rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด : อังกูร-ต้นน้ำ (รักนะครับ คนดีของผม) ตอนที่ 9 (100%)

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด : อังกูร-ต้นน้ำ (รักนะครับ คนดีของผม) ตอนที่ 9 (100%)

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+, อังกูร, ต้นน้ำ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 เม.ย. 2559 09:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด : อังกูร-ต้นน้ำ (รักนะครับ คนดีของผม) ตอนที่ 9 (100%)
แบบอักษร

กับดักรัก หมอสุดโหด : อังกูร-ต้นน้ำ ตอนที่ 9

Writer : Rani รานี   

 

อังกูรนนั่งเพ่งสมาธิกับเอกสารต่างๆเกี่ยวกับไร่และการประกวดไวน์อย่างคร่ำเคร่ง งานทุกอย่างใกล้ถึงเส้นตายจะต้องเสร็จแล้ว แต่วันนี้เขาต้องมานั่งที่นี่ ที่บ้านใหญ่แห่งนี้ เพราะได้ข่าวว่า มีคนแปลกหน้าหลายคนเข้ามาด้อมๆมองๆอยู่ที่นี่ เขาจึงต้องมาดูแลความปลอดภัยให้ที่บ้านนี้ เหตุก็เพราะคุณหมอคนดียังงอนคนรักไม่เลิก และต้นน้ำของเขาก็ต้องอยู่ที่นี่กับคุณปัณแทนคุณหมอด้วย ดังนั้นนอกจากจะมาทำงานที่นี่แล้ว ยังต้องทำงานที่ห้องนั่งเล่นที่ชั้นล่างด้วย
            ปัณณทัตกับต้นน้ำไม่ได้มารบกวนการทำงานของเขามากนัก แต่ชายหนุ่มก็ยังอุ่นใจที่ทั้งคู่พยายามอยู่ในสายตาตลอดไม่ได้ไปไหนไกล แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกเขาคงจะทำอะไรไม่เสร็จสักอย่างแน่ๆ คอยแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง อีกไม่นานเขาคงขอให้ทั้งคู่ไปอยู่ที่ไร่ก่อน เพราะเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่ครุกรุ่นมากขึ้นทุกที
            “ดึกแล้วนะครับพี่กูร นอนกันเถอะ” เสียงเล็กๆว่า พร้อมกับปิดปากหาวอยู่ใกล้ๆ อังกูรมองคนตัวเล็กอย่างนึกเอ็นดู
            “ไปสิ คุณปัณขึ้นนอนแล้วใช่ไหม?”
            “เรียบร้อยแล้วครับ” อังกูรพยักหน้าก่อนจะเก็บข้าวของแล้วโอบหลังคนตัวเล็กขึ้นห้องนอนไป

 

 “วันนี้ไปรับที่ตลาดนะครับ ผมนัดกับคุณปัณไว้ ว่าจะแวะไปหาแม่ด้วยกัน” เสียงเล็กๆพูดเมื่อรถกระบะคันใหญ่จอดอยู่ที่หน้าโรงเรียน อังกูรไม่โอ้เอ้อยู่ตรงนี้นานเหมือนก่อน เพราะมีเรื่องที่ต้องกลับไปสะสางเยอะมาก เขาแค่พยักหน้า และยิ้มให้เท่านั้น ต้นน้ำรู้ว่าอังกูรกำลังรับบทหนัก ยิ่งตอนนี้คุณหมอชลาธิปล้มป่วย ยิ่งเหมือนกับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่บ้านใหญ่ และ ที่ไร่เจริญตา ต้องผ่านการดูแลจากอังกูรทั้งหมดเพียงคนเดียว
            ... แต่กล้ามพี่กูรก็ยังเยอะอยู่ล่ะน่า ... เด็กน้อยอดจะหัวเราะกับความคิดเพี้ยนๆของตนเองไม่ได้
            “ต้นน้ำ”
            “อ้าว โรม มาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ ทำไมเราไม่เห็นเลย” ต้นน้ำทัก โรมคว้ากระเป๋าของต้นน้ำขึ้นมาถือไว้เหมือนทุกครั้ง ... แล้วต้นน้ำจะเห็นได้ยังไงล่ะ ในเมื่อต้นน้ำเอาแต่ยิ้มให้กับคนที่เพิ่งจะขับรถออกไป ... “โรม เหม่ออะไรอีกแล้ว”
            “เปล่าหรอกต้นน้ำ ไม่มีอะไร เราเข้าห้องเรียนกันเถอะ วันนี้ครูจะติวข้อสอบให้ด้วย”

โรมรู้ตัวดีว่า วันนี้เขาไม่ปกติเลย หลายครั้งที่เขาเผลอมองร่างเล็กๆข้างกายนี่ตาไม่กระพริบ บางครั้งก็มองที่หน้าใสๆราวกับเด็กทารกนั่น แต่บางทีก็มองรอดเข้าไปในสาบเสื้อเพื่อสำรวจดูว่าริ้วรอยต่างๆที่ถูกใครคนนั้นทำ มันจางออกไปบ้างหรือยัง เจ้าตัวเล็กไม่เคยรู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าโดนเขาจับจ้องอยู่ แม้กระทั่งโรมกดปากกาลงกับโต๊ะจนหัก ต้นน้ำก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสาเหตุมาจากตนเอง
            “เป็นอะไรน่ะโรม” ต้นน้ำกระซิบถามเพื่อไม่ให้เสียงรบกวนการสอนของอาจารย์ที่หน้าชั้น
            “คือ เราไม่สบายนิดหน่อยน่ะ ปวดหัว”
            “งั้น ให้เราพาไปห้องพยาบาลไหมล่ะ?”
            “งั้นเราต้องรบกวนต้นน้ำแล้วล่ะ เราปวดหัวจริงๆ” เมื่อได้ยินแบบนั้นต้นน้ำก็ไม่รีรอเลยที่จะขออนุญาตอาจารย์เพื่อพาโรมออกจากห้อง
            ในระหว่างทางโรมเงียบมาก เขาเอาแต่เดินจนต้นน้ำเป็นห่วง เมื่อมาถึงห้องพยาบาลก็ยิ่งเงียบหนักขึ้นไปอีก ปล่อยให้ต้นน้ำเป็นคนคุยกับอาจารย์คนเดียว อาจารย์ห้องพยาบาลบอกว่าเขาไม่มีไข้ แต่ที่ปวดหัวน่าจะเป็นเพราะเครียดบางอย่าง
            “เล่นกีฬาด้วย เรียนด้วย ทำให้เธอเครียดหรือเปล่า?” อาจารย์ผู้หญิงสูงอายุเอ่ยถามขึ้น
            “คิดว่าใช่ครับ” เขาตอบเรียบๆ สีหน้าเคร่งขรึม จริงๆแล้วน่าจะใช้คำว่า ตอบส่งๆไปมากกว่า
            “แต่ว่ากีฬาก็แข่งเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ จะเครียดอะไรอีกล่ะหืม?” อาจารย์ถามต่อ น้ำเสียงห่วงไยนักกีฬาโรงเรียนมาก แต่โรมกลับยิ่งเครียดหนักขึ้นไปอีก เส้นเอ็นที่คอและแขนของเขาโปดปูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนทั้งอาจารย์และต้นน้ำสังเกตได้
            “มันก็มีเรื่องที่ผมจะใช้เรื่องของนักกีฬาเพื่อขอโควต้าเข้ามหาลัยอีกครับ” โรมตอบภาวนาขอให้การพูดคุยนี้จบลงซะที เขาอยากจะนอนเฉยๆแล้ว
            “งั้นเดี๋ยวกินยานี่ แล้วก็นอนพักสักแป๊บ ส่วนเธอก็กลับไปที่ห้องเรียนได้”
            “ผมขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อนผมก่อนนะครับ” โรมบอกอาจารย์โดยไม่บอกเหตุผล ห้องพยาบาลโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้กว้างมาก แต่ก็แบ่งเป็นสัดส่วนชัดเจน อาจารย์มีโต๊ะทำงานอยู่ด้านหน้า ส่วนเตียงผู้ป่วยสามเตียงถูกวางเรียงกันโดยมีม่านกั้นอยู่ทุกเตียง
            แม้ว่าจะเป็นห่วงว่าต้นน้ำจะเสียการเรียนแต่ก็อนุญาตเพราะเห็นว่าโรมมีความเครียดสูงมาก น่าจะต้องการเพื่อนคอยอยู่ใกล้ๆ เมื่อโรมนอนลงบนเตียงแล้ว เขาไม่ปล่อยมือจากต้นน้ำอีกเลย ร่างสูงนอนหลับตานิ่งแต่มือกุมมือบางที่นั่งอยู่ข้างเตียงเอาไว้ตลอด ต้นน้ำรู้ว่าความเครียดเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของโรมเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเพื่อหลอกอาจารย์เท่านั้น แต่คิดเท่าไรก็หาเหตุผลไม่เจอว่าทำไมโรมถึงดูอาการแย่มากขนาดนี้

.

.

“โรม โรม ตื่นได้แล้วนะ โรงเรียนเลิกแล้ว” ต้นน้ำกระซิบบอกกับโรม ร่างหนากระพริบตาถี่ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะหลับไปได้ และเป็นการหลับสนิทที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมา คงเป็นเพราะมือน้อยที่อยู่กับเขาตลอด
            .. มันอุ่นใจนะครับ
            “ต้นน้ำจับมือเราอย่างนี้ไปเรื่อยๆได้มั้ย” โรมถามเมื่อลงมาเตียงคนไข้เรียบร้อย
            “แต่ว่าเรา ...”
            “เรารู้ว่ามือของต้นน้ำไม่ว่างพอที่จะจับมือของเราได้ตลอดอีกแล้ว เอาแค่วันนี้ก็ได้ ต้นน้ำอย่าปล่อยมือเราได้ไหม วันนี้ให้เราไปส่งที่บ้านนะ”
            “คือ เรามีนัดที่ตลาดแล้วน่ะโรม” โรมหน้าเสีย เขาไม่เคยรู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้อย่างนี้มาก่อน ไม่ใช่ว่าเล่นกีฬาจะไม่เคยแพ้ แต่การแพ้ในเกมกีฬานั้นไม่เจ็บปวดขนาดนี้  กิริยานั้นใช่ว่าต้นน้ำไม่เห็น ร่างเล็กเป็นกังวลกับเพื่อนรักเช่นเดียวกัน
            “งั้นเอางี้นะโรม บ้านโรมอยู่ใกล้ตลาด เดี๋ยวเรานั่งรถไปกับโรมจนถึงบ้าน แล้วค่อยกลับมาก็ได้” โรมยิ้ม เขากระชับมือเล็กๆนั่นแน่นขึ้นอีกนิด แล้วพากันไปเก็บข้าวของที่ห้องเรียน ก่อนจะกลับบ้านทันที
            บนรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่โรมเป็นเจ้าของ เขาขอให้ต้นน้ำจับเอวเขาไว้ให้แน่นเพราะกลัวจะตก ซึ่งต้นน้ำก็ยอมทำตามเพราะกลัวจะตกเหมือนกันนั่นแหละ
            “ต้นน้ำ” โรมเรียกเบาๆเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบ้าน คว้ามือเล็กไปจับไว้อย่างทะนุถนอม
            “ถึงบ้านแล้วนะโรม โรมเข้าบ้านพักผ่อนเถอะนะ”
            “ต้นน้ำจะต้องกลับแล้วใช่มั้ย?” โรมถาม น้ำเสียงกลับมาย่ำแย่อีกครั้ง
            “เรามีนัดน่ะ เราบอกโรมแล้วนี่”
            “เราอยากจับมือต้นน้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เราช้าไปแล้วใช่มั้ย?” โรมถาม ยกมือของทั้งคู่ที่จับกันอยู่ขึ้นมาตรงหน้าของต้นน้ำ
            “โรมคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเราเลยนะ ต่อให้ไม่มีพี่กูร โรมก็อยู่ในตำแหน่งนี้ไม่ไปไหน เรารักโรมมากนะ”
            “แต่ก็รักแบบเพื่อนใช่ไหม? เป็นมากกว่านั้นไมได้แล้วสินะ”
            “มันไม่ใช่มากกว่าหรือน้อยกว่านะโรม มันคือเท่ากัน รักแบบเพื่อนเราก็รักโรมมากๆแบบเพื่อน ส่วนพี่กูรเราก็รักมากๆเหมือนกัน”
            “ช่างเถอะ” โรมพูดแล้วเดินเข้าไปในบ้านเงียบๆ ต้นน้ำมองตามแผ่นหลังของโรมจนโรมเข้าบ้าน ก่อนจะค่อยๆเดินออกมาที่ตลาด กับความหนักใจที่ยังคงมีอยู่อย่างหนักหน่วง
            โรมกับรัศมีคือเพื่อนที่ดีที่สุดจริงๆ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมแกล้ง ร่วมสนุก ร่วมหัวเราะ มาตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยม ต้นน้ำไม่อยากจะเสียความสัมพันธ์ดีๆแบบนี้ไปเลย
            ... อยากให้โรมเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า?...

ต้นน้ำยิ้มให้กับปัณที่มารออยู่ก่อนแล้ว ช่วงนี้อาการของเจ้านายร่างเล็กของต้นน้ำไม่ดีเลย ป่านนี้ยังไม่คืนดีกับคุณหมอ ต่างคนก็ต่างปากแข็ง เฮ้อ ดีนะที่อังกูรไม่ได้มีนิสัยเหมือนคุณหมอ
            .. ใช่เหรอ? ไม่เหมือนเหรอ? .. ต้นน้ำถามตัวเอง เหมือนกันมากต่างหาก เพียงแต่คุณหมอที่ดูเหมือนโหดนั้น ไม่ดูโหดเท่าพี่กูรต่างหาก แถมยังความขี้งอนที่คอยให้ง้อนั่นอีก พี่กูรมีที่ไหนกัน มีแต่ความเฉยชา พอเลยจากนี้ไป ก็โกรธเลย เฮอะ ไรวะ
!
            “คุณปัณมานานแล้วเหรอฮะ”
            “สักพักจ้ะ พี่ซื้อของเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ไปหาแม่ของต้นน้ำกันดีกว่า” ปัณตอบ นัยตาของชายหนุ่มยังคงเศร้าหมอง ต้นน้ำเห็นแล้วยิ่งสงสาร
            สองหนุ่มน้อยพากันไปเป็นลูกมือของแม่ ดูเหมือนปัณจะเข้ากับแม่ได้ดีกว่าตัวต้นน้ำเองเสียอีก ไม่นานนักอังกูรก็มาถึง ช่วงสองสามวันนี้สีหน้าของอังกูรไม่ดีเลย และดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่ปัญหาเรื่องการประกวดไวน์หรือปัญหาที่ไร่เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นอังกูรก็ไม่เคยบอกว่ามีปัญหาอะไรอีกที่อังกูรเป็นกังวล
            “พี่กูรเป็นอะไรเหรอครับ ช่วงนี้หน้ามุ่ย” ต้นน้ำถามพลางเอามือลูบเบาๆที่เคราครึ้มของคนรัก จนอังกูรแปลกใจที่ต้นน้ำกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น แต่ถึงแม้ว่าจะแปลกใจ เขาก็จับมือนั่นไว้ ก่อนจะเอาอีกมือลูบหัวน้อยนั้นเบาๆ
            “พี่ไม่เป็นไรหรอก ปกติหน้าพี่ไม่ได้มุ่ยๆแบบนี้หรือไง ก็บึ้งๆแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”
            “ปกติไม่ค่อยยิ้มครับ แต่ตอนนี้เหมือนมีเรื่องให้คิดเยอะ” ต้นน้ำตอบ
            “ช่างสังเกตจังนะ แบบนี้ไงใครๆถึงได้พากันหลงรัก”
            “ใช่ครับ พี่กูรก็หลงรักผมแล้วใช่ไหมล่ะ?”
            “หึ เด็กบ้า” มือหนาทิ่มพืดมาที่หน้าผากมน แต่เจ้าของหน้าผากกลับหัวเราะเสียงใส
            แม่ของต้นน้ำที่จับจ้องความเป็นไปของทั้งคู่ตั้งแต่อังกูรเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ มองพวกเขาอย่างหนักใจ

 

วันนี้ที่โรงเรียนจะเป็นวันที่มีการเรียนการสอนวันสุดท้าย เพราะสัปดาห์หน้าจะเป็นสัปดาห์แห่งการสอบปลายภาคแล้ว ต้นน้ำกับรัศมีดูมีความสุขกับวันนี้เอามากๆ เพราะค่อนข้างมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองได้เตรียมตัวเอาไว้ แต่โรมกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาหน้าบึ้งจนแทบจะกินหัวทุกคนที่อยู่ใกล้ๆตัวได้
            “โรมเป็นอะไรน่ะ” รัศมีกระซิบถามต้นน้ำ
            “ไม่รู้สิ” ต้นน้ำตอบ จริงๆก็พอจะเดาได้ว่าที่โรมเป็นแบบนี้สาเหตุมาจากตัวเองแทบทั้งสิ้น
            “เราถามมาตั้งแต่กลางวันแล้ว ว่าเป็นอะไร ดันทำหน้าเหมือนจะจับกินทำเป็นอาหารซะอย่างนั้น” รัศมีกระซิบ
            “รัศมีก็พูดไป โรมไม่ทำแบบนั้นหรอก คงจะแค่เครียดอะไรน่ะ เรื่องเรียนล่ะมั้ง” ต้นน้ำพูดต่อ
            “งั้นต้นน้ำก็ดูแลไปแล้วกัน เราว่าโรมน่าจะอยากให้ต้นน้ำดูแลนะ”
            “รัศมีพูดอะไรน่ะ”
            “เรารู้หรอกว่า คุณนายบ้านไร่อย่างต้นน้ำน่ะ ดูแลคนอื่นไมได้แล้ว แต่โรมก็เป็นเพื่อนเรานะ”
            “เราเข้าใจนะรัศมี เดี๋ยวเราดูแลโรมก็ได้”
            “แต่ว่าวันนี้เราไปกับต้นน้ำไม่ได้นะ มีญาติแวะมาอ่ะ ป๊าให้รีบกลับ”
            “ไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้เอง รัศมีไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเราดูแลโรมอย่างดีเลย” ต้นน้ำแหย่เพื่อน แต่เพื่อนกลับทำหน้าบึ้งซะนี่
            “ไม่ต้องมายิ้มแบบนี้เลยต้นน้ำ เราไม่ได้คิดอะไรกับโรมเกินเลยหรอก สำหรับเรา โรมกับต้นน้ำคือเพื่อนนะ ถ้าต้นน้ำเป็นแบบนี้เราก็ห่วงไม่ต่างจากโรมหรอก”
            “โห ยุไม่ขึ้นซะแล้ว”
            “ไม่ขึ้นหรอก นี่ญาติเราจะพาลูกชายมาด้วย เราถึงต้องรีบไปดูตัวไงล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ในที่สุดความลับของรัศมีก็เปิดเผย เล่นเอาต้นน้ำถึงกับเหวอ
            “เดี๋ยวนะรัศมี เมื่อกี้เธอบอกว่า รักเพื่อนมาก แต่เธอทิ้งเพื่อนไปหาผู้ชายเนี่ยนะ” ต้นน้ำแหย่เพื่อน
            “ไม่เอาน่า ต้นน้ำ เราไม่ได้มีโอกาสแบบนี้เยอะๆนะ เพื่อนอย่างต้นน้ำกับโรม ก็ต้องเห็นใจเราด้วยสิ” รัศมีกระเง้ากระงอด แต่ท่าทางแบบนี้กลับทำให้ต้นน้ำขำจนน้ำตาไหล จนโรมที่นั่งอยู่อย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้างก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
            “อ้อ โรม วันนี้เราอนุญาตให้ต้นน้ำไปส่งโรมที่บ้านได้นะ เห็นว่าวันนี้คุณที่ไร่ยุ่งๆคงจะไม่มีใครมารับต้นน้ำน่ะ” รัศมีบอก ต้นน้ำชะงักเล็กน้อย เขาบอกกับเพื่อนว่าวันนี้ต้องกลับเอง เพราะคนที่ไร่ยุ่ง แต่ไมได้บอกว่ายุ่งเพราะปัณณทัตกับแทมมี่ แฟนเก่าหมอที่มาอยู่ด้วยที่ไร่หายตัวไป แม้จะเป็นห่วงแต่อังกูรก็ยอมเขาเมื่อต้นน้ำบอกว่า กลับบ้านเองได้
            “แล้วต้นน้ำจะกลับยังไงล่ะ จากตลาดไปที่บ้านต้นน้ำไกลจะตาย”
            “ไม่ต้องห่วงหรอก เราจะแวะไปหาแม่ด้วยน่ะ”  ดวงตากลมมองคนที่กำลังจ้องกลับมาอย่างนึกสงสัย วันนี้ท่าทางของโรมดูแปลกมาก ใบหน้าเข้มพยักยอมตกลง ก่อนที่จะเดินเคียงกันไปตรงที่จอดรถซึ่งรถมอเตอร์ไซค์ของโรมจอดอยู่
            “อยู่กับเราก่อนนะ เราขอคุยด้วยหน่อย สัปดาห์หน้าสอบคงไม่ได้คุยกัน แล้วก็ปิดเทอมต้นน้ำก็คงไม่มาคุยกับเราหรอกมั้ง” โรมพูดเมื่อรถมาจอดสนิทที่หน้าบ้านของเขา ก่อนจะคว้ามือบางเอาไว้
            “โรม” ต้นน้ำเรียกเสียงแผ่ว เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องการนั่งคุยกับโรม แต่การถูกเนื้อต้องตัว ในภาวะที่ความรู้สึกของโรมเป็นแบบนี้ มันดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไร มือเล็กค่อยๆดึงตัวเองออก  แต่โรมกลับยิ่งกระชับไว้แน่น
            “ทำไมล่ะ? แค่นี้ไม่ได้เหรอ? ตอนนี้ไม่มีทางที่ผู้ชายคนนั้นจะมาเห็นได้หรอกนะ” โรมส่งเสียงประชดประชัน ต้นน้ำถอนหายใจ
            “มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกโรม เราไม่ได้กลัวว่าพี่กูรจะมาเห็น”
            “งั้นก็รังเกียจเรา?”
            “โรม” ต้นน้ำลากเสียงยาว ไม่คิดว่า พอถึงเวลาโรมจะเป็นคนไม่มีเหตุผล ก็จะไม่มีเหตุผลได้ขนาดนี้ “โรมเป็นเพื่อนสนิทเรานะ เราไม่เคยนึกรังเกียรจโรมหรอก แต่ช่วยปล่อยมือเราก่อนเถอะ”
            “หึ” โรมปล่อยเสียงในลำคอ แต่ไม่ได้ปล่อยมือน้อยแต่อย่างใด กลับดึงต้นน้ำให้ขึ้นไปบนห้องนอนด้วยกัน
            “โรมสบายดีหรือยัง ทำไมมือเย็นขนาดนี้” ร่างเล็กถามด้วยความเป็นห่วง

            “เราสบายดี” โรมตอบสั้นๆ เมื่อมาถึงห้อง โรมเหวี่ยงต้นน้ำลงบนเตียงนอนดังโครม ต้นน้ำจุกจนร้องไม่ออก เขาทั้งตกใจและเสียใจที่เพื่อนรักทำกับตัวเองเช่นนี้ โรมตามไปคร่อมร่างบางเอาไว้ มือจับแขนบางรวบไว้เหนือหัว ส่วนขาก็เอาพาดทับขาทั้งสองไว้จนต้นน้ำดิ้นหนีไม่ได้ เขามองหน้าร่างบางในอ้อมกอด แววตานั้น ทั้งรัก ทั้งเสียใจ
            “โรมจะเสียใจที่ทำแบบนี้” ต้นน้ำพูดเมื่อรู้สึกหายจุกขึ้นมาบ้าง
            “เราเสียใจอยู่แล้วต้นน้ำ เราเสียใจอยู่แล้ว” โรมเข่นเสียง บีบข้อมือบางแน่นกว่าเดิม
            “โรม อย่าเป็นแบบนี้สิ เรื่องระหว่างเรา ยังไงก็เป็นไปไม่ได้แล้วนะ เราอยากให้โรมทำใจ เราไม่อยากเห็นโรมทุกข์แบบนี้เพราะเรา”  ร่างบางบอกเสียงหนักแน่น ทั้งๆที่เจ็บทั้งข้อมือและขาที่ถูกทับอยู่
            “เลิกห่วงเราซะทีเถอะต้นน้ำ ถ้าต้นน้ำเลิกห่วงเรา เราอาจจะดีขึ้นกว่านี้” โรมตะโกนแล้วเผลอตัวบีบข้อมือต้นน้ำอย่างแรงจนต้นน้ำเจ็บ แต่ร่างบางเพียงแค่ร้องออกมาเบาๆเท่านั้น  ทำให้โรมซึ่งตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่า “คุ้มคลั่ง” ไม่ได้รับรู้เลย
            “เราเหมาะกับต้นน้ำมากกว่า เรารู้ใจกัน เข้าใจกัน วัยเดียวกัน และเราก็รักต้นน้ำ แล้วทำไมล่ะ ทำไมล่ะต้นน้ำ ทำไมถึงเป็นเขา ทำไมถึงไม่เป็นเรา” โรมตะโกนเสียงดังขึ้นอีก  บีบแขนบางจนเล็บลงไปจิกที่เนื้ออ่อน ก่อนจะฉุดให้ต้นน้ำขึ้นมานั่ง
            “เราขอโทษนะโรม” แม้ว่าจะเจ็บแต่ต้นน้ำบอกตัวเองว่า ณ ขณะนี้ต้องมีสติให้ได้มากที่สุด “เราขอโทษ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้วจริงๆ โรมไม่คิดบ้างเหรอ ว่าถ้าเราจะเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เพื่อน เราคงเป็นไปนานแล้ว” 
            สิ้นเสียงนั้น ร่างน้อยๆก็ลอยหวือลงมากระแทกกับตู้เสื้อผ้าข้างเตียง

 

100%
ตอนหน้า ตอนจบ แล้วนะจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น