facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 5 หลับแล้ว / บทที่ 6 กลับมาเป็นตัวของตัวเอง

ชื่อตอน : บทที่ 5 หลับแล้ว / บทที่ 6 กลับมาเป็นตัวของตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 หลับแล้ว / บทที่ 6 กลับมาเป็นตัวของตัวเอง
แบบอักษร

บทที่ 5 หลับแล้ว 

สวี่อี้ที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตกใจ 

ดอก...ดอกโบตั๋น! 

อะไรกันเนี่ย! วันนี้ผู้หญิงคนนี้ผิดปกติตรงไหน หรือเธอโดนใครทำของใส่หรือเปล่า? 

ถึงได้กล้าเปรียบนายท่านเป็นดอกโบตั๋น! 

แม้ว่าใบหน้าของนายท่านจะหล่อเหลาเกินคำบรรยายจริงๆ ขนาดเขาที่เป็นผู้ชายเห็นแล้วยังหวั่นไหว แต่คนที่คุ้นเคยกับนายท่านจะยิ่งเข้าใจชัดเจนว่า นิสัยที่แท้จริงของนายท่านโหดร้ายมากแค่ไหน 

สวี่อี้แอบชำเลืองนายของเขาอย่างระแวดระวัง เพียงแต่น่าเสียดายที่เขามองไม่ออกว่าดวงตาดำขลับลึกล้ำคู่นั้นมีความรู้สึกอย่างไร 

นี่นายท่าน...โกรธหรือไม่โกรธกันแน่? 

เวลานี้ กู้เยว่เจ๋อมองผู้หญิงตรงหน้าที่มีใบหน้าน่ารังเกียจ คำพูดจาก็เลวร้าย ท้ายสุดความอดทนเส้นสุดท้ายก็หมดลง “ได้...ได้! ในเมื่อเธอดื้อดึงเห็นผิดเป็นชอบอยู่แบบนี้ เสียใจทีหลังขึ้นมาก็อย่าโทษว่าวันนี้ฉันไม่ได้เตือนเธอแล้วกัน! เยี่ยหวันหวั่น ฉันพยายามช่วยเหลือคนที่หลงผิดอย่างที่สุดแล้ว!” 

เยี่ยหวันหวั่นมองแผ่นหลังของกู้เยว่เจ๋อที่จากไป สีหน้าตกตะลึงอยู่บ้าง 

ช่วงเวลานี้ในชาติอดีต สิ่งที่รอเธออยู่ควรจะเป็นความโกรธอย่างไม่มีที่สิ้นสุดของซือเยี่ยหาน ครั้งนี้เธอเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้สำเร็จ กู้เยว่เจ๋อไปแล้ว แต่ซือเยี่ยหาน... 

รังสีที่คุ้นเคยนั้นก็หายไปแล้วไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร 

ด่านนี้ถือว่าผ่านไปแล้วใช่ไหม? 

นิสัยของซือเยี่ยหานประหลาดเกินคาดเดา เยี่ยหวันหวั่นไม่กล้าชะล่าใจ หลังจากปรับอารมณ์ครู่หนึ่งแล้ว ก็หันกายเดินกลับเข้าบ้านไป 

ทันทีที่ก้าวเข้ามายังห้องรับแขก รังสีที่คุ้นเคยนั้นแทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูรูขุมขนของเธอ 

“มานี่” 

บนโซฟา สายตามีเลศนัยของชายหนุ่มมองมาราวกับตาข่ายผืนหนึ่ง กำลังกางปกคลุมมาที่เธอ 

เยี่ยหวันหวั่นยืนอยู่ที่เดิม เหมือนมีรากงอกที่เท้า 

แม้ว่าเธอจะได้เกิดใหม่อีกครั้ง แต่ความหวาดกลัวลึกถึงกระดูกที่มีต่อผู้ชายคนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง 

แต่ว่า หากต้องการเปลี่ยนชะตาชีวิต เธอจำเป็นต้องพิชิตความกลัวนี้ให้ได้ 

เยี่ยหวันหวั่นจิกฝ่ามือเพื่อให้ตัวเองครองสติไว้ จากนั้นจึงเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม 

เพิ่งจะเดินเข้ามาใกล้ วินาทีต่อมาก็ถูกดึงลงมานั่งบนตักของเขา ตามด้วยริมฝีปากที่รู้สึกเจ็บขึ้นมา 

ริมฝีปากบางที่มีไอเย็นๆ บดเบียดลงมาอย่างรุนแรง ขบขยี้บนริมฝีปากของเธอทีละนิด ไม่ปล่อยผ่านสักซอกมุมเดียว... 

เยี่ยหวันหวั่นไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย บังคับตัวเองไม่ให้ต่อต้าน ไม่ทำให้เขาโมโห 

เพียงแต่เธอก็อดคิดไม่ได้ วันนี้เธอทาปากเข้มกว่าครั้งก่อนๆ มาก สีที่เลือกเข้มเหมือนโดนพิษ เขาไม่รู้สึกรังเกียจในความไม่น่ามองเลยหรือ? ถึงจูบอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจได้ขนาดนี้? 

ตั้งแต่อายุสิบแปดที่ได้รู้จักซือเยี่ยหาน จนถึงทุกวันนี้เป็นเวลาสองปีเต็มแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอใช้วิธีการสุดขั้วสารพัดอย่างเพื่อปิดบังใบหน้าแท้จริงของตัวเอง คิดว่าต้องมีสักวิธีที่ทำให้เขาขยะแขยงเธอได้ 

หากรู้แต่แรก ทำไมเธอต้องทรมานตัวเองให้มีสภาพคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงแบบนี้ด้วย? 

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยหวันหวั่นก็ได้สติในทันใด 

เธอปล่อยความคิดตัวเองให้เคลิ้มไปในอ้อมแขนของซือเยี่ยหานอย่างไม่คาดคิด? 

รู้ตัวอีกที ยิ่งตกตะลึง เมื่อเธอพบว่าลำคอของเธอหนักอึ้ง ซือเยี่ยหานกอดเธอเอาไว้ในอ้อมอกราวกับเธอเป็นหมอนข้าง ศีรษะซุกพิงอยู่ที่ลำคอเธอตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ลมหายใจร้อนผ่าวพ่นรดอยู่บนลำคอที่ไวต่อความรู้สึกของเธอ เป็นลมหายใจที่มั่นคงและลึกยาว 

หลับแล้ว... 

เป็นไปได้อย่างไร!? 

เยี่ยหวันหวั่นไม่กล้าเปล่งเสียง กระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป ซือเยี่ยหานก็ยังไม่ขยับตัว เธอจึงลองเรียกเขาไป “ซือเยี่ยหาน...?” 

ชายหนุ่มยังคงไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง 

ที่แท้ก็นอนหลับแล้วจริงๆ! 

ห่างออกไปไม่ไกล สวี่อี้ไม่วางใจจึงยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อได้เห็นภาพเช่นนี้เขาถึงกับตะลึงตาค้าง เหมือนเห็นเหตุการณ์เหลือเชื่ออะไรอย่างนั้น 

เยี่ยหวันหวั่นเองก็ประหลาดใจมาก 

เพราะเธอยังคงจำได้อย่างชัดเจน ซือเยี่ยหานมีความผิดปกติเรื่องการนอนหลับอย่างรุนแรง และร่างกายของเขาก็ดื้อยาผิดปกติคนทั่วไป ยาหลายชนิดใช้ไม่ได้ผลกับเขา ทุกครั้งเวลาจะเข้านอนต้องให้หมอจิตวิทยาเฉพาะทางมาสะกดจิตให้นอนหลับ 

และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้ชายคนนี้จิตแข็งผิดปกติ การป้องกันทางจิตวิทยาก็แข็งแกร่งมากด้วย จึงสะกดจิตให้เขานอนหลับได้ยาก โดยเฉพาะเวลาที่เขาอารมณ์ไม่ดี การสะกดจิตให้นอนหลับยิ่งใช้ไม่ได้ผล 

ตระกูลซือเชิญหมอชื่อดังมานับไม่ถ้วน ต่างก็ไม่มีวิธีรักษาเขาได้ อีกทั้งยังบอกอีกว่าหากยังไม่ดีขึ้นแบบนี้ต่อไป เขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินอายุสามสิบปี 

 

 

บทที่ 6 กลับมาเป็นตัวของตัวเอง 

เยี่ยหวันหวั่นเห็นท่าทางตกใจเหมือนเห็นผีของสวี่อี้ 

เธออ้าปากคล้ายอยากจะพูดอะไร ผลที่ได้คือสวี่อี้รีบทำสัญญาณมือห้ามส่งเสียง จากนั้นก็พนมมือทำท่าขอร้อง ขยับปากบอกว่า คุณชายเก้าไม่ได้นอนมาสามวันแล้ว! 

ไม่ได้นอนมาสามวัน? 

หรือว่าโกรธเรื่องที่เธอคิดจะหนี? 

ตลอดสองปีที่ผ่านมานี้ เธอไม่เคยละทิ้งความพยายามที่จะหนีเลย ครั้งนี้เป็นโอกาสที่เธอได้เข้าใกล้อิสรภาพที่สุด อีกนิดเดียวก็จะได้ขึ้นเรือโดยสารไปต่างประเทศแล้ว... 

แต่สิ่งที่ต้องจ่ายไปก็เป็นความสาหัสสากรรจ์เช่นเดียวกัน 

เมื่อก่อนแม้ว่าซือเยี่ยหานบังคับให้เธออยู่ข้างกายเขา แต่ก็ไม่เคยแตะต้องเธอสักครั้ง เหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนเป็นครั้งแรก  

เรื่องนี้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงคิดมาตลอดว่าการแต่งตัวอำพรางรูปลักษณ์ใช้ได้ผล 

ทางด้านสวี่อี้เพิ่งจะถอนใจโล่งอก เสียงมือถือก็พลันดังขึ้นมาภายในห้องรับแขกอันเงียบสงบ ไม่ต่างจากเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง 

สวี่อี้สะดุ้งอกสั่นขวัญหาย แทบอยากจะปามือถือทิ้งไปซะ รีบกดปุ่มปิดเครื่องไปเลยทันที 

แต่ว่าสายไปเสียแล้ว 

ปีศาจตัวใหญ่บางตัวถูกปลุกให้ตื่นแล้ว ดวงตาที่ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ นั้นว่างเปล่าไร้ความรู้สึกของมนุษย์ เวลาจ้องมองมาทางเขาราวกับมองสิ่งที่ตายแล้ว สวี่อี้รู้สึกเหมือนโลหิตทั่วร่างถูกแช่แข็ง 

เยี่ยหวันหวั่นก็ตกใจแทบแย่! 

อารมณ์หลังตื่นนอนของซือเยี่ยหานน่ากลัวถึงขั้นน่าหวาดหวั่น ยิ่งถ้าถูกคนปลุกกลางคัน นั่นน่ากลัวเหมือนวันสิ้นโลกเลยทีเดียว 

ภายใต้จิตใจที่ว้าวุ่น จิตใต้สำนึกของเยี่ยหวันหวั่นสั่งให้เธอยื่นมือไป ปิดตาของซือเยี่ยหานเหมือนกับที่ครอบหู ส่วนอีกมือกดศีรษะเขากลับลงมาที่หัวไหล่ของตัวเองอีกครั้ง พร้อมใช้นิ้วลูบเส้นผมนุ่มของชายหนุ่มเบาๆ พลางเอ่ย “ไม่เป็นไร...นอนเถอะ...” 

ผ่านไปหนึ่งวินาที... 

ผ่านไปสองวินาที... 

ผ่านไปสามวินาที... 

ซือเยี่ยหานไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ 

รอไปอีกสักพัก เยี่ยหวันหวั่นเก็บมือข้างนั้นที่ปิดตาเขาไว้กลับมาอย่างระแวดระวัง สิ่งที่ได้เห็นต่อมาก็คือ ชายหนุ่มหลับตานิ่งสงบ หลับลึกใหม่อีกครั้ง 

ในที่สุดโลหิตที่ถูกแช่แข็งของสวี่อี้ก็ไหลเวียนได้อีกครั้ง เขาเกือบทรุดลงไปแล้ว สายตาที่มองเยี่ยหวันหวั่นเจือความซาบซึ้งใจ 

เยี่ยหวันหวั่นรักษาท่าทางเช่นนี้ไปตลอดทั้งคืน 

เธอไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน กระทั่งตื่นขึ้นมาท้องฟ้าก็สว่างแล้ว ตัวเธอนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนใหญ่ และภายในห้องก็ไม่มีเงาของซือเยี่ยหาน 

เยี่ยหวันหวั่นขยี้ตาแล้วลุกขึ้นนั่ง ผลลัพธ์คือมือไปขยี้โดนอายไลน์เนอร์และขนตาปลอม อีกทั้งอายแชโดว์ประกายแวววาว  

เด็กผู้หญิงคนไหนบ้างไม่รักสวยรักงาม แต่เพื่อ ‘รักษาตนให้บริสุทธิ์ดั่งหยก’ เก็บไว้ให้กู้เยว่เจ๋อ ขอเพียงซือเยี่ยหานอยู่บ้าน แม้แต่ตอนนอนเธอยังไม่กล้าล้างเครื่องสำอางออก 

ตอนนี้เมื่อรู้แล้วว่าการทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์ เธอกลับรู้สึกเหมือนหลุดพ้น 

ในที่สุดเธอก็กลับมาเป็นตัวของตัวเองได้แล้ว... 

ตั้งแต่อายุสิบแปด อายุที่เด็กผู้หญิงทั่วไปเบ่งบานราวดอกไม้ เธอก็ไม่เผยหน้าสดให้ใครได้เห็น เธอเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ารูปลักษณ์ที่แท้จริงของตัวเองเป็นอย่างไร 

สิ่งแรกคือรอยสักน่ากลัวผืนใหญ่บนร่างกาย 

โชคดีที่ตอนนั้นเธอกลัวเจ็บ จึงไม่ได้เชื่อคำพูดของเฉินเมิ่งฉีไปสักถาวรอะไรแบบนั้น รอยสักบนร่างของเธอประเภทนี้ใช้น้ำยาชนิดหนึ่งล้างออกได้ 

เยี่ยหวันหวั่นใช้เวลาหานานกว่าครึ่งวัน ในที่สุดก็ค้นหาน้ำยาในกล่องที่เต็มไปด้วยสิ่งของเบ็ดเตล็ดจนเจอ จากนั้นหยิบน้ำยาลบรอยสัก น้ำยาเช็ดเครื่องสำอาง อุปกรณ์เช็ดเครื่องสำอาง และแผ่นมาส์กหน้าที่ซือเยี่ยหานเคยให้มา ก่อนจะเข้าห้องอาบน้ำไป 

อันดับแรก เธอแกะหมุดแบบติดกับหูเจ็ดแปดวง และตุ้มหูโลหะที่หนักแทบตายออกไปก่อน ตามด้วยสร้อยคอเหมือนโซ่จูงสุนัข จากนั้นจึงลบเครื่องสำอาง สุดท้ายเทน้ำยาลบรอยสักลงในอ่างอาบน้ำ ก่อนจะลงไปแช่ตัว... 

ความคิดเห็น