email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 12 คนสำคัญ

คำค้น : เซฟแมงป่อง ตบหลุมรัก My heart November นิยายวาย ตบจูบ ฟิวกูดรักมหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 31k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 18:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 12 คนสำคัญ
แบบอักษร

Episode 12 

คนสำคัญ 

[Playsave]  

 

 

 

ชีวิตของนิสิตนักศึกษาช่างผ่านไปไวราวกับความฝัน ตั้งแต่วันที่ผมได้ครอบครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ ความรับผิดชอบก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัวเรียกว่างานหลวงไม่ให้ขาด งานราษฎร์ไม่ให้เสีย ทั้งเรื่องการเรียนการสอบ ไหนจะต้องไปออกกองกิจกรรมทำหน้าที่เดือนมอแล้วยังต้องหาเวลามาเฝ้าเมียทุกเช้าค่ำถึงแม้ว่าการที่มาบ่อย ๆ จะทำให้แมงป่องดูไม่ค่อยแฮปปี้ก็เหอะ

 

แล้วยิ่งพักหลังมาเนี่ยไม่รู้ว่าแมงป่องกับพลังไปทำอีท่าไหนถึงได้โดนพวกโมเดลลิง ทาบทามให้ไปถ่ายโฆษณาแค่เพียงชั่วข้ามคืนพี่มันสองคนถึงกับดังเป็นพลุแตก กลายเป็นจุดสนใจของคนไปทั้งมอเฉยเลย

 

ไอ้พี่พลังน่ะผมไม่สนหรอกดูพี่มันน่าจะมีภูมิต้านทานด้านความรักมาเยอะ ใครมายังไง เข้าหาแบบไหน พี่มันสามารถปฏิเสธได้อย่างงดงามตามท้องเรื่อง ส่วนบางคนที่กร้านโลกหน่อยพี่มันก็พาเข้าวัดสวดมนต์รอบเดียวถึงกับหายหน้าตายห่าไปเลย แต่กับแมงป่องมันไม่ใช่อะ ไอ้หมอนี่มันปฏิเสธใครเป็นที่ไหนเอาแต่ยิ้มจนอดโมโหไม่ได้ทุกทีจะเข้าไปขว้างก็กลัวเขารำคาญได้แต่เก็บความชอกช้ำระกำใจเอาไว้เพียงลำพัง

 

“ฮั่นแน่!” หินมันจี้มาที่เอวผมจนถึงกับสะดุ้งตัว “วันนี้เกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาวะเซฟถึงได้มาแต่เช้าขนาดนี้”

 

“โด่...ไอ้หินมึงนี่รู้จังเพื่อนตัวเองน้อยไปซะแล้วปกติมันก็มาเช้าทุกวันแหละเพียงแต่ไปนั่งเฝ้าเจ้าของอยู่แถวคณะนู้นอะ” ไอ้เพลงมันเอ่ยปากแซวอีกคนจนผมต้องเบือนหน้าหนี

 

“ใครวะเพลง? ทำไมกูไม่เห็นเคยรู้เลยแล้วยังเรื่องคนที่มึงกำลังคบอีก” หินมันกะพริบตาถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“จะใครก็ช่างมันเถอะ ถึงเวลาพวกกูสองคนอยากบอกเมื่อไหร่มึงก็รู้เองแหละไอ้หิน แต่จะว่าไปกูก็บอกมึงไปแล้วครั้งหนึ่งนะ” มองไอ้เพลงแล้วก็แอบอิจฉา มันเล่นประกาศเปิดตัวเป็นแฟนกับพี่พรายในร้านเหล้าคืนที่ประกวดดาวเดือนเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นไอ้หินมันเมาเลยจำไม่ได้เอง

 

“ว่าแต่มึงสองคนมาทำอะไรกันแต่เช้าวะหิน...เพลง จากหอพวกมึงเดินมายี่สิบนาทีก็ถึงแล้วนี่”

 

“กูสองคนติดรถพี่พายุมาน่ะสิ พอดีพวกเด็กวิศวกรรมชีวการแพทย์มีสอบพรีเทสช่วงเช้าไง” ทำเป็นอ้างนั่นอ้างนี่สรุปคืออยากติดรถแฟนมาทุกวันก็บอกมาเหอะ

 

“พักนี้มึงจะตัวติดกับพี่พายุมากเกินไปแล้วนะไอ้หิน แล้วที่มึงไปทำงานร้านนวดกลับดึกเกือบเที่ยงคืนทุกวันพี่มันไม่ว่าอะไรเลยเหรอวะ?”

 

 

“พี่มันไม่รู้หรอกขืนรู้สิด่ากูเละแน่ พวกมึงก็รู้ว่าปากไอ้พี่พายุน่ะปากจัดอย่างกับกรรไกรเล็มหมอยหมา เผลอ ๆ ถ้ารู้ว่าลูกค้ากูส่วนใหญ่มีแต่พวกพนักงานออฟฟิศผู้ชายนะกูโดนกระทืบตายคาตีนชัวร์” คิดจริงเหรอวะไอ้หินว่าพี่มันจะไม่รู้ กูว่าพี่มันน่าจะเตรียมรวบยอดมึงทีเดียวมากกว่า

 

 

“ฮะ! คนอย่างไอ้พี่พายุมันเนี่ยนะจะไม่รู้ว่ามึงไปทำอะไรไอ้หิน พี่มันไม่ได้โง่นะโว้ยมีมึงเนี่ยแหละที่โง่จนตามพี่มันไม่ทัน” คำตอบถูกใจมากครับเพื่อนเพลง!

 

คำพูดของไอ้เพลงน่าจะไปกระตุ้นความรู้สึกอะไรบางอย่างของไอ้หินจนมันถึงกับก้มหน้าลงไปแคะเล็บตัวเอง “ก็จะให้กูพูดอะไรได้ล่ะ ในเมื่อทุกวันนี้กูกับพี่มันเป็นอะไรกันยังไม่รู้เลย ถึงกูจะรู้ว่าพี่พายุชอบกูและกูเองก็ชอบพี่มันไปแล้วแต่ของแบบนี้มันก็อยากได้ความชัดเจนบ้างรึเปล่าวะ”

 

“งั้นทำไมมึงไม่ขอเป็นแฟนพี่พายุมันก่อนเลยวะหิน”

 

“มึงถามตัวเองก่อนเถอะเซฟ มึงเนี่ยน่ะหนักกว่ากูอีกคนอย่างมึงจะกล้าขอเป็นแฟนใครก่อนไหมล่ะ?”

 

“เฮ้อ” ถึงกับถอนหายใจแล้วพาลเดตแอร์กันยกโต๊ะ

 

“สำหรับกูน่ะรอได้อยู่แล้ว ไม่ใช่พี่พายุไม่อยากขอกูเป็นแฟนหรอกนะ เพียงแต่พี่มันมีเรื่องบางอย่างที่ยังบอกกูไม่ได้ อันที่จริงกูก็รู้สึกมาพักใหญ่แล้วว่าเรื่องที่พี่มันไม่ยอมบอกน่าจะเป็นเรื่องของพี่ยู”

 

“นี่มึงยังคิดว่าพี่พายุเป็นพี่ยูอีกเหรอวะหิน?”

 

“ไม่น่าจะใช่นะเซฟถ้าพี่พายุมันเป็นพี่ยูจริง พี่มันไม่จำเป็นต้องปิดบังกูขนาดนี้ก็ได้แต่จะว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลยก็ไม่เชิง...ยังไงกูก็จะรอ รอให้พี่พายุมันพร้อมจะเล่าจากปากตัวเอง” ผมเพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่าหินมันเป็นคนเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งขนาดไหนมันรอทั้งที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้คำตอบ ในขณะที่ผมกลับไล่ตามหาความจริงเหมือนคนบ้าโดยที่ไม่ยอมเข้าใจความรู้สึกของแมงป่องเลยสักนิด

 

“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะหิน กูเชื่อว่าที่พี่พายุยังไม่เล่าให้มึงฟังเพราะพี่มันอยากปกป้องมึงและไม่อยากให้มึงต้องเสียใจมากกว่า” เพลงมันหันไปลูบหลังไอ้หินแล้วเงยหน้ามองจ้องมาที่ผมอีกคน “มึงก็เหมือนกันเซฟเลิกหาคำตอบด้วยการทำร้ายจิตใจคนที่รักมึงสักทีเหอะ”

 

“อย่าไปว่ามันสิเพลง ไอ้เซฟน่ะภายนอกอาจจะดูหยาบกระด้างแต่เนื้อในมันกลับอ่อนโยนยิ่งกว่าขนมเปียกปูนเสียอีก ถึงต่อหน้ามันจะทำเป็นโกรธเกลียดเขาคนนั้นมากแค่ไหนก็ตาม”

 

“หินนี่มึงก็มองออกด้วยเหรอว่าเป็นใคร” เพลงมันพูดถามแล้วหลิ่วตามาทางผม...มันไม่น่าจะมีใครรู้เรื่องนี้นอกจาก ไอ้เพลง พี่พลังแล้วก็คะน้านี่หว่า

 

“อือ ก็พอจะมองออกมาตั้งนานแล้วยังไงก็คนใกล้ตัวมันย่อมสังเกตเห็นได้แต่รอให้เซฟมันเป็นคนพูดเองดีกว่า ก็มีแต่มึงแหละเพลงที่กูเดาไม่ออกว่าใครแปลว่าคนที่มึงชอบไม่ค่อยสนิทกับกูเท่าไหร่ใช่ปะ” หูย! ไอ้หินมันเก่งวุ้ยไปเป็นนักสืบน่าจะรุ่งเสียอย่างเดียวคือมันไม่เสือกเรื่องใครเลยนี่ล่ะ

 

“เออก็ตามนั้น ว่าแต่บ่ายนี้พวกมึงไม่มีเรียนกันใช่ไหม? แล้ววันศุกร์แบบนี้ไอ้หินก็ไม่ต้องไปทำงานพิเศษด้วยงั้นตอนเที่ยงพวกมึงไปในเมืองกับกูหน่อยสิ ตั้งแต่มากรุงเทพก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเลยพอดีกูต้องไปหาหนังสือมาอ่านก่อนสอบอาทิตย์หน้าอะ”

 

“เอาสิยังไงก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”

 

เราสามคนนั่งแท็กซี่มาลงบริเวณห้างหรูแถวคลองสาน เพราะไอ้หินเองมันก็อยากมาถ่ายรูปแม่น้ำเจ้าพระยาแถบนี้เหมือนกัน อีกอย่างก็ถือโอกาสหามุมภาพสวย ๆ กลับไปเขียนดรออิ้งส่งอาจารย์ด้วยเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ชั้น G ของห้างนี้มันทำได้เก๋ไก๋ยิ่งนัก ร้านรวงภายในจัดแต่งเป็นสไตล์ตลาดน้ำและที่ไอ้หินดูจะเป็นปลื้มมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นพวกร้านอาหารและขนมญี่ปุ่นต้นตำรับแบบราคาแพงหูฉี่จนมันได้แต่เบะปากกลืนน้ำลาย

 

“เดี๋ยวขากลับค่อยแวะลงมาซื้ออีกทีก็ได้ไอ้หิน อยากกินอะไรก็ซื้อกลับไปเลยถือว่ากูเลี้ยงที่มึงค่อยดูแลซักผ้ารีดผ้าให้ตั้งหลายเดือน” จะว่าไปผมก็ยังไม่ได้ตอบแทนมันเรื่องนี้เลย เงินรางวัลที่ได้จากการประกวดก็ยังไม่ได้ใช้สักบาท แล้วอีกอย่างผมเองก็ไม่ค่อยได้ใช้เงินสักเท่าไหร่ค่าอยู่หอรวมต่อเดือนก็แค่พันกว่าบาท ยิ่งเรื่องอยู่เรื่องกินยิ่งง่ายใหญ่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง 25 บาทก็อิ่มท้องไปทั้งวันแล้ว

 

ก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนประหยัดอะไรหรอกนะ แค่เฉย ๆ ก็เรื่องพวกนี้ที่สำคัญจะให้ค่าซักผ้ารีดผ้าไอ้หินมันก็ไม่ยอมรับเงินผมก็คงมีแต่วิธีนี้ทีพอจะตอบแทนน้ำใจของมันได้บ้าง

 

“งั้นแวะไปกินข้าวชั้นบนกันไหมพวกมึง กูเห็นรีวิวร้านอาหารบนชั้น 6 ที่นี่อย่างหรูเลยว่ะมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย” พูดแบบนี้ไม่ต้องคาดเดาหน้าไอ้หินเลย มันเป็นพวกเสียดายเงินกับการกินของราคาแพงจนหลายครั้งมันเลือกปฏิเสธความชอบของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย “เฮ้ย อย่าทำหน้าเหม็นบูดอย่างนั้นสิวะ นี่มึงมากับป๋าเพลงนะเว้ยไอ้หิน อีกอย่างมันก็ไม่ได้ราคาเวอร์จนกินไม่ได้สักหน่อยไม่ต่างกับร้านแถวมอหรอกน่า”

 

“จริงอะ?”

 

“เออ...มึงนี่ก็คิดเล็กคิดน้อยจริง บอกจะเลี้ยงก็เลี้ยงสิไม่ใช่ว่าออกมากินทุกวันเปล่าวะ” ไอ้เพลงมันเก่งแฮะหาวิธีตะล่อมหินได้ตลอด สุดท้ายมันก็เดินยิ้มหน้าแป้นตามมาจนได้

 

จะบอกว่าเราสามคนดูโดดเด่นในสายตาคนทั่วไปก็คงไม่ผิด ถึงผมกับเพลงจะครองตำแหน่งเดือนคณะแต่ไอ้หินมันก็ใช่ย่อยที่ไหนถึงจะตัวเล็กกว่าพวกผมสองคนเยอะแต่หน้ามันอย่างหวาน แล้วยังท่าทางโก๊ะ ๆ ที่มันชอบแสดงออกมานั่นอีก

 

“เอางี้นะมึงสองคนเข้าไปรอในร้านก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูแวะไปดูหนังสือแป๊บหนึ่ง”

 

“กูไปด้วยเพลงกูจะไปเข้าห้องน้ำพอดี” หินมันหันมามองผมหลังจากบอกไอ้เพลงแล้ว “เซฟเข้าไปนั่งรอก่อนก็ได้นะ ฝากช่วยเลือกมุมสวย ๆ ให้ทีละกัน” หินมันชี้ผ่านกระจกใสไปยังโต๊ะโซฟาติดด้านนอกชานระเบียงแบบเปิดโล่ง

 

“ร้อนนะมึง แดดตอนนี้ไม่ไหวมั้งนั่งในร่มดีกว่าเอาไว้จะถ่ายรูปค่อยเดินออกไปก็ได้”

 

“เออจริงงั้นมึงเลือกมาเลยเซฟ”

 

หลังจากแยกกันพนักงานก็พาผมมานั่งโต๊ะด้านนอกที่พอจะมีมุมร่มรื่นอยู่บ้าง ในขณะที่รอสองคนนั้นก็เปิดดูเมนูไปพลาง ๆ

 

“มึงจะเอาแบบนี้จริงเหรอแมงป่อง? สิ่งที่กำลังทำมันอาจจะได้ไม่คุ้มเสียนะ”

 

...!

 

สะ...เสียงไอ้พี่พลังดังขึ้นจากด้านข้างโดยมีเพียงต้นชาฮกเกี้ยนเป็นแนวยาวกั้นกลางระหว่างเราทั้งสองโต๊ะ

 

“กูอยากให้เรื่องมันจบพลัง ยังไงสักวันหนึ่งพวกมันก็ต้องเอาคลิปนี้มารีดไถครอบครัวกูอยู่ดี...อย่างน้อยให้มันมาเอามาให้กูก็ยังดีกว่าที่มันเอาคลิปนี้ไปเรียกเงินกับไอ้เซฟหรือปู่”

 

“แต่นี่มันเงินที่มึงทำงานหามาได้เองนะโว้ย ทำไมต้องทุ่มเทเพื่อไอ้เด็กบ้านั่นขนาดนั้นด้วยวะ”

 

“ไม่ใช่แค่เพื่อเซฟอย่างเดียวนะพลัง ที่กูยอมเรื่องนี้ก็เพื่อน้องสกอร์ เพื่อพี่มังกร และก็เพื่อแซนด้วย”

 

“เพื่อแซน? กูไม่เห็นจะเข้าใจเลยทั้งที่พวกนั้นมันร่วมมือกันหลอกดูดเงินครอบครัวมึงมาตั้งหลายปีมึงจะยังไปเห็นใจยัยนั่นอีกทำไมวะ” คำพูดของพลังทำให้ผมกำหมัดแน่นอย่างลืมตัว

 

“พลังถ้ามึงได้ลองรักใครสักคนแล้วมึงจะรู้ว่าเหตุผลและความถูกต้องมันไม่ได้สำคัญอะไรเลย แล้วก็อย่างที่กูบอกเอาไว้ ว่ากูไม่ได้ทำเพื่อเซฟคนเดียว ถ้าคลิปนี้แพร่งพรายออกไปคนที่จะมีปมด้อยมากที่สุดก็คือน้องสกอร์ อีกอย่างการมีคลิปต้นฉบับจะทำให้เราถือไพ่เหนือกว่าหากต้องมีการฟ้องร้อง”

 

นิ้วมือมันล้วงหยิบมือถือขึ้นมากดเองโดยไม่รู้ตัว รีบไลน์ไปหาไอ้หินเพื่อให้มันช่วยแวะซื้ออุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็น ตอนนี้ผมจำเป็นต้องถ่วงเวลาพวกนั้นให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จัดการเปิดระบบบันทึกเสียงแล้วสอดเข้าไปใต้แนวต้นชา

 

“นั่นใช่ไหม? เพื่อนเก่ามึง”

 

ผมมองลอดผ่านรูเล็ก ๆ ในแนวต้นไม้มองคนที่กำลังเดินมาที่โต๊ะของทั้งคู่ ถ้าจำไม่ผิดชายคนนี้น่าจะเคยอยู่ห้องเดียวกับแมงป่องสมัยมัธยมปลายและยังเป็นคนที่เคยแกล้งผมในตอนนั้นด้วย

 

“ว่าไงแมงป่องไม่ได้เจอกันตั้งนานยังสบายดีอยู่รึเปล่า”

 

“อย่ามัวแต่เสียเวลาเลย มึงรีบเข้าเรื่องเลยดีกว่า” น้ำเสียงพี่พลังดูไม่ค่อยพอใจกับคนตรงหน้าสักเท่าไหร่

 

“กูขอดูคลิปก่อนโก้ ว่ามันคุ้มค่ากับราคาที่มึงเรียกมารึเปล่า...พลังมึงช่วยเปิดคอมให้กูหน่อย”

 

“คุ้มสิวะ! ก็อย่างที่กูตัดคลิปไปให้มึงดูนิดหน่อยนั่นแหละแมงป่อง...กูเองก็ต้องขอโทษมึงนะแมงป่องที่จริงเรื่องคลิปนี่ กูไม่ได้ตั้งใจจะเอามาเพื่อขายมึงหรอกแต่นังผู้หญิงสารเลวนั่นมันหลอกกู หลอกให้กูร่วมมือเพื่อทำลายครอบครัวมึง แล้วสุดท้ายมันก็หักหลังกูเอาทุกอย่างที่กูมีหนีหายไปจนกูเองก็ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”

 

“ไม่เป็นไรโก้กูไม่คิดว่ามึงเป็นเพื่อนตั้งแต่ที่มึงลงมือทำเรื่องนี้แล้ว”

 

“เอามา!” พลังยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อขออะไรบางอย่าง...โก้ล้วงหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อมันเป็นแฟลชไดรฟ์ตัวหนึ่ง (USB flash drive)

 

ทั้งแมงป่องและพลังกดเข้าไปยังคลิปนั้นอย่างรวดเร็ว เสียงจากคลิปดังลอดออกมาจนแม้แต่ผมก็ยังได้ยิน เป็นหน้าของโก้ที่กำลังตั้งกล้องเอาไว้ด้านหลังก็มีเตียงนอนขนาดใหญ่ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นโรงแรมหรือม่านรูดสักแห่งในตัวอำเภอ

 

“มึงจำเป็นต้องทำขนาดนี้เลยเหรอวะแซน?” เสียงของโก้ดังเข้ามาในกล้อง

 

“จะมัวมาปอดแหกอะไรตอนนี้โก้ ในเมื่อแกเองก็อยากได้เงินไปใช้หนี้พนันบอลไม่ใช่รึไง...นอกจากแกจะได้เงินยังได้เห็นของเราหมดทั้งตัวด้วยนะ”

 

“แต่เรื่องนี้ถ้าแมงป่องมันรู้มันจะต้องโกรธพวกเราสองคนมากแน่”

 

“ก็แล้วยังไงล่ะ ในเมื่อแมงป่องมันตั้งใจจะหักหน้าเรากับคนทั้งโรงเรียน แซนก็แค่อยากจะมอบบทเรียนเล็กน้อยให้แมงป่องได้จดจำเราไปตราบนานแสนนาน” ผมไม่สามารถละสายตาจากภาพและเสียงที่เห็นได้เลย ทั้งที่รู้แล้วว่าแซนกำลังจะทำอะไรต่อจากนี้ เธอเริ่มหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาถือเอาไว้ “โก้แกเองก็รีบไปพาพี่มังกรเข้ามาในห้องเถอะ”

 

แซนเริ่มถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นเหลือเพียงชุดชั้นในก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวขึ้นมาพันไว้รอบตัว ในขณะที่โก้ก็เริ่มหิ้วพี่มังกรเข้ามาในห้องทิ้งเอาไว้บนเตียงแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าออกจนเกือบหมด มีแต่เพียงเสียงครางดังออกมาจากปากคนไม่ได้สติ

 

“นี่มึงผสมอะไรให้พี่เขากินวะ”

 

“ก็หลายอย่างทั้งเหล้า ยาปลุกเซ็กส์แล้วก็ทิงเจอร์ขาว พวกพี่ที่รู้จักเขาทำงานบาร์แถวพัทยาจัดหามาให้น่ะ ทีแรกเราก็ตั้งใจจะเอาไว้ใช้กับแมงป่องแต่มันก็ไม่ยอมกินของที่เราส่งให้แม้แต่น้อย” ในภาพเธอเริ่มถอดชั้นในออกมาจนหมด

 

เธอเริ่มคลานขึ้นไปบนเตียงถอดกางเกงของพี่มังกรออกจนหมด ใช้ปากครอบลงไปที่ท่อนแข็งจนมันลุกชูชันขึ้นตามธรรมชาติของผู้ชาย จากนั้นเธอเองก็ขึ้นไปทับบนตัวชายหนุ่มพรมจูบลูบไล้ไปทั่วร่างกายก่อนที่จะสอดใส่เข้าไปในช่องสังวาสจนแม้แต่แมงป่องยังต้องรีบกดปิดคลิปเบือนหน้าหนีในขณะที่ผมกลับชาไปหมดทั้งตัว

 

“มึงไม่ต้องกลัวนะแมงป่องคลิปนี้คือตัวฉบับเต็มที่กูถ่ายเอาไว้ กูไม่เคยคิดจะเอาให้ใครดูหรอกเพราะมันเองก็เป็นหลักฐานมัดตัวกูได้เหมือนกัน ตอนนั้นกูคิดแค่ว่าจะเก็บไว้เพื่อแบล็กเมลขอเงินพี่มังกรเพื่อมาใช้หนี้ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้”

 

“...”

 

“กูไม่ได้วางแผนให้มันเป็นแบบนี้นะแมงป่อง กูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแซนตั้งใจปล่อยให้ตัวเองท้องจนกูมารู้ว่ามันเรียกค่าเสียหายไปหลายแสนจากบ้านมึงและบังคับให้มึงเซ็นรับรองบุตร มาตอนนี้กูเข้าใจแล้วว่าทำไมแซนถึงทำแบบนั้น”

 

“มึงจะเข้าใจอะไรวะ?” แมงป่องถึงกับยึดร่างของพลังที่เตรียมตัวจะกระโดดต่อยคนตรงหน้าอยู่แล้ว

 

“เข้าใจว่าแซนมันรักมึงไงแมงป่อง มันอยากครอบครองมึงเอาไว้คนเดียวยิ่งมึงไม่สนใจมันมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งคลั่ง แมงป่องมึงเองก็รู้ใช่ไหมว่าแซนมันเกลียดน้องชายตัวเองขนาดไหน”

 

คนที่ชื่อโก้หยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋ายื่นให้แมงป่องผมเองก็มองไม่ชัดว่าเป็นภาพอะไร

 

“พวกกูทุกคนรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่ามึงพยายามปกป้องเด็กคนนี้มาตลอด นั่นล่ะคือต้นตอของเรื่องทั้งหมดยิ่งมึงมีใจให้น้องเขา แซนมันก็ยิ่งเกลียดไอ้เด็กนั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ กูเคยถามว่าทำไมต้องเกลียดน้องชายขนาดนั้นมึงรู้ไหมว่าแซนตอบว่าอะไร”

 

แมงป่องถึงกับมองหน้าพี่พลังแล้วส่ายหัวออกมา

 

“เด็กที่ชื่อเซฟอะไรนั่นมันแย่งทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของแซนไง ทั้งเรื่องของปู่ เรื่องเงินชดเชยจากอุบัติเหตุหลายล้านบาท เรื่องของตัวมึงและที่สำคัญที่สุดคือวันที่พ่อแม่กับย่าตาย แซนก็เอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของน้องชาย”

 

“ไอ้เซฟมันผิดอะไรวะ”

 

“เท่าที่กูจำได้เหมือนแซนเคยพูดว่าตอนเซฟมันเด็ก ๆ จะป่วยบ่อยและวันที่เกิดอุบัติเหตุก็คือว่าที่พวกเขาไปเอายาที่คลินิกไง” คำพูดของโก้มันทำให้หัวใจผมเหมือนกับจะหยุดเต้นลงเสียดื้อ ๆ หรือเป็นเพราะผมเองที่ทำให้พ่อแม่กับคุณย่าต้องตายไปจริง ๆ

 

“ในเมื่อมึงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว มึงก็จัดการต่อเอาเองนะ มึงจะเอาคลิปนี้ไปให้ตำรวจหรือจะเอาไว้เป็นพยานในชั้นศาลก็ตามใจมึงเพราะพรุ่งนี้กูก็จะไปจากที่นี่แล้ว”

 

“มึงจะไปไหนโก้...”

 

“กูจะไปอยู่กับป้าแล้วไปเรียนต่อที่ฟิลิปปินส์ สองสามเดือนมานี่มีโจรขึ้นมางัดบ้านกูหลายครั้งโดยที่ไม่ได้ขโมยอะไรไปเลยมึงคิดว่าเป็นฝีมือใครกันล่ะ และเพื่อความปลอดภัยกูเลยจำเป็นต้องไปตอนนี้กูต้องการเงินสักก้อนเอาไว้สำรองในยามฉุกเฉินหวังว่ามึงคงเข้าใจกูนะ”

 

แมงป่องล้วงหยิบซองจากกระเป๋าขึ้นมาส่งให้ชายด้านหน้า

 

“เงินหกหมื่นตามที่มึงขอเอาไว้ หวังว่าชาตินี้เราคงไม่ต้องกลับมาพบเจอกันอีก” โก้หยิบซองนั้นขึ้นมากำเอาไว้ด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

 

“ถ้าวันหนึ่งกูมีเงินเมื่อไหร่ กูจะรีบเอามาใช้คืนถึงมึงจะโกรธเกลียดจนไม่อยากคบกูเป็นเพื่อนอีกแล้วก็ไม่เป็นไร แต่กูจะไม่มีวันลืมเลยว่ามึงคือเพื่อนที่ดีที่สุดของกูคนหนึ่ง”

 

ชายที่ชื่อโก้ลุกขึ้นแล้วเดินจากไป สองคนนั่งเงียบอยู่พักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“มึงอัดทุกอย่างเอาไว้แล้วใช่ไหมพลัง?”

 

“โห...ดูด้วยครับว่านี่ใครผึ้งอรุณสุดหล่อ แสนดี และมีกระปุกเกียร์ยาวที่สุดในโลกนะโว้ย ไม่มีพลาดอยู่แล้ว” เออ อวยตัวเองก็เป็นด้วย อยู่ ๆ ไอ้พี่พลังมันก็หันหลังกลับมาที่แนวรั้วต้นชาหยิบกล้องขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ แล้วสายตาผมก็พี่มันป๊ะกันพอดีอย่างลงตัวผ่านช่องไม้เล็ก ๆ “เอ๊ะ!”

 

ไอ้เหี้ย! พี่มันเห็นผมจนต้องรีบแนบตัวนอนไปตามเบาะอย่างเร็วรี่

 

“มีอะไรวะ?”

 

“อ้อ เปล่าหรอกตะกี้กูนึกว่าเห็นเห็บหมาน่ะ” ฮือ...ด่าเจ็บกว่าไอ้พี่พายุอีก “ว่าแต่มึงเถอะจะเอาไงต่อแมงป่องจะเล่าเรื่องนี้กับไอ้เซฟไหม?” โฮล่กกก พี่พลังมันเห็นผมจริงด้วยเน้นชื่อออกมาชัดถ้อยชัดคำเชียว

 

“บอกมันไม่ได้เด็ดขาดพลัง กูไม่อยากให้มันคิดมาก” ค่อย ๆ เงยหน้าผ่านแนวไม้อีกครั้งไอ้พี่พลังมันกำลังนั่งเท้าคางเหล่มาทางผมแล้วยักคิ้วให้ด้วย

 

“จะรักมันก็ให้มีลิมิตบ้างเถอะว่ะ พยายามช่วยมันแต่ดันเสือกทำร้ายตัวเองกูว่ามันไม่ฉลาดสักนิด ไอ้เซฟมันจะรู้ไหมน้าว่ามึงเนี่ยดีแสนดีขนาดไหน” หงุดหงิดตรงที่ตอบอะไรไม่ได้เนี่ยแหละโว้ย!

 

“กูบอกมึงไปแล้วไง...ถ้ามึงได้ลองรักใครสักคนมึงจะทำทุกอย่างเพื่อเขาได้ทุกอย่าง”

 

“โศรยาเกิ๊นนน เสียตัวไปแค่คืนเดียวก็เทใจไปให้มันหมดหวังว่าพระเอกในละครของมึงจะมองเห็นความดีเข้าสักวันละกัน”

 

“สัด!”

 

“เบาได้เบานี่เพื่อนรักมึงเอง...ตกลงจะกินอะไรเปล่าวะกูแดกน้ำเปล่าจนจะอิ่มแล้วเนี่ย”

 

“งั้นมึงสั่งมาเลยอะไรก็ได้กูขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

 

ได้แต่มองแผ่นหลังแมงป่องเดินลุกออกจากร้านไปอีกคน คราวนี้ไอพี่พลังมันลุกขึ้นยืนเต็มความสูงชะโงกหัวข้ามมามองผมเลย

 

“บังเอิญเนอะมึงเนี่ย คงไม่ได้มาคนเดียวสิท่ารีบย้ายก้นข้ามมานั่งฝั่งนี้เลยเกิดไอ้แมงป่องกลับมามันจะได้ไม่รู้ว่ามึงแอบฟังมันหมดแล้ว” ไร้ทางเลือกแล้วจริง ๆ เพราะถ้าหินกับเพลงมาถึงแมงป่องก็ต้องเห็นอยู่ดี ได้แต่ย้ายโต๊ะมานั่งอีกฝั่งตามคำบัญชา

 

“จะว่าไปดวงมึงก็สมพงศ์กับแมงป่องเหลือเกินขนาดมาถึงนี่ยังตามมาเจอกันอีก ในเมื่อมึงได้ยินเรื่องทั้งแล้วมึงก็ตัดสินใจเอาเองละกันว่าจะทำยังไงต่อ” ในหัวตอนนี้มึนเบลอไปหมดเรื่องที่อยากรู้ก็ได้รู้จนหมดสิ้นแต่ผมกลับไม่สามารถจัดการความจริงที่เพิ่งถาโถมเข้ามาได้แม้แต่น้อย

 

“ผมควรทำยังไงดีวะพี่” ได้แต่ขยุ้มมือไปที่เส้นผมของตัวเอง

 

“มึงก็ต้องยอมรับความจริงให้ได้เซฟ ถ้ามึงคิดว่าไม่โกรธพี่สาวตัวเองก็ต้องปล่อยอดีตทิ้งไปซะอะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ช่างมัน หน้าที่ของมึงตอนนี้คือดูแลแมงป่อง ดูแลปู่ ดูแลหลานให้ดีก็แค่นั้น”

 

“แต่ถ้าวันหนึ่งสกอร์มันรู้เรื่องทั้งหมดล่ะ?”

 

“โตขึ้นเด็กมันก็รู้เองแหละว่าความจริงคืออะไร ดูอย่างแมงป่องสิพ่อแม่มันหล่อหลอมเลี้ยงดูลูกให้ประเสริฐได้ขนาดนั้นเรื่องหลานมึงยิ่งไม่ต้องห่วง เชื่อเถอะว่าบ้านนั้นน่ะเลี้ยงเด็กได้ดีกว่ามึงซะอีก” แค่คำพูดไม่กี่คำกลับทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างน่าประหลาด นี่อาจจะเป็นความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งของไอ้พี่พลังก็ได้ เวลาคุยกับพี่มันแล้วเหมือนคุยกับพ่อมั้ง

 

ให้ทั้งคำปรึกษาและก็ให้ทั้งบทเรียนในเวลาเดียวกัน

 

“อ้าว! พี่พลังมาอยู่ที่นี่ได้ไงครับเนี่ย” เพลงมันยกมือไหว้เอ่ยทักออกมาเสียงดังจนผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง

 

“พี่แวะมาซื้อของกับแมงป่องน่ะเลยเดินขึ้นมาหาอะไรกินกันก่อน”

 

“เพลงแล้วไอ้หินล่ะ?”

 

“มันรอเอาชานมไต้หวันอยู่ด้านหน้านี่แหละ คิวมันเยอะเลยบอกให้กูเข้ามาก่อนเพราะกลัวมึงรอนาน”

 

หลังจากสั่งอาหารกันเสร็จไอ้หินก็เดินควงแขนพี่แมงป่องเข้ามาแบบหน้าชื่นตาบาน

 

“เซฟ~~~มึงดูสิว่ากูเจอใคร” เสียงสูงไปอีกไอ้เพื่อนเวร! “หูยยยย แล้วนี่ใครอะเผลอแป๊บเดียวพวกมึงไปคว้าหนุ่มหล่อขนาดนี้มาจากไหนวะ เดี๋ยวนะหน้าพี่เขาคุ้น ๆ เหมือนกูเพิ่งเคยเห็นในโฆษณาเลยอะ”

 

ป๊าบ! ทั้งผมทั้งเพลงถึงกับตบไปบนหัวไอ้หินพร้อมกันท่ามกลางเสียงหัวเราะของพวกพี่มันสองคน

 

“หินคนนี้เพื่อนพี่เอง...พี่พลังเป็นรองประธานชมรมถ่ายรูปที่เราบ่นว่าอยากเจอนักเจอหนาไง” หินมันถึงกับเอ๋อแดกยกมือไหว้แบบเกร็ง ๆ

 

“อ้อ น้องหินดาวดังของชมรมเรานี่เองได้เจอตัวจริงน่ารักกว่าที่เห็นในรูปตั้งเยอะ นี่ถ้าไอ้พายุมันรู้ว่ากูกับน้องมานั่งกินข้าวด้วยกันมันต้ององค์ลงแน่เลยวะ” รู้อยู่แล้วก็ยังไปหยอกมันอีก หินมันยิ่งกลัวพี่พายุมันคิดมากด้วย ตอนนี้ก็นั่งแบบก้นไม่ติดเก้าอี้เหมือนคนเป็นริดสีดวงเชียว “เฮ้ย พี่ล้อเล่นน่าเรื่องที่เราเจอกันวันนี้ก็เก็บเป็นความลับก็ได้ขืนไอ้พายุรู้ว่าเราเจอกันมันต้องตามมาแหกอกพี่แน่”

 

“ถึงพี่พายุจะขี้หึงแต่ไม่ใช่คนงี่เง่าสักหน่อย”

 

“น้อยไปสิหิน พี่พลังเนี่ยมันเกิดมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับพายุเลยนะลองมาเห็นเราอยู่ด้วยกันแบบนี้ได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟชัวร์” คำตอบของแมงป่องทำให้เพื่อนสนิทตัวเล็กถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

 

“เอาน่าอย่าคิดมาก ทุกคนไม่พูดพายุมันไม่รู้หรอกอีกอย่างในฐานะรองหัวหน้าชมรมพี่เลี้ยงพวกมึงเองอยากกินอะไรก็สั่งเลยไม่ต้องเกรงใจ” พี่พลังยื่นเมนูส่งให้สองคนที่เพิ่งเดินเข้ามา “แล้วไม่ต้องกังวลนะน้องหินอยู่ในมอพี่จะแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเอ็งละกันจะได้ไม่มีปัญหาทีหลัง”

 

เพลงมันลุกขึ้นยืนแล้วกดตามองมาที่ผม “เซฟมึงลุกไปนั่งข้างพี่แมงป่องเลยกูจะนั่งกับไอ้หิน” เสือกทำงานดีไปอีกชงเก่งจนน่าถีบแต่ก็เอาวะอยากนั่งข้างเขาอยู่แล้วยิ่งได้รู้ว่าแมงป่องพยายามทำทุกอย่างเพื่อผมมาตลอดแบบนี้จะไม่ให้ยิ่งรักได้ไงอะ

 

แมงป่องกวาดตามองเมนูพลิกไปพลิกมาอยู่พักใหญ่ในขณะที่พนักงานก็มายืนรอจดออร์เดอร์ตั้งนานแล้ว “เอาซี่โครงหมูอบน้ำผึ้ง สลัดอโวคาโด และเครื่องดื่มเป็นน้ำอัญชันมะนาวครับ”

 

“มึงสั่งไปแล้วไม่ใช่เหรอวะไอ้เซฟ”

 

“อืม อันนี้กูสั่งให้แมงป่องไง” ทุกคนถึงกับเงยหน้ามองมาที่ผมคนเดียวพร้อมกับฝืนพยายามหุบยิ้มที่มุมปากสุดกำลัง ส่วนแมงป่องกลับนั่งนิ่งเงียบไปเสียดื้อ ๆ

 

“พี่พลังกูขอสั่งขนมด้วยได้รึเปล่า?”

 

“เอาสิมึงอยากกินอะไรก็จัดเลย แล้วไม่ต้องฝืนพูดเพราะ ๆ กับพี่ก็ได้หิน เห็นเวลามึงคุยกับเพื่อน พี่ก็พอจะรู้แล้วว่าสไตล์มึงเป็นยังไง” โอ้โหจะสังเกตคนเก่งไปไหนวะถึงขนาดมองปราดเดียวรู้นิสัยเลย

 

“หูยใจดีอะ มีงานอะไรในชมรมสั่งกูได้ตลอดนะ พร้อมรับใช้มากบ่องตง” หินมันรีบพลิกดูเมนูแล้วพึมพำออกมา “เอาอะไรดีน้า”

 

“ไอศกรีมนมสดใส่รวงผึ้งสิ! เมื่อก่อนมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่กูชอบเคยทำให้กิน” เอื้อมมือเอานิ้วก้อยไปเกี่ยวมือแมงป่องใต้โต๊ะ ถึงเขาจะไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองผมมากกว่านั้น

 

“เออ จริงสิเดี๋ยวขากลับพวกมึงสามคนจะกลับมหา’ลัยพร้อมพี่เลยไหม? หลังกินเสร็จแล้วแมงป่องมันต้องกลับบ้านที่ระยอง”

 

“รบกวนด้วยนะครับพี่พลัง”

 

“สบายมากเพลง พวกมึงสองคนก็เหมือนเป็นน้องกูแหละ คนหนึ่งก็แฟนพายุ อีกคนก็น้องรหัสพายุ ดี ๆ กูจะได้หาเรื่องแกล้งพายุให้อกแตกตายไปเลย” โคตรโรคจิต!

 

“ผมจะกลับบ้านพร้อมแมงป่องมีเรื่องที่ต้องรีบไปจัดการพอดี”

 

“...เขาไม่ได้ชวนก็เสนอตัวไปเองงี้” เพลงมันเงยหน้า 45 องศาพูดลอย ๆ เสมองไปทางอื่น

 

“...ต้องเป็นคนมั่นหน้าขนาดไหนวะถึงจะตามไปโดยที่ยังไม่ได้ขอเจ้าตัวเขา” หินมันพูดพึมพำพร้อมกับยกชานมไข่มุกขึ้นมาดูด

 

“...ซี่โครงหมูคืออาหารหลัก กินตับคืออาหารโปรด” โครม! ตีนแมงป่องถีบไปที่เท้าพี่พลังในทันที

 

หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยผมกับแมงป่องก็ขอตัวแยกย้ายกันก่อน ในขณะเดินลงมาที่ลานจอดรถเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรเลยสักคำ อันที่จริงวันนี้ตั้งแต่ที่เจอหน้ากันเรียกว่าไม่คุยกับผมเลยดีกว่า

 

ได้แต่เดินจับมือกันเงียบ ๆ กลับมายังรถที่จอดอยู่เท่านั้น

 

บางทีผมก็รู้สึกขอบคุณแซนกับเรื่องทั้งหมดที่เธอทำ...เพราะถ้าไม่มีเธอในตอนนั้น ผมก็คงยังไม่มีโอกาสเจอคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่างตอนนี้ 

ความคิดเห็น