ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 15

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2564 19:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 15 

 

 

 

 

 

ใบข้าวตื่นนอนในเช้าวันแรกของการเริ่มต้นชีวิตแต่งงานของเธอและสิงหา ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง และที่ตื่นมาตอนนี้ก็เพราะต้องเตรียมตัวเข้าไร่แต่เช้าตรู่  หลังจากที่ใบข้าวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเปิดประตูออกมาก็เจอกับพี่แตงยืนส่งยิ้มให้อยู่ 

" เออ -- " ใบข้าวออกอาการทำตัวไม่ถูก ยิ่งไม่เห็นสิงหาอยู่ด้วยเธอก็ยิ่งทำตัวไม่ถูก ตั้งแต่ที่เธอเล่นแกล้งสิงหาจนโดนเจ้าตัวแกล้งกลับใบข้าวก็ยังไม่ได้กลับไปที่เรือนพักคนงานเลย วันที่เกิดเรื่องจนถึงวันแต่งงานใบข้าวนอนอยู่ที่บ้านใหญ่ตลอด จนกระทั่งวันแต่งงานเธอถึงได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านพักอีกหลังของสิงหา ทุกอย่างสิงหาเป็นคนจัดการทั้งหมดรวมถึงขนข้าวของๆเธอมาจากเรือนพักคนงานหญิงด้วย " นายสิงห์ไปไหนเหรอคะ พี่แตง " 

" นายสิงห์เข้าไร่ไปแต่เช้าแล้วค่ะ คุณใบข้าว " แตงว่า ใบข้าวรู้สึกแปลกๆกับคำเรียกของแตง ตั้งแต่เข้ามาที่นี่เธอก็กลายเป็นใบข้าว ยัยใบข้าว นังใบข้าวไป 

" พี่แตงอย่าเรียกว่าคุณเลยค่ะ เรียกใบข้าวเฉยๆก็ได้ " ใบข้าวยิ้ม " ใบข้าวเองก็ต้องเข้าไร่แล้วเหมือนกันขืนเข้าสายได้โดนนายสิงห์ทำโทษอีกแน่ " ใบข้าวว่าพลางจะเดินออกจากบ้านแต่ถูกแตงรั้งไว้ 

" ไม่ต้องเข้าไร่ค่ะ คุณใบข้าว -- นายสิงห์สั่งไว้ " แตงมองสีหน้าฉงนของใบข้าว " นายสิงห์สั่งว่าถ้าคุณตื่นแล้วบอกให้คุณไปรอนายสิงห์ที่บ้านใหญ่ค่ะ แล้วเดี๋ยวนายสิงห์จะตามไป " 

" เอ๊ะ บ้านใหญ่เหรอคะ " ใบข้าวไม่ค่อยเข้าใจคำสั่งของสิงหาแต่ก็ยอมเดินตามแตงไปบ้านใหญ่ ทันทีที่เธอเดินเข้ามาให้บ้าน กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยโชยออกมาจากทางด้านครัว ตอนนั้นเองที่บุหลันเดินออกมาจากครัวพร้อมกับหวานที่ถือถาดใส่ชามช้อนมา 

" สวัสดีค่ะ คุณน้า " ใบข้าวยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม เธอยิ้มให้บุหลัน 

" มาแล้วเหรอ เข้ามานี่สิ " บุหลันเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบพลางพยักหน้าให้ใบข้าวตามเธอเข้าไปในครัว ก่อนจะถามใบข้าว " ทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า " 

" ไม่เป็นค่ะ " ใบข้าวยิ้มแห้ง 

" เคยเข้าครัวมั้ย " 

" ไม่เคยค่ะ " ใบข้าวตอบพลางก้มหน้าลงไม่กล้าสบตาบุหลัน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกเกร็งนักเวลาคุยกับบุหลันอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายเป็นแม่เลี้ยงของสิงหาและบุหลันเองก็ดูไม่ชอบใจนักที่สิงหาต้องถูกมัดมือชกมาแต่งงานกับเธอ 

" แล้วปกติใครเป็นคนหุงหาให้หนูทาน -- คุณแม่เหรอ " บุหลันถาม 

" เป็นป้าดวง ป้าแม่บ้านค่ะ "  

" อ่อ " บุหลันขานรับสั้นๆ สายตาเพ่งพินิจใบข้าวอย่างดูเชิง " เอาเถอะ ถึงจะแต่งงานกับคุณสิงห์แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะสบายหรอกนะ -- ทุกคนที่นี่ต่างก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบกันทุกคน คนเป็นภรรยาก็ต้องทำหน้าที่ดูแลสามีดูแลบ้าน งานบ้านงานเรือนอย่าให้ขาดตกบกพร่อง -- คุณสิงห์จะมาทานข้าวเช้านี่ทุกวันก่อนเข้าไร่ ส่วนกลางวันมีบ้างที่กลับมากิน และมื้อเย็นส่วนใหญ่ก็จะมากินที่นี่เพราะอย่างนั้นหนูก็ต้องเรียนรู้เรื่องครัวไว้บ้าง " 

" หมายความว่าหนูต้องทำกับข้าวให้อีตาสิงห์นั่นกินด้วยเหรอคะ " ใบข้าวหลุดโพล่งออกมา ก่อนจะรีบแก้ " หนูทำอาหารไม่เป็น เกรงว่าคุณสิงห์ของคุณน้าอาจจะไม่ชอบก็ได้ค่ะ " 

" ก็เริ่มฝึกตั้งแต่ตอนนี้สิ จะมาหวังพึ่งแม่บ้านไม่ได้หรอกนะ " บุหลันส่งสายตาดุทำเสียงเอ็ดใส่ ใบข้าวเม้มปากบาง 

" คุณน้าจะให้ใบข้าวช่วยอะไรคะ " 

" ถ้างั้นก็ล้างผักชีกับต้นหอมแล้วกันจะได้เอาหั่นใส่ในข้าวต้มแห้ง " บุหลันชี้ไปที่กระจาดใส่ผักข้างอ่างล้างจานใบข้าวพยักหน้าตรงไปที่อ่างแล้วถกแขนเสื้อทั้งสองข้างขึ้น 

" ล้างมือก่อนล้างผักด้วยนะ " บุหลันบอกเสียงเรียบแล้วเดินไปที่หม้อน้ำซุป ใบข้าวทำตามที่บุหลันบอกเธอจัดแจงล้างมือแล้วจากนั้นก็ล้างผักเพราะความไม่เคยเข้าครัวมาก่อนเธอเลยไม่แน่ใจว่าต้องล้างผักขนาดไหนถึงจะเรียกว่าสะอาดจนป้าเปรี้ยวเดินเข้ามาเห็นแล้วร้องออกมา 

" ตายแล้ว! คุณคะ ล้างแบบนี้ผักก็ช้ำหมดน่ะสิคะ "  

ใบข้าวมองผักในมือสลับป้าเปรี้ยวด้วยสายตาเลิ่กลั่ก " แล้วต้องล้างยังไงเหรอคะ " ใบข้าวถามหน้าซื่อ ป้าเปรี้ยวมองบุหลัน 

" น้ำซุปได้ที่แล้วนะ เปรี้ยว เดี๋ยวแบ่งตักใส่ชามใหญ่และยกออกไปตั้งโต๊ะได้เลย " บุหลันสั่งแล้วเดินมาที่ใบข้าวป้าเปรี้ยวพยักหน้า " ต้นหอม ผักชี ผักพวกนี้ช้ำง่ายเพราะแบบนี้เวลาล้างจะต้องเบามือ ถูได้แค่ส่วนที่เป็นหัวและรากของมัน ใบล้างผ่านน้ำแล้วสะเด็ดขึ้นมาแบบนี้ " บุหลันทำให้ดู ใบข้าวมองและฟังอย่างตั้งใจ 

ใบข้าวยืนจ้องบุหลันหั่นผักชีต้นหอมด้วยความคล่องแคล่ว  

" คุณน้าหั่นเร็วแบบนั้นได้ยังไงคะ ไม่กลัวมีดบาดเหรอคะ " ใบข้าวถามอย่างอยากรู้  

" เข้าครัวทุกวัน ทำทุกวันก็เป็นการฝึกฝน เดี๋ยวก็ชำนาญเอง -- ลองดูสิ " บุหลันพยักหน้าไปทางเขียงกับมีดอีกชุดที่วางอยู่ ใบข้าวดึงมาใกล้ตัวก่อนจะหยิบผักชีต้นหอมขึ้นอย่างละน้อย บุหลันมองท่าทีเก้ๆกังๆของใบข้าว คนเป็นลูกสะใภ้ไม่เคยหยิบจับอะไรเวลาที่ถือมีดหั่นผักลงก็กล้าๆกลัวๆ " ระวังมือด้วยนะ เดี๋ยวจะถูกมีดบาดเอา " ไม่ทันขาดคำบุหลัน ใบข้าวก็ร้องโอ๊ยออกมาเบาๆ รีบปล่อยมีดทันที 

" นั่นไง ขาดคำที่ไหน " บุหลันว่า " ไหนดูสิ " บุหลันจับมือของใบข้าวข้างที่โดนบาดมาดู " แผลไม่ลึก ไปทำแผลก่อนก็แล้วกัน -- เปรี้ยว เดี๋ยวฉันฝากหั่นที่เหลือที ส่วนอื่นก็เรียบร้อยแล้ว เชิญคุณตุลย์มาทานได้เลยนะ "  

" ค่ะ คุณบุ "  

ใบข้าวเดินตามบุหลันที่จูงมือเธอไปที่ห้องนั่งเล่น หยิบกล่องยาออกมาจากตู้แล้วเริ่มทำแผลให้เธอ ท่าทางอ่อนโยนและเอาใจใส่ของบุหลันทำให้ใบข้าวแอบคิดถึงคุณหญิงณัชชาแม่ของเธอเองจนเผลอน้ำตาซึม  

" เอานี่ เจ็บตรงไหน ทำไมร้องไห้ " บุหลันตกใจจับแขนไว้แล้วสำรวจ ใบข้าวรีบส่ายหน้าแล้วยกหลังมือเช็ดน้ำตาทันที 

" เปล่าค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณน้า "  

" ถ้าอย่างนั้นก็ไปทานข้าวกันเถอะ อาหารพร้อมแล้ว " บุหลันพูด ใบข้าวพยักหน้าเดินตามกลับไปที่โต๊ะอาหารพอดีกับที่สิงหาเดินเข้ามา 

" มาถึงนานแล้วเหรอ " สิงหาถาม ใบข้าวพยักหน้า " นั่งลงสิ " เขาเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวให้ ตุลาเองก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ 

" สวัสดีค่ะ คุณลุง "  ใบข้าวยกมือไหว้เรียกผิดเรียกถูก  

" อรุณสวัสดิ์ หนูใบข้าว -- เรียกคุณพ่อตามเจ้าสิงห์ก็ได้นะ " ตุลาว่า ใบข้าวมองไปทางสิงหา 

" เรียกสิ ยังไงเราก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้วจริงมั้ย ที่รัก " สิงหาก้มตัวลงมองหอมแก้มใบข้าวที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต่อหน้าตุลากับบุหลัน 

" เฮ้ย! คุณ! " ใบข้าวร้องรีบยกมือจับแก้มตัวเอง สิงหายักไหล่ไม่สนใจท่าทีฉุนเฉียวของใบข้าว นี่ถ้าไม่ติดว่าอยู่ต่อหน้าตุลากับบุหลันเธอจะเอาถ้วยน้ำซุปข้าวต้มสาดใส่หน้าสิงหาแน่ " ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ คุณสิงห์ " ใบข้าวโน้มเข้าไปกระซิบถามรอดไรฟัน 

" ก็แสดงความรักแบบคู่แต่งงานไง " สิงหายักไหล่ตอบ ใบข้าวถลึงตาใส่ก่อนใบข้าวจะเริ่มอ้าปากแว้ดใส่สิงหาตุลาก็บอกให้ทุกคนกินข้าวได้แล้ว ข้าวต้มแห้งที่บุหลันทำอร่อยจนใบข้าวเผลอขอเติมเพิ่มอีกชามทำเอาตุลากับบุหลันมองอย่างไม่เชื่อสายตา 

" เดี๋ยวต้องออกไปใช้แรงงานในไร่เลยต้องตุนไว้น่ะค่ะ " ใบข้าวยิ้มเก้อเขิน 

" สิงห์ จะให้เมียเราเข้าไปทำงานในไร่กลางแดดกลางลมอีกเหรอ " ตุลาเอ่ยถาม สิงหากำลังจะพูดแต่ถูกใบข้าวชิงพูดไปเสียก่อน 

" ไม่เป็นไรค่ะ คุณลุง เออ ไม่ใช่ คุณพ่อ หนูทำได้ค่ะ ปกติก็ -- " ใบข้าวเว้นช่วงส่งสายตาไปทางสิงหา " ปกติก็เป็นหน้าที่อยู่แล้วค่ะ แค่นี้สบายมาก "  

" จะดีเหรอ หนูใบข้าว "  

" ดีสิครับ พ่อ -- เป็นเมียผมต้องทำได้ทุกอย่าง " สิงหาพูดยิ้มๆ สบตากับใบข้าวที่กำลังเค้นสายตาดุดันใส่เขา " เป็นเมียพี่ต้องอึดทึกทนเนอะ " สิงหาโอบไหล่ใบข้าวดึงเธอเข้ามาแนบกายแสดงความรักแบบที่ตุลากับบุหลันไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จสิงหากับใบข้าวก็ขอตัวเข้าไปทำงานในไร่ 

" เดี๋ยว คุณสิงห์ " ใบข้าวที่เดินตามสิงหาเรียกไว้ " ฉันอยากคุยกับคุณน่ะ " สิงหายกคิ้วสูงขึ้นข้างหนึ่งแล้วพยักหน้าให้ 

" ไปคุยตรงนั้นแล้วกัน " สิงหาชี้ไปที่สวนหน้าบ้านใหญ่ แล้วเดินนำไป " จะคุยอะไรเหรอ หรือจะอ้อนให้ฉันกลับไปนอนกับเธอเหรอ " สิงหาถามเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่ถามเปล่ายังเดินเข้ามาทำท่าจะกอดเธออีก ใบข้าวเบี่ยงตัวหลบ 

" เอ๊ะนี่ อย่าทำบ้าๆนะ คุณสิงห์ เราไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆสักหน่อย แต่งงานก็หลอกๆ ไม่ต้องจริงจังก็ได้ " ใบข้าวแหวใส่แต่สิงหากลับไม่สนใจเขาคว้าเธอรวบตัวมากอดไว้ " คุณสิงห์! " ใบข้าวร้องใส่เสียงดัง กำมือทุบไปที่อกของเขาให้เขาปล่อยเธอ 

" อย่าเสียงดังสิ มีคนมองเราอยู่นะ " สิงหาบอกที่ข้างหู ใบข้าวเลิ่กลั่กหันซ้านหันขวาคิดว่าคงเป็นบุหลันแน่แต่กลับไม่ใช่อย่างนั้น " อย่ามองไปนะ ทำตัวตามปกติ " สิงหาว่า ใบข้าวหันกลับมาเงยหน้ามองเขา 

" ทำแบบนี้ทำไม " ใบข้าวถาม " คุณกับมะลิน่ะ -- " 

" ฉันจะเล่าให้เธอฟังทีหลัง " สิงหาตัดบทแล้วปล่อยใบข้าวออก แล้วมะลิก็เดินเข้ามา " นี่นิ้วไปโดนอะไรมา มีดบาดเหรอ " สิงหาถามเห็นนิ้วใบข้าวมีพลาสเตอร์แปะอยู่ 

" อืม ช่วยคุณน้าหั่นผักเมื่อเช้าน่ะ " ใบข้าวตอบอ้อมแอ้ม รู้สึกกระอักกระอ่วนที่เห็นมะลิยืนมองอยู่  

" ระวังหน่อย ซุ่มซ่ามอย่างเธอเดี๋ยวก็ได้หั่นนิ้วตัวเองขาดหรอก " สิงหาว่ายิ้มๆ  

" พูดมาก " ใบข้าวแหวใส่ " ไปทำงานของคุณได้แล้ว ฉันก็จะไปทำของฉันเหมือนกัน "  

สิงหาพยักหน้า " เสร็จจากแปลงอนุบาลเมล่อนแล้วไปหาฉันที่ออฟฟิศนะ เราจะได้กลับมากินข้าวกลางวันที่บ้านด้วยกัน " เขาพูดไม่ยอมให้ใบข้าวได้โต้ตอบ ก่อนจะชิงหอมแก้มเธอไปหนึ่งฟอดทำเอาคนถูกกระทำยกมือจับแก้มตัวเองทันทีและได้ส่งสายตาขุ่นเคืองใส่แผ่นหลังของร่างสูงที่เดินไปอีกทางโดยไม่สนใจมะลิ 

" ใบข้าว " มะลิเรียกสีหน้าของเธอยิ้มแย้มแต่ทันทีที่เห็นดวงตาแดงขอบตาช้ำ ใบข้าวก็รู้สึกจุกอยู่ที่คอ  

" มะลิ " ใบข้าวทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดว่าอะไร การกระทำของสิงหาเมื่อกี้น่ะจงใจทำให้มะลิเห็นแน่นอน " มีอะไรเหรอ "  

" ฉันไม่เห็นใบข้าวตั้งหลายวัน คิดว่าเป็นอะไรไป " มะลิพูด " แต่เห็นคนในไร่เค้าลือกันว่า -- " มะลิเม้มปากมองใบข้าว " เธอกับคุณสิงห์ -- "  

" เออคือ ~ " ใบข้าวลุกลี้ลุกลนไม่กล้าพูดอะไรมาก อีกอย่างเธอก็รู้สึกผิดต่อมะลิเพราะรู้ว่ามะลิรู้สึกยังไงกับสิงหา " เรื่องมันยาวน่ะ มะลิ โทษทีนะ พอดีฉันต้องไปดูแปลงอนุบาลเมล่อนแล้ว ไว้คุยกันนะ " ใบข้าวตัดบทแล้วเดินหนีมะลิไปอีกคน 'ขอโทษนะ มะลิ ฉันผิดเอง' ใบข้าวพูดกับตัวเองแอบหันหลังกลับไปมองมะลิที่เดินหายไปแล้ว 

 

 

 

***** 

 

 

 

" คุณแม่คะ! อย่าร้องไห้สิคะ นี่ข้าวโทรมาหาเพราะอยากฟังเสียงคุณแม่นะ ไม่ได้อยากฟังคุณแม่ร้องไห้ " ใบข้าวร้องผ่านทางมือถือ หลังทำใจอยู่นานกว่าจะกดโทรออกมาหาคุณหญิงณัชชาได้ ใบข้าวยกหลังมือเช็ดน้ำตาตัวเองออกเธอหย่อนตัวนั่งลงที่ม้านั่งข้างสวนเล็กๆหลังบ้านพักของสิงหา " คุณแม่สบายดีนะคะ " 

" จะให้แม่สบายดีได้ยังไง ข้าวคุยกับพ่อแต่ไม่ยอมคุยกับแม่ แบบนี้หมายความว่ายังไงกัน " คุณหญิงณัชชากรีดเสียงแหลมใส่ " ไม่ว่าตอนนี้ข้าวอยู่ที่ไหน ลูกต้องกลับมาเดี๋ยวนี้นะ! " 

" ข้าวยังกลับไปตอนนี้ไม่ได้ค่ะ ข้าวมีงานต้องทำแล้วก็ยังมีบางเรื่องที่ข้าวติดพันอยู่ค่ะ " 

" เรื่องอะไรกัน เรื่องทำงานกับเพื่อนน่ะเหรอ เพื่อนลูกคนไหนกันทำไมแม่ไม่รู้จัก นี่ตาภูบอกแม่หมดแล้วนะเรื่องที่ข้าวไปทำงานกับเพื่อนที่เชียงใหม่น่ะ " คุณหญิงณัชชาใส่มายาวยืด " งานอะไร ใบข้าว " 

" งาน -- งาน " ใบข้าวอึกอัก ก่อนจะตอบกลับไป " ข้าวมาช่วยเพื่อนทำการตลาดค่ะ พอดีเพื่อนข้าวเค้าทำธุรกิจขายส่งอยู่ " 

" แล้วชื่ออะไร แม่รู้จักหรือเปล่า ธุรกิจส่งออกเหรอ ที่เชียงใหม่ใช่มั้ยเดี๋ยวแม่ลองให้ตาภูช่วยสืบให้ดีกว่า " คุณหญิงณัชชาพูดรัวเร็ว 

" คุณแม่! " ใบข้าวร้อง " คุณแม่ไม่ไว้ใจข้าวเหรอคะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยให้ใครก็ไม่รู้มาตามติดชีวิตข้าวแบบนี้ "  

" ใช่! แม่ไม่ไว้ใจนับตั้งแต่ที่ลูกแอบหนีพร้อมไปที่พม่า แล้วตอนนี้ลูกก็มาบอกว่าลูกอยู่กับเพื่อนที่เชียงใหม่ แม่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าควรจะปล่อยให้ลูกทำตามอำเภอใจแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ แล้วตาภูก็ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ด้วย พี่เค้าเป็นคู่หมั้นลูกนะ ใบข้าว "  

" แต่ข้าวไม่ได้อยากหมั้นกับเขา! " ใบข้าวว่า 

" ยังไงลูกก็ต้องหมั้นและแต่งกับคุณภูผา เขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหมาะสมกับลูก! " คุณหญิงณัชชาเสียงดังใส่ลูกสาว ลืมไปแล้วกับความโศกเศร้าน้อยใจที่ลูกสาวสุดที่รักละเลยเธอ  

" ต่อให้เขาเป็นผู้ชายคนเดียวบนโลกนี้ที่เหลืออยู่ ใบข้าวก็ขอฆ่าตัวตายไปเลยดีกว่าค่ะ! " ใบข้าวพูดอย่างดื้อดึงเธอไม่เข้าใจเลยว่าเรื่อมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง 

" งั้นแม่ก็จะบอกลูกเลยว่าต่อให้ต้องพลิกเชียงใหม่หาลูกแม่ก็จะทำ และตอนนี้แม่ก็อนุญาตให้ภูผาทำยังไงก็ได้ที่จะพาลูกกลับมาให้ได้ "  

" ถ้าคุณแม่ทำแบบนั้นคุณแม่ก็จะไม่มีวันได้เจอกับข้าวอีกเลย แค่นี้นะคะ คุณแม่ " ใบข้าวตัดสายทิ้ง ความโกรธทำให้เธอกำมือถือในมือแน่นเม็ดน้ำตาหยดเผาะใส่มือเธอ 

" มานั่งอยู่ข้างนอกแบบนี้เดี๋ยวก็โดนยุงห่ามเอาหรอก " สิงหาเดินเข้ามา เขายืนกอดอกพิงขอบประตูบานเลื่อนไว้ใบข้าวรีบเช็ดน้ำตาออก 

" ยุ่งน่า "  

" เป็นอะไร "  

" เปล่า " ใบข้าวปากแข็งแต่มือยังไล่เช็ดน้ำตาตัวเองอยู่ สิงหายักไหล่ 

" ถ้างั้นก็เชิญนั่งให้ยุงห่ามแล้วกันนะ ฉันจะไปนอนแหละ ง่วงชะมัด! "  

ใบข้าวกัดปากตัวเองแน่น " เดี๋ยว! " เธอหันไปจ้องตาขุ่นใส่สิงหา " ใจคอจะไม่ถามซ้ำหรือไงกัน คุณนี่มันใจจืดใจดำชะมัดเลย "  

" ไม่ใช่เด็กเล็กๆ ซักหน่อย มีอะไรก็พูดออกมาสิ " สิงหาว่ามองใบข้าวด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่กำลังสอนเด็ก  

" ฮึ! ไม่ต้องมาสอนหรอก "  

" งั้นไป " สิงหากำลังจะเดินกลับเข้าไปแต่ถูกใบข้าวรีบเอื้อมมือมาจับแขนของเขาอย่างสุดตัว  

" นั่งเป็นเพื่อนก่อน "  

สิงหาลอบถอนหายใจกับความเอาแต่ใจของใบข้าวแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมนั่งเป็นเพื่อนเธอ ใบข้าวไม่ได้นั่งร้องไห้ให้สิงหาปลอบแต่เธอกลับชวนสิงหาคุยแทน 

" คุณจบโทจากเมกามาเหรอ "  

" ใช่ "  

" จบบริหารด้วยเหรอ คุณน่ะ " ใบข้าวถามยิ้มๆ " ตั้งใจเรียนด้านนี้อยู่แล้วเพราะคุณคิดเองหรือคุณพ่อกับคุณน้าคุณบอกเหรอ "  

" ถามอะไรของเธอ ใบข้าว "  

" ก็แค่อยากรู้ บ้านคุณทำไร่ส้ม คุณเลือกเรียนเกษตรตอนเรียนตรี พอเรียนโทคุณก็เลือกเรียนบริหาร ทุกอย่างมันมีแบบแผนเหมือนวางไว้ " ใบข้าวว่า " ฉันก็เลยคิดว่าคุณคิดเองวางแผนที่จะบริหารไร่ส้มนี่ตั้งแต่ตอนแรกเลยมั้ย หรือว่าคุณพ่อกับคุณน้าบอกให้คุณทำ "  

" ฉันตั้งใจไว้แต่แรก " สิงหาตอบ " ตั้งแต่เกิดมาฉันก็โตมากับไร่นี่ เห็นทุกอย่างว่าพ่อฉันตั้งใจกับการสร้างที่นี่ขึ้นมา ฉันไม่อยากเห็นมันล่มสลายไปเลยตั้งใจเรียนแบบนั้น " สิงหาหันไปมองใบข้าวที่พยักหน้าหงึกหงัก 

" แล้วคุณเคยโดนคุณพ่อกับคุณน้าบังคับให้ทำอะไรที่ไม่ชอบมั้ย " ใบข้าวถามอีก สิงหานิ่งคิด 

" ถ้าไม่นับให้ฉันพูดว่าทะเลาะกับไอ้ติณเรื่องอะไร นอกนั้นก็ไม่มี -- ถามทำไม เธอถูกพ่อแม่บังคับให้ทำอะไรหรือไง "  

ใบข้าวนิ่งก่อนจะตอบ " ฉันไม่เคยถูกพ่อแม่บังคับให้ทำอะไรหรอก ที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโตก็ถูกตามใจมาตลอดจนมาถึงตอนนี้ไม่ชอบเลยที่ต้องโดนบังคับให้ทำอะไรที่ไม่ชอบ ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ตามใจมาตลอด แต่ทำไมต้องเป็นเรื่องนี้ด้วยที่ต้องบังคับกัน " ใบข้าวพูดออกมาด้วยความฉุนเฉียว 

" มีเหตุผลที่จะไม่ทำตามงั้นสิ "  

" มี แต่คุณแม่กลับปัดเหตุผลของฉันไปอย่างไม่ไยดี แม่บอกว่าฉันไร้สาระ คิดมาก "  

สิงหารับคำในคอ เขานิ่งฟังรอใบข้าวพูดต่อ แต่เธอกลับเงียบไปราวกับจะใช้ความคิด แล้วเธอก็เอ่ยถามเขาด้วยน้ำเสียงเจือความอ้อนวอน  

" ถ้ามีใครจะมาเอาตัวฉันไปจากไร่ คุณจะยอมให้เขาพาฉันไปหรือเปล่า " สิงหามองสีหน้าและแววตาของใบข้าวที่ดูเศร้า เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอทำหน้าแบบนี้ ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนสีหน้าทันที " ดูจากหน้าคุณฉันก็รู้แล้วล่ะว่า คุณคงเต็มใจยกฉันใส่พานให้ไปเลย " ใบข้าวพูดยิ้มๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน " ฉันไปนอนดีกว่า "   

ใบข้าวเดินผ่านสิงหา ครั้งแรกของสิงหาเหมือนกันที่ไม่ต้องคิดคำตอบนาน เขาจับมือเธอไว้แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง " จะเป็นใครที่ไหนฉันก็ไม่อนุญาตให้พาคนของฉันไป แม้แต่เธอเองถ้าฉันไม่อนุญาตให้ออกจากไร่เธอก็ไปไหนไม่ได้ "  

 

 

 

******** 

สวัสดีค่า สวัสดีปีใหม่วันที่ 3 ของปีแล้วน้าทุกคน ^^ 

ไรท์กลับมาอัพให้แล้วนะคะ งือ ~ พี่สิงห์อ่าเล่นพูดแบบนี้ใครจะไม่ใจบางบ้างล่ะเนี่ย ว่าแต่พูดแบบนี้เริ่มคิดอะไรกับน้องบ้างหรือเปล่าเนี่ย แล้วน้องล่ะจะยอมใจอ่อนมีใจให้กับพี่บ้างมั้ยน้า ~~ ติดตามกันต่อในตอนหน้านะคะ  

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอยและทุกข้อความมากๆนะคะ 

ขอให้สนุกและมีความสุขกับการอ่านนะคะ 

และขอขอบคุณทุกคำอวยพรของรี้ด ไรท์ขออวยพรให้รี้ดทุกคนมีแต่ความสุขเช่นเดียวกันค่ะ 

       

ความคิดเห็น