนไปหมด 

ตั้งแต่ที่เธอปรากฎตัว ซือเยี่ยหานไม่มีปฏิกิริยาพิเศษใดๆ กับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่หัวจรดเท้าของเธอ 

ต้องตอบสนองแบบหลินเชวียถึงจะเรียกว่าปกติไม่ใช่เหรอ? 

เยี่ยหวันหวั่นอดใจไม่ไหว เอ่ยถามไปว่า “ซือเยี่ยหาน คุณไม่รู้สึกว่าวันนี้ฉันมีตรงไหนไม่เหมือนเดิมบ้างเหรอ?” 

ซือเยี่ยหานคีบเกี๊ยวกุ้งให้เธออีกชิ้นหนึ่ง “อะไร?” 

เยี่ยหวันหวั่นพูด “สภาพของฉันไง!” 

ซือเยี่ยหานยักคิ้ว “ไม่เหมือนเดิม?” 

เยี่ยหวันหวั่นถึงกับสำลัก 

ผู้ชายคนนี้ตาบอดหรืออย่างไร? 

ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวทำหน้าบึ้งตึง จึงเหลือบตาขึ้นชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างอารมณ์ดี “ยังน่ากินเหมือนเดิม” 

เยี่ยหวันหวั่น “...” 

น่ากินเหมือนเดิม?! 

สภาพก่อนหน้านี้ของเธอน่าเวทนาเกินกว่าจะทนดูได้ เขากลับรู้สึกว่าน่ากิน? ทั้งยังรู้สึกว่าสภาพของเธอตอนนี้ไม่ได้มีอะไรแตกต่าง!  

เยี่ยหวันหวั่นตกตะลึงกับรสนิยมที่พิสดารของใครบางคน... 

 

 

บทที่ 10 เกือบน่าเกลียดไปตลอดชีวิตแล้ว 

ดังนั้น การที่เธอทรมานตัวเองมาหลายปี ผลสุดท้ายคือทรมานเสียเปล่าหมดน่ะหรือ? 

เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกอยากตายเลยทีเดียว! 

ยังดีที่ครั้งนี้เธอรู้ตัวทันเวลา ไม่เช่นนั้นต้องน่าเกลียดไปตลอดชีวิตแน่ 

“ทำไม? มีปัญหาอะไร?” 

“ไม่มีอะไร” เยี่ยหวันหวั่นตอบด้วยสีหน้าน้อยใจ 

“ฮะ…” มีเสียงหัวเราะเบาๆ ของชายหนุ่มแว่วเข้าหู 

เยี่ยหวันหวั่นพลันหันมองเขาด้วยความหวาดหวั่น 

ซือเยี่ยหานใบหน้าสดใสดึงดูดสายตากว่าปกติ ไม่ได้เย็นชาน่าหวาดกลัว ไม่ได้ดุร้ายโหดเหี้ยม ว่างเปล่าเฉยเย็น...ซือเยี่ยหานกลับยิ้มอยู่... 

เมื่อครู่เธอเห็นแล้ว ดูเหมือนวันนี้ผู้ชายคนนี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ? 

หรือเพราะเมื่อวานนอนหลับสนิทดี? 

ความจริงแล้วนิสัยฉุนเฉียวโมโหง่ายของซือเยี่ยหานสัมพันธ์อย่างมากกับภาวะนอนไม่หลับ ไม่มีใครทนรับการอดนอนเป็นเวลานานแบบนี้ได้ 

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เยี่ยหวันหวั่นเริ่มคิดได้ 

เธอควรจะอาศัยโอกาสที่วันนี้ซือเยี่ยหานอารมณ์ดี ขอให้เขายกเลิกคำสั่งห้ามดีไหม? 

ซือเยี่ยหานโกรธมากเนื่องจากเธอเกือบหนีไปได้ เขาจึงสั่งขังเธอไว้ในบ้าน แม้แต่โรงเรียนก็ไม่ยอมให้ไป  

เมื่อครู่ก่อนจะลงมา เธอได้รับข้อความจากครูประจำชั้นเรียน แจ้งให้เธอมาโรงเรียน ไม่เช่นนั้นหากยังโดดเรียนต่อไป อาจจะถูกหักคะแนนถึงขั้นไล่ออกได้ 

ก่อนหน้านี้เธอทำคะแนนแย่มาก ซ้ำชั้นมาถึงสองปี อายุยี่สิบแล้วแต่ก็ยังอยู่แค่มอหก 

เธอจำได้ว่าเมื่อชาติก่อนตัวเองหมกหมุ่นอยู่เพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือกู้เยว่เจ๋อ  

ก่อนจะรู้จักซือเยี่ยหานก็หลงใหลกู้เยว่เจ๋อ หลังจากได้รู้จักซือเยี่ยหานก็คิดแต่จะหนีกลับไปอยู่ข้างกายกู้เยว่เจ๋อ ไม่มีจิตใจเล่าเรียน ต่อมาเธอก็ไม่ไปเรียนอีก การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็พลาดไป 

ครั้งนี้ เธอจะทอดทิ้งตัวเองเหมือนชาติก่อนไม่ได้อีก จะทรมานร่างกายตัวเอง แล้วมองดูเยี่ยอีอีกับกู้เยว่เจ๋อครอบครองทุกอย่างของตระกูลเยี่ยไปไม่ได้ 

คราวนี้แม้ว่าการหลบหนีจะยั่วโมโหซือเยี่ยหานเข้าแล้ว แต่ตอนหลังเธอก็ไม่ได้หนีไปกับกู้เยว่เจ๋อ ดังนั้นความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจึงยังไม่ถึงขั้นกู้กลับคืนมาไม่ได้ เธอควรจะฮึดสู้ดูสักหน่อย 

เยี่ยหวันหวั่นสูดลมหายใจลึก เอ่ยหยั่งเชิง “คือว่า ซือเยี่ยหาน ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ฉันต้องรีบเรียนหนังสือ ฉัน...กลับไปโรงเรียนได้ไหม?” 

วินาทีที่คำพูดเธอจบลง บรรยากาศในห้องแทบจะถูกกดต่ำลงไปทันใด สีหน้าของชายหนุ่มกลับมาเคร่งขรึมเย็นชาเหมือนเคย 

เยี่ยหวันหวั่นใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ไม่ได้จริงๆ ด้วย? 

แต่ก็ไม่น่าแปลกอะไร ซือเยี่ยหานจะเชื่อว่าเธอทำไปเพื่อเรื่องเรียนจริงๆ ได้อย่างไร? เกรงว่าคงยังคิดว่าเธออยากหนีไปใจจะขาดล่ะสิไม่ว่า! 

แม้ว่าจะทำใจมาแล้วว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น แต่เยี่ยหวันหวั่นก็ยังผิดหวังอยู่ไม่น้อย สีหน้าหมองหม่นลงไป มองเสี่ยวหลงเปาที่เธอชอบกินที่สุด ทว่าไม่มีความรู้สึกอยากกินเลย พร้อมเอ่ยพึมพำว่า “ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” 

แต่ว่า สีหน้าของซือเยี่ยหานไม่เพียงไม่ดีขึ้น ตรงข้ามกลับดูบูดบึ้งยิ่งขึ้นไปอีก 

แน่นอนว่าเยี่ยหวันหวั่นไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นได้ไม่ง่ายและทำให้เขาโมโหอีก จึงรีบเอ่ย “ฉันก็แค่ถามเฉยๆ” 

ซือเยี่ยหานไม่พูดอะไร เพียงมองดวงตาของหญิงสาวที่หม่นหมองลงและการประนีประนอมด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เมื่อเห็นท่าทีของเธอซึ่งเดิมทีมีชีวิตชีวากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง ก็พลันหงุดหงิดใจอย่างควบคุมไม่ได้... 

เยี่ยหวันหวั่นไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดี ผู้ชายคนนี้เอาใจยากจริงๆ เธอก็บอกแล้วว่าไม่เป็นไร ทำไมยังทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนอยู่อีก? 

ความคิดเห็น