email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 42. ความลับขององค์หญิง และ การหักหลัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 42. ความลับขององค์หญิง และ การหักหลัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2564 00:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42. ความลับขององค์หญิง และ การหักหลัง
แบบอักษร

พรึบ!!

ร่างเล็กลั่งลงบนเบาะนุ่มนิ่มสายตามองกวาดไปยังเครื่องเสวยมากหน้าหลายตาที่ตนไม่เคยกินหมดสักครั้งอย่างเบื่อหน่าย

‘ข้าเบื่อ’

‘องค์หญิง’

ทั้งขันทีและนางในต่างก็รับคำพร้อมกับก้มหัวส่ายหน้าด้วยความหนักใจ

‘ข้าได้ยินว่าเสด็จพี่และ...พระชายากำลังเสด็จกลับมา’

‘เพคะ อีกไม่นานก็จะทรงเสด็จมาถึง ม้าเร็วจากขบวนเสด็จได้ส่งสารมาถึงฝ่าบาทเมื่อไม่นานมานี้เองเพคะองค์หญิง’

‘นางเป็นอย่างไรบ้าง?’

‘หม่อมฉันรู้มาว่า พระนางทรงลำบากไม่น้อยเพคะ เพราะถูกลักพาตัวเป็นเวลานาน ทั้งยังถูกทำร้าย หม่อมฉันคิดว่าจิตรใจของพระนางคงบอบช้ำเป็นอย่างมาก’

‘.....’

‘เสนาบดีคัง รวมถึงลูกบ้านของพระชายา ก็ยังคงถูกข้อกล่าวหา และถูกคุมขังรอการไตร่สวนเพคะ’

‘โหดร้ายนัก’

‘เป็นเช่นนั้นเพคะ’

องค์หญิงโซรองนิ่งเงียบไปหลังจากได้ยินที่วอนฮีบอก หากตอนนั้นนางไม่พบเจอกับข้าที่กำลังแอบกลับเข้ามาในวัง ในวันนี้ข้ากับพระชายาก็คงจะได้ร่วมพูดคุย ปรับทุกข์กันตามประสาพี่สะใภ้และน้องสาวอย่างที่เคยหวังไว้

‘ทรงคิดอะไรอยู่หรือเพคะ?’

‘ข้าควรขอโทษพระชายาดีหรือไม่ วอนฮี?’

‘หา?!!! พะ เพราะอะไรเล่าเพคะ เรื่องนั้นก็นานมาแล้ว หม่อมฉันคิดว่า...’

‘ข้าทำผิดต่อพระชายาเอาไว้ ทั้งที่อยู่ในวังด้วยกัน แต่ข้ากลับไม่เคยได้พูดคุยหรือพบเจอพระชายาเลย’

‘นั่นไม่สำคัญเลยนะเพคะ’

‘วอนฮี!!’

‘ขออภัยเพคะองค์หญิง!!’

องค์หญิงตะวาดใส่วอนฮียกใหญ่เพราะคำพูดของนางไม่เหมาะสม ถึงจะเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของข้าในฐานะองค์หญิงก็ตาม แต่มันคงไม่ใช่อีกแล้ว

‘ถึงข้าจะคิดช้าไปเสียหน่อย การเป็นถึงองค์หญิง ทำผิดแล้วยอมรับเป็นสิ่งที่ควร แต่หากยอมรับแล้วขอโทษเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่หรอ?’

‘เพคะ องค์หญิง’

‘ไปกัน!’

‘ตอนนี้เลยหรือเพคะ?!! ตะแต่ขบวนเสด็จยังมาไม่ถึงเลยนะเพคะองค์หญิง!!!’

‘ข้าจะรอรับเสด็จด้วยตัวข้าเอง’

‘องค์หญิง!!!’

พูดจบร่างเล็กก็ลุกพรวดพราดเดินออกไปจากห้อง ทั้งวอนฮีขันทีและนางในต่างก็กุลีกุจอเดินตามองค์หญิงไปอย่างรีบร้อน

‘อย่ารีบร้อนเลยเพคะ โปรดระวังพระวรกายด้วยเพคะ!!’

‘ข้าต้องรีบไปพบพระชายาให้ไวที่สุด’

‘องค์หญิง!!’

สองเท้ายังคงจ้ำอ้าวด้วยสายตาที่แน่่วแน่ ทำไมต้องตอนนี้ ทำไมต้องไวที่สุดหนะหรือ เพราะถ้าหากช้าไปกว่านี้ ความตั้งใจของข้าอาจจะแผ่วลงจนไม่กล้าทำอย่างที่พูดเอาไว้หนะสิ

‘เป็นไปไม่ได้!’

เสียงตกอกตกใจของเสด็จแม่นี่นา เสียงนั้นดังอยู่ไม่ห่างมากนัก โซรองหยุดเดินพรางมองหาต้นตอของเสียงที่ได้ยิน

ภายใต้ศาลาชมจันทร์ มีเพียงพระมเหสีหัวหน้านางในและขันทีสามคนเท่านั้น เสด็จแม่อาจจะกำลังลงโทษนางในอยู่เป็นแน่ จึงไม่ได้สนใจและตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไป

กะ เกิดเรื่องอันใดหรือพะยะค่ะพะมเหสี??!!’

‘ซังแจ!’

‘พะ เพคะพระมเหสี?!’

เสียงโหวกเหวกยังคงแว่วมาตามลมให้ได้ยินบ้าง ไม่ได้ประติดประต่อนัก แต่ก็ไม่สามารถทำให้จิตรใจอันห้าวหาญขององค์หญิงลดน้อยลง

เหตุใด? เหตุใดคังอียูจึงยังมีชีวิตอยู่ ทำไม!!!’

‘....!!!!!’

สองเท้าเล็กหยุดเดินอีกครั้ง สิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่ยังคงวนเวียนดังก้องอยู่ภายในหัวอย่างชัดเจน แม้จะเป็นเพียงเสียงแว่วๆ ที่ลอยมากับสายลม แต่มันช่างชัดเจนเสียจนแขนขาของโซรองสั่นไหวแทบควบคุมไม่อยู่

ขันทีและนางในหลายคนต่างก็หันมองหน้ากันไปมาราวกับร่วงรู้ว่าอนาคตของตนเองกำลังจะจบสิ้น เมื่อได้ยินอะไรไม่ไม่ควรได้ยิน บางคนถึงกับก้มหน้าหลั่งน้ำตาเพราะความกลัว

โซรองยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง วอนฮีได้แต่มองแผ่นหลังเล็กๆ ที่สั่นเทิ้มด้วยหัวใจที่เจ็บปวด

‘องค์หญิง นี่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด เราต้องไปรับเสด็จองค์รัชทายาทนะเพคะ’

‘.....’

‘มะ มัวยืนทำอะไรกันอยู่ รีบพาองค์หญิงไปเร็วเข้า’

‘เจ้าค่ะ!!!’

นางในทั้งสี่คนรีบรับคำวอนฮีเตรียมจะเดินเข้าไปช่วยพยุงร่างเล็กขององค์หญิงให้เดินออกไปจากตรงนี้

‘มะ ไม่จริง!! องครักษ์มินบอกว่าฆ่านางไปแล้วนะเพคะ!!’

ข้าถึงได้ถามเจ้าอยู่นี่ไง ในเมื่อเจ้าแน่ใจในแผนการของเจ้านัก เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?!!!’

ยังไม่ทันที่นางในจะยื่นมือออกไปแตะต้องตัวของโซรอง เสียงของหัวหน้านางในและพระมเหสีก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาทุกคนต้องสะดุ้งถอยกลับในทันที

‘นี่ นี่มันอะไรกัน?!’

‘องค์หญิง ไม่ใช่นะเพคะ’

‘.....’

วอนฮีที่ได้ยินเสียงสั่นครือขององค์หญิง นางถึงกับรีบเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าโซรองพร้อมกับจับสองมือของพระองค์เอาไว้แน่น

น้ำตามากมายไหลอาบแก้มสวยจนพระเนตรบวมแดง เรื่องร้ายแรงเช่นนี้ เหตุใด เหตุใดเสด็จแม่จึงได้สะเพร่าพูดคุยกันอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ข้าควรได้ยินเรื่องแบบนี้อย่างนั้นหรือ ข้าควรจะเป็นคนที่ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยสิ แล้วทำไมกัน?!!

‘นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะเก็บมาเป็นปัญหาของตน’

‘....!!’

เสียงแหบๆ ของหญิงชรา ฉุดให้โซรองเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาหันไปมองต้นตอของเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นพระพันปีนางจึงรีบก้มคำนับแด่พระนาง

‘ข้าจะถือว่าพวกเจ้าไม่ได้ยิน ไม่ได้เห็นสิ่งใด หากมีการแพร่งพราย ตัวเจ้ารวมทั้งครอบครัวอันเป็นที่รัก ข้าจะไม่ละเว้นใครไว้แม้แต่คนเดียว’

‘เพคะ พระพันปี!!!’

นางในรับใช้ขององค์หญิงทุกคนต่างก็รับคำของพระพันปีอย่างสั่นกลัว ไม่ว่าจะองค์รัชทายาทหรือแม้กระทั่งองค์ราชาก็ยังเชื่อฟังคำของพระพันปี ภายใต้น้ำเสียงนั้นไม่มีความปรานีใดๆ อยู่เลย

‘องค์หญิง’

‘ฮึก ฮือๆๆๆ เสด็จย่า!!’

น้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อยามเรียกให้องค์หญิงเงยหน้าขึ้นมองนั้น เป็นฉนวนของการปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจภายในอกของโซรองเป็นอย่างดี

‘ไว้ย่าจะไปพบเจ้าทีหลัง พวกเจ้าพานางกลับตำหนักไปเสีย’

‘เพคะพระพันปี’

สายพระเนตรที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของพระพันปียังคงจับจ้องไปที่องค์หญิงจนลับสายตา เพียงครู่เดียวสายพระเนตรอ่อนโยนเมื่อครู่ก็แปลเปลี่ยนเป็นความเยื่อกเย็นทันทีเมื่อพระนางหันมองไปยังศาลาชมจันทร์ที่มีพระมเหสีพระทับอยู่ไม่ไกลนัก

“เฮ้อออ....”

โซรองถอนหายใจฟุบหน้าลงบนโต๊ะอักษรอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า ถึงแม้เรื่องที่นางได้พบได้ยินเมื่อครั้งก่อน เสด็จย่าจะมีรับสั่งให้เก็บงำเป็นความรับ เพราะท่านย่าไม่ต้องการให้เสด็จแม่และราชวงศ์ต้องเสื่อมเสีย

ข้าเองก็ควรจะทำใจลืมเรื่องนั้นไปแล้วใช้ชีวิตตามปกติ อย่างไรเสียพระชายาก็กลับมาอย่างปลอดภัย ครอบครัวของพระนางก็พ้นผิดทุกข้อกล่าวหา

เพียงแต่ ข้าทำถูกต้องแล้วใช่ไหม แม้เสด็จแม่จะทำเรื่องร้ายๆ เอาไว้ แต่....คงไม่เป็นไรใช่ไหม ถ้าข้าจะขุดหลุมแล้วฝังทุกๆ อย่างเอาไว้ภายใจ.

“คง....ไม่เป็นไรหรอก”

เปลือกตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท แต่ริมฝีปากบางนั้นยังคงพึมพำออกมาเบาๆ ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงแค่องค์หญิงคนเดียว

กึกๆ แอ๊ด~~~~!!!!

“.....”

“.....!!!”

ในความมืดสนิทภายในกระท่อมเล็กๆ กลางป่า อียูถูกมัดมือมัดเท้าไร้ซึ่งวิธีหนี เสียงไข่กุญแจจากด้านนอกดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงชุดดำเดินเข้ามาด้านใน

พรึบ!!

เขานั่งลงต่อหน้าอียูพรางจ้องนางอย่างไม่วางตา มือหนากำแน่นจนเจ็บอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งมองหน้าของอียูเท่าไร ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวด

“ไม่เคยคิดว่า จะเจอเจ้าในที่แบบนี้ รู้ใช่ไหมว่าข้าคือใคร?”

“.......!!”

แม้เขาจะสวมหน้ากากอำพรางใบหน้า น้ำเสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นเช่นนี้ อียูรู้ได้ทันทีว่าเขาคือซอลมิน ถ้าทำกันถึงขนาดนี้ เขายังจะถามอะไรจากข้าอีก

ข้าไม่อยากจำได้ด้วยซ้ำ หลังจากที่ซอลมินขว้างมีดใส่ข้าแบบนั้น แล้วยังจะจับข้าไว้แบบนี้อีก อียูไม่ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะเบี่ยงหน้าหนี ทำให้ซอลมินหงุดหงิดไม้น้อย

อย่างน้อย ก็แก้ตัวให้ข้าได้ยินหน่อยก็ยังดี ข้าไม่คิดว่าจะพบนางกับคนของเสนาบดีชินสองต่อสองในยามวิกาล ทั้งที่นางบอกว่าจะกลับบ้าน แต่นี่มันอะไรกัน

คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของซอลมินไม่หยุดหย่อน แต่เขาทำได้แค่บังคับตนให้สงบสติเอาไว้

“คงเหนื่อยน่าดู ที่ต้องคิดหาวิธีฆ่าข้าอยู่ตลอด หึหึ”

“ท่าน!! พูดเรื่องอะไรกันเพคะ?”

“ทำไมเจ้าถึงอยู่ที่นั่น! เจ้าคุยอะไรกับชายคนนั้น แผนการของเจ้าคืออะไร?!”

ซอลมินขึ้นเสียงตะวาดลั่นใส่คนตัวเล็ก จนนางสะดุ้งถอยหลังติดกำแพง

“เจ้ารู้หรือไม่ ลอบปรงพระชน มีโทษหนักเพียงไหน?”

“หม่อมฉัน..!!! ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!! ทำไมต้องจับหม่อมฉันด้วย คนที่ต้องตั้งคำถามคือหม่อมฉันต่างหาก!!”

“เสนาบดีชิน มีแผนอะไรกันแน่ บอกข้ามา”

“หม่อมฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ ได้โปรด!!”

“ข้าจะไม่ทำร้ายให้เจ้าต้องเจ็บ เพียงแค่บอกสิ่งที่เจ้ารู้กับข้า”

“ข้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ พระองค์ต้องเชื่อที่หม่อมฉันพูดนะเพคะ!”

“ข้าจะไม่ลงโทษหรือเอาผิดอะไร หากเจ้ายอมบอกทุกอย่างกับข้าตอนนี้”

“.....!!”

“เจ้าจะเป็นชายาของข้า จะไม่มีใครบังคับให้เจ้าต้องทำเรื่องพวกนี้ หรือทำร้ายเจ้าได้ อียู แค่เจ้าต้องบอกข้ามา”

“หม่อมฉัน ไม่เคยมีความคิดที่จะลอบปรงพระชนพระองค์แม้แต่ครั้งเดียว หากจะกล่าวหากันง่ายๆ เช่นนี้ หม่อมฉันก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดอีกเพคะ”

ปึง!!!!

“.....!”

มือหนาทุบไปที่กำแพงเสียงดังสนั่น เพียงเพื่อระงับใจของตนให้หยุดสงสารอียู แล้วสนใจเพียงสิ่งที่นางทำต่อตนเองเท่านั้น

แววตาที่สั่นไหวอยู่ถายใต้หน้ากากสีดำ ซอลมินพยายามเก็บงำความรู้สึกกระอักกระอ่วนไว้ไม่แสดงให้อียูได้เห็น

โหดร้าย ทำไมข้ากลายเป็นคนที่จะฆ่าซอลมินไปได้หละ ทำไมถึงคิดว่าเป็นข้าทั้งที่ไม่มีแม้แต่หลักฐาน แต่กลับกล่าวหาข้าทั้งอย่างนี้ ทำแบบนี้ได้อย่างไร

พรึบ!!

แทซันได้ยินเสียงจึงรีบวิ่งเข้ามาดูว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น แต่ซอลมินยกมือขึ้นเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างยังคงควบคุมได้

“ข้าจะถามเจ้าอีกครั้ง...”

“หม่อมฉันไม่มีอะไรจะตอบ ในเมื่อตอบแล้วทรงไม่เชื่อ”

“หากตอนนี้ เป็นเพียงช่วงเวลาที่เจ้าจะสามารถทำได้”

หมับ!!

“.....!!!”

ซอลมินพูดพรางยัดมีดสั้นใส่มือของอียู ซึ่งถูกเชือกมัดที่ข้อมือเอาไว้ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้แล้วกางแขนทั้งสองข้างออกราวกับเขาพร้อมที่จะให้อียูหันปลายมีดเข้าหาตนได้ทุกเมื่อ

“โอกาสครั้งสุดท้าย ที่ข้าจะมอบให้ เจ้าจะรับไว้ไหม?”

“......!!!!!”

“องค์รัชทายาทพะยะค่ะ!!”

“ลงมือสิ!!!”

แทซันที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไว้ใจที่อียูถือมีด จึงจะเข้ามาปกป้องซอลมิน แต่ต้องชะงักหยุดอยู่กับที่เมื่อซอลมินตะวาดลั่นให้อียูลงมือฆ่าตนเสียที

อียูตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า เหงื่อซึมออกมาจากผิวหนังจนเปียกโซก น้ำตาที่พรั่งพรูราวกับสายฝนทำให้ภาพตรงหน้าเบลอไปหมด

ฟุบ!!

มีดสั่นหล่นลงพื้นอย่างง่ายดาย นอกจากสายตาที่ผิดหวังของซอลมินแล้ว เขาแทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ อย่างน้อยๆ ถ้าเขาตายไปเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทนเจ็บปวดใจแบบนี้

แทซันที่มองดูอยู่เห็นอย่างนั้นจึงก้มหัวให้แก่ซอลมินแล้วเดินออกไปจากกระท่อมปล่อยให้ซอลมินอยู่กับอียูเพียงลำพัง

ซอลมินปล่อยแขนทั้งสองข้างลงแนบลำตัวอีกครั้ง พร้อมกับส่ายหัวอย่างเอือมระอา

“ข้าเกลียดท่าน”

“.....!”

ปากบางงึมงัมทั้งที่นั่งก้มหน้ากอดเข่าร้องไห้ตัวสั่น ซอลมินถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนายื่นออกไปลูบหัวของอียูด้วยใจที่บอบช้ำจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ต้องชักมือกลับเพราะไม่ใช่สิ่งที่เขาทำได้อีกแล้ว

 

ความคิดเห็น