ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 17

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2564 12:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 17 

 

 

 

 

 

 

" อู้ยย เจ็บค่ะ หมอโย " ใบข้าวร้องบอกบิดตัวไปมา " หมอโย ใบข้าวแสบค่ะ " ใบข้าวคว้ามือโยธินนายแพทย์หนุ่มรุ่นน้องของสิงหา แถมเขายังเป็นเพื่อนธันวาน้องชายคนกลางของสิงหาด้วย เขาจะเข้ามาในไร่ทุกอาทิตย์เพื่อมาดูอาการของยายเยื้อนและตอนนี้เขากำลังทำแผลที่หน้าผากให้ใบข้าวอยู่ 

" ขอโทษครับ " โยธินอมยิ้มมองหน้านิ่วคิ้วขมวดของใบข้าวที่เลอะเปรอะเปื้อนไปหมด ไม่รู้ก่อนหน้านี้เธอไปทำอะไรมาแต่ยังเห็นมีคราบน้ำตาติดอยู่ที่หางตาโยธินยกมือจะเช็ดให้แต่กลับถูกสิงหาที่อดทนยืนมองอยู่นานแล้วเข้ามาคว้ามือไว้ 

" ลุกไป หมอ เดี๋ยวฉันทำเอง " สิงหาสั่ง สีหน้าไม่สบอารมณ์มองทั้งใบข้าวมองทั้งโยธิน สิงหาไม่รอสั่งซ้ำสองเขาแย่งเอาพลาสเตอร์กับก้านสำลีชุบแอลกฮอลล์มาจากมือโยธินก่อนจะป้ายไปที่แผลหน้าผากของใบข้าว 

" กรี๊ดดด! ตาบ้า! มันแสบนะ!! " ใบข้างร้องกรี๊ดพยายามปัดมือสิงหาออก แต่คนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีกลับทำแผลให้เธอไร้ความเมตตา " คุณสิงห์! บอกแล้วไงว่าฉันเจ็บ! "  

" พี่สิงห์ครับ ใบข้าวเค้าเจ็บนะครับ พี่ " โยธินเข้าไปช่วยห้ามแต่สิงหาไม่สนใจ 

" ไม่ต้องยุ่ง ไอ้หมอ -- นี่เมียฉันๆดูแลเอง ส่วนแกไปดูคนไข้ของแกนู้น ยายเยื้อน " สิงหาไล่ออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ใบข้าวถลึงตาใส่กับคำว่าเมียของสิงหา 

" ครับๆ " โยธินได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจแต่ก็กลับไปดูยายเยื้อนที่นอนอยู่บนเตียง 

" ใครเป็นเมียคุณ คุณสิงห์! " ใบข้าวถามรอดไรฟัน 

" ก็เธอไง! "  

" คุณไปบอกหมอโยแบบนั้นทำไม ความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย "  

" ความจริงตอนนนี้ฉันกับเธอเป็นผัวเมียกัน ใครๆก็รู้ อย่าพูดมากเลยมฉันจะทำแผลให้ " สิงหาว่า ใบข้าวปัดมือสิงหาออก 

" ไม่! ฉันจะให้หมอโยทำ -- หมอโยช่วยทำแผลให้หน่อยได้มั้ยคะ " ใบข้าวเรียกเสียงอ่อนเสียงหวานทำเอาคนเป็นสามีหลอกๆควันออกหู 

" หันกลับไปดูยายเยื้อนต่อเลย ไอ้หมอ ถ้ายายเยื้อนเป็นอะไรฉันจะเล่นงานแก! " สิงหาหันไปตวาดใส่แล้วหันกลับมาขึงตาใส่ใบข้าว " เมียฉันไม่ได้เจ็บจริงหรอก ก็แค่ชอบเล่นใหญ่เกินจริง! " สิงหาเข่นเขี้ยวใส่ใบข้าวก่อนจะรวบมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวของตัวเองแล้วแปะพลาสเตอร์ไปที่หน้าผากของใบข้าวอย่างแรง 

" เจ็บ! " ใบข้าวกรี๊ดใส่เสียงแหลม สิงหารีบเอามือมาปิดปากใบข้าวไว้ โยธินหันมาจุ๊ปากใส่เพราะยายเยื้อนพึ่งหลับไป  

" เบาๆสิ ใบข้าว ยายเยื้อนกำลังหลับอยู่นะ " สิงหาเอ็ดใส่ ใบข้างทำตาโตไม่ชอบใจแต่เธอก็ยอมเงียบ สิงหาปล่อยมือออกเขามองสภาพใบข้าวที่วันนี้เหมือนไปบุกป่าฝ่าดงมาเนื้อตัวสกปรกมอมแมมแถมยังมีแผลตามร่างกายอีกต่างหาก ทั้งที่มือ ข้อมือและหน้าผาก 

" ไปบุกป่าที่ไหนมา ใบข้าว " สิงหาถาม ใบข้าวรู้ว่านั่นประชดเธอเลยตอบกลับด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ 

" ให้ฉันไปบุกป่ายังดีกว่าอยู่ที่ไร่ของคุณอีก! " ใบข้าวลุกหนีเดินออกมาจากบ้านพักของยายเยื้อนไป 

" ใบข้าว " สิงหาเดินตามมาคว้ามือเธอ " ใครทำอะไรเธอ " ไม่ใช่แค่น้ำเสียงที่ซ่อนความห่วงใยแต่แววตาคู่แกร่งก็ยังซ่อนความอาทรไว้จนหัวใจของใบข้าวกำลังสั่นระรัว  

" ไม่มี " เธอตอบเสียงแผ่วไม่กล้ามองตาสิงหา  

" หน้าเธอไม่ได้บอกแบบนั้นนะ ใบข้าว " 

ใบข้าวไม่ยอมพูดอะไรแต่ถึงอย่างนั้นข่าวเรื่องที่ว่าใบข้าวสั่งให้มะลิรื้อห้องและฉีกเสื้อของใบข้าวก็แพร่ไปทั่วไร่เรืองกิจเกษมอย่างรวดเร็ว แถมใบข้าวยังโดนข้อหาทำร้ายร่างกายคำแปงอีกข้อหาจนตอนนี้ไม่ว่าใบข้าวจะเดินไปที่ไหนทุกคนก็รังเกียจที่จะเข้าใกล้เธอแถมยังรวมหัวกันต่อต้านเธอด้วย 

" พี่จิกจ๊ะ ฉันจะถามว่าพี่พอจะช่วยฉันขนปุ๋ยมาลงแปลงสตรอว์เบอร์รีได้หรือเปล่า "  ใบข้าวถาม จิกที่กำลังจัดการกับวัชพืชที่ขึ้นอยู่ในแปลงมองใบข้าวตั้งแต่หัวจดเท้า 

" ยุ่งอยู่ " จิกตอบแค่นั้นก็เดินหนีใบข้าวไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนงานที่แอบหัวเราะคิกคักต่อหน้าเธอ  ใบข้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่หมุนตัวเดินกลับไปที่กองถุงปุ๋ยที่ตั้งวางไว้สามสี่ถุงแล้ววันนี้เธอก็ต้องใส่ปุ๋ยทั้งหมดในแปลงสตรอว์เบอร์รีนี่เองทั้งหมดด้วย ใบข้าวพยายามยกถุงปุ๋ยสิบกิโลขึ้นรถเข็นด้วยตัวคนเดียว 

" ให้พวกฉันช่วยนะ ใบข้าว " ยะขิ่นกับมะอึกวิ่งเข้ามาช่วยกันยกถังปุ๋ยขึ้นรถเข็น 

" อ้าว ยะขิ่น มะอึก มาช่วยฉันตรงนี้เดี๋ยวก็โดนคนอื่นๆว่าเอาหรอก " ใบข้าวว่า ทั้งสองยักไหล่ 

" ช่างคนอื่นเค้าสิ ไม่เห็นจะสนใจเลย " มะอึกพูด ยะขิ่นพยักหน้า 

" ใช่ พวกเราไม่สนใจเรื่องข่าวลือพวกนั้นเลย " ท่าทางยะขิ่นทำท่าเหมือนจะพูดอะไรออกมา ใบข้าวเห็นแบบนั้นเลยชิงพูดก่อน 

" ยะขิ่นอยากรู้ล่ะสิว่าฉันให้มะลิไปทำแบบนั้นจริงหรือเปล่า "  

ยะขิ่นยิ้มแห้ง  ใบข้าวพ่นลมฮึเข้าใจจุดประสงค์ของทั้งคู่ 

" กลับไปทำงานของยะขิ่นกับมะอึกเถอะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการต่อเอง และก็ขอบใจนะที่มาช่วย "  ใบข้าวยิ้มให้ก่อนจะเข็นรถที่บรรทุกปุ๋ยสามสิบกิโลไปอย่างทุลักทุเล ระหว่างที่ใบข้าวกำลังจัดการใส่ปุ๋ยในแปลงสตรอว์เบอร์รีด้วยตัวคนเดียว ช่อก็เดินเข้ามายืนค้ำหัวเธอใบข้าวเงยหน้ามองลอบถอนหายใจเงียบๆ 

เอาเลย! วันนี้จะโดนรังเกียจให้ครบทุกคนเลยก็ได้นี่ตอนเที่ยงก็โดนป้าขวัญไม่ตักข้าวให้มาแล้วนิ จะโดนช่อตบส่งท้ายอีกก็คงไม่เสียหาย 

" พี่ช่อมีอะไรก็พูดมาเถอะ "  

" ทำไมไม่แก้ต่างให้ตัวเอง " ช่อถาม 

" จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อทุกคนคิดแบบนั้นไปแล้ว ฉันเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้หรอกนะ " ใบข้าวตอบแล้วหันไปทำงานต่อ ช่อฮึดฮัดย่อตัวลงนั่งข้างใบข้าว 

" แต่ถ้าไม่แก้ต่างให้ตัวเอง ทุกคนก็เข้าใจผิดแบบนี้น่ะสิ "  

ใบข้าวมองช่ออย่างงุนงง " พี่ช่อไม่สบายหรือเปล่า ทำไมจู่ๆถึงได้ดูผิดปกติแบบนี้ " ช่อกัดปากแน่นหน้าของอีกฝ่ายแดง 

" ฉันเห็นตอนที่เธออยู่กับคำแปงตอนที่มันล้ม เธอไม่ได้ทำอะไรอย่างที่พวกนั้นว่า -- ทำไมเธอไม่บอกไป "  

ใบข้าวยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งยิ่งรู้สึกแปลกใจกว่าเดิม " ฉันดีใจนะที่อย่างน้อยก็มีคนเห็นว่าฉันไม่ได้ผลักคำแปงล้ม "  

" เรื่องห้องของเธอ ฉันก็เชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นคนสั่งให้นังมะลิเป็นคนทำเหมือนกัน " ช่อโพล่งออกมา ใบข้าวเปลี่ยนเป็นมองตาโตใส่ช่อ 

" ทำไมพี่คิดแบบนั้น รู้อะไรมั้ยฉันคิดว่าพี่คงเป็นคนแรกที่จะเข้ามาจัดการฉันเป็นคนแรกเพราะทำให้พี่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำเรื่องนี้ทั้งหมดน่ะ "  

" ฉันก็คิดว่าจะจัดการเธอเหมือนกันนั่นแหละ! " ช่อแหวใส่ " แต่พอมาคิดดูแล้ว คนที่ตรงไปตรงมาอย่างเธอจะทำเรื่องแบบนี้ไปทำไม "  

" ก็เพราะฉันอยากให้นายสิงห์เห็นใจไงล่ะ "  

" ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงดูเธอผิดไป แผนสกปรกแบบนี้คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่คิดได้ " ช่อว่าพลางลุกขึ้นยืน " เธอเป็นคนฉลาดไม่ใช่เหรอ คงคิดได้นะว่าคนที่เธอคิดว่าดีอาจไม่ได้ดีอย่างที่เธอคิด และฉันว่าเธอก็เห็นเองแล้ว ยังไงก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน " ช่อทิ้งประโยคท้ายที่เหมือนจะเข้าใจยากให้ใบข้าวก่อนจะเดินออกจากแปลงสตรอว์เบอร์รีไปหลังจากที่ช่อออกไปได้ไม่นานมะลิก็เดินเข้ามา 

" ใบข้าว " มะลิเรียก เธอส่งยิ้มบางๆให้ใบข้าวที่แค่เงยหน้ามองก่อนจะหันกลับไปใส่ปุ๋ยตามเดิม 

" เหนื่อยหรือเปล่า ฉันช่วยนะ " มะลิทำทีออกแรงลากถุงปุ๋ยมาใกล้ตัว ใบข้าวปัดมือของมะลิออก 

" เธอไปที่อื่นเถอะ ตรงนี้ฉันทำเอง " ใบข้าวพูดน้ำเสียงเย็นชาแล้วลากถุงปุ๋ยมาใกล้ตัว 

" ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวมะลิช่วยนะ " มะลิยื้อถุงปุ๋ยกลับมา 

" ไม่ต้อง ฉันทำเองได้ "  ใบข้าวแหวใส่ดึงถุงปุ๋ยกลับมา 

" ใบข้าวยังโกรธมะลิอยู่เหรอ " มะลิเอ่ยถามสีหน้าเศร้า ใบข้าวจ้องถมึงทึงใส่  

" ฉันจะโกรธเธอเรื่องอะไรกัน -- เรื่องที่เธอใส่ร้ายว่าฉันเป็นคนสั่งให้เธอไปทำร้ายข้าวของในห้องน่ะเหรอ " ใบข้าวถามกลับพยายามข่มน้ำเสียงไม่ให้สั่นแต่ถึงอย่างนั้นความโกรธก็กำลังเดือดปุดๆ " ไม่เลย -- เพราะฉันรู้ดีว่าฉันไม่ได้สั่ง " ใบข้าวลุกขึ้นยืนแล้วชี้นิ้วออกไปที่ข้างนอกแปลง " ออกไปได้แล้ว ฉันจะทำงาน "  

" ใบข้าวทำผิดก็ยอมรับผิดเถอะนะ มะลิขอร้อง " มะลิยืนขึ้นบ้างน้ำเสียงที่พูดออกมาฟังดูเศร้าก็จริงแต่สีหน้ากำลังยิ้ม " เพราะถ้าขืนใบข้าวยังอยู่ที่นี่ต่อไปก็จะถูกทุกคนเกลียดมากกว่าเดิม มะลิสงสาร "  

ใบข้าวพ่นลมฮึพึ่งเข้าใจมะลิอย่างถ่องแท้ก็วันนี้ ใบข้าวเหยียดยิ้ม " อย่ามัวแต่สงสารฉันเลย มะลิ -- เธอควรจะสงสารตัวเธอเองมากกว่านะ " ใบข้าวพูดเว้นช่วงดูท่าทีอีกฝ่าย " เท่าที่รู้มาตั้งแต่อยู่ที่นี่มาสองปีก็พยายามน่าดูเลยใช่มั้ยที่จะให้นายสิงห์สนใจ " เธอยิ้มเหี้ยมยิ่งเห็นท่าทีมะลิเธอก็ยิ่งรุก " จนถึงขั้นที่ต้องรอให้เขาเมาก่อนเธอถึงจะ -- " 

มะลิเม้มปากแน่น ดวงตาเกรี้ยวกราดมองใบข้าวอย่างอาฆาต " ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ยอมรับเธอเลยใช่มั้ยล่ะ ก็เข้าใจเธอดีนะอุตส่าห์พยายามขนาดนั้นก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขาซะที " ใบข้าวพูดเธอยืนกอดอก " ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอแล้ว เชิญออกไปได้! ฉันจะทำงาน " ใบข้าวกลับไปทำงานใส่ปุ๋ยต่อ  

" เธออยากรู้มั้ยว่าใครเป็นคนเข้าไปทำลายแปลงที่เธอดูแลไปก่อนหน้านี้ "  

ใบข้าวหันกลับไปเงยหน้ามองรอยยิ้มเยาะของมะลิ " เธอ! "  

" อืม " มะลิรับคำ เผยยิ้มอย่างมีชัยก่อนที่ตัวเองขะเข้าไปเหยียบต้นสตรอว์เบอร์รีต่อหน้าใบข้าว 

" อย่าทำอะไรบ้าๆนะ มะลิ! " ใบข้าวร้องห้ามเสียงหลง เธอรีบเข้าไปคว้าแขนมะลิดึงออกมา " หยุดเดี๋ยวนี้นะมะลิ! " ทั้งสองยื้อยุดกันไปมาส่งเสียงดังลั่น " ฉันบอกให้เธอหยุดไง! " ใบข้าวดึงมะลิให้พ้นจากต้นสตรอว์เบอร์รีที่ถูกเหยียบจนเละแต่มะลิกลับไม่ยอมหยุดเธอทั้งกระทืบทั้งเตะ จนใบข้าวต้องผลักอีกฝ่ายออกไปให้พ้นต้นสตรอว์เบอร์รีที่ตัวเองลงแรงปลูกเฝ้าดูแลมาอย่างดีถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี 

" ทำอะไรกัน! " สิงหาวิ่งเข้ามาพร้อมกับวิทย์ เหมย และคนงานอีกสองสามคน สิงหามองทั้งใบข้าวที่กำลังยืนตัวสั่นนัยน์ตาแดงวาวโรจน์ ขณะที่มะลิถูกผลักจนล้มไปทับถุงปุ๋ยเนื้อตัวเปรอะเปื้อน ต้นสตรอว์เบอร์รีถูกทำลายจนเสียหาย " เกิดอะไรขึ้นที่นี่ ใบข้าว "  

" นายสิงห์ช่วยมะลิด้วยค่ะ มะลิแค่จะมาช่วยใบข้าวใส่ปุ๋ยแต่ว่าใบข้าวเค้าโกรธมะลิเรื่องที่มะลิสารภาพผิดกับทุกคนว่าแท้ที่จริงคนที่ทำลายข้าวของในห้องคือมะลิเพราะทำตามคำสั่งของใบข้าว " มะลิสะอึกสะอื้น " มะลิไม่อยากทำผิดอีกต่อไป แต่ก็ยังอยากเป็นเพื่อนกับใบข้าวอยู่ แต่ -- แต่ใบข้าวโมโหเค้าก็เลยทำลายต้นสตรอว์เบอร์รี มะลิเข้าไปห้ามก็เลยถูกผลักล้มค่ะ นายสิงห์ " มะลิพยายามจะยันตัวลุกขึ้นยืนแต่กลับโงนเงนจะยืนไม่ไหวจนสิงหาที่อยู่ใกล้เข้าไปช่วยพยุงไว้ ใบข้าวเห็นแบบนั้นก็ยิ่งแน่ใจว่าตัวเองเกลียดมะลิเข้าขั้นชิงชังแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน  

" อยากพูดอะไรมั้ย ใบข้าว " สิงหาถามเขามองใบข้าว นัยน์ตาของเธอกำลังสั่นเครือเธอเม้มปากแน่นราวกับจะกลั้นเสียงร้องไห้ 

" ไม่มี! เชิญคุณตัดสินลงโทษฉันได้ตามสะดวกเลย! " ใบข้าวพูดพลางถอดถุงมือโยนทิ้งไปที่พื้นแล้วเดินออกจากแปลงสตรอว์เบอร์รีไป  

" ใบข้าว! " สิงหาเรียกทำท่าจะเดินตามไปแต่กลับถูกมะลิที่แกล้งเป็นลมใส่เลยทำให้ตามไปทันทีไม่ได้ " วิทย์ฝากดูที " สิงหาส่งมะลิให้วิทย์ก่อนตัวเขาจะรีบวิ่งตามใบข้าวไป  

ใบข้าวเดินหนีสิงหาออกมาเธอทั้งโกรธทั้งผิดหวังในตัวเขาที่เข้าข้างคนอื่นก่อนที่จะถามเธอแล้วไอ้อาการเป็นห่วงรีบเข้าไปประคองมะลินั่นก็เหมือนกันมันหมายความว่ายังมีใจให้กันอยู่สินะ เธอร้องกรี๊ดออกมา " อีตาสิงห์บ้า! ทำไมถึงเข้าข้างคนอื่นมากกว่าฉัน! " 

      

เปรี้ยง! 

 

จู่ๆฟ้าก็ผ่าลงมาพร้อมกับเสียงฟัาคำรามดังครืนจนดังสนั่นไปทั่วไร่ ท้องฟ้าที่สดใสก็ถูกกลุ่มเมฆดำกลืนกินลมพายุสะบัดพัดไปมาอย่างแรง นี่ถ้าไม่ได้ดูข่าวพยากรณ์อากาศมาก่อนว่าตั้งแต่วันนี้ไปอีกสามวันจะมีพายุฝนกระหน่ำล่ะก็คงคิดว่าเกิดอาเพศอะไรแน่ๆ 

" พี่สาว! พี่สาว! " เสียงเล็กแหลมร้องอย่างตื่นตระหนกวิ่งหน้าตื่นมาทางเธอ ใบข้าวจำเด็กชายตัวเล็กคนนี้ได้ทันทีว่าคือในสมาชิกแก๊งน้ำแข็ง เด็กชายวิ่งมาจับมือใบข้าวแน่น " ช่วยด้วยๆ พี่สาว! " พูดยังไม่พอยังดึงมือใบข้าวแล้วลากให้เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่ง " เร็วเข้า พี่สาว เดี๋ยวไม่ทัน "  

" จะไปไหน สอง "  

" พี่น้ำแข็งตกน้ำ ที่สระบัวไปช่วยหน่อย "  

ใบข้าวรีบวิ่งนำหน้าสองไปที่สระบัวทันทีกลุ่มเด็กๆกำลังยืนตะโกนโหวกเหวกร้องให้คนช่วย ใบข้าวมองไปที่ตรงกลางสระเห็นน้ำแข็งผลุบๆโผล่ๆ 

" น้ำแข็ง!! " ใบข้าวไม่มีเวลาได้ถามไถ่ว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ " มีใครไปตามผู้ใหญ่มาช่วยหรือยัง " เด็กๆส่ายหน้าท่าทางหวาดกลัว " พลู! ไปตามนายสิงห์มาเร็ว! " ใบข้าวสั่งก่อนที่ตัวเองจะถอดรองเท้าออกแล้วลุยเดินลงไปในสระบัวท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามและเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาจนใบข้าวตัวเปียกตั้งแต่ลงไปในสระแค่ครึ่งตัว 

" น้ำแข็งรอก่อนนะ พี่กำลังไปช่วย " ใบข้าวร้องตะโกนบอกกับเด็กชายออกไป  

" พี่สาว! ไม่รู้อะไรพันขาผมอยู่ ผมจะไม่ไหวแล้ว " น้ำแข็งตะโกนกลับมา แขนตีว่ายตะเกียกตะกายขึ้นจากสระ ใบข้าวกวาดแขนว่ายลงในสระบัวอย่างยากเย็นเพราะรากบัวที่หยั่งลึกพันเกี่ยวกันไปมาใต้น้ำ ทำให้เป็นอุปสรรคในการว่ายเขาไปหาเด็กชาย 

" เกาะพี่ไว้นะ น้ำแข็ง พี่จะพาเธอกลับขึ้นไปเอง " ใบข้าวว่ายถึงตัวเด็กชาย  

" พี่ขาผมติดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ผมกลัว " น้ำแข็งร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว ใบข้าวเข้าไปประคองแก้มเด็กชายปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

" ไม่เป็นไรนะ น้ำแข็ง ใจเย็นไว้ พี่อยู่นี่แล้ว " ใบข้าวยิ้มทั้งๆที่ร่างกายหนาวสะท้านแต่เธอก็ดำลงไปใต้น้ำเพื่อดูว่ารากบัวพันของน้ำแข็งอยู่หรือเปล่าแต่เพราะสายฝนที่กระหน่ำสาดซัดอย่างไม่ปรานีทำให้โคลนที่อยู่ใต้สระถูกชะออกมาทำให้ใบข้าวมองเห็นความขุ่นมัวใต้น้ำแล้วเธอก็เห็นรากบัวพันเกี่ยวขาของน้ำแข็งไว้จริงๆ ใบข้าวเข้าไปดึงรากบัวที่พันขาของน้ำแข็งออกอย่างทุลักทุเล อากาศที่เก็บไว้ในปอดก็กำลังจะหมดใบข้าวออกแรงดึงรากบัวจนขาดก่อนจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ 

" ใบข้าว! " สิงหาตะโกนเรียกแข่งกับเสียงฝน ตัวเขาเองก็กำลังถอดรองเท้าออกแล้วเดินลุยสระลงมาพร้อมกับวิทย์ 

" คุณสิงห์มาช่วยแล้ว " ใบข้าวร้องอย่างดีใจ หันไปจับแขนของน้ำแข็งพาดบนบ่าตัวเอง แล้วพาเด็กชายค่อยๆว่ายเข้าหาฝั่งแต่นาทีนั้นเองที่ใบข้าวถูกกระชากขาหายผลุบลงไปใต้น้ำท่ามกลางเสียงร้องตะโกนของคนบนฝั่ง 

" พี่สาว! / ใบข้าว!! " ทั้งน้ำแข็งและสิงหาตะโกนออกมาพร้อมกันมองใบข้าวที่กำลังหายไปใต้น้ำแล้วเธอก็โผล่พรวดขึ้นมา ก่อนจะหายลงไปอีกรอบเหมือนกับว่าเธอกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างใต้น้ำ 

" กรี๊ด! พี่สิงห์ช่วยด้วย! " ใบข้าวร้องเรียกพยายามตะเกียกตะกายพยุงตัวเองไม่ให้จมแต่นาทีนั้นกลับมีแรงดึงดูดมหาศาลที่ฉุดใบข้าวให้จมลงไปใต้น้ำและไม่โผล่ขึ้นมาอีก  

" ใบข้าว!! " สิงหารีบว่ายเข้าไปหาเธอด้วยความร้อนใจตอนที่เห็นใบข้าวจมลงไปต่อหน้าต่อตา 

 

 

 

 

***** 

 

 

 

" อะไรกัน พี่กอหญ้าเอาแต่นั่งมองมือถือแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่แบบนี้ มีเรื่องอะไรดีๆงั้นเหรอ " ใบข้าวที่อายุน้อยกว่าพี่สาวตัวเองห้าปีเข้ามากอดด้วยความคิดถึงหลังจากที่ไม่เจอกันมาสองอาทิตย์ " ไปเชียงใหม่คราวนี้เจอเรื่องดีๆมาใช่มั้ย " ใบข้าวไถลตัวลงไปนอนหนุนตักของกอหญ้ามองใบหน้าหวานละมุนที่ไม่ว่าผู้ชายคนไหนเห็นต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน 

กอหญ้าพยักหน้ารับแล้วยิ้มหวาน " พี่ไม่เคยปิดใบข้าวได้เลยนะ " คนเป็นพี่ลูบผมของน้องสาวต่างมารดาอย่างแสนรัก 

" เล่ามาเลย " ใบข้าวพลิกตัวจั๊กกะจี้ที่เอวของกอหญ้าจนอีกฝ่ายหัวเราะกรี๊ด 

" ยอมแล้วๆ " กอหญ้ายกมือขึ้นห้าม เธอมองใบหน้าสวยหวาน ดวงตาเย่อหยิ่งแต่กลับฉายแววซุกซนอยู่ในทีหากใครไม่รู้จักใบข้าวจริงๆคงจะไม่มีวันรู้ว่าน้องสาวคนนี้ของเธอนั้นน่ารักแค่ไหน  

" เขาเป็นใคร พี่กอหญ้า หล่อมั้ย สูงมั้ย น่ารักหรือเปล่า เป็นคนดีใช่มั้ย " 

กอหญ้าอมยิ้มกับคำถามของน้องสาว " ทำไมไม่ถามด้วยว่ารวยมั้ย " 

" ถามทำไมคนจะรักกันต้องดูที่ฐานะทางบ้านด้วยเหรอ อีกอย่างพี่กอหญ้าก็มีสมบัติมากมายอยู่แล้วนะ " ใบข้าวตอบ 

" แต่สมบัติที่ว่ามันเป็นของใบข้าวนะ ไม่ใช่ของพี่ " 

" โถ่ พี่กอหญ้า เราสองคนเป็นลูกคุณพ่อนะคะ สมบัติของคุณพ่อก็เหมือนสมบัติของเรานั่นแหละ " คำพูดฉะฉานแสดงความรู้สึกตรงๆของใบข้าวทำให้กอหญ้ายิ้มอย่างเอ็นดู " ทีนี้จะเล่าให้ฟังได้หรือยังว่าหนุ่มเชียงใหม่คนนั้นเค้าเป็นใคร " 

 

 

--- 

 

 

" พี่กอหญ้า พี่อยู่ไหนน่ะ " ใบข้าวเดินป้องปากตะโกนเรียกไปในความมืดที่แทบจะมองไม่เห็นทาง ใบข้าวสัมผัสได้แต่เพียงว่าเท้าเปล่าของกำลังเหยียบดินที่ชื้นแฉะ รอบกายเธอหนาวยะเยือกจนต้องยกมือกอดอก 

" พี่กอหญ้า พี่อยู่ไหน -- ใบข้าวคิดถึงพี่นะคะ " ความกลัวแทรกเข้ามาในจิตใจแม้จะรู้ดีว่านี่เป็นความฝันแต่เธอก็อดกลัวไม่ได้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ไม่มีใครเลย 

" ช่วยด้วยๆ มีคนจมน้ำ ใครก็ได้ช่วยที " 

" น้ำแข็ง! " ใบข้าววิ่งไปตามเสียงร้องขอความช่วยเหลือเธอเห็นน้ำแข็งผลุบๆโผล่ๆอยู่ในน้ำนั่น ใช่เธอจำได้ว่าเธอลงไปช่วยน้ำแข็งที่กำลังจะจมน้ำในสระบัว เธอลงไปช่วยเด็กชายให้หลุดจากพันธนาการใต้น้ำแต่เธอกลับถูกแรงมหาศาลดึงกลับไปใต้น้ำ 

" พี่สิงห์ช่วยด้วย! " 

ใบข้าวร้องลั่นผุดลุกขึ้นโผเข้ากอดคนที่รอรับอยู่แล้วแน่น เธออ้าปากหอบหายใจถี่รัวโกยเอาอ็อกซิเจนเข้าปอดให้ได้มากที่สุด เนื้อตัวสั่นสะท้านถูกลูบปลอบด้วยมือหยาบกร้านแต่กลับอ่อนโยน เสียงทุ้มนุ่มบอกไม่เป็นไรที่ข้างหูของเธอให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลง ใบข้าวดึงตัวเองออกจากสิงหาแต่ถึงอย่างนั้นมือสองข้างของเธอก็จับเสื้อของสิงหาไว้แน่น 

" น้ำแข็งล่ะ น้ำแข็งปลอดภัยมั้ยคะ พี่สิงห์ " ใบข้าวถามเสียงสะอื้นเบาๆ เพราะยังรวมสติไม่ได้เลยไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมาที่ทำเอาคนฟังเผลอยิ้มออกมาได้ในสถานการณ์ที่ทำให้เขาใจหล่นหายไปตอนเห็นเธอจมน้ำ 

" ปลอดภัย ตอนนี้พักอยู่ที่บ้านกับพ่อกับแม่แล้วน่ะ " สิงหายกมือเช็ดไล้น้ำตาที่อยู่บนแก้มออก ก่อนจะหันไปเอาผ้าขนหนูชุบน้ำแล้วบิดมาเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากให้ใบข้าว 

" ไม่เป็นไรค่ะ ข้าวเช็ดเองได้ " คนพูดออกไปแบบนั้นเหมือนจะพึ่งนึกได้ว่าพูดอะไรออกไป ยิ่งเห็นสีหน้าชอบใจของสิงหาเธอก็รู้ตัวแล้วว่าพลาดไป " เอามานี่ ฉันเช็ดเอง " ใบข้าวดึงผ้าขนหนูจากมือสิงหาแต่เขากลับดึงมันกลับมา 

" เมื่อกี้ยังพูดจาน่ารักน่าฟังอยู่เลยนิ ทำไมเปลี่ยน " สิงหาถามพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ใบข้าวเม้มปากบางแก้มแดงจัด  

" ก็เมื่อกี้มันไม่มีสติน่ะสิ แต่ตอนนี้มีแล้ว -- เอาผ้ามานี่นะ คุณสิงห์ " ใบข้าวดึงผ้ากลับมาแต่สิงหาไม่ยอมเขาออกแรงดึงผ้าแค่เล็กน้อยก็ทำให้ใบข้าวที่ไม่ทันระวังลอยหวือมาตามแรงเข้ามาอยู่ในวงแขน สิงหาเกี่ยวเอวของใบข้าวไว้ทันทีไม่ให้เธอดิ้นหนี 

" คุณสิงห์! " ใบข้าวเรียกชื่อทั้งที่ร่างกายแข็งแรงดีแต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังจะเป็นไข้เพราะสัมผัสของอีกฝ่ายใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบจนมองเห็นเงาของกันและกันสะท้อนในดวงตาอีกฝ่าย 

" พี่สิงห์ - เรียกพี่สิงห์ แล้วแทนตัวเองว่าข้าว ฉันชอบแบบนี้มากกว่านะ ใบข้าว " สิงหาพูดน้ำเสียงเหมือนจะขอร้องใบข้าวอึกอักอดหวั่นไหวกับแววตาและสัมผัสของสิงหาไม่ได้ 

" เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องเรียกกันสนิทสนมแบบนั้นก็ได้ " ใบข้าวว่าดันไหล่ของสิงหาออกเพราะลมหายใจอุ่นร้อนกำลังเป่ารดแก้มเธออยู่ 

" ถ้าเป็นอะไรกันจริงๆ ก็จะยอมพูดแบบนั้นสินะ " สิงหาถามมองลึกเข้าไปในแววตาของใบข้าว  

" แล้วตอนที่คุณมีอะไรกับมะลิ คุณอยากให้เค้าเรียกคุณแบบนี้เหมือนกันสินะ " ใบข้าวย้อนถามอย่างไม่พอใจ " พี่สิงห์คะ มะลิอย่างนั้นอย่างนี้ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว " ใบข้าวแกล้งหดคอทำตัวสั่นต่อหน้าสิงหาที่มองด้วยความขบขัน 

" หึงเหรอ!? " เขาถามเธอ 

ใบข้าวถลึงตาใส่หน้าแดงจัดยิ่งกว่าเก่า " ใครหึง! ฉันเหรอ!? ไม่มีทาง! ปล่อยฉันได้แล้ว " ว่าแล้วก็หันไปดึงมือของสิงหาออกจากเอวแต่มือสิงหาอย่างกับทากาวเอาไว้ ใบข้าวพยายามยังไงสิงหาก็ไม่ยอมปล่อย 

" ก็ถ้าไม่หึงจะสนใจทำไมว่าฉันกับมะลิเคยมีอะไรกัน " สิงหาว่า ใบข้าวเชิดหน้าหนีทำทีไม่สนใจ " ใช่ ฉันเคยมีอะไรกับมะลิ ฉันยอมรับว่าที่ทำไปเพราะเมาและก็ไม่คิดจะสานสัมพันธ์ต่อเลยขอจบ "  

" แต่ฝ่ายนั้นเค้าไม่ยอมจบ " ใบข้าวหันกลับมามองด้วยดวงตาขุ่นมัว 

" ถ้าฉันบอกว่าจบก็คือจบ เชื่อฉันสิ ใบข้าว " สิงหาพูดสีหน้าเรียบนิ่งนัยน์ตามั่นคง 

" ให้ฉันเชื่อคุณ แล้วคุณล่ะเชื่อฉันบ้างหรือเปล่า "  

สิงหายกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งมองคนที่กำลังงอนใส่เขาอยู่ 

 

     

******* 

แหม! นังมะลิที่สุดก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาจนได้ ทำเอาใบข้าวต้องรับศึกหนักในไร่ ขณะเดียวกันหัวใจสองดวงก็เริ่มหวั่นไหวกันบ้างแล้ว มาเอาใจช่วยและติดตามกันนะคะว่าคนปากแข็งทั้งคู่เค้าจะมีโมเม้นสวีทให้เราได้ดูกันหรือเปล่า อิิอิ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความมากๆนะคะ  

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านค่ะ 

แล้วเจอกัน 

   

ความคิดเห็น