ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ เหตุเปลี่ยนแปลงที่หน้าผาหมาป่า 3

ชื่อตอน : ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ เหตุเปลี่ยนแปลงที่หน้าผาหมาป่า 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 316

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ เหตุเปลี่ยนแปลงที่หน้าผาหมาป่า 3
แบบอักษร

ตอนที่หนึ่งร้อยสี่ เหตุเปลี่ยนแปลงที่หน้าผาหมาป่า 3

 

หนึ่งเม็ดทราบคือหนึ่งวิญญาณที่ฝังร่างลงในทะเลทราย นื่คือสิ่งที่ชนเผ่านอกด่านกล่าวขานกัน มันก้าวข้ามตำนานที่บอกเล่าต่อต่อกันมา เป็นสิ่งที่คนคิดว่ามันเป็นข้อเท็จจริง

คนเราหาความมายของชีวิตจากสิ่งรอบข้าง มองหารูปแบบของสิ่งต่างๆรอบตัวเรา เพื่อหาความหมายของชีวิตจากความสับสนและยุ่งเหยิงนี้

วินาทีที่ดาบแทงเข้ามา

ปรมาจารย์อย่างเหยี่ยวครามอาจจะสังหารคนที่แทงได้ภายในพริบตา

แต่คนไม่ใช่ตอไม้ไหนเลยไร้ซึ่งน้ำใจได้

ไม่มีใครอยากหักโค่นต้นไม้ที่ตนเองปลูกมากับมือของตนเอง

มีคำกล่าวว่าหากเราช่วยชีวิตคนคนหนึ่ง เขาไม่ได้เป็นหนี้ชีวิตเรา เราต่างหากที่เป็นหนี้ชีวิตเขา

เราจะรู้สึกว่าเรามีหน้าที่ต้องช่วยชีวิตเขาต่อไป ไม่อย่างนั้นที่ทำไปก็จะไร้ความหมาย

เบนจามิน แฟรงคลิน หนึ่งในผู้ก่อตั้งเม่ยกั๋ว บอกว่าอยากเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรให้ขอความช่วยเหลือจากเขาดู ก็เพราะเหตุนี้นั่นเอง แสดงความขอบคุณ สำนึกบุญคุณแก่เขา เขาก็จะเป็นมิตรกับเรามากขึ้น

ศาสตร์ของสังคมที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ความจริงแล้วเป็นวิทยาศาสตร์เอามากๆ

เล่าแป๊ะบอกว่า เมื่อเจอคนหนุ่มที่หวังก้าวหน้า ให้ยื่นมือประคองสักครา อย่าได้ผลักไสไปก็เพราะเหตุนี้

เมื่อสร้างมิตรได้หนึ่งคนไยต้องสร้างศัตรูด้วย?

น่าเสียดายที่การเมืองระหว่างประเทศก็เป็นวิทยาศาสตร์เช่นกัน

ความสัมพันธ์ของปัจเจคชน ทิ้งไว้ข้างทางเพื่ออุดมการณ์และผลประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า

เราสามารถทำตามและยอมรับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเราได้ มนุษย์เราวิวัฒนาการมาแบบนั้นเอง

“เมื่ออยากเป็นที่หนึ่งก็ต้องจัดการคนที่เป็นที่หนึ่ง” ตรรกะง่ายๆเหมือนหนึ่งบวกหนึ่งต้องเป็นสอง

ดาบเล่มหนึ่งจึงเปลี่ยนแปลงผลของการต่อสู้ให้เป็นไปตามผลประโยชน์ใหญ่ของส่วนรวม

 

..

โลหิตสีฟ้าไหลออกมาจากมุมปากของเหยี่ยวคราม

ฝ่ามือฝ่ามือหนึ่งก็กระแทกไปที่หน้าอกของอินทรีย์ใหญ่

ซึ่งเขาก็เกร็งกำลังต้านรับเต็มที่

แต่ร่างที่ปลิวไปรู้ตัวดีว่าที่เขาไม่เสียชีวิตทันทีก็เพราท่านอาจารย์ออมมือเอาไว้

แต่คนอื่นไม่โชคดีอ่างนั้น

หกอินทรีย์ที่ไม่ได้ทรยศ

สองคนถูกสังหารในทันที

สองคนลังเลและโดนรุมจากอีกหกคนที่เหลือและอีกสองคนพยายามจะหนี

แต่ ปึกปึก

เยลู่ซูไฉสังหารคนหนึ่งด้วยบรรทัดประหารฟ้า

น้อยครั้งที่กุนซือผู้นี้จะลงมือและเขาก็แสดงให้เห็นว่าสามารถพิฆาตหนึ่งในสิบสามอินทรีย์เหินได้ด้วยการลงมือเพียงคราเดียว

อีกคนหนึ่งนั้น

ตูม

ผู้ที่กร้าวแกร่งที่สุดในสิบสามอินทรีย์เหิน อินทรีย์ทอง ได้ถูกสังหารด้วยมือของอ้วนง้วนอากุกต้าเอง

“เจ้าได้ตายด้วยหมัดราชันย์สะท้านภพของข้าถือว่าเป็นเกียยรติแก่เจ้าแล้ว”

อ้วนง้วนอากุกต้าเต็มไปด้วยรัศมีราชันย์

ยิ่งสังหารคนผู้หนึ่งมาก่อนเป็นการเซ่นความกระหายเลือดของวิชาของเขาที่ยิ่งต่อสู้ยิ่งป่าเถื่อนทรงพลัง

พลังความป่าเถื่อนและสัญชาตญาณการต่อสู้ของเขาทำให้เขาสามารถรอดชีวิตจากมือท้ำเจี๊ยะคุย ผู้ยิ่งใหญ่แห่งทุ่งหญ้าคนก่อนหน้า

ตุบ

ตุบ

ตุบ

ฝ่าเท้าย่ำหนึ่งก้าวเป็นรอยเท้าก้าวเข้าหาเหยี่ยวครามที่บาดเจ็บซ้ำเติมอยู่

ยิ่งก้าวเข้ามายิ่งโหมพลังสภาวะมากขึ้น

“เจ้าทรยศ?”

คำกล่าวที่เหมือนกับจะเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่คิดมากเสียกว่าว่าจะเป็นคำถาม

“ฮา ฮา ฮา ท่านคงคิดไม่ถึงว่าครึ่งหนึ่งของสิบสามอินทรีย์เหินนั้นเป็นคนของข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว และ ศิษย์ของอินทรีย์ใหญ่ นามที่แท้จริงคืออ้วนง้วนเลี๊ยกบุตรชายนอกสมรสของข้าผู้นี้”

ราวกับจะอธิบายเหตุผลให้กับตนเอง

“ตระกูลของข้าจะล้างอายให้กับท่านบรรพบุรุษที่ได้รับความอัปยศ นามของตระกูลจะผงาดเหนือทุ่งหญ้าและแดนจงหยวนอีกครั้ง และในวันนั้นต้องไม่มีท่านคอยขัดขวาง”

เหยี่ยวครามยิ้มเย้ยหยันตนเอง

“ขัดขวางอันใด แค่ยังเร็วเกินไปเท่านั้น สะสมพลังรอทุ่งหญ้าให้แข็งแกร่งยี่สิบปี ด้วยพลังที่แฝงเร้นของทุ่งหญ้าอยู่ ต้าถังไม่อาจต้านทานรับพวกเราได้อย่างแน่นอน”

หากหวังลี่มาฟังคำพูดตอนนี้คงสะดุ้ง เพราะปรมาจารย์คิดอย่างที่เขาคิดจริงๆ

รวบรวมชนเผ่าต่างเผ่าภายใต้การปกครองเดียวสะสมกำลังทหารไว้และบุกเข้าด่านในคราวเดียวหากมีกำลังมากพอก็จะได้ชัยเป็นมั่นเหมาะ..ซึ่งหวังลี่ก็คงคิดอีกที่ว่า อ้วนง้วนอากุกต้าทำถูกแล้วโดยไม่ตั้งใจเพราะรออีกยี่สิบปีเนื้อเรื่องก็จะตรงตามต้นฉบับเพระเอกอายุมากพอที่จะคุมกองทัพและปราบกองทัพของนอกด่านได้ก่อนที่จะรวมกำลังพร้อมในยี่สิบปีอยู่ดี

แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลที่จะพูดให้ใครที่ไม่สามารถรู้อนาคตฟังได้ แบบเดียวกับยุคจั้นกว๋อที่หกรัฐทำสงครามชิงเล่ห์เหลี่ยมกันและแต่ละคนเป็นคนฉลาด แต่ใครจะคาดคิดว่าจอมคนแห่งยุคอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้จะเกิดมาและจัดการหกรัฐตะวันออกได้สำเร็จ?

หมายความว่าด้วยเหตุผลเห็นแก่ตัว อ้วนง้วนอากุกต้าเลือกโอกาสที่ดีที่สุดในการบุกภาคกลางได้

แต่แน่นอน เหยี่ยวครามไม่รู้เรื่องนี้และคิดว่าเร็วเกินไป

อ้วนง้วนอากุกต้าก็คิดว่าเหยี่ยวครามมีเหตุผลเช่นกันแต่เขาไม่อาจทนรอต่อไปหากมีโอกาสในการขยับขยายรากฐานของตนเอง

“หึแนวทางของท่านทำให้พวกเราอ่อนแอบลงเสียความห้าวหาญเข้มแข็งไป”

นั่นไม่ตรงกับความจริงนัก อ้วนง้วนอากุกต้าตามแผนที่วางไว้ในการบุกเข้าแดนจงหยวนคือแนวทางกำจัดแม่ทัพหนุ่มที่มีฝีมือโดดเด่นในเผ่าบั่นทอนกำลังให้พวกชนเผ่าเล็กน้อยได้รับความเสียหายกระจายไป

เพื่อให้ชนเผ่ากิมของเขานั้นกล้าแข็งกว่าพวกลูกน้องในภาพรวม

แผนการรอคอยยี่สิบปีจะทำให้สงครามระหว่างชนเผ่าหยุด ประชากรเพิ่มขึ้น แต่ต้องทำให้เกิดความแตกแยกภายในแก่ชนเผ่าต้ากิมของเขาอย่างแน่นอน

เขาจึงตัดสินใจเดินหมากตานี้ซึ่งเยลู่ซู่ไฉ ยอดกุนซือของเขาก็เห็นด้วย

ปักมีดไปที่ต้าถังก่อน ยึดหัวเมืองสำคัญจากนั้นรุกได้รับได้และกำจัดยอดขุนศึก ผู้กล้าต่างๆได้ด้วยการบุกต้าถังด้วย

มังกรที่อยู่ในแผ่นดินต้าถังต้องออกมาแน่และเขาจะใช้พวกคนหนุ่มที่ห้าวหาญไม่กลัวตายไปเข้าปากพยัคฆ์เช่นนั้น

ต้ากิมของเขาจะยืนยงไปอีกร้อยปี

และความกังวลของเขามากที่สุด

หากปล่อยไปยี่สิบปี

ลูกชายของเขาบางคนจะฆ่ากันเองเสียก่อน

เขาเลือกศัตรูเข้มแข็งภายนอกมากกว่าความแตกแยกภายในของตระกูลตนเอง

และใครเล่าจะกล้าคิดว่าเขาไม่สามารถพิชิตผู้กล้าของต้าถังได้?

เหตุการณ์ของฟ้าดินไม่แน่นอน

มีแต่เขาเท่านั้นที่กล้ามุ่งเดินไป

หมัดของเขาง้างถึงที่สุดหวังจะพิชิตเหยี่ยวครามที่บาดเจ็บในหมัดเดียว

เปรี้ยงๆ

เตะเข้าเก้าสิบเก้าจุดด้วยเสียงเดียวและเงาสีเขียวนั้นยังถอยพ้นจากรัศมีหมัดของอ้วนง้วนอากุกต้าไปได้

แม้แต่จอมคนแห่งทุ่งหญ้าก็ยังถอยหลังไปสามเก้ากล้ำกลืนเลือดไว้แต่พยายามยันร่างกายไว้ไม่ให้ล้มลง

ผู้ที่เร็วกว่าอ้วนง้วนอากุกต้าและเหยี่ยวคราม ในนอกด่านนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

นกปีศาจ!!!

ที่ทรวงอกของเขามีรอยฝ่ามือของเหยี่ยวครามแต่แผลที่หน้าอกกลับหายไป

พลังไฟศักดิ์สิทธิ์ที่แฝงอยู่ในร่างกายรักษาอาการบาดเจ็บให้เขาและในภาวะเสี่ยงตายปะทะกับเหยี่ยวครามนั้นทำให้ความลึกล้ำของพลังของเขาก้าวหน้าเข้าไปอีกหนึ่งขั้น!!!

“อั๊ก ที่แท้เจ้าแสร้งบาดเจ็บ”

แม้พยายามจะกล้ำกลืนโลหิตแต่อ้วนง้วนอากุกต้าก็กระอักโลหิตออกมาเมื่อเริ่มพูดจา

เขาคิดว่าเขาสามารถแลกอาการบาดเจ็บได้กับปรมาจารย์อย่างนกปีศาจ แต่นกปีศาจกลับดูไม่ได้ช้าลงเลยทั้งที่เสี่ยงตายกับเหยี่ยวครามมารอบหนึ่งแล้วงวแต่กลับดูฝีมือก้าวหน้ามากขึ้น

เยลู่ซู่ไฉ

เตรียมร่างแหตาข่ายฝ่าดินที่รับประกันด้วยศีรษะว่าต่อให้เปรมาจารย์ก็จะโดนกักตายด้วยค่ายกลนี้

แต่เขาลืมคาดคิดไปอยู่อย่าง

เขาไม่ได้รับประกันว่าจะกักปรมาจารย์สองคนได้

“ฮิฮิฮิ เป็นการบาดเจ็บจริงๆ แต่คนโฉดเขลาอย่างพวกเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะได้ประสบการณ์ปาฎิหาริย์ได้รับการรักษาจากไฟเทวะของนิกายเราจนฝีมือเพิ่มพูน พวกเจ้าที่หลงไปกับอำนาจและละเลยแนวทางของนิกายไม่มีวันเข้าใจหรอก ลมเขียวไม่หวนกลับ”

นกปีศาจลูมือขึ้นผ้าคลุมสีเขียวด้านหลังรอบยขึ้นจากลมเหลืองของทะเลทรายยกลายเป็นลมสีเขียวที่กลบทั่วทั้งบริเวณ

บึ้ม

อ้วนง้วนอากุกต้ากัดฟันรับอาการบาดเจ็บเร่งพลังมากขึ้นด้วยหมัดราชันย์ของตนเองหวังจะพิชิตนกปีศาจให้ได้

แต่นกปีศาจทำเรื่องที่เขากลัวที่สุดทำให้อ้วน้วนอากุกต้าต้องสบถในใจที่นกปีศาจจับจุดอ่อนของแผนการและเป้าหมายของคืนนี้ได้

นกปีศาจกลับถลันไปถ่ายทอดพลังรักษาอาหารบาดเจ็บของเหยี่ยวครามและโฉบอีกฝ่ายหนีไปบนท้องฟ้า

มีแต่นกปีศาจหรือเหยี่ยวครามเท่านั้นที่จะลอยตัวบนฟ้าอย่างอิสรเสรีได้โดยที่แบกอีกคน

ซึ่งนี่คือสิ่งที่ชาวนอกด่านคิดเพราะเขาพวกนอกด่านไม่เคยเจอหวังลี่หรืออี้จิงที่พยายามจะบินสูงกว่าพื้นหลายสิบกิโลเมตร

เยลูซู่ไฉพ่นเลือดกัดลิ้นบั่นทอนอายุขัยของตนเองพ่นไปที่แผ่นหยกจนกระทั่งข่ายอาคมปิดล้อมรอบบริเวณและชนเผ่าก็อบลิน นาคา เผ่าป่าเถื่อนต่างๆก็มาขวางทางนกปีศาจพ่นพิษหรือหอกเวทมนตร์ดำสารพัดตามร่างแหตาข่ายฟ้าดินที่วาเอาไว้

แต่ตาข่ายฟ้าดินวางไว้เพื่อพิฆาตปรมาจารย์คนเดียวไม่ใช่สองคน

ลมสีเขียวไหลเวียนจากมือหนึ่งของนกปีศาจลมสีฟ้าไหลเวียนจากมือของเหยี่ยวคราม

สองศัตรูอริกันมาหลายสิบปี จึงรู้ฝีมือกันดีที่สุด

ร่างแหตาข่ายฟ้าดิน ร่างกายของมือสังหารเผ่าต่างๆก็กลายเป็นเศษซากไปกับสายลมสีเขียวฟ้าหอบหนึ่งที่ทรงพลังไร้ผู้ต่อต้านและกำลังจะลับหายไปบนฟ้า

ทันใดนั้นท่านข่านอ้วนง้วนอากุกต้าไม่ลังเลคว้าศรทองดับสวรรค์ของตนเองออกมาเล็งไปที่สองปรมาจารย์ที่ห่างไปไกลโชคชะตาของทุ่งหญ้า ตัดสินกันเมื่อศรนั้นปล่อยออกไปเพื่อพิฆาตปรมาจารย์

ผู้คนไม่อาจตามสองปรมาจารย์ที่อยู่บนฟากฟ้าทัน แต่ศรทองดับสวรรค์ปะทะเข้ากับร่างของปรมาจารย์

ศรทองดับสวรรค์ของอ้วนง้วนอากุกต้า ไม่เคยใช้ฆ่าผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามและไม่เคยพลาดเป้ามาก่อน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว