สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 09:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

 

 

     อินทรีกับมัจฉาเดินเคียงกันมาที่ร้านกาแฟ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาล หญิงสาวชะงักเมื่อมองเห็นคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งเดินมาจากทางลานจอดรถ เธอยืนมองพวกเขาอยู่นานจนอินทรีที่เดินเข้าร้านไปแล้วต้องออกมาตาม

     แล้วฟ้าก็เล่นตลก เมื่ออินทรีเห็นชายหญิงคู่นั้นเช่นกัน เขากระตุกยิ้ม แล้วหยิบโทรศัพท์มาต่อสายถึงใครบางคน

     'น้องกวาง'

     หญิงสาวที่เดินถือตะกร้าของใช้สำหรับเด็ก หยิบโทรศัพท์ที่มาสายเข้าขึ้นมา กดรับทันทีที่รู้ว่าเป็นเลขหมายของใคร

     [ฮัลโหลค่ะ พี่อิน] หญิงสาวทักทายพี่ชายเสียงหวานใส

     "กวางมาเยี่ยมแม่นุ่มเหรอ พี่ยืนอยู่ตรงร้านกาแฟแถวลานจอดรถนี่เอง หันหลังมาสิ" ชายหนุ่มพูด พร้อมโบกมือเป็นจุดสังเกตให้น้องสาว

     เนตรทรายโบกมือตอบกลับมา เรียกสามีที่กำลังอุ้มลูกชายพาดบ่าให้เดินกลับไปที่ร้านกาแฟ เธอเองมองไม่ชัดว่าอินทรียืนอยู่กับใคร แต่ลักษณะของหญิงสาวคนนั้นช่างคุ้นตายิ่งนัก

     มัจฉารู้สึกสับสน ทำตัวไม่ถูก เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนทั้งสอง แต่สายเกินจะหนี เนตรทรายกับไอยราเดินมาใกล้เต็มที

 
     ทั้งสามคนมีท่าทีกระอักกระอ่วนใจ เมื่อประจัญหน้ากันตรง ๆ มีเพียงอินทรีที่ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ สนใจหลานชายที่หลับซบบ่าบิดาหนุ่ม

     จนกระทั่งเนตรทรายขอตัวขึ้นไปเยี่ยมแม่นุ่มเพื่อเป็นทางออกของบรรยากาศอึมครึม

     แต่ไอยราผู้เป็นสามีบอกว่าจะรออยู่ที่ร้านกาแฟนี้ เพราะไม่อยากพาลูกเข้าไปในโรงพยาบาล เกรงว่าเด็กน้อยที่ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงจะเจ็บป่วยเอาได้ เนตรทรายมองออกว่าเขาคงอยากพูดคุยกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกายพี่ชายของเธอ เพราะตั้งเเต่วันนั้นที่เธอและเขาได้ทำร้ายจิตใจของมัจฉา ก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันอีกเลย หญิงสาวเอาแต่เก็บตัวเงียบ จนวันที่เดินทางไปต่างประเทศก็ยังไม่มีโอกาสได้เจอหน้า นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ปรับความเข้าใจกัน

     เนตรทรายพยักหน้าเข้าใจ แต่อินทรีกลับอาสาจะเลี้ยงหลานเอง ให้ไอยราได้มีโอกาสไปเยี่ยมแม่นุ่มกับน้อง

     "พวกแกไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะดูแลเจ้าหนูนี่ให้เอง" เขาพูดพลางแย่งตัวหลานที่กำลังหลับอยู่มาอุ้มไว้ สายตาดุดันที่ส่งให้น้องเขย ทำให้ไอยราไม่อยากขัดใจ เขารู้สึกว่าอินทรีกันท่ายังไงชอบกล แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เข้าใจว่าคงยังโกรธเขาอยู่

เมื่ออินทรีบอกหมายเลขห้องพิเศษที่แม่นุ่มพักอยู่ให้เสร็จสรรพ สองสามีภรรยาก็เดินเข้าตึกไป

 

     มัจฉารู้สึกเอ็นดูหนุ่มน้อยที่หลับอยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นลุง แต่เธอรู้สึกประทับใจคุณลุงที่กำลังมองหน้าหลานมากกว่า 'มีเสน่ห์' เธอนึกในใจ อยากจะกรี๊ดดัง ๆ กับความเท่ของคนตรงหน้า เธอมีเรื่องที่ต้องเขียนบันทึกอีกครั้งแล้วสินะ ทั้งตอนที่เขาพาคุณลุงตาบอดไปส่งที่รถ ทั้งตอนนี้ที่เขาเลี้ยงเด็ก

     ทั้งคู่ไม่ได้พูดจาอะไรกันอีก เพียงแต่สั่งชากาแฟมาดื่มกันเงียบ ๆ อาศัยนั่งในร้านเพื่อรอพ่อแม่ของเด็กน้อยกลับมา

 

     หนุ่มหล่อกับสาวสวยนั่งเลี้ยงเด็กในร้านกาแฟ เป็นจุดสนใจของคนที่ผ่านไปมา มัจฉารู้สึกประหม่าเมื่อมีสายตาของผู้คนมองมาที่เธอกับเขา 'แปลกตรงไหน' เธอไม่เข้าใจ  

     เวลาผ่านไปไม่นานหลังจากที่ไอยรากับเนตรทรายขึ้นไปเยี่ยมเเม่นุ่ม 'น้องคีตา' ก็ตื่นนอน  เด็กน้อยร้องจ้า ตกใจคนหน้าหนวดที่อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มพยายามจะปลอบหลาน แต่ก็ไม่เป็นผล มัจฉาจึงอาสารับเด็กไปอุ้ม คีตาจึงยอมสงบลง

     "ฉันผิดอะไรเนี่ย" ชายหนุ่มบ่นอุบขณะที่ค้นหาขวดนมในตะกร้า

     "เด็กอาจไม่ชินกับคนมีเครา" มัจฉาเเสดงความเห็นไปตามที่คิด แล้วหยอกหลานต่อ

     "อ๋อ ใช่สิ ใครมันจะไปหน้าใสเหมือนไอ้ไอ" ชายหนุ่มเบ้ปากเล็กน้อย ก็เขามัวแต่วุ่นกับงาน เสร็จจากงานก็รีบมาหาเธอ ไม่ ๆ มาเยี่ยมแม่นุ่มต่างหาก ยุ่ง ๆ แบบนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปโกนหนวดโกนเครากันล่ะ

     "ฉันไม่ได้บอกอย่างนั้นสักหน่อย" มัจฉาเงยหน้ามามองเขา ไม่เข้าใจว่าเขาคิดแบบนั้นไปได้อย่างไร 

     เธอรับขวดนมมาเปิดฝา หยดนมลงบนหลังมือ เมื่อเห็นว่าอุณหภูมิพอเหมาะจึงป้อนให้เด็กชายที่นั่งพิงอยู่บนตัก 

     "เธอรู้วิธีแบบนี้ด้วยเหรอ" ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ ยัยนี่เคยเลี้ยงเด็กตั้งเเต่เมื่อไหร่กัน

     "คงเป็นสัญชาตญาณมังคะ" เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงทำเช่นนั้น เพียงแต่ตอนที่รับขวดนมมา รู้สึกว่าขวดอุ่น ๆ จึงกลัวว่านมจะร้อนเกินไปสำหรับเด็ก

     "งั้นเธอก็คงเป็นแม่ที่ดีได้ล่ะนะ" เขาพูดเพียงเท่านั้น และเธอไม่ได้ตอบอะไรมา บรรยากาศจึงกลับไปเป็นเหมือนเดิม จนเด็กน้อยผลอยหลับไปอีกครั้ง

 

     ไม่นานเท่าไร โทรศัพท์ของอินทรีที่เขาวางทิ้งไว้ก่อนไปเข้าห้องน้ำก็มีเสียงเตือนสายเข้า หญิงสาวเอื้อมไปกดปิดเสียงไว้ เพราะเกรงใจคนในร้าน เธอไม่อยากรู้ว่าใครโทรมาเพราะไม่อยากทำตัวละลาบละล้วง คิดว่าเดี๋ยวชายหนุ่มคงจะออกมา แต่ไม่เป็นตามที่คิด เขาไม่ออกมาสักที เเละสายเข้าก็มีมาเรื่อย ๆ เธอคิดว่าปลายสายคงมีธุระด่วนจึงหยิบมาดู เป็นเนตรทรายที่โทรเข้ามาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว หญิงสาวลังเลไปครู่หนึ่ง จนสัญญาณตัดไป และครั้งที่ 4 ...

     "สวัสดีค่ะ" หญิงสาวกดรับ

     [ฮัลโหล พี่มัดเหรอคะ] คนปลายสายมีน้ำเสียงร้อนรน

     "ค่ะ คุณอินทรีไม่สะดวกรับสายน่ะค่ะ ก็เลย..." ไม่ทันได้พูดจบ ปลายสายก็เเจ้งเรื่องด่วนทันที

     [พี่มัดรีบขึ้นมาที่ห้องตอนนี้เลยนะคะ แม่นุ่มมีอาการชักค่ะ ตอนนี้คุณหมอกำลังตรวจดูอาการอยู่ค่ะ]

     เพียงเท่านี้ มัจฉาก็แทบไม่รับรู้อะไรอีกเเล้ว

   

     เธอฝากพนักงานในร้านให้ช่วยบอกอินทรีให้ตามขึ้นไปบนตึก เเล้วจึงอุ้มเด็กชายคีตาล่วงหน้าไปก่อน เด็กน้อยร่างกายสมบูรณ์ ตัวจ้ำม่ำเป็นอุปสรรคทำให้เธอวิ่งเร็วไม่ได้ ทั้งหนัก ทั้งกลัวคางเด็กกระเเทกไหล่

     โชคดีที่ระหว่างทางพบไอยราซึ่งลงมาตามเพราะตอนนั้นยังติดต่อกันไม่ได้ ทั้งสองสบตากันแว้บเดียวก็รู้ความหมาย สถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ ไม่มีเวลามาคิดอะไรมากเเล้ว เธอส่งเด็กชายตัวจ้ำม่ำให้ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะรีบวิ่งไปเรียกลิฟต์ 'ไม่ทันการณ์เเน่' เธอคิดเมื่อลิฟต์ไม่มีวี่เเววว่าจะมาถึงในเร็วนี้

 

     มัจฉาวิ่งไปที่บันไดหนีไฟ ชั้นเเล้วชั้นเล่า ร่างบางหอบจนตัวโยน  จนกระทั่งมาถึงห้องเเม่นุ่ม ผู้คนขวักไขว่ที่หน้าห้อง สีหน้าเป็นกังวล

     หญิงสาวเดินไปหาคุณสมรที่ยืนสวดมนต์อยู่ ใจเธอมันหวิว ๆ ชอบกล นึกกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น ขออย่าให้เป็นอะไรร้าย ๆ เลยนะ หญิงสาวอธิษฐานในใจ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัว ...

 

 

###

 

ความคิดเห็น