junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER22: Complication of love up100% (NC20+) NEW UPDATE

ชื่อตอน : CHAPTER22: Complication of love up100% (NC20+) NEW UPDATE

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.8k

ความคิดเห็น : 81

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2561 06:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER22: Complication of love up100% (NC20+) NEW UPDATE
แบบอักษร

CHAPTER 22:Complication of love


“ปัน จะไปไหน มาดื่มกันก่อนสิ”แพรพลอยซึ่งจับกลุ่มอยู่กับเพื่อนหมอนั่งดื่มสังสรรค์พูดคุยออกรสออกชาติ ร้องเรียกปวันที่กำลังสอดส่ายสายตาหาคริสาและณฉัตรซึ่งหายออกไปจากโต๊ะนานพอสมควร

“ท่านผู้อำนวยการเชิญทางนี้ก่อนเลยครับ เรายังไม่ได้ชนแก้วกันเลย”วทัญญูเพื่อนหมอคนสนิทลุกขึ้นแล้วขยับเก้าอี้ให้ท่านผู้อำนวยการ คนที่เหลือเชื้อเชิญปวันให้ร่วมโต๊ะ นายแพทย์หนุ่มเห็นว่าจะเป็นการเสียมารยาทหากไม่เข้าไปร่วมวงอีกทั้งยังเป็นเพื่อนฝูงที่ต่างสนิทชิดเชื้อเป็นอย่างดี จึงเข้าไปร่วมวงสนทนาด้วย

“นี่รวมศัลยแพทย์ไฟแรงตัวท้อปนิวเจ็นไว้หมดประเทศรึยังเนี่ย”วทัญญู นายแพทย์หนุ่มอารมณ์ขันชี้ไปทั่วโต้ะ นั่นเพราะผู้ร่วมวงสนทนาแต่ละคนต่างเป็นศัลยแพทย์มือดีเป็นที่ต้องการตัวของโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศ หากแต่ปรีชาเวชย์ก็กวาดมารวมไว้เสียหมด ด้วยข้อเสนอที่ยากจะปฎิเสธ

“นั่งตำแหน่งผู้อำนวยการมาไม่ทันจะถึงปี ก็ได้รับความไว้วางใจขนาดนี้ เคยสัมผัสกับรสชาติความล้มเหลวความผิดหวังบ้างรึเปล่าฮ่ะ”แพรพลอยออกปากแซว ผู้ร่วมโต๊ะหัวเราะร่วน ปวันได้แต่ยิ้มเจื่อน ทำไมเขาจะไม่เคยลิ้มลองรสชาติความผิดหวังและความล้มเหลว เขารู้จักมันดีเลยละ คริสาเป็นคนทำให้เขาสัมผัสกับสิ่งนั้น

“ศาสตราจารย์แพรพลอยครับ ผมว่านั่นเก็บไว้ถามตัวเองดีกว่าเถอะ”เพื่อนหมอคนหนึ่งดักคอ ทุกคนส่งเสียงเห็นด้วย

“ให้ตายเถอะนี่เรามีศัลยแพทย์ตัวพ่อตัวแม่ระดับประเทศมาร่วมโต้ะถึงสองคนเลยเหรอ มาร่วมมือกันแบบนี้ ใครจะไปสู้ได้”

“P couple ในตำนานสินะ”วทัญญูเอ่ยขึ้น นั่นคือฉายาของแพรพลอยและปวันในช่วงที่กำลังคบหากันตอนเรียนที่เยล เพราะความเก่งกาจของทั้งคู่และเป็นหนุ่มสาวที่เหมาะสมกัน นักเรียนแพทย์ในรุ่นเดียวกันจึงตั้งฉายาให้เป็น “P couple”ซึ่งย่อมาจากชื่ออักษรขึ้นต้นในภาษาอังกฤษของทั้งสองคน ปวันกับแพรพลอยมองหน้ากันทันที คนอื่นๆก้ด้วย นั่นเพราะทั้งคู่เลิกรากันไปนานแล้วและตอนนี้ปวันก็แต่งงานเป็นที่เรียบร้อย ความรู้สึกกระอักกระอ่วนจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วทัญญูเหมือนจะรู้ตัวว่าเปิดประเด็นที่ไม่ถูกไม่ควรเท่าไหร่นัก รีบเงียบปากลงทันที

“มาๆ ดื่มฉลองกันดีกว่า นานๆเราจะรวมตัวกันที ยกแก้วจ้า”หนึ่งในผู้ร่วมโต้ะทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนนั้นด้วยการชวนดื่ม ทุกคนยกแก้วยื่นออกไปกลางวงแล้วชนกัน

“เชีย!”

ทุกคนดื่มไวน์ในแก้วรวดเดียวจนหมด ปวันคิดว่าเขาควรใช้เวลาที่ตะอีกแค่ห้านาที จะได้ขอตัวลุกออกไปตามคริสากับณฉัตร เพราะสองคนหายนานเกินไปแล้ว

“เห้ย !ดูเหมือนว่าข้างนอกเลาจ์ตรงมินิบาร์จะมีเรื่องวะ เห็นเขาว่าดาราตบกัน”แพทย์หนุ่มคนหนึ่งที่ออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกเดินเข้ามาแล้วบอกทุกคนในโต้ะ

“ดาราคนไหนอะ ถ่ายหนังรึเปล่า”

“ไม่น่าใช่นะ รู้สึกจะเหมือนชื่อไรนะ จำไม่ได้อะ ชื่ออะไรน้า ข้าว หรือขวัญอะไรนี่แหละ”

“คริส!”ปวันลุกพรวดขึ้นจากโต้ะทันทีแล้วก็รีบวิ่งออกไป สร้างความแปลกใจให้ทุกคนเป็นอย่างมาก

“เดี๋ยวฉันมา”แพรพลอยบอกพร้อมกับลุกตามไปอีกคน

“อ้าว ไปกันหมดเลย ไปดูดาราตบกันรึไง”

กรี้ดดดดดดดดดดดดด

เสียงหวีดร้องของหญิงสาวสลับกับเสียงไอโขลกจากการสำลักดังก้องไปทั่วบริเวณ ขวัญข้าวล้มลงไปในสระน้ำตื้น พยายามจะพยุงตัวเองขึ้นมาแต่กลับถูกฟาดฝ่ามือเข้าไปที่ใบหน้าเรียวซ้ำๆติดกันหลายครั้ง คริสาไม่ยั้งมืออีกต่อไป ไม่ยอมให้ใครมารังแกก่อนอยู่แล้ว พศินยืนมึนงงสับสนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนกระทั่งขวัญข้าวร้องเรียกให้ช่วย

“พะ พริ้น ช่วยด้วย แค่กๆๆๆ”

“ปล่อยนะคริส”

พศินได้สติ รีบพุ่งตรงเข้าไปกระชากคริสาออกจากร่างขวัญข้าวที่ตบกันนัวเนีย คริสาดึงกระชากผมขวัญข้าวติดมือไม่ยอมปล่อย จนพศินต้องออกแรง ผลักร่างคริสาจนกระดอนกระเด็นล้มลงไปในน้ำ

“ว้ายยย”คริสาล้มลง แต่ยังคงไม่ยอมแพ้กระเสือกกระสนพยายามลุกขึ้น กลับถูกพศินกระชากมือพยายามผลักแยกออกจากขวัญข้าว

“ปล่อยเธอนะไอ้สารเลว”ปวันตะโกนฝ่าฝูงชนวิ่งเร็วที่สุดเท่าที่เคยวิ่งภาพที่คริสากำลังถูกรังแกทำให้สติเขาขาดผึง ปวันไม่สนว่าไอ้เลวคนนั้นมันคือใครไม่สนว่าเขาเป็นอะไรและใครกำลังรุมล้อม เขาเข้าถึงตัวพศินแล้วกระโดดถีบชายหนุ่มจนล้มกองลงไปอีกคน จากนั้นกระโจนลงไปในน้ำดึงคริสาที่ล้มลงอย่างหมดสภาพขึ้นมาทันที

“แก!”

พศินยันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วง้างมือจะชกปวันแต่คนที่รวดเร็วกว่าสวนหมัดกลับไปทันที

ว้ายยยยยย

เสียงกรีดร้องของผู้คนที่ล้อมมุงดูเหตุการณ์ดังขึ้น บ้างเอาสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ แพรพลอยที่วิ่งตามมาติดๆ เรียกให้ เจ้าหน้าที่ของโรงแรมเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เธอไม่เคยเห็นปวันเป็นแบบนี้มาก่อน

“คริส เป็นอะไรมั้ย”จับเนื้อจับตัวภรรยาแล้วประคองใบหน้าสำรวจเธอ

“เกิดอะไรขึ้นครับ”การ์ดประจำโรงแรมเข้ามาขวางกั้น ไม่เคยมีแขกระดับซุปเปอร์วีไอพีก่อการทะเลาะวิวาทกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว นี่เป็นครั้งแรก

“กูจะฟ้องมึง”พศินชี้หน้าปวันแล้วคำรามก้อง

“งั้นดีเลย”ปวันควงหมัดเข้าใส่พศินเต็มเบ้าหน้าอีกครั้ง ขวัญข้าวหวีดร้องเอามืออุดปาก คริสารีบคว้ามือปวันเอาไว้ทันทีเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะชกซ้ำ

“ปวันอย่า”เอ่ยอ้อนวอนเพราะไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเธอ ปวันมองคริสานิ่ง เนื้อตัวหยิงสาวเปียกปอน ชุดเดรสเนื้อผ้าบางเบาแนบไปกับผิวเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนที่เขาแสนจะหวงแหน ปวันกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่รุมล้อมก่อนจะถอดเสื้อสูทคลุมร่างคริสาไว้

“ไปฟ้องเลย คนจะได้รู้ว่าไอ้พวกหน้าตัวเมียรังแกผู้หญิงมันเป็นยังไง”ปวันสวนเข้าให้ พศินบดกรามแน่นเช็ดเลือดมุมปาก

“ก่อนที่มึงจะปากดี ถามเมียมึงก่อนมั้ย ว่าต้องการอะไร คนไม่เล่นด้วยยังจะตอแยอยู่ได้ เป็นหมอซะเปล่าโง่เหมือนควาย”พศินพ่นถ้อยคำหยาบคายมิหนำซ้ำยังบิดเบือนจากความเป็นจริงมากนัก คริสาช็อคไปกับสิ่งที่ได้ยินไม่เคยคิดว่าจะเคยหลงรักคบหากับผู้ชายที่ใส่ร้ายผู้หญิง ปวันหันไปจ้องมองคริสาด้วยสายตาที่เปลี่ยนแปลงไปทันที คริสาส่ายหน้าปฎิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่จริงนะปวัน”

“ทำไมจะไม่จริง ตามต่อแยพริ้น พอฉันเข้ามาก็ทำร้ายร่างกาย สันดานต่ำ”ขวัญข้าวสำทับปลิ้นปล้อน

“ยังโดนตบไม่พอใช่มั้ย”คริสาหมดความอดทนทำท่าจะกระโจนเข้าไปตบขวัญข้าวอีกรอบ แต่ปวันรั้งแขนไว้แน่นหนา

“พอแล้วคริส”ปวันสั่งเสียงดุ จนคริสาหยุดชะงักทุกอย่าง แค่เห็นสายตาเขาคริสาก็รู้แล้วว่าปวันคิดว่าเธอเป็นคนผิด

“พวกคุณต้องการจะให้ทางผมเชิญตำรวจมาที่นี่รึเปล่าครับ”การ์ดถามขึ้น แต่ก่อนที่ใครจะตอบอะไร ชานนท์ก็ปรากฏตัวขึ้น

“จะไม่มีการแจ้งความใดๆเกิดขึ้นทั้งนั้น”ชานนท์เอ่ยแทรกขึ้น

“ผมในฐานะผู้บริหารโรงแรมคริสตัลขอไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ ถ้าทั้งคุณปวันและคุณพศินยังไม่ยินยอมที่จะจบเรื่อง ผมคิดว่ามันจะส่งผลเสียมากกว่า สู้พวกคุณแยกย้ายแล้วค่อยนัดไกล่เกลี่ยจะดีกว่า เพราะสุภาพสตรีทั้งสองท่านคงต้องได้รับการปลอบขวัญและปฐมพยาบาล”จริงอย่างที่ชานนท์ว่า เพราะผู้คนที่ล้อมรอบต่างเริ่มซุบวิบวิพากวิจารณ์และคลิปตบกันคงแพร่สะพัดออกไปจนทั่วโลกโซเชียลแล้วในตอนนี้ ปวันเห็นด้วยกับชานนท์เขาไม่อยากให้เรื่องนี้ทำให้คริสาต้องเสื่อมเสียอีก

“ผมจะพาภรรยากลับบ้าน ถ้ายังไม่จบเรื่องก็ยื่นฟ้องมาเลย ปรีชาไวยกิจพร้อมจะรับมืออยู่แล้ว ก็ดีเหมือนกันโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลสาขาเชียงใหม่ที่บริษัทคุณแม่คุณยื่นประมูลจะได้ไม่ต้องเสียเวลายื่นซองประมูลกับทางโรงพยาบาล เพราะยังไงผมก็คงไม่อนุมัติ”ปวันแสยะยิ้ม เขามีอำนาจเซ็นอนุมัติโครงการให้แก่บริษัทรับเหมาซึ่งครอบครัวพศินเข้าร่วมประมูล

“แก!”พศินอึกอัก เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ เขากำลังทำให้บริษัทรับเหมาของครอบครัวสูญเสียกำไรมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

“ผมขอโทษด้วยครับคุณชานนท์ที่ก่อความวุ่นวาย ผมขอร้องให้คุณจัดการทางนี้ให้หน่อย ผมจะพาภรรยากลับบ้าน”

“ไม่มีปัญหาครับ ผมจัดการทางนี้เอง”ชานนท์ตอบรับ ปวันจูงมือคริสาแล้วออกไปจากตรงนั้นทันที

“คุณพศินอยากเรียกร้องหรือต้องการความช่วยเหลือจากทางโรงแรมมั้ยครับ ผมจะจัดการให้”ชานนท์หันไปถามพศิน

“มันไม่จบแค่นี้แน่”พศินบอกอย่างโกรธแค้นก่อนจะหุนหันออกไป ขวัญข้าวร้องเรียกแล้ววิ่งตามไปทันที

“ไม่มีไรแล้ว ทุกคนแยกย้ายแล้วก็ช่วยจัดการเคลียร์กล้องวงจรปิดด้วย ห้ามให้เผยแพร่ภาพที่เกิดขึ้น รวมทั้งตรวจสอบด้วยว่าลูกค้าคนใดถ่ายคลิปเก็บไว้ ผมไม่อยากให้ภาพแพร่ออกไปจนทำให้โรงแรมเสื่อมเสียชื่อเสียง”ชานนท์ออกคำสั่ง การ์ดและเจ้าหน้าที่โรงแรมรับคำสั่งทำตามทันที เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป

“ท่านครับ ผมตรวจทั่วบริเวณชั้นสกายเลาจ์แล้วไม่พบคุณณฉัตรเลยครับ”การ์ดเข้ามารายงานชานนท์ เขาออกมาตามหาณฉัตร แต่กลับเจอเหตุการณ์วุ่นวายเข้าซะก่อน เหตุการณ์คนอื่นคลี่คลายกลับกลายเป็นว่าคนที่มีปัญหาใหม่คือเขาซะเอง

“ปูพรมหาให้ทั่วทั้งโรงแรม พวกคุณต้องเจอเธอภายในสิบนาที ไม่งั้นผมจะเปลี่ยนออกยกทีม”ชานนท์ออกคำสั่งอย่างเฉียบขาด การ์ดรับคำสั่งแล้วดำเนินการทันที

“ฉัตร เธออยู่ไหนกัน”

“โอ้ย ปวันคริสเจ็บนะ”ข้อมือเล็กถูกแบบจนสุดแรงพร้อมกับกระชากลากถูคนตัวเล็กออกจากลิฟท์มายังลานจอดรถ ทันทีที่ลับตาคน ปวันปฏิบัติกับคริสาเปลี่ยนแปลงไปแทบจะทันที

“ปวัน คริสเจ็บนะ อะโอ้ยยย”สะดุดขาตัวเองเพราะส้นสูงที่สวมอยู่ทำให้การทรงตัวในขณะที่ถูกฉุดกระชากร่างสะดุดจนเกือบล้มลง ข้อเท้าพลิกเจ็บปวดจนใบหน้าเหยเก

“ว้าย!”ร้องอุทานอย่างตกใจเพราะปวันช้อนร่างเธออุ้มทันที ก่อนจะก้าวเร็วๆไปยังรถสปอร์ตที่จอดอยู่ เมื่อถึงรถก็ทำการโยนร่างคริสาเข้าไปในนั้นที

"ถ้าเธอเปิดปากพูดอีกคำเดียว ฉันจะโยนเธอออกจากรถ”ปวันเอ่ยเสียงเฉียบ เสี้ยวหน้าเต็มไปด้วยความโกรธขึง คริสารู้ทันทีว่าได้สร้างเรื่องเดือดร้อนให้กับตัวเองอีกครั้ง และดูเหมือนว่าคราวนี้เธอจะทำให้ปวันเสียหน้าไปเต็มๆเพราะการก่อเรื่องทะเลาะวิวาทในงานที่มีแขกผู้หลักผู้ใหญ่เต็มไปหมด ทั้งที่เขาบอกให้ไว้หน้าเขาแต่เธอกลับทำไม่ได้

……………………………………..

รถสปอร์ตหรูทะยานไปตามท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูงหากแต่ความเร็วแรงของรถไม่ได้เป็นสาเหตุให้ใครบางคนต้องกำจิกชายกระโปรงไว้จนแน่นและหัวใจแกว่งไกวด้วยความหวาดกลัว และแอร์เย็นเฉียบในห้องโดยสารไม่อาจช่วยดับความร้อนรุ่มปานเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้อยู่ภายในจิตใจของใครอีกคน เสี้ยวหน้าซีดเซียวที่เก็บซ่อนความประหวั่นพรั่นพรึงไว้ไม่มิดตัดกับกรอบใบหน้าคมเข้มที่ดูมืดมนเสียเหลือเกิน ช่วงเวลาแห่งความชุลมุนที่เกิดขึ้นในขณะที่คริสากำลังก่อเรื่องทะเลาะวิวาท ณฉัตรซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงกรีดร้องชุลมุนวุ่นวาย มีเสียงคริสาท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น หญิงสาวหยัดยืนขึ้นด้วยความตกใจด้วยกลัวว่าคริสาจะเผชิญกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทร้ายแรง แต่ทว่าตัวเองเป็นคนพิการตาบอด ทำได้เพียงหันรีหันขวางด้วยความรู้สึกแตกตื่น จนปัญญาจะเดินไปไหนหรือจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งท่อนแขนถูกกระชากอย่างรุนแรงแล้วใครบางคนก็ลากถูเธอออกไปจากสถานที่วุ่นวายนั้นเพื่อจะไปเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่ามากนัก ณฉัตรไม่ต้องปริปากถามเลยสักนิดว่าคนที่ทำอย่างนั้นคือใคร เพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่ามันต้องเกิดขึ้น รู้ดีตั้งแต่เหยียบย่างเข้าไปในสถานที่เงาของอลัน ปรีชาไวยกิจแผ่ไปถึง  เข็มไมล์ตีไปถึงตัวเลขที่บ่งบอกถึงความเร็วเข้าขั้นขีดอันตราย แม้ถนนตอนเกือบเที่ยงคืนจะโล่งแทบไม่มีรถและเป็นหนทางเรียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็สุ่มเสี่ยงเกินไปจะขับรถบนถนนสาธารณะด้วยความเร็วเทียบเท่าในสนามแข่ง อลันไม่สนใจสักนิดว่าคนตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆกันจะรู้สึกหวาดกลัวสักเพียงไหน ยิ่งได้เห็นเสี้ยวหน้าที่ปากคอสั่น ดวงตามืดบอดคลอรื้นไปด้วยน้ำตายิ่งสะใจ เขาอยากให้ผู้หยิงคนนี้สัมผัสถึงความกลัว ความกลัวในแบบที่จะไม่กล้าทำอะไรอย่างที่ทำในคืนนี้อีก การที่ณฉัตรเคียงข้างชานนท์ในค่ำคืนนี้จับจูงกันไปยืนตรงหน้าเขา ทำกับการเตรียมใจที่พร้อมจะรับสถานการณ์เลวร้ายทุกรูปแบบที่เขามอบให้  รถแล่นไปตามเส้นทางที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดนับตั้งแต่ครั้งนั้น อีกไม่กี่ร้อยเมตรจะถึงสถานที่ที่มักปรากฏขึ้นในฝันร้ายยามค่ำคืน ดวงไฟสีส้มสองข้างทางที่สาดส่องลงบนท้องถนน และตีนสะพานที่เห็นมาแต่ไกล ทำให้หัวใจเขาสั่นพร่าด้วยความทรมาน เขาไม่อยากมายังสถานที่นี้ แต่มีบางคนจำต้องได้รับการย้ำเตือน

เอี้ยดดดดดดดดดดดดดดดดดด

รถเบรกกะทันหันทั้งที่ยังไม่ลดระดับความเร็ว อลันหักพวงมาลัยรถเหวี่ยงทั้งคันแล้วหมุนคว้างจอดขวางลำกลางถนน ณฉัตรเอามืออุดปากไม่ให้หลุดเสียงร้องด้วยความตกใจ รถหยุดสนิท หัวใจเต้นระส่ำอย่างไม่เป็นจังหวะด้วยกลัวสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ว้าย!”

ถูกกระชากมือที่เอาอุดปากออกแล้วดึงลากออกไปจากรถ ร่างบางเซถลาจนแทบล้มคะมำคาประตูรถ หากแต่ก็ถูกกระชากลุกขึ้นด้วยแรงชนิดที่รู้สึกได้ว่าแขนแทบหลุด

“คุณอลันขา”เป็นครั้งแรกที่เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงพร่าสั่น ณฉัตรไม่รู้ว่าอลันกำลังจะทำอะไร แต่จากการที่เขาใช้กำลังบังคับเธอรุนแรงอย่างที่เป็นอยู่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าบทลงโทษในการท้าทายครั้งนี้คงจะหนักหนานัก เสียงรถที่วิ่งผ่านไปมา เสียงรองเท้ากระทบพื้นถนน สายลมที่พัดประทะใบหน้า ทำให้ณฉัตรพอจะเดาออกว่าเป็นสถานที่ใด เธอคงอยู่กลางถนนที่ไหนสักแห่ง เสียงรถที่แล่นผ่านห่างๆกันบอกอย่างนั้น

“คุณจะพาฉัตรไปไหนคะ”จำใจต้องร้องถาม เพราะรู้สึกถูกลากถูออกมาเป็นระยะทางเกือบร้อยเมตร

“พามาในที่ที่เธอไม่มีโอกาสเห็นแต่จะไม่มีวันลืม”อลันเอ่ยด้วยเสียงที่ทำให้คนฟังหวาดกลัวจนขนลุก เบื้องหน้าของเขาคือตีนสะพาน ที่สองฝั่งของสะพานประดับไปด้วยโคมไฟ ท้องถนนสี่เลนโล่งกว้างที่ไม่มีเกาะกลางขวางกั้น ทุกก้าวย่างที่เดินไปข้างหน้าหนักหน่วงราวกับเหยียบอยู่บนโคลนดูด เมื่อเบื้องหน้าคือท้องถนนว่างเปล่าแต่กลับปรากฏภาพอันแสนเจ็บปวด มันฉายชัดอยู่ตรงหน้า สภาพแวดล้อมมันพาเขากลับไปเริ่มต้นยังจุดสิ้นสุดของลมหายใจ

“เธอรู้มั้ยณฉัตร เฌอร์มาลรักเธอขนาดไหน”

อลันบีบแขนณฉัตรสุดแรงในตอนี่เขาเอ่ยชื่อเฌอร์มาล คนตัวเล็กจุกอยู่ในอกลำคอตีบตันเมื่อเขาเอ่ยคำถาม เสียงของเฌอร์มาลยังดังกึกก้องอยู่ในหัว อลันจดจำคำพูดสุดท้ายก่อนเธอจะตายได้ดี

น้องสาวของฉันจะเป็นสิ่งเดียวในโลกที่ฉันอยากปกป้องเธอจากทุกอย่าง

ฉันจะปกป้องเธอจากความเจ็บปวด

จะปกป้องเธอด้วยทุกสิ่งที่ฉันมี

แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ฉันก็ยอม

“พี่สาวเธอจะปกป้องเธอด้วยทุกอย่างที่เขามี แล้วมันหมายถึงอะไรรู้มั้ย”

“ฮืออออออออออออ”ณฉัตรสะอื้น ความทรมานที่ระบมอยู่ในอกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูความรู้สึก ขาที่กำลังก้าวไปตามแรงฉุดลากแทบจะสิ้นแรงลงตรงนั้น

“ทุกอย่างที่เฌอร์มาลมี มันรวมถึงชีวิต”

“ฮือออออออออออ”

“มันรวมถึงลมหายใจ”

“อะ อึก ฮื้ออออออออ”

“พี่สาวที่รักเธอสุดหัวใจปกป้องเธอจากความเจ็บปวดที่ไอ้สารเลวบางคนมันทำกับเธอ แล้วดูสิ่งที่เธอตอบแทนสิ!”อลันกระชากน้ำเสียงตะโกนอย่างรุนแรงด้วยความรู้สึกเดือดพล่านที่แทบจะมอดไหม้หัวใจเขาให้เป็นจุณ แล้วผลักร่างเล็กออกไปยืนกลางถนนที่โล่งเปล่า แสงไฟสีส้มสาดกระทบใบหน้าซีดเผือดที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่กับที่ อลันตามเข้าไปประกบเบียดแทรกยืนอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะใช้มือแกร่งบีบใบหน้าเรียวเล็กไว้บังคับให้จดจ้องไปข้างหน้าทำราวกับว่าบังคับให้เธอมองเห็นภาพตรงนั้น

“จำได้มั้ย ตรงหน้าเธอมันเคยเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

“ฮือออออ คะ คุณอลัน ไม่นะ”ณฉัตรส่ายหน้าสุดแรง รับรู้ทันทีว่าอลันพาเธอมายังสถานที่ใด แม้ตรงหน้าเธอจะมีเพียงความมืดมิด หากแต่ตอนนี้ภาพในคืนวันนั้นได้หวนย้อนกลับมาอีกครั้งราวกับเหตุการณ์ทุกอย่างฉายชัดอยู่ตรงหน้า ภาพที่เฌอร์มาลย์วิ่งตามจนถึงตีนสะพาน เธอผลักพี่สาวจะกระดอนกระเด็นแต่เฌอร์มาลก็ยังรั้งและยื้อตัวเธอไว้จนสุดร้องพร้อมกับคำขอร้องอ้อนวอน

“ฉัตร ไม่นะ อย่าไป ฉัตร”

“ฮึกกกกก ฮื้ออออออออออออออออ”น้ำตาไหลอาบ ร่างกายสั่นเทิ้ม รถที่แล่นสวนไปมายังท้องถนนพบกับภาพที่แปลกประหลาดที่สุด ชายหญิงสองคนยืนอยู่กลางถนน โดยไม่หวาดกลัวว่าจะถูกรถชน ผู้ขับขี่ผ่านไปมาได้แต่บีบแตรเตือน แสงไฟสีส้มหน้ารถสาดส่องไปยังคนทั้งสอง บ้างเลี้ยวหลบกะทันหันแล้วเปิดกระจกรถออกมาก่นด่าก่อนจะขับจากไป

“ตรงหน้าเธอไง ใช้ดวงตามืดบอดของเธอจ้องมองสิ เฌอร์มาลอยู่ตรงนั้น กำลังดึงยื้อเธออย่างสุดชีวิต ผู้หญิงที่รักเธอที่สุดในโลกกำลังจะปกป้องเธอจากไอ้ผู้ชายที่เธอกำลังข้ามถนนไปหามัน ผู้ชายที่มันหลอกว่าจะอยู่กับเธอแต่กลับไปแต่งงานกับคนอื่น”อลันแนบริมฝีปากกระซิบเข้าไปในหู มือหนาจับล็อกใบหน้าแน่น

“แล้วเธอก็อยู่ตรงนั้น แผดเสียงตะโกนใส่พี่สาวตัวเอง คำพูดสุดท้ายที่เธอบอกกับเฌอร์มาลย์คืออะไรรฉัตร ตอบสิ ตอบบบบบบบ”

“ฮื้ออออออออออออออออ”

“ฉันเกลียดพี่ เกลียดดดดดด”

“แล้วนั่นไง จำภาพสุดท้ายที่เธอเห็นได้มั้ย จำเสียงกรีดร้องเสียงสุดท้ายของเฌอร์มาลได้มั้ย สัมผัสสุดท้ายตรงปลายนิ้วของเธอ จำได้มั้ย  จำมันได้มั้ย”

ตรงหน้าคนทั้งสองรถกระบะคันใหญ่กำลังสาดส่องไฟสีส้มมายังพวกเขา เสียงแตรรถที่บีบส่งเสียงดังสนั่นแล้วทุกๆก็เกิดวนขึ้นซ้ำ ดวงตาณฉัตรมีแสงวูบวาบมากมายเข้ามา ราวกับว่าเธอกำลังเผชิญกับสถานการณ์นั้นอีกครั้ง อลันไม่หวาดกลัวว่ารถบรรทุกจะกวาดชนร่างเขาหรือณฉัตรรึเปล่า เขาอยากให้มันวิ่งพุ่งตรงเข้ามา อยากให้ผู้หญิงสาระเลวคนนี้ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เฌอร์มาลเคยสัมผัส

ปี๊นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดด กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด”

รถกระบะหักหลบไปอีกทาง เฉียดฉิวไปเพียงแค่ไม่กี่เมตร ร่างเล็กทรุดลงบนพื้นถนน กรีดร้องจนสุดเสียงแล้วก็ดิ้นพล่านเหมือนคนกำลังชัก

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

อลันรู้สึกสติหลุดไปชั่วขณะหนึ่งเขายืนตัวแข็งทื่อในขณะที่เสียงร้องเฌอร์มาลดังก้องอยู่ในหูและถูกแทนที่ด้วยเสียงกรีดร้องของณฉัตร เขาดึงเสี้ยวสติกลับมาก่อนจะก้มลงไปเขย่าตัวณฉัตรเพื่อเรียกคืนสติ

“กรี้ดดดดดดดดดด  กรี้ดดดดดดดดดดดดด”

“ณฉัตร ณฉัตร ฉัตร!!!”

เฮื้อกกกกกกกกกกกกกก!!

ณฉัตรหมดสติทิ้งร่างลงในอ้อมกอดของอลันทันที อลันตะโกนร้องเรียกชื่อหญิงสาว พร้อมกับกอดร่างเธอไว้แน่น

………………………………….

“หยุด! หยุดรถเดี๋ยวนี้นะปวัน นายกำลังจะทำให้เราตายทั้งสองคนนะ”คริสาจับเบาะทีนั่งร่างกายเกร็งแข็งด้วยความรู้สึกหวาดกลัว เมื่อต้องนั่งอยู่ในรถยนตร์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูง ปวันทำเหมือนไม่ใส่ใจความหวาดกลัวในน้ำเสียงในสีหน้า ตอนนี้เขาเบื่อหน่ายผู้หญิงข้างกายเหลือเกิน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำลงไปก็รังแต่จะสูญเปล่า มันเสียเวลาที่จะกอบกู้ซากปรักหักพังของเศษเสี้ยวหัวใจขึ้นมาประกอบใหม่ให้เป็นรูปไปร่าง ในเมื่อคริสาเอาแต่จะทำลายจนมังพังทลายไปทุกครั้ง เขาคิดไม่ออกว่าความเกลียดชังรูปแบบไหนกันที่มันมีผลสะท้อนย้อนมาจนทำลายตัวเองได้ คริสาเหมือนเปลวเทียวร้อนแรงที่รังจะเผาผลาญให้ตัวเองมอดไหม้ โดยใช้ความแค้นความเกลียดที่มีต่อเขาเป็นเชื้อเพลิง

“เธอกลัวตายด้วยหรือคริสา”ปวันถามเสียงเย็นเฉียบ

“ฉันไม่กลัวตายหรอกนะ แต่มันไม่ใช่การตายแบบนี้”คริสาตวัดน้ำเสียงแบบคนที่เกินจะอดกลั้น รู้ตัวว่าเป็นคนที่มีความอดทนต่ำแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังจะพยายาม

“กลัวตายมากกว่ากลัวเสียศักดิ์ศรีอีกเหรอ”

“ฉันรู้นะว่านายหมายถึงอะไร แต่เชื่อเถอะนั่นไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอก”

“นั้นอะไรที่อยู่ในหัวเธอละ!”ปวันเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว คริสาร้องด้วยความตกใจ

“จอดดด จอด ปล่อยฉันลง เดี๋ยวนี้นะ”

เอี้ยดดดดดดดดดดดดดด

เหยียบเบรกกะทันหันจนคนไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย โถมตัวลงไป ศีรษะชนกระแทกกับคอนโซลด้านหน้ารถอย่างจัง

“ว้ายยยยยยยยย โอ้ยยยยย”

ร้องเสียงดังเอามือจับหน้าผากที่โดนกระแทกอย่างแรง ความปวดแปลบจู่โจมเล่นงาน อยากกรีดร้องออกมาดังๆซะตอนนี้ คริสาหยัดตัวขึ้นแล้วตวัดดวงตาคู่คมค้อนขวับปวันที่ใช้สายตาแข็งกร้าวมายังเธอ คริสากัดริมฝีปากแน่น คนใจร้ายจงใจเบรกให้เธอหัวทิ่มแถมยังไม่ถามสักคำว่าเธอเจ็บรึเปล่า

พลัก!

คริสาผลักเปิดประตูรถ พาร่างอรชรลงจากรถไม่สนว่านี่จะเป็นถนนเส้นเปลี่ยวในยามวิกาล ลมเย็นพัดประทะร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยเดรสเปียกชื้น รองเท้าส้นสูงที่ดูจะไร้ประโยชน์สิ้นดีในเวลานี้ คริสาห่อร่างตัวเองด้วยความเหน็บหนาว สายตาสอดส่ายหารถแทกซี่ที่อาจพอหลงเหลือขับผ่านมาบ้าง แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า มีเพียงรถยนต์ขับผ่านสองสามคัน คริสาเดินออกห่างมาจากรถเป็นร้อยเมตร ปวันลงมาจากรถ จ้องมองแผ่นหลังของผู้หญิงแสนดื้อ เขาอยากจะดูว่าคริสาจะอวดเก่งไปได้สักกี่น้ำ

“ทำไมไม่ตามมานะ”พึมพำกับตัวเอง เพราะคาดหวังว่าปวันจะต้องมาตามตัวเธอกลับไปขึ้นรถ

“หนาวจะตาย มืดด้วย”ห่อตัวอย่างหนาวสั่น ลมเย็นๆยามค่ำคืนพัดมากระทบผิวกายจนรู้สึกสั่นสะท้าน อีกทั้งหนทางบนถนนที่มีเพียงไฟสีส้มสลัวยังสร้างบรรยากาศวังเวงน่ากลัวเป็นที่สุด ใจจริงอยากหันหลังกลับไปแล้ววิ่งขึ้นรถเสียเดี๋ยวนี้ แต่คนอย่างคริสาไม่มีวันหันหลังไปขอความช่วยเหลือใครเป็นอันขาด เมื่อตัดสินใจจะเดินออกมาเธอก็จะเดินต่อไป

“จะไม่ตามมาจริงๆใช่มั้ย”หยุดกึกแล้วก็ครุ่นคิดอย่างหนัก ถ้าหันกลับไปขึ้นรถก็จะต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงอยู่ที่เธอมีส่วนผิดเพราะควบคุมสติอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แต่หากไม่โดนสองคนนั่นกวนประสาทและรังแกก่อนเรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เธออยากอธิบายให้ปวันรับรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน และไม่คิดจะทำให้เขาหรือตัวเองขายหน้าในงานที่มีแขกเหรื่อผู้ใหญ่เต็มไปหมด แต่จนท้ายที่สุดทุกอย่างก็ออกมาในรูปการอย่างที่เป็นอยู่ และปวันคงเข้าใจว่าเธอคือตัวปัญหาก่อสร้างความวุ่นวายอีกตามเคย

ปี๊นนนนน ปี๊นนนนน

เสียงแตรรถที่บีบดังอยู่ด้านหลัง ทำให้หัวใจคริสาลิงโลด ในที่สุดปวันก็ขับรถตามเธอมา คนอวดดีตั้งท่ากอดอกยังคงเดินเชิดต่อไปเสียงบีบแตรดังขึ้นถี่ๆ รู้สึกแปลกใจเพราะไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคย จนกระทั่งหันไปมอง รถที่ตามมาเป็นรถยนตร์ปรับแต่งที่มีสีฉูดฉาดเปิดเพลงดังกระหึ่ม รถขับมาเทียบแล้วเปิดกระจกรถลง ผู้ชายรูปร่างท่าทางไม่น่าไว้วางใจผิวปากแซวคริสาดังลั่น ตามด้วยเสียงโห่แซวของผู้ชายที่มาในรถไม่ต่ำกว่าสามคน

วี้ดดดดดดวิ้วววววววว

คริสาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบสาวเท้าก้าวเร็วๆพยายามจะหนีให้พ้น ภายในใจอกสั่นขวัญหายหวาดกลัวเหลือเกินว่าจะตกเป็นเหยื่อถูกพวกบ้ากามรุมข่มขืน

ปี๊นนนนนนนนนน

“ว้ายยยยยยยย”

คริสาร้องลั่นจากก้าวเร็วๆก็เริ่มออกวิ่ง ถอดรองเท้าส้นสูงที่สวมใส่ออกแล้วเขวี้ยงใส่รถที่แล่นประกบติด เกิดเสียงหัวเราะจากกลุ่มคนในรถ คริสาออกวิ่งสุดชีวิต ปากก็ตะโกนร้องให้ช่วยด้วย แต่ก็ไม่มีรถคันไหนหรือใครผ่านมาเลย ถ้าต้องถุกไอ้พวกหื่นกามขืนใจรุมโทรมจะขอวิ่งให้รถทับตายยังซะดีกว่า

“ว้ายยยยยย โอ้ยยยยยยยยย”

รีบเร่งจนสะดุดล้มเข้าจนได้  รถยนต์แล่นมาจอดตรงหน้าเธอ คริสาถอยครูดไปกับพื้นถนน พยายามลุกขึ้นหนีอย่างทุลักทุเล

“คนสวยมีอะไรให้พวกพี่ช่วยรึเปล่า”มีใครบางคนลงมาจากรถแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุดสยอง ใบหน้าหื่นกามทำให้คริสาน้ำตาไหลพราก

“ไปกับพวกพี่ดีกว่า มาเดินกลางค่ำกลางคืนคนเดียวมันอันตราย”ลงมาจากรถอีกคน คริสาเห็นพวกมันทั้งสองมองซ้ายแลขวาเมื่อไม่เห็นใคร ต่างส่งซิกส์แล้วก็กระโจนเข้าหาเธอ

“กรี้ดดดดดดดดดดด ม้ายยยยยยยยย ปวันช่วยด้วยยยยยยย”

ปี๊นนนนนนนนนน ปี๊นนนนนนนนนน ปี๊นนนนนนนนนนน

รถสปอร์ตคันหรูขับควบมาปาดหน้าแล้วบีบแตรดังสนั่น ชายแปลกหน้าทั้งสองคนหยุดชะงัก มองหน้ากันแบบหยั่งเชิง จนกระทั่งรถหรูเร่งเครื่องข่มขู่แล้วเหยียบคันเร่งบังคับรถหมายจะพุ่งชน จนทั้งสองคนแหวกทางหนีกระเจิง

“เฮ้ยๆขึ้นรถ เร๊ววววว”คนขับร้องตะโกนบอก อีกสองคนกุลีกุจอขึ้นรถไปแล้วก็ขับหนีหายไปทันที

“ฮืออออ ฮือออออออออ”

คริสาร้องไห้จนตัวโยน ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปวันลงจากรถพุ่งตรงไปที่คริสาทันที โชคดีแค่ไหนที่เขาขับรถตามมา ถ้าเขาทิ้งคริสาไว้เพียงลำพังจะเกิดอะไรขึ้น แค่คิดก็อยากชกหน้าตัวเองซ้ำๆหลายๆครั้ง

“คริส!”

“อึกกก ฮือออออออ ไอ้คนใจร้าย”ตะโกนว่าเสียงดังทว่าร่างกายกลับทำสิ่งตรงข้าม คริสา โผเข้าหาปวันทันที กอดร่างชายหนุ่มไว้แน่น

“ทิ้งฉันไว้ทำไม ใจร้ายที่สุด ฮืออออ”ปากร้องด่าว่าเขาใจร้าย มือก็ทุบเข้าไปที่แผงอกซ้ำๆด้วยอารมณ์โกรธ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเธอกลัวจับใจ คิดว่าจะต้องถูกรุมโทรมข่มขืนเข้าซะแล้ว ปวันยอมให้คนตัวเล็กทำร้ายร่างกายเขาจนหนำใจ ให้เธอระบายอารมณ์โกรธ อารมณ์หวาดกลัวกับเขา เพราะเขาเป็นคนผิดเองที่ดูแลเธอไม่ดี

“ทุบจนพอใจรึยัง จะนั่งทุบอยู่ตรงนี้รอให้พวกนั้นกลับมา หรือว่าจะไปทุบต่อบนรถ”ปวันเอ่ยถามด้วยเสียงราบเรียบ คนเจ้าอารมณ์ตวัดสายตามองค้อนเบะปากร้องไห้ อยากตีเขาแรงๆอยากฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าหล่อๆนั่นอยากดึงทึ้งผมให้ขาดติดมือ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าไอ้พวกนั้นอาจย้อนกลับมา

“ลุกขึ้นเถอะ”เมื่อเห็นว่าคริสาหยุดทุบตีเขา ปวันเหยียดร่างลุกขึ้น แต่คริสายังคงนั่งกองลงกับพื้น นั่นเพราะว่าชุดเดรสแสนหรูของเธอฉีกขาดจนเกือบถึงเอวตอนสะดุดหกล้ม อีกทั้งเท้าก็ยังปวดระบมเพราะวิ่งหนีด้วยเท้าเปลือยเปล่า

“ลุกไม่ไหว”บอกเสียงเบา ปวันส่ายหน้าให้กับคนดื้อดึง แค่ขอร้องให้เขาช่วยเหลือด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวานยังทำไม่ได้ ทั้งที่เขาเพิ่งช่วยให้รอดพ้นจากการถูกฉุด

“มานี่”แล้วก็ต้องก้มลงไปช้อนร่างอรชรขึ้นมาอุ้ม คริสาเอาแขนคล้องคลอทันทีโดยที่ไม่ยอมสบสายตากับปวัน

“ทีหลังก็อวดเก่งให้มากกว่านี้อีกสิ ร้องเรียกให้ช่วยทำไม”ปวันได้ทีแขวะเข้าให้ คริสาได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจแต่ไม่สามารถตอบโต้เขาได้ ร่างสูงอุ้มภรรยาตัวน้อยที่เริ่มคลายฤทธิ์เดชไปยังรถ วางร่างเธอลงตรงเบาะหน้า จัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้เสร็จสรรพ นอกจากใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและไอไลเนอร์ที่เลอะซึมออกมารอบดวงตาจนดูคล้ายหมีแพนด้า หน้าผากที่กระแทกเข้าอย่างจังตอนเบรกรถก็เริ่มปูดนูนออกมาเป็นลูกกลมสีเขียวคล้ำ ภายในใจปวันเต้นเร่าก่นด่าตัวเองที่ทำให้เธอเจ็บทำให้เธอได้รับอันตรายหากแต่สิ่งที่แสดงออกมาคือสีหน้าเฉยชาราวกับเอือมระอากับคนตรงหน้าเต็มที

“เลิกทำตัวเป็นปัญหาซะที”บอกแค่นั้นก่อนจะปิดประตูรถแล้วอ้อมไปยังฝั่งคนขับ คริสากัดริมฝีปากสะกดกลั้นคำพูดและความรู้สึกที่จดจ่อพร้อมจะแสดงความอ่อนแอไว้จนสุดกำลัง ร้องไห้ตอนนี้ไม่ได้ ห้ามร้องไห้ให้เขาเห็นอีก เพราะเดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอเป็นตัวปัญหา รถสปอร์ตออกตัวแล่นไปตามถนนอีกครั้ง มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่รายล้อมพวกเขาทั้งสองคนไว้

คริสาแช่ร่างลงในอ่างน้ำ หลับตาปลดปล่อยเรื่องราวเลวร้ายของวันให้สายน้ำชะล้างไปจากความรู้สึก ร่างกายรู้สึกปวดเมื่อยแผลที่หน้าผากปวดตุบ รู้สึกเหนื่อยล้ากับทุกอย่าง อยากปิดตายสมองปิดตายการรับรู้ไม่อยากเผชิญกับอะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจซุกตัวอยู่ในอ่างแล้วหนีจากทุกอย่างในโลกได้ ที่ทำก็แค่พยายามบอกให้ตัวเองแสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพื่อจะได้ยืนหยัดต่อหน้าเขาได้

“เลิกทำตัวเป็นปัญหาสักที”

คำนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหู คริสาสะบัดหน้าไปมาเหมือนพยายามสลัดเสียงนั้นออกจากหัวก่อนจะพาร่างขึ้นจากอ่างห่อหุ้มสวมทับชุดคลุมอาบน้ำ ภายในห้องนอนมองไปทางไหนก็รู้สึกโล่งกว้างไปหมด ทั้งที่เมื่อก่อนจะมีใครบางคนจับจองพื้นที่บนโซฟา แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว

ก้อกๆๆๆ

เสียงเคาะประตูทำให้คริสาที่กำลังยืนจ้องมองโซฟาตัวยาวสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้ใครก็ตามที่เคาะอยู่เข้ามา

“มีอะไร”เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนคาประตูอยู่คือปวัน เขาจะมาต่อว่าซ้ำเติมอะไรกันอีก ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้นเขาแทรกตัวผ่านพ้นประตูเข้ามาทั้งที่ไม่ได้รับการเชื้อเชิญแล้วก็คว้าแขนของเจ้าของห้องติดมือไปด้วย ลากจูงเธอแล้วจับให้นั่งลงบนเตียง

“ไหนดูแผลหน่อย”นั่งลงบนเตียงข้างๆกัน ในมือมียาทาแก้ฟกช้ำ มีเจลประคบเย็น มีสารพัดของปฐมพยาบาล ปวันยื่นมือออกไปจับใบหน้าของคริสาให้หันมายังเขา พร้อมกับใช้สายตาสำรวจแผลฟกช้ำตรงหน้าผากที่เริ่มปูดโปนเป็นลูกมะกรูดและสีเขียวคล้ำ ชายหนุ่มทำเสียงพึมพำเหมือนกำลังบ่นอะไรกับตัวเอง บีบเจลเนื้อใสบนนิ้วแล้วเกลี่ยทาเบาๆบนแผลฟกช้ำ

“โอ้ย เจ็บ”คริสาร้องออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้เบี่ยงหน้าหนีมิหนำซ้ำกับใช้สายตาที่ยากจะคาดเดาความรู้สึกจ้องมองไปที่ปวันไม่วางตา จนคนถูกจ้องรู้สึกแปลกประหลาดและเริ่มหนาวๆร้อนๆ

“เอานี่ประคบไว้”ยื่นเจลประคบเย็นให้ คริสายังคงจ้องมองเขาด้วยสายตาเหมือนเด็กน้อยขี้อ้อนในยามรู้ตัวว่าทำผิด ปวันไม่อยากเห็นสีหน้าแววตาแบบนั้นเพราะมันทำให้เขาหายใจติดขัดแล้วก็รู้สึกไม่ปกติ

“ไหนดูข้อเท้าสิ”รีบเบี่ยงเบนความสนใจของสายตาออกไปจากการมองหน้าภรรยา นั่นเพราะถ้ามองนานกว่านี้เขาอาจทำให้ตัวเองเดือดร้อนอีกก็เป็นได้ ปวันเลื่อนลงไปนั่งบนพื้นจับข้อเท้าคริสาตรวจดู มีรอยฟกช้ำจางๆหากไม่สังเกตก็ไม่เห็น

“ลองขยับดูสิว่าปวดมั้ย”

“ปวด”ตอบทันทีทันใดทั้งที่ยังไม่ลองขยับดูสักนิด

“ยังไม่ขยับดูเลยจะปวดได้ยังไง”

“ก็มันปวดอะ”ทำเสียงเอาแต่ใจ แล้วก็ไถลตัวลงจากเตียงมานั่งบนพื้นข้างๆปวัน ดวงตาคู่โตจ้องมองหน้าเขาด้วยสายตาเว้าวอน ปวันใจระส่ำไม่เป็นอันสงบ คริสาจะมาไม้ไหนอีก

“งั้นถ้าปวดก็ต้องพันผ้ายืดไว้ เวลาเดินจะได้ไม่รู้สึกเสียวแปลบ แล้วก็ทายาด้วย”ปวันรีบคว้ากล่องปฐมพยาบาลแล้วควานหาผ้ายืดสำหรับพันข้อเท้า ได้ขนาดพอเหมาะ

“ยืดเท้ามาจะพันผ้าให้”ยื่นเท้ามาแทบจะในทันที ว่านอนสอนง่ายในแบบที่ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ปวันบรรจงพันผ้ายืดรอบข้อเท้าอย่างเบามือ รู้สึกตลอดเวลาว่าโดนจดจ้อง

“เสร็จแล้ว ทีนี้ก็อย่าเคลื่อนไหว เข้าใจมั้ย”พยักหน้าตอบรับรัวเร็วอย่างว่านอนสอนง่าย ปวันไม่คุ้นชินกับความประพฤติในแบบนี้ ไม่ใช่ว่าทำทีเป็นเชื่อฟังเขาแล้วก็วางแผนเล่นงานกันอีกหรอกนะ ครั้งนี้เขาจะไม่หลงกลอีก

“เสร็จแล้วงั้นก็ไปเข้านอนซะ”หยัดตัวจะลุกขึ้นแต่ถูกสองมือคว้าหมับเข้าที่แขนทันที

“ถ้าเกิดตอนกลางคืนจะเข้าห้องน้ำละ มันปวดมากเลยนะ เดินไม่ไหว”น้ำเสียงสายตาออดอ้อนในระดับทำลายล้างขั้นแรงสุด ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาต้องกระโจนใส่แล้วจับกดลงบนเตียงไม่มีทางหนีรอด แต่ถึงเป็นตอนนี้ก็ใช่ว่าจิตใจจะไม่อ่อนแอ ปวันต้องบังคับไม่ให้ตัวเองเผลอไผลไปกับลูกไม้คนตรงหน้า เขาเข็ดขยาดกับคริสาเหลือเกิน แต่ไอ้สายตาเว้าวอนแบบลูกแมวน้อยก็มีอำนาจต่อความรู้สึกเขามากเหมือนกัน

“แต่ก็ไม่สนใจอยู่แล้วนี่”ปล่อยแขนปวันแล้วตีหน้าสลด เป็นอันจบเกมส์ ปวันรู้ว่าเขามันเป็นคนโง่จำพวกแมงเม่า ที่รู้ว่ากองไฟลุกโชนนั้นเร่าร้อนแต่ก็ยังกระโจนเข้าไป การจะทำใจแข็งกับผู้หญิงตรงหน้าไม่ดูดำดูดีเป็นเรื่องที่เขาทำได้ยากที่สุดในชีวิต ไม่ว่าคริสาจะทำกับเขายังไง ไม่ว่าเธอจะร้ายแค่ไหนเขาก็ยังคงเป็นผู้ชายโง่ๆที่เพียงเห็นสีหน้าเศร้าสลดของเธอ ภายในใจก็บิดตัวเจ็บปวดรวดร้าวทรมาน

รักมากกว่านี้ก็ไม่ได้

เลิกรักก็ไม่ได้

ไม่ว่าเลือกทางไหนก็มีแต่ความเจ็บปวด

ปวันช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแล้ววางเธอบนเตียงอย่างแผ่วเบา พอเขาจะผละออกไปเธอก็ดึงฉุดมือไว้ทันที

“อย่าไปนะ”

“หึ๊!”

“ห้ามไปไหน”

“คริส”

“ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น”

มันเป็นการออกคำสั่งที่เต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ แต่ไม่อยากให้เขาไปไหน อยากให้อยู่ในสายตา ขอแค่ตอนนี้ก็ยังดี ปวันค่อยๆหย่อนตัวแล้วล้มตัวลงนอนข้างๆ คริสากำชายเสื้อเขาไว้แน่นราวกับจะกลัวเขาลุกหนี

“ต่อให้ฉันหลับ ก็ห้ามไปไหน”

“เอาแต่ใจที่สุด”

“อื้ม”

ตอบเสียงแผ่วแล้วก็หลับตาลง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทรา ปวันจ้องมองคนตัวเล็กที่หายใจเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ มือเล็กๆยังกำชายเสื้อไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ปวันอยากเอื้อมมือแล้วคว้าทั้งตัวของเธอเข้ามากอดแนบอก แต่เขารู้ดีว่ามันจะนำมาซึ่งอะไร เขาบอกตัวเองซ้ำๆว่าคริสาจะไม่มีวันเปลี่ยน ไม่ว่ายังไงผู้หญิงคนนี้จะไม่มีวันรักเขา และเขาควรยอมรับเสียทีว่าบางความพยายามมันก็ไร้ความหมาย ในเมื่อเปลี่ยนใจคนอื่นให้มารักเขาไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนใจตัวเองให้เลิกรัก ก็เท่านั้น

………………………………

“ฉัตร มาสิ”ชานนท์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนนยื่นมือออกมาพร้อมร้องเรียกชื่อณฉัตร เด็กสาวซึ่งยืนอยู่กลางถนนก้าวขาเตรียมออกวิ่งไปหาเขา

“พี่นนท์”

“ฉัตร อย่าไป”มือหนึ่งยื่นมาคว้ามือเธอไว้ ณฉัตรหันหลังกลับไปดู ทันใดนั้น

โครมมมมมมมมมม!!

“เฮือกกกกกกกกกกกก”ร่างบางสะดุ้งสุดตัวดีดผึงลุกขึ้นจากที่นอน เสียงหายใจหอบโยนดังก้องไปทั่วห้อง ร่างกายเหนียวหนืดชุ่มไปด้วยเหงื่อ นานหลายนาทีถึงจะเข้าใจว่าได้พาตัวเองดำดิ่งเข้าไปในห้วงความฝัน ความฝันที่ตามหลอกหลอนมานานหลายปี ความฝันซ้ำซากที่คอยตามติดเสมือนการย้ำเตือนไม่ให้เธอหลงลืมเหตุการณ์ในครั้งนั้น ณฉัตรสะบัดศีรษะแรงๆรู้สึกปวดร้าวไปถึงกะโหลก ร่างกายชาหนัก ดวงตาที่มืดบอดพร่าเลือนเหมือนการจ้องแสงไฟเป็นเวลานานมันวูบวาบแล้วก็มืด วูบวาบแล้วก็มืดสลับวนกัน ไป ณฉัตรรวบรวมสติของตัวเองพลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่การปรากฏตัวที่โรงแรมพร้อมกับชานนท์ คริสาพาออกมาจากโต๊ะดินเนอร์ แล้วก็ถูกอลันฉุดกระชากออกไป เหตุการณ์ต่อจากนั้นทำให้คนตัวเล็กหวาดกลัวจนตัวสั่น ณฉัตรไม่อยากจะนึกถึงสิ่งที่เขาทำกับเธอ อลันทำในสิ่งที่เธอหวาดกลัวมากที่สุด หวาดกลัวมากกว่าความตาย ณฉัตร ยอมตายเสียดีกว่าที่จะต้องย้อนกลับไปในวันเวลาและเหตุการณ์นั้นอีก มันเจ็บปวดมากเกินไปที่จะสัมผัสกับภาพเหตุการณ์นั้นซ้ำๆในขณะที่ยังลืมตาตื่น เพราะว่าในห้วงความฝันเธอก็จมอยู่กับมันทุกค่ำคืน ราวกับเป็นบ่วงกรรมที่ต้องเผชิญจนกว่าจะหมดสิ้นลมหายใจ

“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงเย็นยะเยือกจากมุมหนึ่งของห้องเอ่ยถามขึ้น อลันนั่งอยู่ตรงมุมมืดจดจ้องร่างที่สลบหลับใหลอยู่บนเตียงมานานกว่าสองชั่วโมง ทุกวินทีที่ผ่านไปมีเพียงแค่การย้ำความคิดตัวเองว่าสิ่งที่เขาทำมันน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ เขาโกรธเกลียดผู้หญิงตรงหน้ามากมายถึงขนาดที่ลมหายใจของเธอก็ไม่อาจชดใช้ได้ แต่ทว่าเมื่อเห็นเธอหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากมายขนาดไหน หัวใจของเขาก็เต้นเร่าบีบตัวอย่างเจ็บปวด เขาอยากให้ณฉัตรสัมผัสกับความรู้สึกตายทั้งเป็น แต่กลับกลายเป็นเขาเองที่แทบยืนไม่ไหวและต้องแบกรับความรู้สึกนั้นเสียเอง

“ฮึก ฮือออออออ”แล้วคนตัวเล็กก็ถดร่างห่อตัวหวาดกลัวจนตัวสั่น อลันไม่น่าปล่อยให้เธอฟื้นคืนสติขึ้นมาอีก เขาน่าจะทิ้งเธอไว้กลางถนนแล้วปล่อยให้ความตายได้ทำหน้าที่ของมันซะที ทุกอย่างจะได้จบลงตรงนั้น ตรงจุดเริ่มต้นของทั้งหมด

“ไม่มีประโยชน์ที่จะร้องไห้มากมายนาดนี้หรอก”เอ่ยด้วยเสียงเรียบเฉยแบบคนที่ไร้หัวใจ ณฉัตรรับรู้การเคลื่อนไหวตรงหน้า ร่างสูงลุกขึ้นจากโซฟาแล้วตรงมายังเตียงนอน

“ออกไปนะ ออกไปอย่าเข้ามา”คนตาบอดคว้าทุกอย่างที่สามารถฉกฉวยได้แล้วเขวี้ยงปาวะเปะสะปะไปอย่างไร้ทิศทาง อลันบดกรามแน่นให้กับการตอบโต้นั่น ยัยเด็กโง่ คิดหรือว่าคนอย่างเธอจะสู้เขาได้

“กลัวมากรึไง ความตายนะ ฮ่ะ!”

“กรี้ดดดดดดดดด”คว้าข้อเท้าแล้วดึงลากออกมาที่ขอบเตียง ณฉัตรกรีดร้องดิ้นพล่าน แต่คนตัวเล็กแรงมดไม่มีทางสู้แรงผู้ชายตัวโตร่างกายกำยำได้อยู่แล้ว อลันโถมร่างเข้าใส่จับกดร่างเล็กลงไปบนเตียง มือแกร่งข้างหนึ่งบีบลำคอณฉัตรแน่น คล้ายกับกำลังบีบคอ

“เธอกลัวอะไรมากกว่ากันณฉัตรระหว่างความตายกับการไม่ได้อยู่กับไอ้สาระเลวนั่น”เพิ่มแรงบีบเค้นลำคอจนณฉัตรรู้สึกหายใจไม่ออก

“ระหว่างความตายกับการอยู่โดยไม่มีมันอะไรทรมานมากกว่ากัน ฮ่ะ!”

“ฮะ เฮือกกกกกกกกกก”

“ตอบสิ ยัยเด็กเลว”

“ฆะ ฆ่าฉันสิคุณอลัน เอาเลย ทำมันเดี๋ยวนี้ ละ เลย”ณฉัตรเค้นคำพูดออกมาได้อย่างยากเย็น รู้สึกหน้ามืดเพราะกำลังจะขาดอากาศหายใจ แต่นั่นไม่ใช่วิ่งที่เธอหวาดกลัว

“ชะ ช่วยทำให้มัน จะ จบ ที ได้โปรด”

“เธอก็รู้ว่ามันไม่ง่ายดายแบบนั้น”อลันเค้นเสียงออกมาได้ยากเย็นพอกัน

“คุณ ทะทำมันได้ ทำเลยสิ หรือว่าคุณกลัว บะบอกฉันสิคุณอลันคุณกลัวอะไร”คำถามนั้นทำให้เสี้ยวสติ อลันขาดผึงนั่นเพราะมันแทงใจดำในแบบที่เขาไม่อาจจะยอมรับว่าแท้ที่จริงแล้วคนที่หวาดกลัวที่สุดไม่ใช่ณฉัตรแต่เป็นเขา

“ฉันไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก ฉันแค่อยากเห็นเธอตายอย่างช้าๆ อยากเห็นเธอใช้แต่ละวินาทีของลมหายใจไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว รู้สึกผิด ฉันอยากให้เธอรู้สึกอยากจะ ตายอยู่ในทุกๆวินาทีแต่ตายไม่ได้ ฉันชอบให้มันเป็นแบบนั้น”ความพูดนั้นเหมือนมีดน้ำแข็งคมกริบกรีดคว้านลึกในหัวใจณฉัตร

“คุณอยากให้ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อความรู้สึกนั้นใช่มั้ย”เอ่ยถามอยากยากเย็น ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานในอีกรูปแบบหนึ่งกำลังทำงาน ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ในอดีตแต่เป็นความเจ็บปวดจากคนตรงหน้า

“งั้นฉันจะมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ใช่เพื่อความรู้สึกนั้น”

“ทำไม เธอจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร เพื่อรอจะได้ครองคู่กับไอ้ชานนท์ แล้วนิยายหลอกเด็กจะได้จบลงตรงที่มีความสุขนิรันดร์นะเหรอ”

“ใช่ ฉันจะมีชีวิตในแบบนั้นแหละ ฉันจะไม่หนีชานนท์อีกแล้ว ฉันจะรักกับเค้า ฉันจะอยู่กับเค้า แล้วพวกเราจะทำให้คุณได้เห็นว่าเรามีความสุขกันมากแค่ไหน”ไม่รู้ว่าอลันจะได้ยินเสียงแตกร้าวอย่างคนใจสลายของเธอหรือเปล่า แต่เขาคงไม่สนมันหรอก เพราะหัวใจของเขาหล่อเลี้ยงอยู่ได้ด้วยความเกลียดชัง อลันคงอยากได้ยินอะไรทำนองนี้ เขาคงอยากให้เธอกลับไปหาชานนท์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรเมื่อทำแบบนี้กับเธอ ความรู้สึกโกรธเดือดพล่านและไหลเวียนไปทั่งร่างกาย อลันเกร็งขืนมือตัวเองไม่ให้เผลอบีบคอคนใต้ร่างให้หมดลมไปเสียก่อน

“งั้นเธอก็ต้องตายก่อนณฉัตร แต่ไม่ใช่การตายในแบบที่เธอฝันถึงแน่”ณฉัตรรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร

“ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้ชานนท์มันจะรู้สึกยังไงถ้าหากมันรู้ว่าฉันทำอะไรกับเธอไว้บ้าง หึ”เหยียดยิ้มอย่างร้ายกาจ เป็นร้อยยิ้มที่มืดมนที่สุด อลันใช้แรงเหวี่ยงพลิกร่างณฉัตรในท่าคว่ำ

“ไปบอกมันด้วยนะว่าฉันทำอะไรกับเธอ”โถมตัวแนบลงไปกับแผ่นหลังแล้วกระซิบด้วยเสียงเย้ยหยัน หากเขาต้องการให้เธอหวาดกลัวก็ถือว่าได้ผล ณฉัตรตัวสั่นอยากเป็นลมล้มลงไปเสียแต่ตอนนี้ เสียงปลดเข็มขัดแล้วรูดออก จากนั้นสองมือก็ถูกรวบแล้วผูกมัดไว้ด้วยเข็มขัดหนังมันเงาเส้นหรู

“อ๊ะ โอ้ย”รวบผูกมือไว้อย่างแน่นหนา แค่ขยับก็บาดมือเป็นรอยแดงเถือก

“ถ้ากลัวก็ดิ้นเยอะๆเลยนะ ฉันชอบ”

กระซิบใส่หูอีกครั้งก่อนจะแลบลิ้นเลียเบาๆ ร่างหนาที่ประกบอยู่ด้านหลังใช้มือรูดชุดเดรสเนื้อผ้าชีฟองบางเบาสีพีชถลกขึ้นไปจนถึงบั้นเอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นชั้นในตัวบางสีดำลายลูกไม้ที่ห่อหุ้มพวงแก้มก้นเต่งตึงไว้ พลางลูบไล้สลับบีบขยำฟ้อนเฟ้นตามอารมณ์ดิบที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน

“อ๊ะ”ใช้มือช้อนใต้หน้าท้องแบบราบให้โก่งลำตัวขึ้นในท่าคลานเข่า ก้นงอนกระดกลอยเด่นโดยอัตโนมัติ ชุดพลิ้วบางร่นลงไปกองที่หน้าอก อลันปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองร่างกายเปลือยเปล่า ซ้อนประกบแนบไปกับร่างกายเนียนละเอียด ใช้เพียงมือเดียวปลดตะขอบราเซียอย่างชำนาญ ก่อนจะสอดมือเข้าไปใชสองนิ้วคีบปลายถันทั้งสองข้างของหน้าอกเต่งตึงแล้วรูดขึ้นลงอย่างสนุกมือ

“อ๊า อะ”หลุดเสียงร้องออกมารู้สึกปวดแปล้บและเสียววูบวาบ จากหยอกเย้าล้อเล่นยอดถันก็เปลี่ยนเป็นกางมือตะปบฟอนเฟ้นสัมผัสกับความนุ่มนิ่มอย่างเต็มไม้เต็มมือ แรงบีบเค้นรุนแรงจนต้องส่งเสียงร้องออกมาประท้วง หากแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

“โอ้ยย ฉันเจ็บ”

“ถ้าอยากถูกเอาแบบอ่อนโยน ก็ไปขอร้องให้ไอ้ชานนท์ทำให้แล้วกันเพราะฉันไม่มีให้”บอกอย่างเหี้ยมเกรียม คนฟังน้ำตาร่วงเผาะ

“มันนอนกับเธอเพราะความรัก แต่ฉันจะนอนกับเธอเพราะความเกลียด แล้วเวลาที่ฉันทำกับสิ่งที่เกลียด ฉันจะทารุณจนกว่ามันจะตาย”บีบขยำเต้าทรวงเต่งตึงสุดแรง ก่อนจะเลื่อนมือมาฝาดแก้มก้นเสียงดังสนั่น ผิวเนื้อขาวเนียนเปนรอยฝ่ามือแดง

“เชื่อเถอะ เธอไม่ชอบหรอก แต่เธอจะจำไม่มีวันลืม”

ใช้สองมือบีบขยำแก้มก้นแล้วเปลี่ยนเป็นงัดแกนกายที่ตั้งลำขยายออกมาถูไถตรงร่องก้น แค่สัมผัสของท่อนเนื้อที่ลาดไปตามรอยแยก ก็ถึงกับสั่นเทิ้ม ความรู้สึกเสียวซ่านหวาดกลัวผสมปนเปกันไปหมด

“กรี้ดดดดดดดดดดดดด”

กรีดร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อแท่งร้อนแทงพรวดเข้าไปทางด้านหลัง เจ็บจุกและปวดทรมานเหมือนกับจะขาดใจ ช่องทางด้านหลังไม่เคยถูกใครกล้ำกลายเข้ามาก่อน

“ฮึกกกก ฮืออออออออออ”

“อ่าส์!”

ใบหน้าอลันบิดเบี้ยวด้วยความคับแน่นที่บีบรัดท่อนลำรวบตึงไว้ พยายามแทรกดันตัวตนมโหฬารเข้าไปทั้งที่รู้ว่าการเปิดช่องทางนั้นจะทำให้คนตัวเล็กเจ็บปวดมากมายขนาดไหน

“โอ่ยยยเจ็บ เอาออกนะคะ ดะได้โปรด ฮืออออออ”ฟุบหน้าร้องไห้ไปบนที่นอน กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสลับกับอ้อนวอน ปวดแน่นจุกเสียดไปหมด ราวกับร่างกายกำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

“เอาออกไป กรี้ดดดดดดดดด”เริ่มดิ้นพล่านแต่ร่างกายที่ถูกประกบรวบอยู่ก็ขยับได้อย่างยากลำบาก อยากหลุดออกไปจากใต้ร่างเขาแต่มีหรืออลันจะยอม

“ซี้ดดดดดดดด”ปวดหนึบตลอดแกนกาย จำเป็นต้องขยับเข้าออกจะได้คลายคามอึดอัด ช้อนสะโพกให้ก้นงอนโด่งขึ้นอีกหน่อยแล้วกระแทกกระทั้นรัวเอวซอยถี่ๆโดยมีคำนึงว่าช่องทางจะฉีกขาดเสียหาย ร่างกายณฉัตรร้อนผ่าวราวลุกไหม้อยู่ในกองเพลิง

สวบ สวบ สวบ

“โอ้ยยยยเจ็บ คนใจร้าย”

“ซี้ดดดดดดดดด อ่า อ่า”

“ละ เลว อื้อออ คนเลว โอ้ยยยย”

อลันรั้งสะโพกเร่งจังหวะรัวแกนกายเข้าออก เหงื่อกาฬผุดพราวไปทั่วร่าง ร่างกายที่ประกบแนบติดกันโยกไหวเป็นจังหวะ คนถูกรังแกเหมือนถูกกระชากแยกวิญญาณออกเป็นเสี่ยงๆ นี่ใช่ไหมความทรมานในแบบที่จะตายแต่ตายไม่ได้อย่างที่เขาบอก

“อื้ออออออออ โอ้ยย อะ อ๊า”

ร้องไม่เป็นภาษาไม่มีวามรู้สึกใดแทนที่ความเจ็บปวดทางร่างกายที่เกิดขึ้นตอนนี้ อลันเป็นผู้ชายโหดเหี้ยมและซาดิส คนอย่างเขานะเหรอที่มีหน้าที่เยียวยารักษาคน แล้วเธอไม่ใช่คนหรืออย่างไรทำไมถึงทำกันแบบนี้

พั่บ พั่บ พั่บ

เสียงเนื้อแน่นหนันดังกระทบกันรัวเร็ว ช่องทางด้านหลังขมิบรัดและฟิตอย่างที่สุด เขาห่อปากสูดครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา  เซ็กส์ดิบๆในแบบที่ชอบทำกับคู่ควงชาวตะวันตกที่เจนจัดไม่คิดเลยว่าจะต้องเอามาใช้กับยัยเด็กที่ดูบอบบางพร้อมบุบสลายทุกเมื่อที่แตะต้องตัว แต่เขาอยากมอบประสบการณ์ที่จะทำให้ณฉัตรไม่มีวันลืม แม้เสียงร้องบาดใจจะทำให้เขาปวดแปลบอยู่ในที

“ซี้ดดดดดดดดดดดด อ่า อ่า อ่า”

เร่งจังหวะรัวแรงกระแทกกระทั้นจนมิดลำ ณฉัตรกรีดร้องจนหมดเสียง เสี้ยวสติใกล้หลุดลอยเต็มที่ เมื่อไหร่กันความทรมานเจ็บปวดนี้จะสิ้นสุดลง

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดด”

“อ่า อะ อ้า”

กระตุกร่างเกร็งแล้วปลดปล่อยมวลความรู้สึก ลาวาร้อนไหลทะลักท่วมท้นพร้อมๆกับเสียงแผดร้องที่หายไป ณฉัตรหมดสติไปอีกครั้ง

สายลมที่ไร้ทิศทางพัดประทะร่างกายบางเบาราวกับจะโอบล้อมและกอดเขาเอาไว้ อลันแหงนมองท้องฟ้าที่พราวระยับไปด้วยหมู่ดวงดาว เขาพาตัวเองมาอยู่ในสถานที่เป็นความทรงจำที่สวยงามที่สุดที่มีร่วมกับเฌอร์มาล บ้านพักตากอากาศหลังงามที่ตั้งอยู่บนเนินเขาที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ซึ่งภรรยาที่รักเป็นคนปลูก ไฟสีส้มที่ส่องสว่างแลดูอบอุ่นสาดส่องมาจากภายในบ้าน มันถูกทิ้งร่างว่างเปล่ามานานแสนนานตั้งแต่เฌอร์มาลจากไป อลันไม่เคยคิดจะเหยียบย่างกรายเข้ามาแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่สูญเสียภรรยา เขาไม่สามารถมองทุ่งดอกไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยวิ่งไล่จับกับเธอ ไม่สามารถสัมผัสเปลือกต้นสนอ่อนที่เคยเอนอิงพิงซบกับเธอ แม้แต่การแหงานมองดวงดาวบนท้องฟ้ายังเรียกภาพความรู้สึกเรื่องราวทุกอย่างกลับมาฉายชัดอยู่ตรงหน้า

เฌอร์มาล ผมอยากให้คุณอยู่ตรงนี้

แต่ถ้าคุณเห็นผมในตอนนี้คุณต้องเกลียดผมแน่ๆ

ผมได้กลายเป็นผู้ชายเลวทรามชั่วร้ายไปแล้วเมื่อไม่มีคุณอยู่ข้างๆ

ผมทำให้คนที่คุณรักที่สุดต้องร้องไห้

ผมทำทุกอย่างเพียงเพราะผมคิดว่าน้องสาวของคุณควรจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวด

แต่เฌอร์*…*ทุกอย่างมันเปล่าประโยชน์

ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ หัวใจผมก็จะบีบตัวจนทรมานไปด้วย

ผมไม่ควรจะเจ็บปวดอีก เพราะหัวใจผมด้านชาไปแล้ว มันตายสนิทไปแล้วตั้งแต่ไม่มีคุณ

แต่ว่า*…*แต่ว่าตอนนี้ ผมกำลังทรมานจริงๆ

ทรมานจากการคิดถึงคุณ

ทรมานจากการไม่มีคุณ

ทรมานจากการที่ต้องใช้ชีวิตที่เหลือโดยปราศจากคุณ

และทรมานกว่าอะไรทั้งหมด เมื่อผมเห็นเด็กคนนั้นแล้วทำให้ผมคิดถึงคุณอย่างสุดหัวใจ

และที่รักผมกลัวหัวใจตัวเองเหลือเกิน คุณรู้ใช่มั้ยว่ามันหมายถึงอะไร*…*

………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น