ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

๒.๒​ : ปฏพีสั่งลา - ขัด..ขืน

ชื่อตอน : ๒.๒​ : ปฏพีสั่งลา - ขัด..ขืน

คำค้น : ไกรสิงห์ นักรบ เจ้าชาย กษัตริย์ ความแค้น สงคราม เหยื่อล่อ อัศวิน

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 96

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2564 05:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
๒.๒​ : ปฏพีสั่งลา - ขัด..ขืน
แบบอักษร

 

ขัด..ขืน 

อัศวินนึกในใจ ต้องหาทางเล่นงานไอ้ทาสหัวแข็งตัวปัญหาคนนี้ 

ให้หนัก มันอาจจะเก่งจริงอย่างปากว่า แต่จะยอมให้มาโอหัง 

อวดดีกับแม่ทัพใหญ่อย่างกูต่อหน้าพวกทหารแบบนี้ไม่ได้  

ราชสำนักจอมนาคินทร์ก็ไม่ต้องการเชลยศึกดื้อด้านเยี่ยงนี้  

ไม่ต่างกับสัตว์ร้ายที่ต้องฝึกให้เชื่องก่อน ไม่ว่าด้วยวิธีไหน  

เรื่องมากยุ่งยากโหดหินเพียงไร และให้ตายเถอะ ไอ้ ่า..  

ก็มีแต่กูคนเดียวเท่านั้น ที่มือถึงระดับนั้น 

 

ดูมันสิ.. ทำเป็นถอดเสื้อเปลือยอกตามสั่งโดยดี ถือโอกาส 

สำแดงพละกำลังเหนือคนของกู ได้อวดหุ่นสูงใหญ่กำยำ 

กล้ามเป็นมัด ๆ ทั้งไหล่หนาล่ำ ทั้งหน้าท้องแบนราบ  

ไอ้สัตว์นี่..โคตรเขี้ยว จนมุมแล้ว แม่งยังเสือกเดินหมากต่อได้ 

 

"เฮอะ.. นั่นมึงใส่สร้อยด้วยรึวะ ไอ้สัตว์" นายทหารเจ้าเล่ห์ 

พ่นลมหายใจออกเสียงดัง ผงกหัวช้า ๆ ทำทีเป็นประหลาดใจ

เพิ่งเห็น 

 

ไกรสิงห์รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังพาลหาเรื่องและสบช่องจนได้ 

โทสะเขาปะทุอีกครั้งเมื่ออัศวินใช้อำนาจบาตรใหญ่ยื่นมือมา

ฉวยสร้อยที่คอ ชายหนุ่มคว้าข้อมือขุนพลเฒ่าหมับทันที 

กำแน่นนิ่ง ไม่ได้ออกแรงผลักออก แต่ส่งสายตาเอาเรื่อง 

เตือนให้ฝ่ายตรงข้ามถอนมือออกเอง

 

"ใส่สร้อย เป็นนางรำเรอะ?" 

 

มือที่รุกล้ำนอกจากไม่ปล่อย ยังขยับกำเหรียญตราสิงห์ที่ห้อย 

อยู่บนสร้อยนั้นแน่นขึ้น เครื่องประดับสูงค่าที่เคยเป็น 

สัญญลักษณ์ประจำพระองค์ในฐานะเจ้าแผ่นดิน เครื่องราง 

แห่งสงครามของจอมทัพที่ใช้ปลุกใจกำลังทหารให้ฮึกเหิมสู้ศึก  

เครื่องหมายอาญาสิทธิ์เหนือไพร่พลทั้งปวงแม้คำบัญชาให้ 

ไปตาย 

 

"ไอ้เ ี้ย ทาสเมืองไหนวะ แม่งมีสร้อยใส่" 

 

อดีตยุวราชเลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธ กำข้อมืออีกฝ่ายบีบ 

แรงขึ้นด้วยสัญชาตญานดิบ ส่งสัญญาณเตือนอีกครั้ง 

 

เมื่อเห็นนักโทษหนุ่มขยับสู้ พวกทหารที่ล้อมอยู่จึงรุมกันเข้ามา 

จับแขนเขาไว้แน่น ท่อนแขนหนึ่งเอื้อมจากด้านหลังมารัดคอจน 

หายใจติดขัด พฤติกรรมหยาบเถื่อนของพวกมันบันดาลโทสะ 

ในกายของสิงห์หนุ่มให้พลุ่งพล่าน ร่างกำยำบิดฝืนพยายามดิ้น 

ให้หลุดจากพันธนาการมนุษย์นั้น แต่ยิ่งทำให้ถูกกุมตัวหนักขึ้น 

 

ไกรสิงห์เห็นอัศวินยกมืออีกข้างขึ้นห้ามพวกทหารให้ปล่อย แต่ 

เมื่อนายทัพชราถอยร่างออก ก็มีสายสร้อยติดมือไปด้วย  

เชลยรูปงามหารู้ไม่ว่า ระหว่างที่กำลังชุลมุนขัดขืนกันอยู่นั้น  

พวกหมาหมู่ได้ลอบตัดสร้อยเชือกจากด้านหลัง ตราราชสีห์ 

จึงหลุดไปอยู่ในอุ้งมือคนพาลโดยง่าย อุบายโสมมของอีกฝ่าย 

นั่นเอง 

 

นักโทษหนุ่มโผตัวพุ่งหาอัศวินหมายชิงเหรียญตราสำคัญคืน แต่ 

พวกทหารที่กลุ้มรุมอยู่ยิ่งฉุดยึดตรึงเขาไว้สุดกำลัง เรือนร่าง 

ล่ำสันดิ้นขัดขืนในวงล้อมที่ยิ่งกระชับเข้าจนมัดกล้ามเขม็งเกลียว 

 

แม่ทัพเจ้าเล่ห์ส่งสายตาเย้ยหยันกลับมาอย่างผู้ชนะ สื่อนััยว่า 

..ไอ้งั่งเอ๋ย แววตาเยี่ยงอสรพิษที่ทำให้ราชสีห์จนตรอกแทบคลั่ง  

ร่างทรงพลังขัด..ขืนด้วยมุทะลุ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าขนดหางของ 

งูร้ายจะยิ่งรัดตนแน่นขึ้น 

 

"คอ..พวกทาส ..อย่างมึง กูมี ..ของอีกอย่าง.. ให้ใส่"  

คำพูดเน้นช้าที่เค้นรอดไรฟันจากปากนายทหารชรา ยิ่งกระตุ้น 

อารมณ์เดือดของไกรสิงห์ แววตาชายหนุ่มกร้าวเป็นประกาย  

พยายามฝืนร่างกำยำไขว่คว้าของสำคัญคู่กายคืนมา แต่สิ่งที่ 

เป็นดั่งน้ำมันราดใส่กองไฟ โหมกระพือเพลิงพิโรธของเขาถึง 

ขีดสุด จนกายแกร่งเกร็งค้าง กล้ามเนื้อทุกมัดตึงเครียดใน 

วงล้อมการคร่ากุมแน่นหนา คือ ภาพของเครื่องประดับชิ้น 

ใหม่ในมือทหารตรงหน้า ที่สะท้อนซ้อนอยู่ในแววตาชิงชังของ 

เขาที่มีต่อความกักขฬะรอบตัว 

 

"แบบนี้..ค่อยเหมาะกับ ..ทาส.. อย่างมึง" เสียงของอัศวิน 

ยังไม่เลิกเติมเชื้อไฟอย่างได้ผล ยิ่งทำให้นักโทษรูปงาม

เดือดดาลแทบคลั่ง เขารู้ดีว่า 'เครื่องประดับ' ตรงหน้าคือ 

อะไร ห่วงเหล็กขนาดใหญ่มีหมุดแข็งคล้ายหนามรอบวง

..ห่วงคอทาส คิดรึ..จะเอามันมาสวมคอข้าได้.. 

 

ไม่มีวัน ข้าไม่มีวันเป็นทาสใคร ข้ายอมให้จับตัวเป็นเชลยแลก

กับชีวิตผู้หญิงชาวบ้านพวกนั้น พวกเจ้าก็รู้ดีว่าจะต้องปฏิบัติ

กับข้าเยี่ยงไรตามธรรมเนียมศึก แต่นี่.. ต้องถ่อยเถื่อนแค่ไหน

ถึงกล้าคิดเรื่องห่วงคอทาส ให้ตายเถอะ.. ข้าไม่ใช่ทาส

 

"คุกเข่า" น้ำเสียงของขุนพลอัศวินครานี้ดุดัน เฉียบขาด  

ราวอดกลั้นไม่ได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับราชสีห์หนุ่ม

 

"ไม่" ไกรสิงห์โต้กลับทันควันด้วยน้ำเสียงเสมอกัน อดีต 

รัชทายาทบัลลังก์สิงห์ขยับร่างสูงใหญ่ยืดอกขึ้นผึ่งผาย 

สองหมัดกำแน่นด้วยสัญชาตญานนักสู้ "ข้า..เจ้าไกรสิงห์แห่ง 

สีหนคร ไม่เคยค้อมหัวให้ผู้ใด เว้นแต่พระบิดาข้าผู้เดียว" 

 

สิงห์หนุ่มประหลาดใจไม่น้อย แทนที่อีกฝ่ายจะโกรธเกรี้ยวหุนหัน 

เพราะการขัดขืนของตน แต่อัศวินชรากลับแสยะยิ้มอย่างใจเย็น  

ก่อนระเบิดเสียงหัวร่อดังลั่น "ฮะ.. ฮะ..ฮ่า คนเดียวกับที่ 

กลายเป็นผีหัวขาดไปแล้ว.." 

 

คำพูดกระทบถึงผู้บังเกิดเกล้ายิ่งทำให้สิงห์หนุ่มระงับโทสะไม่อยู่  

นึกไม่ถึงว่าแม่ทัพแห่งนาคานาครจะต่ำช้าป่าเถื่อนเพียงนี้ 

 

ขุนพลเจ้าเล่ห์ผู้เจนศึกนิ่งเฉย ก่อนแสยะยิ้มอย่างมีชัย เขาทำให้ 

ไอ้หนุ่มเลือดร้อนสติแตกจนได้ "คุก..เข่า" คำสั่งสำทับช้า ๆ  

จงใจย้ำให้รู้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย จากปากของเจ้านายที่ไม่ชอบ

ให้บ่าวทาสขัดขืน คำสั่งที่ต้องทำตามทันที

 

"ไม่ ไม่มีวัน" คำตอบอีกครั้งของเชลยหนุ่ม เหมือนเป็น 

สัญญาณให้ด้ามหอกอัดกระแทกใส่หลังต้นขาเขาอย่างจัง 

หมายบังคับให้ยอมจำนน แต่ตรงข้าม ราชสีห์หนุ่มกลับขยับ

ขากางออก กดปลายเท้าเหยียบพื้น สะกดใจมั่น เหยียดยืน

ยืดอกขึ้นต่อต้านทุกการรุกล้ำ ท้าทายโทษทัณฑ์ทุกสถาน 

มีแรงฟาดใส่พับในเข่าอีกครั้ง ความแรงของมันทำให้โครง

ร่างสูงใหญ่เซไปข้างหน้าหนึ่งก้าวใหญ่ แต่ก็กลับมาหยัดยืน

อย่างทรนงได้ทันที สองหมัดกำแน่นด้วยเพลิงโทสะ

 

"..ทาส กูสั่งให้มึง ..คุก..เข่า" อัศวินขึ้นเสียงกรรโชกสั่งราว 

อสรพิษขู่ฟ่อ

 

"ไม่" คือคำตอบจากนักโทษเดนตาย น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่หวั่น  

ไว้อำนาจไม่หย่อนกัน แววตาเป็นประกายกร้าว ฟันขบแน่น

จนกรามได้รูปเป็นสันนูน

 

แม่ทัพเฒ่ายกมือขึ้นออกคำสั่งให้พลหอกหยุดรุมฟาดต้นขา

เชลยหัวดื้อ ไกรสิงห์เชื่อว่าที่ตนเองสำแดงออกไป อีกฝ่ายคง

รับรู้

 

อัศวินจ้องเหยื่อกล้ามโตตรงหน้า อดีตยุวราชหนุ่มร่างบึกบึน

แข็งแรง จากรูปสมบัติสำแดงชัดว่าผ่านการฝึกฝนในสำนัก

สัประยุทธ์มาอย่างหนัก จากพฤติกรรมบ่งชัดว่าถูกเพาะบ่มมา

เยี่ยงจอมคน แต่..แต่บัดนี้มันคือนักโทษ คือทาสของกู 

เศษสวะที่ยังยโสโอหังมิยอมก้มหัว คุกเข่าให้นายของมัน 

ยังพยศไม่เลิก

 

แต่นายทหารจอมโหดผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมานักต่อนักอย่าง

อัศวิน มิรึจะหมดหนทางจัดการกับเด็กหนุ่มหัวรั้นเช่นนี้ 

"นายกอง ไอ้ทาสปากเหม็นนี่มันเคยบอกว่า จะมาช่วยเชลย 

ผู้หญิงไม่ให้ถูกประหารใช่รึไม่" น้ำเสียงปรับเปลี่ยนเป็น 

เย้ยหยันรอดไรฟัน "แต่..ตอนนี้รู้สึกว่า มันจะเปลี่ยนใจแล้ว  

..ไปเอาตัวผู้หญิงมา" 

 

ไกรสิงห์รู้สึกเย็นวาบไปทั่วสันหลังเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น เขาเดา 

เหตุการณ์และคำพูดต่อไปของอีกฝ่ายได้ "แล้วสั่งสอนให้ 

ไอ้ควายนี่มันจำใส่กะโหลกไว้ว่า ..นรกมีจริง แสดงให้มันดูว่า  

เวลาเชือดคอสาว ๆ หนะ มันง่ายแค่ไหน" 

 

สิงห์หนุ่มจนตรอกมองเห็นนายทหารคนหนึ่งหันหลังเดินไป 

จากกลุ่ม เพื่อไปนำตัวเชลยเคราะห์ร้ายมาตามคำสั่งทันที  

ราวกับว่าการสังหารหญิงสาวบอบบางเป็นเรื่องธรรมดา  

ราวกับว่าเป็นภารกิจประจำวันของค่ายนี้ 

 

อดีตรัชทายาทแห่งสีหนครไม่มีทางเลือก หมากตานี้ถูกจัดวาง 

ไว้แล้ว แต่เขาจะยอมให้มันจบเช่นนั้นไม่ได้ เขาแพ้..ราบคาบ  

เชลยสาวคือหมากตัวสำคัญของอีกฝ่าย สองแขนกำยำกาง 

เหยียดออกอย่างยอมจำนน สองเข่าทรุดลงกับพื้นโดยดุษฎี  

มีแต่เสียงหัวใจที่รัวลั่นราวกลองรบกลางอกกว้าง 

ความคิดเห็น