'พงพี' ขอบคุณทุกคนมากเลยนะครับ ตอนนี้ "เกล็ดมณี" ดำเนินเรื่องมาไกลมากเลย ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัว แล้วอยู่ด้วยกันนานๆ นะครับ ;]

11. สร้อยพระศอ (1/2)

ชื่อตอน : 11. สร้อยพระศอ (1/2)

คำค้น : #ธัญล่าฝันซีซั่น3 #ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์ #นาค #นาคี #นาคา #ครุฑ #นิยายรัก #นิยาย

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 801

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
11. สร้อยพระศอ (1/2)
แบบอักษร

11. 

สร้อยพระศอ 

 

“จงอย่าฝืนโชคชะตาเลยลูกเอ๋ย” สุรเสียงพิเราะสะท้อนมิต่างจากระฆังกังวาล 

ภายในเบื้องลึกของสระบัวลึกลับ เกล็ดมณีนั่งสมาธิภายใต้ความเงียบสงบ โดยมีกระแสทิพย์แห่งพระแม่ลักษมีเทวีชี้นำทาง บัดนี้ภวังค์ที่นางกำลังก้าวเข้าไปนั้นสงบเงียบมิต่างจากห้วงกาลเวลาหยุดดำเนิน ความมืดมนที่เคยเกรงกลัวกลับทำให้จิตใจสุขสงบไปในที่สุด เมื่อวางแล้วซึ่งทุกสรรพสิ่งโดยรอบ นาคีจึงค่อยเห็นแสงสว่างเรืองรองขยับใกล้เข้ามามิต่างจากว่าร่างกายของตนกำลังตกจากที่สูงเสียดฟ้า 

ภาพนิมิตมายา... 

นางรู้ได้โดยนัยว่าสิ่งนั้นคือโชคชะตาที่ถูกกล่าวอ้าง ภาพของบุรุษที่นางรักกำลังนอนแน่นิ่ง ใบหน้าเลอลักษณ์เปื้อนไปด้วยคราบเลือดและหยาดน้ำตา เขาจับจ้องมายังนางที่อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อม หากแต่เขานั้นกลับหมดลมหายใจไปต่อหน้านางโดยที่นางช่วยสิ่งใดมิได้ เหล่านาคต่างส่งเสียงร่ำไห้ดังระงม ก่อนเกิดสายอัสนีฟาดผ่า พลันบังเกิดกระแสพายุแห่งพิรุณหยาดกระหน่ำ 

อนิลจักต้องตายเช่นนั้นหรือ... 

ภาพเหล่านั้นมลายหายไปในบัดดล ปรากฏเป็นภาพของดอกบัวสุวรรณพรรณรายดอกหนึ่งที่ภายในนั้นว่างเปล่า เกล็ดมณีชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าควรทำอย่างไรกับมัน แต่เมื่อจิตใต้สำนึกสั่งการ ภายในห้วงแห่งกระแสจิตที่อยู่ในภวังค์ นางเอื้อมมือไปแตะมันแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้ดอกบัวผลิบานและขยายใหญ่ขึ้น รอบกายนางพลันรู้สึกอบอุ่นจนเหมือนกับถูกโอบอุ้มโดยบางอย่างไว้ภายใน 

“จงจำไว้ลูกเอ๋ย...” น้ำเสียงนั้นยังดังมิหยุด เกล็ดมณีหลับตาพริ้มเผยยิ้มละไมทั้งที่น้ำตาหยาดริน มิต่างจากภาคภูมิในสิ่งที่ได้ยินจากสถานที่อันไกลโพ้นแต่ก็เศร้าโศกในเวลาเดียวกัน “ไม่ว่าจักเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจักอยู่กับเจ้าเสมอ” 

ยามเมื่อสุรเสียงที่เจือความห่วงยาสิ้นสุดลง เกล็ดมณีลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน หากแต่การสนทนาที่ดังอยู่เบื้องบนวิมานก็ทำให้นางได้ยินชัดเจน แม้จะหยั่งรู้ว่าธารทิพย์หมายมิให้ผู้ที่มาเยือนต้องรบกวนนางจากห้วงสมาธิ แต่ดูเหมือนว่าห้วงสมาธินั้น จักมีพระแม่ลักษมีเทวีเป็นผู้ชักนำ เพื่อบอกบางอย่างกับนาง และนางก็รับรู้แล้วว่าคือสิ่งใด 

“อนาคตอันใกล้นี้นี่เองหรือพระแม่...” คำถามนั้นไร้สิ้นซึ่งการตอบกลับ ความเงียบงันมิต่างจากคำตอบของคำถามที่นางเอื้อนเอ่ยทั้งที่รู้คำตอบนั้นอยู่ก่อนแล้ว ถึงแม้จะดึงดันที่จะทำเป็นเหมือนกับว่านั่นคือฝันร้าย ถึงแม้จะอยากฟูมฟายเพียงใด หากแต่สติที่มีก็ทำให้นางรับรู้ได้ว่ามันเป็นสิ่งที่มิอาจเลี่ยง “ข้าจักต้องยอมรับในสิ่งที่ท่านได้บอกกล่าวใช่หรือไม่” 

ถึงแม้จะอยากฝากคำถามไปกับสายลมเย็น แต่พระพายก็มิยอมหอบเอาคำพูดเหล่านั้นส่งไปให้ถึงปลายทาง เกล็ดมณียกมือขึ้นกุมหน้าอกที่เต้นเร่า มิต่างจากมันกำลังสั่นเทิ้มปล่อยหยาดน้ำตาร่ำไห้กำสรดทดแทนนางที่พยายามเข้มแข็ง ถึงแม้ร่างกายนี้จะนิ่งงันเพราะกำลังพิเคราะห์ถึงสิ่งที่ได้เห็น แต่สิ่งที่นางเป็นกังวลจากนี้คือความสูญเสียที่อาจเกินกว่าหนึ่งชีวิตในอีกมิกี่เพลาเบื้องหน้า 

คงมิอาจมีสิ่งใดหยุดยั้งได้... 

ร่างกายที่หยัดตรงอ่อนยวบลงด้วยหมดแรงกำลังในการมีชีวิตต่อ ถึงแม้จะรู้ว่าตอนนี้ผู้ที่ถวิลหากำลังสนทนาอยู่กับนาคีรับใช้ที่ด้านบน แต่นางกลับมิมีกำลังมากพอให้ขึ้นไปพบใบหน้าเขาได้ 

ท่ามกลางสายลมพัดพลิ้ว ยามราตรีเช่นนี้ควรเป็นเวลาที่หลายสรรพสิ่งควรเดินทางสู่ห้วงนิทรากาล หากแต่บัดนี้ผู้มาเยือนกลับทำให้คู่สนทนาของเขาต้องหนักใจ กายากำยำสวมชุดเกราะเหล็กกล้าเนื้อสุวรรณ มันตระหง่านล่อตาล่อใจสะท้อนแสงจากดวงจันทราสุกปลั่ง แสดงออกถึงว่าอีกไม่นานเขาต้องเดินทางไปยังสถานที่ใด 

“ข้าอยากพบเกล็ดมณี” เขาแสดงเจตจำนงเด่นชัด จนทำให้ธารทิพย์ที่อยู่ตรงหน้ายากจะปฏิเสธ 

“องค์อนิลเพคะ องค์หญิงทรงเข้าสู่ห้วงสมาธิแล้วเพคะ เกรงว่าจักมิเหมาะหากต้องขัดการบำเพ็ญเพียรของนาง” 

“การศึกจะมีอีกมิกี่เพลาข้างหน้า...” คำพูดเหล่านั้นคล้ายตัดพ้อเพื่อเพิ่มความหนักใจให้ผู้มาขวางทาง แต่นาคีรับใช้เองก็มิอาจทำอันใดได้ “หากข้ามิได้มาพบนางอีกคราเล่า” 

“โธ่!! อย่าทรงบีบคั้นหม่อมฉันเลยนะเพคะ” นางอ้อนวอน 

“ข้ารักนาง” 

“อะไรนะเพคะ” 

“ข้ารักนาง...” ธารทิพย์ทั้งรู้สึกเขินอายและตกใจในเวลาเดียวกัน อนิลเอ่ยออกมาจากใจจริงโดยหาได้รู้ไม่ว่าเสียงของเขากังวาลก้องลงไปยังเบื้องล่างของสระบัวลึกลับ เสียงนั้นทำให้ผู้ที่กำลังอ่อนแรงเบื้องล่างยิ่งไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเข้าไปอีก ยิ่งรู้ว่าเขารักนางเพียงใด แล้วจุดจบของเขาคือการที่ไร้ซึ่งลมหายใจ มันกลับยิ่งทำให้นางมิกล้ามาพบหน้าเขาเข้าไปอีก มิใช่เพราะเกรงว่าเขาจะรับมิได้ แต่เกรงว่าเป็นนางเองต่างหากที่อาจต้องเสียใจจนทำอะไรโง่ๆ ลงไป “ข้ารักนางจับดวงหทัย หากข้ามิได้กลับมาหานางอีกครา ขอให้เจ้าบอกนางถึงความสัตย์จริงในวันนี้” 

“อย่าทรงตรัสเช่นนั้นสิเพคะ...” นาคีรับใช้เริ่มรู้สึกใจคอมิค่อยสู้ดีนัก “มันเป็นลางมิดี” 

“มอบของสิ่งนี้ให้นางแทนข้าด้วย” 

อนิลมอบสร้อยคอเส้นหนึ่งให้กับนาคีรับใช้ ถึงนางจะลังเลอยู่บ้าง แต่ก็เอื้อมมือรับของสิ่งนั้นมาถือไว้ เมื่อพินิจดูอย่างถี่ถ้วน สิ่งที่นางรับมาเป็นสร้อยคอที่ทำจากทองคำขาวเปล่งปลั่งลายสี่เสาหนักแน่น จี้ตรงกลางที่เป็นสีดำประกายทองคำในลักษณะขนนกสวยสดขนาดยาวกว่าฝ่ามือ ความงดงามของสร้อยคอและจี้ขนนกที่ห้อยอยู่นั้นเด่นชัดเสียยิ่งกว่าสมบัติใดที่ธารทิพย์เคยได้พานพบ 

“สิ่งนี้คืออะไรหรือเพคะ” 

“ขนเส้นหนึ่งของข้า...” อนิลวางมือหนากุมหน้าอกข้างซ้ายของตน นาคีรับใช้มองการกระทำดังกล่าวสลับกับขนนกที่อยู่ที่สร้อยคอ “ข้าดึงมันออกมาจากบริเวณอกข้างซ้ายของตัวข้าเอง” 

นาคีรับใช้กอบกุมสร้อยเส้นนั้นเอาไว้แนบอก เหลียวมองผู้ที่มอบมันให้นายเหนือหัวของนาง ความภักดีที่นางมอบให้ก็เพียงหมายให้ผู้เป็นองค์หญิงได้พบกับรักแท้เสียที 

“หม่อมฉันจักมอบสร้อยพระศอเส้นนี้ให้กับองค์หญิงทันที ที่พระนางทรงออกจากสมาธิเพคะ” 

“ข้าฝากฝังเจ้าด้วย” 

อนิลกลับสู่ร่างครุฑ จ้องมองไปยังสระบัวสุวรรณพรรณรายโดยหมายให้ผู้ที่ตนมาพบหน้าปรากฏกาย หากแต่ยืนรอครู่หนึ่งเขากลับมิพานพบผู้ใด ยามนี้ท้องนภาเริ่มยอแสงระเรื่อ สื่อถึงวันใหม่ใกล้เข้ามา เวลาของเขาที่อยู่ที่นี่จึงหมดลง สิ่งเดียวที่สามารถส่งต่อไปได้ คือนัยน์ตาโหยหาที่จำใจต้องส่งผ่านไปยังนาคีรับใช้เพื่อหมายให้นางนำไปบอกต่อแก่เกล็ดมณีนาคีที่เขาหมายพบ 

อนิลบินหายไปบนเวหา ธารทิพย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนเดินทางสู่วิมานเบื้องล่าง นางทั้งเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า นางเดินทางไปมาทั้งหิมพานต์และบาดาลนครยังมิได้พักผ่อน แถมยังต้องรับหน้ากับครุฑหนุ่มด้วยความกดดัน พลังงานในกายของนางคล้ายเหลือน้อยนิดจนแทบจะดับสิ้นแล้วซึ่งการอยากดำเนินชีวิตทุกอย่าง 

“องค์หญิง...” ธารทิพย์รีบวิ่งเข้าหาร่างของเกล็ดมณีที่ทรุดกายอยู่ที่พื้นห้อง ปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมามิขาดสาย นางได้ยินในสิ่งที่อนิลเอื้อนเอ่ยทุกถ้อยคำ แต่นางเองก็ขลาดเขลาเกินกว่าที่จะขึ้นไปพบเขาที่เบื้องบน “ทรงเป็นอย่างไรบ้างเพคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” 

“ข้ามิเป็นไร” 

นัยน์ตาเศร้าหมองเหลียวไปมองสร้อยพระศอที่อยู่ในมือของนาคีรับใช้ เมื่อพบว่าผู้เป็นนายเหนือหัวจับจ้องมาที่สร้อยเส้นนั้น นางจึงรีบมอบมันให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของในทันที 

“องค์อนิลทรงฝากฝังหม่อมฉันให้นำมาถวายแด่องค์หญิงเพคะ” 

“ข้านี่ช่างไม่เอาไหน...” ยิ่งเอ่ยน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา นางรับสร้อยเส้นนั้นไปแนบอกและปล่อยเสียงสะอื้นออกมาจนแทบจะขาดใจ “ไยข้าจึงปล่อยให้ผู้ที่ข้ารักต้องไปโดยที่ข้ามิกล้าขึ้นไปเอ่ยคำอำลาแด่เขา” 

“โธ่!! องค์หญิง อย่าทรงกรรแสงอีกเลยนะเพคะ” ธารทิพย์น้ำตาคลอ ด้วยสงสารผู้ที่นางรักและหวงแหน 

“หากท้ายที่สุดแล้ว เจ้าทราบว่าเขาจะต้องตาย เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” 

“องค์หญิงตรัสสิ่งใด...” แม้แต่นาคีรับใช้เองก็แทบมิอยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “หม่อมฉันมิเข้าใจ” 

“ข้าเห็นนิมิตอันใกล้นี้...” เกล็ดมณีถอนหายใจคราหนึ่ง ก่อนยกสร้อยพระศอเส้นนั้นขึ้นมาทอดมอง “ข้าเห็นอนิลดับสิ้นชีวิตต่อหน้าของข้า” 

“สิ่งนั้นอาจมิเป็นจริงก็ได้นะเพคะ” 

“พระแม่ลักษมีเทวีเป็นผู้ชักจูงข้าในห้วงนิมิตนั้น...” ธารทิพย์ยกมือเรียวขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไห้ การที่นายเหนือหัวของนางตรัสออกมาถึงผู้ชักจูงในการเห็นห้วงนิมิตว่าเป็นผู้ใดแล้ว นิมิตที่เห็นนั้นล้วนมิมีทางผิดพลาดเป็นแน่ หยาดน้ำตาใสไหลรินออกมาครั้งแล้วครั้งเล่าจนเหมือนกับว่ามันมิมีทางเหือดแห้งไป “ข้าควรทำอย่างไรดี” 

“หม่อมฉันมิบังอาจหาทางออกให้องค์หญิงได้เลยเพคะ” 

เกล็ดมณีวางมือเรียวลงบนหน้าอกข้างซ้าย ลูบมันไปมาแผ่วเบาก่อนที่อยู่ๆ สิ่งที่หลุดติดมือของนางออกมาจะเป็นเกล็ดของนาคีสีแก้วมรกตประกายแสงของอัญมณียะยิบ นางนำเกล็ดนั้นไปวางเคียงข้างกับขนนกสีนิลประกายทอง คล้ายกับสิ่งของแทนกายสองสิ่งตอบรับกัน เพราะเส้นขนสีดำกลับถักทอตนจนมาโอบล้อมเกล็ดแก้วมรกต ให้กลายเป็นของชิ้นเดียวกันในท้ายที่สุด 

ข้าจักต้องกระทำบางอย่างเพื่อให้กระแสกรรมนี้สิ้นสุดเสียที... 

นางนำสร้อยพระศอเส้นนั้นคล้องสวมในบัดดล นิ้วเรียวยกขึ้นปาดน้ำตาให้ออกไปจากใบหน้าเพื่อขับไล่ความโศกเศร้า เมื่อคิดว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด ความเสียใจต่างๆ พลันมลายหายไป คงเหลือไว้เพียงความฮึกเหิมที่เริ่มปะทุขึ้นในอก 

“ธารทิพย์...” เกล็ดมณีเอ่ยเรียกนาคีรับใช้ที่ยังคงร้องไห้มิหยุด นางลุกขึ้นยืนหยัดกายตรงด้วยท่วงท่าสง่างาม ธารทิพย์ที่เห็นดังนั้นต่างรู้สึกฉงนมิใช่น้อย “เจ้าคอยอยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ดูแลสระบัวสุวรรณพรรณรายแห่งนี้ให้ดี” 

“องค์หญิงจะเสด็จไปที่ใดเพคะ” 

“ฟังข้าให้ดีธารทิพย์...” ใบหน้างามหันมาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มละไม “เจ้าจงอยู่ที่นี่” 

“ไม่เพคะ องค์หญิงเสด็จที่ใด หม่อมฉันจักตามไปทุกหนทุกแห่ง” 

ร่างกายที่เคยห่มอาภรณ์ขาวสะอาดตา ถูกปกคลุมไปด้วยเกราะโลหะกล้าสีเขียวเป็นประกาย ธารทิพย์รับรู้ได้ทันทีว่าเป้าหมายองสถานที่ที่เกล็ดมณีจะไปคือที่ใด นางตั้งท่าเตรียมร่ายมนตร์เพื่อเรียกเกราะนาคีของตนมาสวม แต่ผู้เป็นนายเหนือหัวก็ปรามไว้เสียก่อน 

“ฟังที่ข้าพูดเถิดหนา...” ใบหน้างามบัดนี้มิต่างจากจอมกษัตรีพร้อมออกศึก เส้นผมยาวสลวยถูกมวยไว้ด้านบนอย่างทะมัดทะแมง และนัยน์ตานั้นกลับฉายความมุ่งมั่นเอาไว้เด่นชัด “ข้ามิอยากเสียเจ้าไป” 

“แล้วองค์หญิงคิดว่าหม่อมฉันอยากเสียพระนางไปเช่นนั้นหรือเพคะ...” ธารทิพย์กรีดร้อง ตอนนี้นางรู้สึกสูญสิ้นแล้วทุกสิ่ง ทั้งห่วงหา ทั้งอาทร แล้วไยบัดนี้ผู้ที่นางรักและเทิดทูลคล้ายกำลังจะจากนางไป “ได้โปรดเถิดเพคะองค์หญิง” 

“หากยังเห็นข้าเป็นองค์หญิงดังเจ้าว่า...” น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนนาคีรับใช้หยุดร้องไห้มิได้ นางรู้ในทันทีว่าสิ่งที่เกล็ดมณีเอ่ยนั้นถูกตริตรองมาอย่างดี และหากนางมิทำตามที่ทรงรับสั่ง ก็จักเป็นผลร้ายต่อตัวนางเอง “ก็จงอยู่ที่นี่ อย่าขัดคำสั่งข้า อย่าทำให้ข้าหนักใจอีกเลย” 

“องค์หญิง...” นาคีรับใช้ปล่อยน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น คลานเข่าเข้าหาผู้เป็นนายเหนือหัวอย่างช้าๆ เมื่อใกล้พอสมควรจึงก้มหัวจนหน้าผากมนจรดปลายเท้าของเกล็ดมณีเพื่อแสดงความภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งน้ำเสียงสะอื้นที่ดังระงม ไหนจะน้ำตาไหลมาเรื่อยๆ เกล็ดมณีเองที่เห็นภาพเช่นนั้นก็ใจอ่อนมิใช่น้อย แต่นางเป็นห่วงผู้ที่คอยดูแลนางมาตั้งแต่เด็กอย่างธารทิพย์มากกว่าความสงสาร นางจึงได้ตัดสินใจเช่นนี้ออกมา “ทรงถนอมพระวรกายด้วยเพคะ” 

“จงเป็นสุข...” นางส่งยิ้มมาให้ มิต่างจากการบอกลา “และดูแลตัวเองเพื่อรอข้ากลับมา” 

“ทรงให้คำมั่นแล้วนะเพคะ” 

ร่างของเกล็ดมณีสลายกลายเป็นละอองสีมรกต ฟุ้งกำจายไปทั่วสารทิศในเวหาก่อนหายไป ธารทิพย์กรีดร้องออกมาจนสุดเสียง มือบางกำหมัดแน่นทุบลงตรงกลางหว่างอกเสียงดัง ด้วยหมายให้ความทรมานนี้เจือจางลง นางเจ็บข้างในระหว่างทรวงอกมิต่างจากความร้อนภายในแผดเผา ถึงจะรู้ดีเพียงไรว่าเกล็ดมณีทำไปเพราะเป็นห่วง แต่นางกลับรู้สึกเหมือนโดนกักขังที่นี่เพียงลำพัง หากเป็นไปได้นางเองก็อยากออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเผ่านาคทุกตน แต่บัดนี้นางได้รับมอบหมายหน้าที่ที่สำคัญที่สุดไปเสียแล้ว 

หม่อมฉันจักดูแลสถานที่แห่งนี้ให้ดีที่สุดเพคะ... 

 

____________________________ 

 

'พงพี' ขอโทษน้าาาา ที่ทำให้ทุกคนต้องรอนาน วันนี้มาอัพแล้วนะ 

อัพแบบยั่วน้ำลายสักหน่อยละกัน 

อยากปูพื้นให้ทุกท่านอ่านด้วยคสามอยากรู้ ฮาๆ 

. 

ขอบคุณทุกกำลังใจ และโปรดอย่าปิดกั้นการมองเห็น 

สามารถแสดงความคิดเห็น หรือกดให้กำลังใจนักเขียน หรือตัวละครได้นะครับ 

#เกล็ดมณีนาคี #อนิลครุฑา 

. 

สำหรับใครที่อยากให้กำลังใจนักเขียน 

สามารกดให้ "ดาว" ผมได้เลยน้า ...อิอิ... 

พอดียังไม่ได้ติดเหรียญน้า 

 

By. 

พงพี 

ความคิดเห็น