ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่หนึ่งร้อยแปด การบรรลุพลังมันไม่ได้บรรลุตอนที่สู้เสี่ยงตาย

ชื่อตอน : ตอนที่หนึ่งร้อยแปด การบรรลุพลังมันไม่ได้บรรลุตอนที่สู้เสี่ยงตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 325

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2564 13:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่หนึ่งร้อยแปด การบรรลุพลังมันไม่ได้บรรลุตอนที่สู้เสี่ยงตาย
แบบอักษร

ตอนที่หนึ่งร้อยแปด การบรรลุพลังมันไม่ได้บรรลุตอนที่สู้เสี่ยงตาย

“ลิ้นยังอยู่ดีหรือไม่?”นอกจากเป็นคำกล่าวของจางอี้ผู้ทำลายแผนประสานแนวดิ่งของหกรัฐต่อภริยาหลังจากโดนลงโทษฟาดโบยแล้ว ยังเป็นคำกล่าวสะท้อนความหมายที่ท่านเหลาจื้อกล่าวกับขงจื้อก่อนจากด้วย

การตัดลิ้นคือบทลงโทษของยุคสมัยนั้น

คนที่เป็นขุนนางต้องอย่ามีความคิดของตนเอง วีรบุรุษผู้กล้าของจงหยวนมีมากมาย

แต่วีรบุรุษผู้กล้าอัจฉริยะบุคคลจะเกิดได้มากเท่าใดหากพวกเขาถูกตัดลิ้น ลงโทษด้วยความทรมานต่างๆจนพิการเสียชีวิตไปก่อน

จงหยวนไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะแห่งยุค ที่ขาดแคลนคือระบบที่ทำให้พวกเขาแสดงความสามารถได้ต่างหาก

ด้วยเหตุนี้นักปราชญ์ราชบัณฑิตคนมีความสามารถ เลยพยายามจะฝากตัวกับเจ้านายที่เห็นความสามารถของพวกเขา น่าเสียดายแม้แต่นักปราชญ์ราชบัณฑิตของจงหยวนก็ตกอยู่ในบ่วงของปัจเจคบุคคล

“หานายที่ดีเพื่อแสดงความสามารถ” แต่ที่แท้จริงแล้วที่พวกเขาต้องการจริงๆคือสิ่งที่เม่ยกั๋ววิเคราะห์ว่าคือระบบที่ก่อเกิดวีรบุรุษได้ต่างหาก

ท่านเหลาจื้อกับอสูรผมแดงนั้นเห็นตรงกันว่าทางที่ดีอย่าได้มีวีรบุรุษในแผ่นดิน เพราะการเกิดขึ้นของวีรบุรุษมันแสดงถึงสัญญาณทุกเข็ญของแผ่นดิน

การชื่นชมคนหนึ่งว่ามีคุณธรรม แสดงว่าสังคมที่เหลือเสื่อมโทรม คนที่ทำเรื่องตามคุณธรรมจึงได้โดดเด่นขึ้นมาได้ ทั้งที่ในสังคมที่สันติสุขการปฏิบัติตนตามครรลองคลองธรรมควรจะเป็นเรื่องธรรมดา

หากเรารู้สึกว่าคนทำความดีคือเรื่องที่แปลกน่าสนใจ  ใฝ่หาวีรบุรุษ แสดงว่าสังคมเราถึงจุดวิกฤติแล้ว

“พวกเจ้าจงอย่าได้คาดฝันถึงวีรบุรุษ การที่พวกเจ้าใฝ่หาถึงวีรบุรุษแสดงงว่าบ้านเมืองทุกข์เข็ญ ศีลธรรมเสื่อมโทรม การล่มสลายใกล้จะมาถึงแล้ว”

พวกนี้พยายามเชิดชูผมทำให้ผมต้องอ้างหลักธรรมที่ทำให้เขาไม่บูชาตัวบุคคลต่างๆ

“อย่าได้บูชาบุคคล แต่จงบูชาเคารพหลักธรรมเถิด ท่านขงจื้อไปทั่วแผ่นดินเพื่อให้อ๋องทั้งหลายประพฤติอยู่ในธรรม จนไปถามท่านเหลาจื้อ ได้ตอบว่า อ๋องทั้งหลายมีอำนาจ มีดาบอยู่ในมือ จะเคารพหลักธรรมของเจ้าไปทำไม? ลิ้นยังอยู่ดีหรือไม่? คือปริศนาธรรมที่ท่านเหลาจื้อกล่าวไว้ก่อนจากกับท่านปราชญ์เมธีขงจื้อ อยู่ใกล้ผู้ปกครองที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ โฉดเขลาเบาปัญญา เราเป็นคนดียึดถือศีลธรรม ไยไม่ถูกตัดลิ้นเข้าสักวันจนได้ เพราะกล่าววาจาทัดทานไม่ถูกใจผู้ปกครองรัฐ?”

เอ๊ะ ทำไมคนฟังคำบรรยายเงียบไปหน้าซีดกันทุกคนเลยแฮะ

ไมได้การณ์ ต้องรีบชมแนวนิติธรรมที่ชนชั้นปกครองชอบบ้าง พวกนี้คงชอบแนวนี้ล่ะมั้ง?

 

“หลักธรรมของท่านเหลาจื้ออาจจะต้องใช้เวลานับร้อยปี หลักธรรมเนียมประเพณีของท่านปราชญ์เมธีใช้เวลานับสิบปี แต่หลักนิติธรรมกฎหมายอาจะใช้ได้เห็นผลทันตา

ข้าไม่ได้ดูถูกหลักการนิติธรรม มองในแง่หนึ่ง หลักนิติธรรม คือการสร้างกฎเกณฑ์ของมนุษย์เลียนแบบวิถีแห่งฟ้า สร้างหลักการที่อธิบายกับชาวประชาได้อย่างเรียบง่าย ภายใต้หลักการของกฎหมายที่มีบทลงโทษชัดแจ้ง ข้าไม่ได้ตำหนิพวกเขาเหล่านั้นที่ต้องการเห็นผลโดยเร็วไว

ปลาที่ขาดน้ำกำลังจะตายอาจจะต้องการน้ำหนึ่งฝ่ามือในเวลานี้มากกว่าน้ำทั้งมหาสมุทรในอนาคต แม้จะเป็นพียงแค่พ่นน้ำจากปากใส่กันในของปลาในกระชังก็ตาม

แต่ปราชญ์โบราณกล่าวว่า เวลาปลูกต้นไม้ที่ดีที่สุดคือยี่สิบปีที่แล้ว จึงจะสามารถให้ร่มเงาภายในวันนี้ เวลาปลุกต้นไม่ที่ดีที่สุดลองลงมาคือวันนี้นั่นเอง หากไม่รักษาต้นไม้แห่งคุณธรรมไว้ จะคาดหวังให้เห็นต้นไม้แห่งคุณธรรมเติบโตในอีกหนึ่งร้อยปีได้หรือ? สิ่งที่ทำให้รากฐานของชาติแข็งแกร่งคือครอบครัว ประชากรต่างๆ

รุ่นแรกบุกเบิกช่องทางก่อร่างสร้างตัวรุ่นที่สองขยับขยายตระกูลไปตามที่รุ่นแรกบุกเบิกไว้ รุ่นหลัง แตกแยกกิ่งก้านสาขาหลายเส้นทาง

ชาติบ้านเมืองก็เฉกเช่นกัน เราอาจจะไม่เห็นต้นไม้แห่งคุณธรรมงอกงามในวันนี้ แต่หากเราไม่ปลูกในวันนี้ ก็อย่าหวังเลยว่าลุกหลานเราในอีกหนึ่งร้อยปีจะได้เห็น”

พวกเขาทำท่าพยักหน้าเห็นด้วยแต่แปลกใจจริงๆที่ประโยคต่อไปดันทำให้พวกเขาทั้งหมดหน้าซีดไปอีกครั้ง

“ต้นไม้แห่งคุณธรรมจะเติบโตงอกงามอยู่ได้ ก็ด้วยโลหิตของผู้รักชาติหรือไม่ก็ทรราชย์”

ทั้งที่ผมพยายามแก้ไขคำว่าเสรีภาพเป็นคำว่า”คุณธรรม”แทนแล้วเพื่อให้เข้ากับคนในยุคนี้ได้ แต่ทำไมพวกเขายังทำหน้าตกใจกันตลอดเลยนะงงจริงๆ

แต่แม้กระทั่งจะทำให้พวกเขาหน้าซีดก็ตาม แต่คำพูดของโทมัส เจฟเฟอสันก็ติดหูคนจริงๆ

“ต้นไม้แห่งคุณธรรมจะเติบโตงอกงามได้ด้วยเลือดของผู้รักชาติหรือไม่ก็ทรราชย์” หลายคนยังพึมพัมประโยคนี้อยู่อย่างครุ่นคิด

“เต๋าครอบคลุมใต้หล้า เบื้อบนฟ้าไม่ต่างกับเบื้องล่าง เมื่อเราปลูกต้นไม้อย่างใด ไยเราจะไม่ได้ผลเช่นนั้น? เราไม่ปลุกตคต้นไม้แห่งคุณธรรมจะหวังให้ได้ผลไม้แห่งคุณธรรมได้เฉกเช่นไรกันเล่า ให้โลหิตของผู้รักชาติและคุณธรรมหรือไม่ก็ทรราชย์เป็นปุ๋ยบำรุงให้ต้นไม้นั้นเติบใหญ่ปราศจากโรคภัยเถิด”

ทั้งที่เริ่มจากสอนคนในทางวิทยาศาสตร์แท้ๆมาถึงตรงนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้

“เมื่อหนทางข้างหน้าตีบตัน ก็ไยไม่ถอยหลังจะเห็นฟากฝั่ง...”

อ๊ะ

“ท่านอาจารย์ ทำไมร่างกายของท่านถึงส่องแสงอีกแล้ว”

“ประตูมีทวารไม่คิดออก หน้าต่างไร้ช่องทางกลับคิดฝ่า มุ่งมั่นสูญเปล่านับพันปีสุดท้ายเหลือเพียงความคลุ้มคลั่ง”

ดั่งคำกล่าวในชาติก่อนว่า ข้าไม่เคยออกจากหนทางการเป็นโอตาคุ เพราะข้าไม่เคยเดินเข้าไป

ทันใดนั้นแม้แต่คนที่มีวรยุทธก็โดนพลังที่กดดันราวกับแสงอาทิตย์หลุดออกมาจากตัวของหวังลี่!!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว