facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 1 ยังจะหนีอีกเหรอ / บทที่ 2 จะต้องมีวิธี

ชื่อตอน : บทที่ 1 ยังจะหนีอีกเหรอ / บทที่ 2 จะต้องมีวิธี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 18:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ยังจะหนีอีกเหรอ / บทที่ 2 จะต้องมีวิธี
แบบอักษร

บทที่ 1 ยังจะหนีอีกเหรอ 

เยี่ยหวันหวั่นลืมตาขึ้น 

ประสานสายตากับดวงตาคู่หนึ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัวจนสั่นเทาไปถึงจิตวิญญาณ 

“กรี๊ด~~” 

นิ้วมือซีดขาวของหญิงสาวรีบกำผ้าห่มใต้ร่างไว้แน่น 

นี่เธอกลับมาเผชิญกับความเจ็บปวดในชีวิตอีกครั้งแล้ว  

หรือว่าที่นี่จะเป็นนรก? 

เธอตายไปแล้วแท้ๆ ทำไมถึงยังกลับมาที่นี่อีก กลับมาอยู่ข้างกายปีศาจตนนี้? 

ความรู้สึกต่อต้านเกิดขึ้นมาจากสัญชาตญาณของเธอ “อย่ามาแตะต้องฉัน!” 

ชายหนุ่มเหมือนถูกสะกิดต่อมโมโห ใบหน้ากระหายเลือดพลันมืดครึ้มเหมือนเมฆดำแผ่เต็มฟ้า ริมฝีปากบางเย็นเยียบพร้อมแรงทำลายล้างกัดลงมาอย่างดุร้าย ราวกับจะกลืนกินเลือดเนื้อเธอลงท้องไปด้วย 

เยี่ยหวันหวั่นเจ็บปวดจนคิดเรื่องอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงพึมพำอย่างไร้สติ “ทำไม...ทำไมถึงเป็นฉัน...ซือเยี่ยหาน...ทำไมต้องเป็นฉัน...” 

“เพราะว่า มีแค่เธอเท่านั้น” 

เสียงแหบทุ้มของชายหนุ่มแว่วดังข้างหู ราวกับโซ่ตรวนที่ล่ามไว้แม้แต่จิตวิญญาณของเธอ 

ได้ยินคำตอบของเขาเหมือนกับคำตอบในชีวิตก่อน เยี่ยหวันหวั่นหมดสติอย่างสมบูรณ์ 

…… 

เมื่อลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง ด้านนอกหน้าต่างเปลี่ยนจากค่ำคืนเป็นท้องฟ้ายามกลางวัน 

กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลในอากาศ แสงอรุณอบอุ่นสาดส่องมาตามลายฉลุบนหน้าต่าง ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่รู้ตัว 

และวินาทีต่อมา เยี่ยหวันหวั่นพลันรู้สึกตึงเครียด 

ความรู้สึกกดดันรุนแรงแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องหลังการตื่นขึ้นของชายหนุ่ม 

แขนที่พาดระหว่างเอวกระชับเธอแน่น เขากอดเธอเข้ามาในอ้อมแขน เสมือนเธอเป็นหมอนใบหนึ่ง  

“ยังจะหนีอีกเหรอ?” 

น้ำเสียงที่ทำให้รู้สึกขนพองสยองเกล้ากระซิบข้างหู 

ด้วยสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด จิตใต้สำนึกของเยี่ยหวันหวั่นสั่งให้ส่ายหน้า 

ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเชื่อเธอหรือไม่ สายตาที่จดจ้องบนใบหน้าเธอครู่หนึ่ง เป็นสัญญาณอันตรายที่แผ่ซ่านอยู่ตลอดเวลา 

เยี่ยหวันหวั่นเป็นเหมือนกวางน้อยที่ถูกงับคอไว้ ไม่กล้าขยับเขยื้อน 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ในที่สุดเขาก็คลายกอดเธอ 

ชายหนุ่มลงจากเตียง เรือนกายย้อนแสงเห็นเป็นรูปร่างสูงโปร่งและเอวที่ผอมบาง 

ภาพเช่นนี้ปรากฏอยู่เพียงแวบเดียว ชายหนุ่มหยิบเสื้อผ้าข้างเตียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นิ้วมือเรียวยาวติดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตเม็ดแรกอย่างพิถีพิถัน 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังดุร้ายราวสัตว์ป่า แต่เวลานี้ใบหน้าหล่อเหลากลับเย็นชาไร้อารมณ์ความรู้สึก 

จนกระทั่งเสียงปิดประตูดังขึ้น เส้นประสาทตึงเครียดจนแทบจะขาดของเยี่ยหวันหวั่นถึงผ่อนคลายลงได้ 

ในที่สุดเธอก็สามารถจัดการกับสถานการณ์ในตอนนี้ของตัวเอง 

เธอค่อยๆ กวาดตามองการตกแต่งโดยรอบ รวมถึงมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งที่ดูคุ้นเคยแต่ก็แปลกหน้าไป… 

สาวน้อยในกระจก การแต่งหน้าแบบสโมคกี้อายถูกคราบน้ำตาและหยาดเหงื่อทำเลอะเปื้อนไปหมด บนร่างกายมีรอยอันสักใหญ่น่าสยดสยอง 

เพื่อหนีจากซือเยี่ยหาน เธอเคยตั้งใจทำให้ตัวเองมีสภาพน่าเกลียดและน่าขยะแขยงเช่นนี้ 

เธอได้เกิดใหม่...จริงๆ หรือ...  

วินาทีนั้น ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังอย่างรุนแรงทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก 

เธอกลับมายังคืนนั้นที่ถูกซือเยี่ยหานลงโทษภายใต้ความโกรธที่เธอหลบหนีไป! 

ทำไม... 

ทำไมถึงต้องให้เธอกลับมาเมื่อเจ็ดปีก่อนอีกครั้ง 

ต่อให้ต้องตาย เธอก็ไม่อยากกลับมาที่นี่อีกแล้ว กลับมาอยู่ข้างกายผู้ชายคนนี้ 

เพราะเขา เธอถึงสูญเสียคนรัก ญาติสนิท เสียเกียรติ เสียอิสรภาพ สูญเสียทุกสิ่งอย่าง 

การสูญเสียทั้งหมดนี้ หรือว่าเธอจะต้องประสบกับมันอีกครั้ง? 

 

 

บทที่ 2 จะต้องมีวิธี 

ฮึ... 

แต่ว่าเปลี่ยนแปลง เธอต้องเปลี่ยนแปลงยังไงล่ะ? 

ซือเยี่ยหานบีบเธอให้ตายยังง่ายกว่าบีบมดตัวหนึ่งซะอีก ไม่มีสิ่งใดที่เขาต้องการแล้วจะไม่ได้มา 

เยี่ยหวันหวั่นสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามขจัดความหวาดกลัวที่มีต่อเขาจนฝังลึกเข้ากระดูกออกไปจากร่างกาย 

มันต้องมีวิธีแน่! 

อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงไร้เดียงสาเมื่อเจ็ดปีก่อน ที่โง่ให้คนอื่นจูงจมูกคนนั้นอีกแล้ว 

“พระเจ้า! หวันหวั่น...” เวลานี้เอง มีเสียงอุทานอย่างตระหนกดังมา 

ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ เยี่ยหวันหวั่นรู้สึกว่าหลังแข็งทื่อ สายตาหนาวเหน็บมองตรงไปยังประตู 

จากนั้นเธอพบกับใบหน้าของคนที่แม้เธอจะตายไปแล้วก็ไม่อาจลืมได้ ใบหน้าที่สวยจับใจจนไม่ทันระวังความร้ายกาจ 

เพื่อนรักคนสนิทที่สุดของเธอในอดีตชาติ..เฉินเมิ่งฉี! 

“หวันหวั่น ทำไมคุณชายซือเขาถึงทำกับเธอแบบนี้!” เฉินเมิ่งฉีพุ่งเข้ามาจับมือเธอ สายตาตื่นตกใจมองไปยังผ้าปูเตียงที่ยับยู่ยี่ และเรือนร่างของเธอที่เต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำ 

เยี่ยหวันหวั่นมองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเป็นห่วงสุดซึ้งด้วยท่าทีนิ่งเงียบ ครั้งนี้เธอไม่พลาดที่จะมองเห็นความริษยาและความสุขที่เห็นคนอื่นเป็นทุกข์ซึ่งฉายอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น 

“หวันหวั่น เป็นอะไรไป? เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม หวันหวั่นอย่าทำให้ฉันตกใจสิ!” เฉินเมิ่งฉีเห็นสายตาเธอแปลกไป คิดว่าจิตใจได้รับความกระทบกระเทือน จึงรีบถามอย่างกระวนกระวาย 

เยี่ยหวันหวั่นเก็บมือของตัวเองกลับอย่างเยือกเย็น ส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่เป็นไร” 

เมื่อก่อนที่เธอถูกซือเยี่ยหานทรมานจนน่าสังเวชเช่นนี้ ถือเป็นผลงานชิ้นใหญ่ของเฉินเมิ่งฉีด้วย 

เพราะช่วงเวลาที่เธอตกอับที่สุด เฉินเมิ่งฉีคอยอยู่กับเธอตั้งแต่แรกไม่หนีไปไหน แถมยอมเรียนซ้ำชั้นเป็นเพื่อนเธอ เธอคิดมาตลอดว่าเฉินเมิ่งฉีปฏิบัติกับเธอด้วยความจริงใจ ถึงขั้นคิดว่าเฉินเมิ่งฉีเป็นว่าที่พี่สะใภ้ของตน แต่กลับไม่รู้เลยว่า เป้าหมายแท้จริงที่อีกฝ่ายคอยอยู่ข้างกายเธอก็คือซือเยี่ยหาน 

เธอเห็นเฉินเมิ่งฉีเป็นเพื่อนที่ไว้ใจที่สุด ทุกเรื่องเลวร้ายระหว่างเธอกับซือเยี่ยหาน เธอไม่เคยกล้าเล่าให้ใครฟัง แต่จะเล่าให้เฉินเมิ่งฉีฟังคนเดียว 

แต่ว่า เฉินเมิ่งฉีภายนอกดูเหมือนคอยช่วยเหลือเธอ ความจริงแล้วกลับกำลังใช้ประโยชน์จากเธอเพื่อเข้าใกล้ซือเยี่ยหาน และคอยยุแยงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาอยู่ตลอด ทำให้เธอต้องถูกทรมานเหมือนตายทั้งเป็นภายใต้ความโกรธของซือเยี่ยหานทุกครั้ง 

ทว่าเธอไม่เพียงมองไม่เห็น แต่ยังรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณกับ ‘คำเสนอแนะ’ จากเฉินเมิ่งฉี 

เยี่ยหวันหวั่นมองตัวเองในกระจก อดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่น 

ความจริงเฉินเมิ่งฉีช่วยเสนอความคิด ‘แต่งตัวน่าเกลียด’ แบบนี้ให้ เธอเองก็เห็นดีด้วย 

ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองอย่างไร ขอเพียงทำให้ซือเยี่ยหานรังเกียจเธอก็พอแล้ว 

แต่ว่า ทำไมเธอถึงไม่เคยฉุกคิดเลย แม้เธอจะมีสภาพเหมือนศพแบบนี้ ซือเยี่ยหานก็ยังจะกินเธอลงได้เสมอ 

“เป็นขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอยู่อีก! หวันหวั่น เธออย่ากังวลไปเลย ฉันต้องช่วยเธอให้ได้!” เฉินเมิ่งฉีทำท่าทางรักใคร่ลึกซึ้ง  

เยี่ยหวันหวั่นมีรอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นมาในใจ ‘เฮอะ เป็นอย่างที่คิดไว้’ 

เฉินเมิ่งฉีในอดีตชาติก็เป็นแบบนี้ เสนออย่างชอบธรรมว่าจะช่วยเธอหนีไปจากซือเยี่ยหาน ทั้งยังตั้งใจไปขอความช่วยเหลือจากกู้เยว่เจ๋ออีก 

ผลสุดท้ายคือ เฉินเมิ่งฉีแอบขายเรื่องเธอเแต่แรกแล้ว และนำเรื่องที่เธอจะ ‘หนีตาม’ กู้เยว่เจ๋อไปบอกกับซือเยี่ยหาน 

เรื่องนี้ทำให้ความขัดแย้งระหว่างเธอกับซือเยี่ยหานทวีความรุนแรงโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่นั้นมาซือเยี่ยหานก็เป็นคนอารมณ์ร้ายคาดเดายาก ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของน่ากลัวกว่าเดิม เธอสูญเสียอิสรภาพไปโดยสิ้นเชิง... 

ด้วยความสามารถของเธอตอนนี้ ให้ไปปะทะรุนแรงกับซือเยี่ยหาน เท่ากับเป็นการรนหาที่ตาย 

ในชีวิตก่อนเธอเป็นคนหัวแข็ง เอาวัวเก้าตัวมาฉุดก็ยังไม่กลับมา เชื่อในคำพูดของเฉินเมิ่งฉีทุกคำ เจ็บตัวน่าอนาถมาแล้วตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง 

ความแค้นใหญ่หลวงของตระกูลเยี่ยยังไม่ทันได้ทวงคืน พ่อกับแม่กำลังรอให้เธอกลับบ้าน เธอยังต้องดึงพี่ชายกลับมาจากเส้นทางที่หลงผิด เรื่องที่เธอต้องทำมีมากมายเหลือเกิน 

เธอต้องทำให้ซือเยี่ยหานอารมณ์มั่นคง จะทำเรื่องอะไรให้เขาโกรธเคือง แล้วสร้างศัตรูที่น่ากลัวขนาดนี้ให้กับตัวเองอีกไม่ได้ 

“หวันหวั่น เธอรอฉันก่อนนะ!” เฉินเมิ่งฉีคิดเองเออเอง พูดถ้อยคำเสแสร้งกับเธอเป็นชุด เมื่อพูดจบแล้วก็ออกไปอย่างรอไม่ไหวแล้ว 

หลังจากเฉินเมิ่งฉีออกไป เยี่ยหวันหวั่นที่สีหน้าอิดโรยทำอะไรไม่ถูกพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา 

ยุให้เธอหาเรื่องใส่ตัวครั้งแล้วครั้งเล่า ดูท่าหากเธอไม่ตายก็คงไม่ยอมเลิกรา 

แบบนั้นก็คอยดู... 

ว่าครั้งนี้ใครกันแน่ที่จะตาย! 

……….………………………………………………………….. 

ความคิดเห็น